Like Box

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

SSangyong Korando Minor Change ถูกแอบถ่ายได้ ดูสวยกว่าเดิมเยอะ

   หลุดภาพ SSangyong Korando Minor Change ใหม่ที่ถูกแอบถ่ายได้โดยสื่อต่างประเทศ โดยอัพเกรดรูปลักษณ์ให้ดูสวย ดุดันกว่าเดิมเยอะ 
 
 
    หน้าตาได้รับอิทธิพลมาจาก SSangyong SIV-1 Concept ที่เผยโฉมไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยหน้าตาของ SSangyong Korando รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ ได้รับการออกแบบให้สวยคม ดุดันกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โคมไฟหน้าทรงใหม่ HID และ LED ผนวกกับกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม ซึ่งหน้าตาแบบนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นได้ใน SSangyong รุ่นหลังๆแล้วครับ
   ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงภายในครับ เพราะ ภายในได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเลย ไล่ตั้งแต่คอนโซลหน้าสไตล์ใหม่หมดจด พร้อมจอสัมผัสใหม่ ลบภาพความน่าเบื่อทิ้งได้เลย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนแผงข้างประตูให้สอดรับกับคอนโซลหน้าด้วย
   การเปิดตัวยังไม่ทราบเวลาครับ น่าจะเป็นในเร็วๆนี้ครับ Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

BMW i3 เปิดตัวแล้วรถไฟฟ้าคันแรกจากค่ายใบพัดฟ้าขาว

  ในที่สุดค่ายใบพัดฟ้าขาว BMW Group ก็ได้ฤกษ์ดีเปิดตัว BMW i3 รถไฟฟ้าตระกูล i รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ BMW หลังจากที่เผยโฉมคอนเซ็ปต์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว การเปิดตัวครั้งนี้ถือว่าสำคัญและยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวใน 3 เมืองใหญ่ๆอันได้แก่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน, มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และตัวรถได้ซุ่มพัฒนามาอย่างยาวนาน บัดนี้ BMW ได้พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบครับ 
     รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเหมือน BMW i3 Concept ทุกประการ อาจมีการปรับรายละเอียดเล็กน้อยให้เข้ายุคเข้าสมัยซักหน่อย รูปลักษณ์สือถึงยานยนต์แห่งอนาคต กระจังหน้าทรงไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ไม่มีรูระบายอากาศ ไฟหน้า LED ทรงตัวยู ฝากระโปรงหน้า-ท้ายพ่นสีดำเงาทั้งหมด ส่วนด้านข้าง BMW ใสjเอกลักษณ์การออกแบบของตระกูล i ด้วยเส้นสายแนวกระจกแบบ "Stream Flow" เปิดกว้างกลางลำตัวรถ ก่อนจะบีบคอดในช่วงท้าย และเราจะได้เห็นมันอีกใน BMW i8 และอาจจะมีรุ่นอื่นในอนาคต
 
    รูปลักษณ์ผสานความเป็นคูเป้กับแฮตซ์แบ็คทรง MPV บานประตูด้านข้างเป็นแบบ Coach Door 4 ประตู ประตูหน้าเป็นแบบไร้กรอบกระจก ส่วนประตูท้ายเป็นบานขนาดเล็ก โดยลักษณะการเปิดจะเป็นแบบประตูตู้กับข้าวเหมือน MINI Clubman
     ภายนอกของรถออกแบบได้อย่างทันสมัย แล้วยังรักษ์โลกด้วยการคำนึงถึงวัสดุที่ใช้ โดยวัสดุในรถนั้นประกอบด้วยหนังวัวธรรมชาติ ไม้ ขนสัตว์ และวัสดุนำกลับมาใช้ใหม่ต่างๆ ตัวรถแบ่งการตกแต่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่ Loft, Lodge และ Suite จัดเติมด้วยฟังก์ชันทันสมัย ตั้งแต่ระบบปรับอากาศ ระบบ iDrive พร้อมหน้าจอลอยตัว 6.5 นิ้ว และการเชื่อมต่อ USB/Bluetooth พร้อมช่องใส่ SIM Card แล้วนี้ยังมีออพชันเสริมครบทั้งระบบนำทาง GPS, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบอุ่นเบาะนั่งด้านหน้า และหลังคาแก้วเปิด-ปิดได้
   BMW i3 ใช้โครงสร้างแบบ CFRP คือ ใช้วัสดุระหว่างคาร์บอนไฟเบอร์กับพลาสติก โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบา แม้แต่เด็กยังยกได้ ถือเป็นการนำมาใช้ครั้งแรกในรถยนต์ขนาดเล็ก
   ระบบส่งกำลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากลางลำตัวรถ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร กำลังพอๆกับเครื่อง 2.5 ลิตร ส่งต่อกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 1 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.2 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อกไว้ที่ 150 กม./ชม. พิสัยเดินทาง 160 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง และเก็บประจุไฟฟ้าผ่านแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ติดตั้งในพื้นตัวถังรถ ผมว่ารถแบบนี้เหมาะกับใช้ในเมืองเป็นดีที่สุดครับ
   หากใครกลัวระยะวิ่งไม่พอ BMW ยังเตรียมเวอร์ชั่น Range Extending เอาไว้ เป็นการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินจากมอเตอร์ไซค์ แบบ 2 สูบ ช่วยปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่) ขยายพิสัยเดินทางเป็น 300 กม.ได้
    BMW i3 จะทำตลาดในยุโรปและอเมริกาก่อนอันดับแรก บ้านเราคงต้องรอต่อไปว่าไทยเราจะมีนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าหรือเปล่า หรือคงต้องพึ่งเกรย์มาร์เก็ตล่ะครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แอบถ่าย Nissan Almera Minor Change ในประเทศจีน แอบหรูคล้าย Teana เตรียมเผยโฉม ก.ย. นี้

   Nissan Almera หรือชื่อในตลาดจีนคือ Sunny เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่จีนเมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นรถซีดานขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากพอสมควร ซึ่งใช้ชิ้นส่วนตัวถังร่วมกับ Nissan March และ Nissan Note ซึ่งตอนนี้ก็ทำตลาดในเมืองจีนมาใกล้ครบ 3 ปีแล้ว ซึ่งก็ถึงวาระที่จะปรับโฉมเสียที
 
 
 
   ล่าสุดก็มีภาพหลุดของ Nissan Almera หรือ Sunny Minor Change หลุดออกมาจากเว็บไซด์ของจีน ซึ่งหน้าตานั้นสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัด ตั้งแต่ไฟหน้าใหม่ที่มีทรงคล้าย Teana โฉมปัจจุบันในบ้านเรา(ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมในปีนี้) กระจังหน้าทรงเดิมแต่เพิ่มความหนาของขอบโครเมี่ยม กันชนหน้าออกแบบใหม่ให้สปอร์ตขึ้น มีการเพิ่มโครเมี่ยมในส่วนกรอบไฟตัดหมอกอีกด้วย ล้ออัลลอยใหม่ ด้านท้ายกันชนสไตล์ใหม่ และแถบโครเมี่ยมเหนือป้ายทะเบียน นอกจากนี้นิสสันยังได้ปรับแก้มด้านข้างรถอีกด้วยครับ
   ภายในนั้นยังไม่มีรายละเอียดออกมาครับ ส่วนเครื่องยนต์คาดว่ายังคงใช้บล็อกเดิม เบนซิน 1.2 ลิตรส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT 
   การเปิดตัวนั้นจะเปิดตัวที่งาน Chengdu Autoshow 2013 ในเดือนกันยายนนี้ ส่วนเมืองไทยคาดว่าน่าจะเป็นช่วงปีหน้าครับ
   อัพเดตข่าวใหม่ได้ทาง facebook
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

ค่ายรถ MG จับมือ CP ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในไทย เตรียมเปิดตัวรถใหม่ในไทยรุ่นแรก ปี 2014

   ประเทศจีนในปัจจุบันนี้เริ่มมีต่างชาติเริ่มมาลงทุนกันมากขึ้น แม้แต่ตอนนี้ยังมีค่ายรถฝั่งยุโรปมาอยู่ใต้ร่มเงาของจีนอย่างเช่น Volvo ภายใต้การบริหารของ Geely จีนแผ่นดินใหญ่ที่แต่ก่อนดูล้าหลังแต่ตอนนี้กำลังจะเทียบชั้นกับมหาอำนาจโลกแล้ว แม้แต่จีนเองก็สนใจที่จะมาลงทุนในต่างชาติเช่นกัน เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงเข้าประเทศ ซึ่งเรื่องที่ผมจะมาพูดถึงตอนนี้ก็คือ ข่าวเมื่อต้นปีที่ค่ายรถเมืองจีน SAIC จะมาตั้งโรงงานในประเทศไทย เพื่อผลิตรถแบรนด์ MG ส่งขายต่างประเทศที่จำหน่ายทั่วโลก ซึ่งครั้งแรกที่ผมได้ยินผมแอบไม่เชื่อเล็กน้อย
   แต่ข่าวนี้เป็นความจริงครับ เมื่อคุณนพดล เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการกลุ่มธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เปิดเผยว่า ทาง CP ได้จับมือกับ SAIC Automotive In Co.LTD โดยจะมาผลิตรถในแบรนด์ MG ผลิตในไทยส่งขายทั่วโลกและแน่นอนว่าเมืองไทยก็จะมีเจ้ารถพวกนี้เข้ามาขายด้วย
   ซึ่งการร่วมทุนครั้งนี้ทาง CP ได้ถือหุ้น 49% และ SAIC ถือหุ้นอีก 51 % ตั้งขึ้นเป็นบริษัท CP Motor Holding จำกัด ซึ่งตอนนี้ได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้บริหารแล้วไล่ตั้งแต่นายหวู่ ฮวน(Wu Huan) เป็นประธานบริษัทของ SAIC Motor-CP ซึ่งมาในฐานะตัวแทนของเซียงไฮ้ ออโตโมทีฟฯ และฝ่ายไทยจะมีนายนพดล เจียรวนนท์ เป็นกรรมการบริษัท พร้อมกับดึงนายอภิเชต สีตกะลิน มาเป็นผู้ดูแลธุรกิจยานยนต์ทั้งหมดของซีพี ในนามบริษัทซีพี มอเตอร์ โฮลดิ้ง เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจรถยนต์มาหลายยี่ห้อ และก่อนที่จะมาอยู่กับซีพีเคยเป็นรองประธานบริษัท ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย
   ซึ่งความคืบหน้าแผนงานก็คืบหน้าไปมาก ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวบริษัทได้ในช่วงครึ่งหลังของปี และอาจจะมีการแนะนำแบรนด์ MG ได้ชาวไทยได้รับรู้ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2013 และอาจเปิดขายในปี 2014 ครับ
รถยนต์ MG 3
รถยนต์ MG 5

รถยนต์ MG 6

     แบรนด์ MG ถือว่าเป็นแบรนด์อังกฤษที่มีประวัติมากว่า 100 ปี เน้นทำรถสปอร์ต พอมาปี 2550 ก็ถูกเทคโอเวอร์เข้าไปในกิจการของ  SAIC Motor โดยผลิตรถยนต์นั่ง แต่ยังคงความเป็นรถยุโรป (แต่คุณค่าแบรนด์คงลดไปไม่มากก็น้อยละครับแหม่)
   การตั้งโรงงานคิบหน้าแล้วว่าจะตั้งโรงงานกันที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ซึ่งจะเป็นโรงงานผลิต MG พวงมาลัยขวา ซึ่งการลงทุนครั้งน้ใช้งบไป 10,000 ล้านบาท โดยตัวโรงงานมีชนาด 17,000 ตร.ม. ผลิตรถ MG เครื่องตั้งแต่ 1500 CC. ขึ้นไปเพื่อจำหน่ายในเมืองไทยและส่งออกต่างประเทศ
    โดยทางบริษัทได้ตั้งเป้าการผลิตระยะแรกที่ 50,000 คันต่อปีและอาจจะเพิ่มขึ้น 200,000 ปีในอนาคต โดยจะเริ่มทำตลาดแน่นอนในปี 2014 ประเดิมด้วนรุ่น MG3,MG5 และ MG6 ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นรถค่ายนี้มาโชว์ตัวที่งานมอเตอร์โชว์ 2014 ก็เป็นได้ครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

All-New Honda Jazz 2014 เผยโฉมออกมาแล้ว ก่อนเปิดตัวจริงเดือนก.ย.นี้

   Honda ประเทศญี่ปุ่นไม่รอช้า จัดให้เฉพาะสื่อมวลชนญี่ปุ่นและอเมริกาทดสอบ All-New Honda Jazz (จำหน่ายในญี่ปุ่นชื่อ Fit)โฉมใหม่ก่อนการเปิดตัวจริงใน 2 เดือนข้างหน้า (เดือน ก.ย.) ซึ่ง All-New Honda Jazz ได้ทำการเปลี่ยนโฉมไม่เหลือเค้าเดิมเลย และตรงตามภาพหลุดที่หลุดมาก่อนหน้านี้เป๊ะ
   ซึ่งหน้าตาเมื่อเรียกเห็นขอบอกได้เลยว่าสวย โฉบเฉี่ยว สปอร์ตกว่าเดิมมาก สวยกว่าภาพหลุดที่เห็นก่อนหน้านี้อีก หน้าตาภายนอกของรถนั้นเปลี่ยนแทบไม่มีเค้าเดิม แต่ยังคงความเป็นรถเล็กตามฉบับ Honda Jazz ถือว่าออกแบบได้โดนใจวัยรุ่นอย่างแรง ด้วยหน้าตาที่ดูเข้มแข็ง ทรงพลัง พร้อมปล่อยพลังออกมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าสำคัญของรถระดับนี้ได้มากโขเลยละครับ มิติภายนอกของรถแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย มีเพียงฐานล้อที่ยาวขึ้นอีก 2 นิ้วเท่านั้นครับ
 
     ภายในของรถนั้นออกแบบดูแข็งแรงและแฝงความทันสมัย (มีบางคนบอกว่าแข็งไปก็มี) ซึ่งผมว่าการออกแบบคอนโซลหน้าก็ถือว่าโอเคแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์พอ โดยเฉพาะฝั่งคนนั่ง ดูไม่ลงตัวสุดๆ
   เครื่องยนต์นั้นทางฮอนด้ายังไม่เผยอะไรมาก เพียงแต่บอกไว่ว่า Jazz Hybrid ใหม่จะมีอัตราสิ้นเปลืองที่ดีมากๆ โดยทางค่ายเคลมไว้ที่ 36.3 กม./ลิตร บวกระบบส่งกำลังด้วยกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ i-DCD บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ทั้งขับสนุกและประหยัดน้ำมันรวมกัน โดยขุมพลังดังกล่าวจะมีแรงม้าอยู่ที่ 135 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 125 ปอนด์ฟุตที่ 5,000 รอบต่อนาที
 
    และยังมีรายละเอียดคร่าวๆอีกว่ารุ่นเครื่อง 1.3 ลิตรจะมีกำลังสูงสุดที่ 98 แรงม้า จะใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT และรุ่น 1.5 RS จะใช้เกียร์ธรรมดา 6 สปีดครับ
     การเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในเดือน ก.ย. ก็คืออีก 2 เดือนข้างหน้าครับ ส่วนบ้านเราคงต้องรอประมาณต้นปีหน้า ก็คือปี 2014 นั่นเองครับ
    Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Nissan Navara X-TRA CNG มาพร้อมเครื่องเบนซินใหม่และถังก๊าซ พร้อมประกาศราคาแล้ว

   ในที่สุด นิสสัน ก็ได้เสริมไลน์กระบะของตนมาอีกรุ่นแล้วครับ มากับเครื่องเบนซินใหม่ และรองรับก๊าซธรรมชาติ CNG มาในรุ่น Nissan Navara X-TRA CNG พร้อมขายแล้วในราคาเริ่มต้นที่สี่แสนปลายๆ


   หน้าตาของรถก็ไม่ได้ต่างอะไรจากรุ่นปกติเลย สิ่งที่เพิ่มเข้ามาแน่นอนต้องเป็นถังก๊าซในด้านหลังของกระบะท้าย โดยถังก๊าซ CNG ด้านหลังมากับความจุถึง 140 ลิตร ติดตั้งจากโรงงานนิสสันโดยตรง ช่วยเพิ่มทางเลือกด้วยพลังงาน 2 รูปแบบ และช่วยให้ประหยัดน้ำมันและประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆมากขึ้น
   นิสสัน นาวาร่า เอ็กซ์ตร้า ซีเอ็นจี มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินความจุ 2.5 ลิตร รหัส QR25DE ให้กำลังสูงสุด 154 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 242 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที มากับระบบหัวฉีดก๊าซแบบ Floating Type อิเล็กทรอนิกส์ประสิทธิภาพสูง จ่ายก๊าซได้แม่นยำในทุกจังหวะการทำงาน ทนทาน พร้อมลดระดับเสียงรบกวน ควบคุมการปล่อยก๊าซได้อย่างแม่นยำด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ประสิทธิภาพสูง

 
    นิสสัน นาวารา เอ็กซ์ตรา ซีเอ็นจี มีให้เลือก 5 สีในรุ่น King Cab คือ สีเงินบริลเลี่ยนท์ ซิลเวอร์, สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีน้ำตาล เกรย์ยิ บรอนซ์, สีดำ แบล็ก สตาร์ และสีเทาทไวไลท์ เกรย์ ส่วนรุ่น ซิงเกิ้ล แคบ มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีเงินบริลเลี่ยนท์ ซิลเวอร์, สีขาว ไวท์ โซลิด และน้ำตาล เกรย์ยิช บรอนซ์ สำหรับราคานั้น ในรุ่น Single Cab นั้น แบ่งเป็นรุ่น Gasoline ราคา 465,500 บาท และรุ่น CNG ราคา 535,500 บาท รุ่น King Cab Gasoline ราคา 571,000 บาท และรุ่น CNG ราคา 641,000 บาทครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

โคโยต้าเผยโฉม All-New Toyota Harrier กลับมาทำตลาดอีกครั้งสำหรับรถเอสยูวีคันหรู ก่อนเปิดตัวปลายปี

   Toyota Harrier กับ Lexus RX ถือว่าเป็นรถเอสยูวีที่ทำตลาดมาแต่เนิ่นนานแล้ว ตั้งแต่ปี 1997 โดยใช้ตัวถังร่วมกัน เพียงแค่เปลี่ยนโลโก้ใหม่เฉยๆ โดย Lexus RX จะนำไปขายในตลาดโลก แต่คนส่วนใหญ่จะเล่น Toyota มากกว่าเพราะราคาที่ย่อมเยากว่า
   ต่อมาเมื่อโฉมที่ 2 (ปี 2003 - 2008) หมดอายุการตลาด โตโยต้าก็มีแผนจะเลิกทำ Harrier ต่อ โดยกะขาย Lexus RX แบรนด์เดียวทั่วโลกเลย แต่ไม่รู้ยังไงโตโยต้าได้คิดนำ Harrier กลับมาทำตลาดอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ก็ได้เผยภาพออกมาแล้ว
    เว็บไซด์ของ Toyota ญี่ปุ่น ได้ลงภาพ Toyota Harrier โฉมใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เราทราบว่าโตโยต้าคิดจะทำตลาด Harrier อีกครั้งแน่นอน หน้าตาของรถก็ถือว่าดูโฉบเฉี่ยวมากทีเดียว ดูเส้นสายตัวถังรถดูละม้ายคล้ายคลึงกับ RX เลย แต่สำหรับ Harrier โฉมใหม่นี้ ไม่มีการนำชื้นส่วนจาก RX มาใช้ร่วมกันเลย พูดง่ายๆว่าพัฒนาแยกกันเลย โดยรวมแล้วรถคันนี้ยังคงความหรูหราพรีเมี่ยมครบทุกระเบียดนิ้ว
   ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะใช้ขุมพลังไฮบริดเวอร์ชั่นล่าสุดของโตโยต้า (เดาว่าจะเป็นเครื่อง 2.5 ลิตร 4 สูบที่วางใน Crown โฉมล่าสุด) ให้สมรรถนะยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมัน
   การเปิดตัวจะเปิดตัวในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่นนี้ (ช่วงปลายปีตั้งแต่เดือน พ.ย.) งานนี้เกรย์มาร์เก็ตบ้านเราเตรียมตัวสอยมาขายได้เลย
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Mazda สานต่อความสำเร็จ เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ BT-50 Pro Series และ BT-50 Pro Single Cab

   Mazda ตอกย้ำความสำเร็จกับยอดขาย Mazda BT-50 Pro ที่ขายได้ 30,000 คันแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ คือ Mazda BT-50 Pro Series และ Mazda BT-50 Pro Single Cab อีกด้วย
  โดยทางมาสด้าได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ได้แก่ Mazda BT-50 Pro Series รุ่นพิเศษของ Mazda BT-50 Pro Series พิเศษด้วยชุดแอโร่พาร์ทรอบคัน ชุดแต่งกันชนหน้าแบบสปอร์ต Sports Guard ชุดแต่งกันชนหลังสไตล์ทูโทนใหม่พร้อมสเกิร์ต ชุดตกแต่งบันไดข้างพิเศษสีดำด้าน ชุด Sports Styling Bar ไฟเบรก LED และพื้นปูกระบะ สติ๊กเกอร์ดีไซน์สปอร์ต โลโก้ PRO พิเศษสีแดง ชุดแป้นคันเร่ง Sports Pedal แผ่นยางปูพื้นห้องโดยสารโลโก้ BT-50 PRO สีแดง มีจำนวนจำกัด 1,000 คันเท่านั้น
  และอีกคันหนึ่ง Mazda BT-50 Pro Single Cab กระบะตอนเดียวสำหรับบรรทุกของจากมาสด้า (กว่าจะมา) มากับเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 125 แรงม้า พร้อมทำตลาดในไทยเมื่อ 16 ก.ค. 56
  ส่วนรุ่นต่อไปที่มาสด้าจะเปิดตัว คงจะหนีไม่พ้น CX-5 ครับ และจะนำเทคโนโลยีสกายแอ็คทีฟมาให้เราใช้แบบเต็มๆ อีกไม่นานเกินรอครับ
    Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Datsun Go รถเล็กราคาถูก การกลับมาอีกครั้งของแบรนด์ดัทสัน

  ค่ายฮัทสันถือเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างเก่าแก่มากพอสมควร  และได้ยุติบทบาทเมื่อเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Nissan เมื่อปี 1983 เป็นเวลา 30 ปีแล้วที่แบรนด์ Datsun หายหน้าหายตาไป บัดนี้ มันได้กลับมาใหม่อีกครั้ง ในฐานะเป็นรถโลว์คอสราคาถูก โดยรถคันแรกที่จะประเดิมการกลับมานั่นคือ Datsun Go
   เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา Nissan Motor ได้ทำการเปิดตัว Datsun Go เป็นที่เรียบร้อย ที่กรุงนิวเดลี ซึ่งรถคันนี้ได้สร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง V-Platform และใช้เครื่องร่วมกับ Nissan March โฉมปัจจุบัน ทำให้ไม่เปลืองงบพัฒนารถมากนัก และทำให้มีราคาจำหน่ายที่ถูกด้วยครับ
    Datsun Go ถือเป็น Datsun แห่งศตวรรษที่ 21 ถูกสร้างขึ้นว่าเพื่อตอบสนองคนมีงบน้อยที่ใฝ่ฝันว่าจะมีรถเป็นของตัวเองซักคัน 
   Datsun Go  มีมิติตัวถังพอๆกะ Nissan March โฉมปัจจุบันด้วยความยาว 3,785 มม. กว้าง 1,630
มม. สูง 1,485 มม. ความยาวฐานล้อ 2,450 มม. หน้าตาของรถถือว่าออกแบบได้เข้ายุคเข้าสมัยเป็นอย่างดี ดูโดดเด่นและสปอร์ต เส้นสายรอบข้างมาแนวเรียบง่ายไม่หวือหวามา มองโดยรอบดูดี ดึงดูดตาผู้คนได้อยู่พอสมควร สรุปแล้วดูดีแบบเรียบง่ายตั้งแต่หน้าจรดท้ายครับ
    ภายในของรถตกแต่งสไตล์เรียบง่ายแบบรถราคาถูก ด้วยช่องแอร์ทรงกลมทันสมัย การออกแบบได้อิทธิพลมาจากรถยุโรปมาเล็กน้อย (แอบคล้าย Dacia Duster ตัวใหม่) โทนสีห้องโดยสารใช้โทนสีออ่อนดูสบายตา ภายในดูกว้างขวางใช้ได้ แม้ว่าจะไม่มีวิทยุแต่ก็มีช่องเสียบสมาร์ทโฟนติดมาให้
   Datsun Go แม้ว่าจะเป็นรถขนาด B-Segment แต่ว่าทาง Nissan Motor ตั้งราคาไว้ถูกมาก ชนิดฟัดเหวี่ยงกับรถ A-Segment ที่มีอยู่ในตลาดอินเดียอย่าง Maruti Suzuki Alto 800 ได้เลย แว่วมาว่าราคาจะอยู่ที่ 400,000 รูปี (ประมาณ 200,000 บาทไทย) 
 
   Datsun Go จะถูกจำหน่ายที่อินเดียวเป็นที่แรกในโลกในต้นปี 2014 ตามด้วยอินเดีย รัสเซียและแอฟริกาใต้ในปลายปีเดียวกัน และอาจจะมีการปรับปรุงอุปกรณ์เพื่อให้เข้ากับในตลาดแต่ละประเทศด้วยครับ ส่วนไทยไม่มีแผนในการทำตลาดครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Honda Brio 2013 เพิ่มอุปกรณ์ เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป

  Honda เปิดตัว Brio ครั้งแรกเมื่อต้นปี 2011 ซึ่งมากับกระแสวิจารณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ การประกอบ และ ปัญหาสำคัญเลยนั่นคือที่ปัดน้ำฝนหลังที่เราเรียกร้องกันนักหนา ล่าสุดปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายเมื่อการมาถึงของ Honda Brio รุ่นปรับปรุงปี 2013
   การมาครั้งนี้ยังไม่ได้ปรุงแต่งหน้าแต่อย่างใด เพียงแต่ปรับปรุงเพิ่มเติมอุปกรณ์ให้ครบครันมากขึ้น และเติมเต็มที่สิ่งขาดให้เต็ม อันดับแรก แผงข้างประตู เราจะไม่เห็นเหล็กโผล่อีกต่อไปแล้ว (รู้สึกอันนี้แก้ไขนานแล้วมั้ง) และที่สำคัญเลยคือ การติดตั้งที่ปัดน้ำฝนด้านหลังของฝากระโปรงหลังรถ พร้อมทั้งแผ่นปิดด้านท้ายพร้อมโครเมี่ยมที่ช่วยเพิ่มระดับคุณภาพขึ้นอีกไม่น้อย
   นอกจากนี้ยังมีรุ่นเพิ่มเข้ามาคือ Brio V Limited ซึ่งกลายเป็นรุ่นท็อปของ Brio แล้ว ในรุ่นนี้จะทำการติดตั้งไฟตัดหมอกหน้า เครื่องเสียงแบบหน้าจอสัมผัสพร้อมระบบนำทาง และแผ่นปิดห้องสัมภาระด้านท้ายครับ นอกนั้นยังเหมือนเดิมทุกประการ
    เครื่องยนต์ยังคงใช้ขุมพลังเดิม เครื่องยนต์ i-VTEC 4 สูบ 1.2 ลิตร 90 แรงม้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 และประหยัดน้ำมันถึง 20 กม./ลิตร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/ กม. ตามเกณฑ์มาตรฐานมลพิษไอเสีย Euro 4 เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสากล ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON ถุงลมคู่หน้า เข็มขัดนิรภัย
   สำหรับราคาของ Honda Brio 2013 มีดังนี้ครับ
รุ่น S MT ราคา 436,500 บาท
รุ่น S AT ราคา 475,500 บาท
รุ่น V MT ราคา 472,500 บาท
รุ่น V AT ราคา 511,500 บาท และ
รุ่นพิเศษ V Limited AT ราคา 533,500 บาท
   คิดว่า Brio 2013 น่าจะช่วยดันยอดขายอีโคคาร์ฮอนด้าได้ไม่มากก็น้อย ถ้าใครแฟนพันธุ์แท้ Honda จริงๆ ก็ควรค่าที่ผมจะแนะนำคันนี้ครับ

Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Rolls-Royce Wraith อัครยานยนต์หรูสายพันธุ์แรง เปิดตัวแล้วในไทย

  ค่ายโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์คาร์ บางกอก หลังจากที่ปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์หลัก คือ Rolls-Royce Ghost และ Phantom ในครึ่งหลังของปีนั้นได้ทำการเปิดตัว Rolls-Royce Wraith ใหม่ในวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา แบบรวดเร็วทันใจ โดยอัครมหายานยนต์คันนี้ถือว่าเป็นรถสปอร์ตหรูที่แรงสุดในประวัติศาสตร์โรลส์-รอยซ์เลยก็ว่าได้
    ถือว่าเปิดตัวได้ไวสะใจมากครับ เพราะว่า เจ้า Rolls-Royce Wraith เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Geneva Auto Show 2013 เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ถือว่าทิ้งห่างการเปิดตัวครั้งแรกเพียง 4 เดือนเท่านั้น
   ตัวรถได้แชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับ Rolls-Royce Ghost ทำให้มันมีหน้าตาเหมือน Ghost เพียงแต่ออกมาในแบบฉบับคูเป้ จุดเด่นของตัวรถอยู่ที่หลังคาที่ลาดต่ำยันท้ายรถ  เน้นในเรื่องอาการตอบสนองของพวงมาลัยเป็นหลัก หนักขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง และเบาแรงเมื่อใช้ความเร็วต่ำ ช่วงล่างถูกเซ็ทอัพให้แข็งขึ้นเพื่อให้มีแฮนด์ลิ่งแบบสปอร์ต สัดส่วนตัวรถมีความยาว 5,269 มม. กว้าง 1,947 มม. สูง 1,507 มม. ฐานล้อยาว 3,112 มม. และน้ำหนักตัวอยู่ที่ 2,360 กก.
  ภายในคอนโซลหน้าเหมือนกับ Ghost ทุกประการ ตกแต่งภายในได้หรูหราอลังการสมกับเป็น Rolls-Royce ด้วยงานหนังคุณภาพ สี Consort Red ส่วนงานไม้ใช้้ไม้ Canadel Panelling ให้ความรู้สึกสบายด้วยโทนอุ่น หรูหราด้วยหลังคา Starlight Headliner ใช้เส้นใยแก้วนำแสง fiber optic สร้างสภาวะท้องฟ้าในยามราตรี จำลองแสงดาวพราวพราย 1,340 ดวง
   ด้านขุมพลังคันนี้ได้วางเครื่อง 6.6 ลิตร 12 สูบ ให้กำลังสูงสุดที่ 624 แรงม้า อัตราเร่ง 0 - 100 กม. ใน 4.6 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดจาก ZF
   Rolls-Royce Wraith ยังได้พกพาเทคโนโลยีมาด้วย คือ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ SAT หรือ Satellite Aided Transmission ใช้ความสามารถของ GPS ในการวิเคราะห์สภาพเส้นทางข้างหน้า เพื่อช่วยให้ระบบสามารถใช้เกียร์ที่เหมาะสมได้ในเวลาที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด และตอบสนองกับสภาพเส้นทางได้อย่างทันสถานการณ์
    นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันต่างๆ ที่เพิ่มความความสะดวกสบายให้ผู้ขับอีกมากมาย อาทิ จอ HUD, ระบบปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติ, เปิดห้องเก็บสัมภาระท้ายรถแบบไม่ต้องใช้กุญแจ, ระบบสั่งงานด้วยเสียงทำงานผ่านปุ่มควบคุมแบบ one-touch ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัย, เนวิเกเตอร์พร้อมระบบ route assistance ค้นหาข้อมูลปลายทางด้วยเสียง และ Spirit of Ecstasy Rotary Controller ระบบสั่งงานผ่าน touch pad สามารถเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนการเลื่อนชุดคำสั่งปกติบนหน้าจอได้
   สนนราคา Rolls-Royce Wraith รวมภาษีอยู่ที่ 30,900,000 บาทครับ!
ภาพจาก www.gtspirit.com
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้ (ข่วยไลค์ด้วยนะครับ แฟนเพจเพิ่งเปิดใหม่)

 
และติดตามข่าวสารให้มากยิ่งขึ้นไปอีกในที่ New Cars Around The World Fan Page