Like Box

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

ล้วงตับไตไส้พุงรถในโครงการ IMV2 โปรเจกต์ที่คนไทยจับตามองมากที่สุด!

   เห็นมาหลายครั้งหลายคราแล้วครับ ค่ายรถใหญ่ๆอย่าง Toyota เมื่อมีข่าวภาพหลุดหรือข่าวรถใหม่ของ Toyota ทีไร จะต้องสร้างความสนใจและสั่นสะท้านโลกโซเชียลกันโดยตลอด แม้แต่รูปหลุด Toyota Hilux คุยกันเรื่องนี้ทีไรก็เป็นประเด็นให้สาวกกระบะทั้งติ่ง Toyota และค่ายอื่น ต่างจับตามองกันอย่างตาเป็นมัน ว่ารถมันจะออกมาในรูปทรงเช่นใด เปิดตัวมาจะสะท้านวงการกระบะไทยได้แค่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรอคอยและติตดามไปเรื่อยๆครับ

   แน่นอนว่าในเรื่องนี้เราจะมากล่าวถึงอภิมหาโปรเจกต์ระดับโลกของ Toyota ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่คนไทยสนใจและจับตามองรถในกลุ่มนี้กันมากที่สุด ซึ่งในปีหน้าหรือปี 2015 คิดว่าทุกท่านจะต้องเห็นรถในโครงการนี้กันครบทุกรุ่นแน่นอนครับ และที่เรากำลังจะมาพูดถึงกัน นั่นก็คือโครงการ INNOVATIVE & INTERNATIONAL MULTI PURPOSE VEHICLE หรือที่เรารู้จักกันในนาม IMV นั่นเองครับ

   เราขอย้อนอดีตกันไปตั้งแต่ช่วงปี 2004 ตอนนั้นศึกกระบะถือว่าเป็นศึกเดือดกันพอสมควร Isuzu D-Max ยีงคงเป็นผู้นำในตลาดอยู่ ซึ่ง Toyota ก็ได้เป็นแคมวยรอง ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน งัดเครื่องยนต์ใหม่คอนมอนเรล D-4D มายัด ก็ดูจะไม่เป็นผล ดังนั้น นั่นจึงน่าจะเป็นต้นกำเนิดของโครงการ IMV ขึ้นมา โครงการที่ซึ่งจะเปลี่ยนทิศทางตลาดรถยนต์ไทยไปอีกนาน ในโครงการ IMV นั้นก็มีรถที่อยู่ในโครงการ 3 รุ่นด้วยกัน อันได้แก่ Toyota Hilux,Toyota Fortuner รวมท้้ง Toyota Innova ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

   อย่างที่หลายคนน่าจะเห็นครับ รถคันแรกจากโครงการ IMV อย่าง Toyota Hilux Vigo ที่ออกมาสู้ศึกตลาดกระบะครั้งแรกเมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคม 2549 ก็ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการกระบะกันอย่างมากกันลยทีเดียว ซึ่งขอบอกเลยว่าโครงการนี้ถือเป็นโครงการลับสุดยอดของ Toyota ที่ซุ่มพัฒนากระบะใหม่ของตนรวมถีงรถในโครงการให้มีดีและแกร่งพอที่จะสู้ในตลาดรถได้ แล้วหลังการเปิดตัวของ Vigo ตอนนั้นนะเหรอ อย่างที่กล่าวไว้ "มันจะเปลี่ยนทิศทางตลาดรถยนต์ไทยไปอีกนาน" เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา กระแสความร้อนแรงของกระบ Vigo เริ่มมากขึ้น ด้วยความที่ตัวถังใหญ่กว่าใครๆอันเป็นจุดขายของตัวรถ ทำให้คุู่แข่งของ Isuzu ไม่มีวันได้ขึ้นแซงยอดขายอันดับ 1 กระบะเมืองไทยได้ตลอด 10 ปีจนถึงวันนี้ ความแรงของ Hilux Vigo ก็ยังคงกระหน่ำ ส่วน Fortuner นั้นก็มียอดขายที่ดีไม่แพ้กัน แต่ Innova ในเมืองไทยแม้ยอดขายจะไม่ได้ดีเริ่ด แต่ก็ยังมีผู้คนสนใจมันอยู่
 
   กลับมาที่ช่วงปัจจุบัน พูดถึงข่าวสารของกระบะ Hilux ตัวใหม่ที่หลายคนรอคอย อันเป็นรถในโครงการ IMV Project 2 โปรเจกต์ที่ต่อยอดมาจาก IMV อันแรก ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนา Hilux Fortuner และ Innova โฉมใหม่นั่นเอง ถ้าเกิดเป็นช่วง 6 เดือน-1 ปีก่อนหน้านี้ยังคงเป็นอะไรที่ดูเงียบสนิท ไร้ความคืบหน้า และไม่มีข่าวหลุดมาเสียที ถ้าท่านผู้อ่านเป็นขาจรติดตามเว็บไปทั่ว น่าจะเคยเห็นข่าวของการประกอบชิ้นส่วน Toyota Hilux ใหม่ที่หลุดมาจากกลุ่ม newd-maxclub จนเป็นเรื่องที่คุยโม้กันใน Pantip สักพักกระแสก็กลับเงียบไป

   หลังจากนั้นนานกันเลยทีเดียวครับ ช่วงปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ถ้าจำไม่ผิด ก็คือ คืนวันที่ 21 เม.ย. 57 ก็มีภาพกระบะรุ่นปริศนา หลายคนต่างคาดการณ์กันไปต่างๆนานา ว่ามันเป็นกระบะรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร ซึ่งก็มีคำตอบที่แตกต่างกัน บ้างก็ว่าเป็น Triton ใหม่ บ้างก็ว่าเป็น Navara หรืออาจจะเป็น Hilux ก็ได้ เนื่องด้วยรถพรางดำทั้งคัน และด้วยภาพที่มองไม่ค่อยชัดทำให้ยังสรุปแน่นอนไม่ได้ว่ามันคือกระบะรุ่นไหน

วันที่ 23 เม.ย. 57 เป็นวันที่โลกโซเชียลต้องสะเทือน เมื่อสมาชิกในเพจของผมท่านหนึ่งส่งรูปกระบะปริศนามาให้ พรางตัวลายก้นหอยทั้งคัน วิ่งทดสอบแถวสระบุรี-หล่มสัก ซึ่งก็มีการคาดการณ์ต่างๆนานาเช่นเดิม แต่แล้วเราก็ตรวจพบปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผมฟังธงว่ามันต้องเป็น Toyota Hilux ตัวใหม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างสไตล์เดียวกับรถ Harrier ซึ่ง Toyota มักลดต้นทุนใช้กระจกมองข้างร่วมกับรุ่นอื่นอยู่แล้ว ในตัวถัง Vigo ปัจจุบันก็หยิบยืมจาก Alphard มาใช้ คิดว่าในรุ่นใหม่ก็น่าจะเอาจากรถหรูรุ่นใหม่ๆในตลาดนี่หละ โดยเฉพาะกระจกมองข้าง Harrier Highlander หรือ Noah ใช้แบบเดียวกันหมด อีกประเด็นก็คือรูปร่างหัวเก๋งของรถที่ ตำแหน่งไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ดูยังไงก็เป็น Hilux กระบะใหม่ Toyota แน่นอน ตอนแรกบางคนก็ยังลังเลว่าจะเป็นกระบะรุ่นอื่นใหม่...

แต่แล้วเราก็มาเจอกับหลักฐานที่ชี้ชัดเจนว่ามันคือ Toyota Hilux ใหม่ที่ออกมาวิ่งทดสอบแน่นอน นั่นก็คือ ป้ายทะเบียนรถที่ติดไว้ นันคือป้ายแดงทะเบียน ก-3954 สมุทรปราการ ซึ่งภายหลังผมก็ค้นพบว่า ป้ายทะเบียนแผ่นนี้ เป็นแผ่นเดียวกับที่เคยใช้ใน Toyota Yaris คันทดสอบก่อนเปิดตัวด้วย รายละเอียดชัดเจนแบบนี้ก็คอนเฟิร์มได้แล้ว

 หลังจากนั้นผมจึงทำการโพสต์ข่าวลงไป ซึ่งภายในไม่กี่ชม. โลกโซเชียลก็เริ่มกระหน่ำคุยเรื่องนี้ เกิดการส่งต่อแชร์ลิงก์กันไป ผมทำการโพสต์ข่าวนี้ในเวลา 21.40 น. ของวันที่ 23 เม.ย.57 ที่แรกที่เริ่มมีการกล่าวถึงคงจะไม่พ้นบอร์ดของเว็บ Headlightmag อันเลื่องชื่อ ที่โพสต์ข้อมูลทางเว็บเราและแปะเครดิตไว้อย่างชัดเจน แล้วก็ตามด้วย Pantip และยังมีอีกหลายเว็บที่แชร์ข่าวนี้ไปทั่ว ภายในค่ำคืนวันเดียว มีคนเข้ามาอ่านบทความขึ้นหลักพัน ซึ่งปกติแล้วบทความของผมเวลาโพสต์ในวันหนึ่งๆอย่างเก่งก็ 500-600 คนที่เข้ามาอ่านเท่านั้น ภายใน 2 วันหลังจากการโพสต์ มีคนเข้ามาอ่านกว่า 9,000 คน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น....






ข่าว Hilux เริ่มกระจายทั่ว เริ่มมีคนส่งภาพแอบถ่าย Hilux จากมุมต่างๆ เริ่มมีข่าวหลุด ข่าวลือ หรือข่าวที่คุยโม้กัน หรือพวกที่สร้างข่าวยกเมฆขึ้นมาเพือสร้างกระแสไปวันๆ และหลังจากนั้น ภาพหลุดก็หลุดออกมาเรื่อยๆ และเรื่อยๆ ทั้งในเมืองไทยและเมืองนอก มีมาให้ชมกันตลอด มีบางครั้ง ภาพหลุดทุกวันจนจะเป็น Hilux รายวันอยู่แล้ว ณ ตอนนี้ หลายคน รวมถึงท่านผู้อ่านทั้งหลาย คงจะบอกว่า "เปิดตัวซะทีเหอะ!!!"


    และในช่วงวันที่ 17 ก.ค. ปริศนาชิ้นที่ 2 ของโครงการ IMV2 ก็ได้ออกมาสู่สายตาของคนไทย เมื่อในช่วงโต้รุ่งในวันดังกล่าว มีผู้ไปพบเห็นรถ SUV คันปริศนาพรางรอบคัน วิ่งทดสอบอยู่ในเมืองไทย ซึ่งพอไปดูสัดส่วนไปๆมาๆก็สืบทราบได้ว่าเป็น Fortuner รุ่นใหม่แน่นอน เพราะดูจากลักษณะกระจกด้านหน้า รูปทรงตัวถังที่ดูยังไงก็เป็น Fortuner แน่ๆ ตอนนั้นก็ยังมีคนถามอีกว่า..Ford Everest หรือเปล่า ซึ่งเมื่อไปเทียบกับ Everest คันทดสอบ มันคนละเรื่องเลย ลำพังแค่เห็นลายพรางก้นหอย ทะเบียน ก-39xx สมุทปราการ ก็รู้แล้วว่าเป็นรถทดสอบของ Toyota แน่นอน ซึ่งในช่วงนั้นก็มีภาพแอบถ่ายของ Fortunerหลายครั้งหลายครา และในช่วงเดียวกันนั้นก็มีปริศนาชิ้นที่ 3 ร่วมวิ่งทดสอบด้วยอีก ซึ่งก็หนีไม่พ้น Toyota Innova รุ่นใหม่นั่นเอง ตามด้วยภาพหลุด Innova จากอินเดีย แล้วข่าวทั้ง 2 คันนี้ก็เงียบไป แล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถดักถ่ายรถทดสอบ 2 คันนี้ได้อีก เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้ Toyota มัวแต่สนใจการทดสอบ Hilux อยู่ นั่นเป็นสาเหตุที่บทความเรื่องนี้เราจะโฟกัสไปที่ Hilux เป็นหลักครับ




  โครงการ IMV ถือว่าเป็นโครงการที่โคตรใหญ่ของ Toyota เพราะต้องเจาะตลาดหลาย 100 ประเทศทั่วโลก และดูเหมือนว่า Toyota จะต้องพยายามพัฒนากระบะของตนให้ดีเท่าที่จะทำได้ หลังจากรุ่นปัจจุบันที่มีคนบ่นกันเรื่องช่วงล่าง ในรุ่นไหมนี้ Toyota เลยต้องหารถกระบะช่วงล่างดีๆและกระบะดีๆเทพๆที่หลายคนชมชอบมาเปรียบเทียบ ซึ่งนั่นเป็นที่มาของการหา Benchmark ในการเปรียบเทียบ นั่นก็คือ Ford Ranger/Mazda BT-50 Pro แฝดซ่าสะท้านโลกันตร์นั่นเอง 555+ เท่านั้นไม่พอ ในต่างประเทศ Toyota ได้นำเอา VW Amarok กระบะสุดหล่อจากค่ายรถเพื่อประชาชนอย่าง VW มาเป็นตัวเปรียบเทียบด้วย การที่ Toyota หรือค่ายรถไหนๆนำรถค่ายอื่น มาเป็น Benchmark ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ อะไรทั้งนั้น ซึ่งบางคนก็ชอบคิดแบบนี้ แล้วก็หาว่า คิดเองทำเองไม่ได้ ผิดแล้วครับ...

การที่ค่ายรถนำรถรุ่นอื่นในพิกัดเดียวกันมาเป็นตัวเปรียบเทียบเพื่อนำมาพัฒนา เป็นการนำมาดูให้รู้ว่ารถค่ายเค้ามันดียังไง แล้วควรนำสิ่งดีๆสิ่งไหนมาใส่กับรถเราบ้าง อะไรประมาณนี้ มันยังดีกว่า การเดินตามรอยความสำเร็จเดิมๆนะครับ จริงมั้ย...


   หลังๆมานั้น Toyota Motor Thailand เหมือนจะจับไต๋คนไทยได้ว่า คนไทยเริ่มเดารูปลักษณ์ของ Hilux ที่วิ่งทดสอบได้อย่างชัดเจนและรู้แจ้ง Toyota เลยใช้วิธีการด้วยการยกระดับการพรางรถ เพิ่มดีกรีความน่าเกลียด ความไม่สมประกอบของรถทดสอบมากขึ้น คือ ทำให้รูปลักษณ์รถแย่ลงด้วยการพรางปิดสัดส่วนรถไม่ให้ใครเห็น ด้วยการใช้ฟิวเจอร์บอร์ดแปะมันซะเลย ผลเป็นอย่างที่หลายๆคนเห็นครับ มันทำให้ปิดสัดส่วนได้จริงๆ ทำให้หลายคนก็บอกไปต่างๆนานา รถไม่สวยงั้นงี้ ก็บ่นกันไป และทีสำคัญ มีคนแอบถ่ายภายในของ Hilux ได้ แม้จะไม่ชัด แต่ก็ดูออกว่า มันมีสไตล์เหมือน Altis เลย


แต่ยังไงก็ตามในแถบยุโรปเมื่อไม่กี่เดือนก็เพิ่งมีการนำ Hilux ใหม่เข้าไปทดสอบ และพรางด้วยลายก้นหอยเหมือนเดิม แถมภาพแอบถ่ายนั้นก็ชัดจนแทบจะเห็นสัดส่วนรถชัดเจน นั่นทำให้เราเห็น Hilux กันแบบชัดเจนเสียยิ่งกว่าเดิม และยังเห็นสิ่งใหม่ๆที่จะเพิ่มเข้ามาอย่างเช่น ไฟหน้าพร้อม DRL นี่หละครับ 

เวอร์ชั่น Australia

และก็บอกนิดนึงว่า Toyota Hilux ที่วิ่งทดสอบในออสเตรเลียจะเป็นคนละเวอร์ชั่นกับของยุโรปและในตลาดโลกรวมถึงไทยด้วย ไม่รู้เป็นเหตุอะไรถึงต้องแยกกัน เพราะกระจังหน้าของออสเตรเลียจะเป็นแบบ 2 ชั้นครับซึ่งจะทำให้รถดูมีบุคลิกแข็งแกร่ง มากกว่าเวอร์ชั่นตลาดโลกที่ดูสวยหรู

Highlander รถที่ทุกคนชอบเข้าใจผิดกัน


   เรื่องหน้าตาและรูปร่างของตัวรถของโครงการ IMV ทั้ง 3 คัน หากใครมองข้ามลายพรางก้นหอยที่ชวนเวียนหัวได้ ท่านผู้อ่านก็จะรู้ว่า มันมีหน้าตาที่ดูทันสมัยและน่าจะสวยขึ้นด้วยแนวการออกแบบ Keen Look ของ Toyota ซึ่งใน Hilux จะเห็นชัดเจนมาก กระจังหน้าเหมือน Altis+Highlander แม้กระทั่งล้อแม็กและเส้นสายด้านข้างประตูก็เหมือนกันแบบชัดเจน และด้วยความเหมือนก็พาลให้คนคิดเข้าใจผิดว่า Toyoa Highlander มันคือ Hilux ไม่ก็ Fortuner ตัวใหม่ ลองไปดูหลายโพสต์ในแต่ละเพจรถต่างๆ ไอรูปรถ Highlander คันสีเขียวบนสายผลิต คนก็มโนมั่วไปใหญ่เลย ส่วน Innova ยังไม่มีข้อมูลอะไรมาก แต่หน้าตาก็ดูสวยขึ้นตามสมัย เส้นสายอิงของเดิมแต่ปรับให้เพรียวและโค้งมนกว่าเดิม และบอกอีกอย่างด้วยว่าทั้ง Fottuner และ Innova จะเปลี่ยนมาใช้เสาอากาศแบบครีบฉลามในรุ่นใหม่แล้วครับ

    เรื่องขุมพลังของรถก็มีการคาดการณ์กันต่างๆนานา แต่คิดว่า Toyota ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ค่อนข้งแน่นอนครับเพราะเครื่องยนต์ตัวนี้ต้องเจาะตลาดทั่วโลกและต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5 ของฝั่งยุโรปให้ได้ ซึ่งความจุตอนนี้ยังบอกข้อมูลชัดเจนไม่ได้ บ้างก็ว่า 2.4 และ 2.8 ลิตร ก็ว่ากันไป...ที่สำคัญ Fortuner ก็ต้องใช้เครื่องตัวนี้ ส่วน Innova น่าจะเป็นเครื่อง 2.0 ลิตรบล็อกใหม่ซึ่งยังไม่มีข้อมูล

   สำหรับเรื่องการเปิดตัว เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากรู้เพราะมีคนรอคอยรถในโครงการนี้กันมาก ซึ่งเราก็พอทราบแล้วว่า Toyota จะทำการเปิดตัว Hilux ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2558 เป็นอย่างช้า เพราะ รุ่นปัจจุบัน Toyota จะทำการผลิตไปจนถึงช่วงมีนาคม 2558 กันเลยทีเดียว ส่วน Toyota Fortuner ก็น่าจะตามหลัง Hilux ไม่นานนัก ซึ่งน่าจะเป็นภายในกลางปี 2558 ส่วน Innova ก็น่าจะไล่หลังตามมา

<< และนี่ก็คือข้อมูลทั้งหมดของรถในโครงการ IMV2 ที่น่าตื่นเต้นและน่าติดตามในชั่วโมงนี้ครับ ฉะนั้นจงติดตามตอนต่อไป เพราะมหากาพย์เรื่องนี้ยังมีอีกยาว >>

-ขอบคุณภาพจาก MZ Crazy Car Thailand,New Vigo Club Thailand,autocarindia,Team-BHP,Carsguide,Caradvice และเจ้าของภาพอีกหลายๆท่าน 
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!


 

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

วิจารณ์ และคอมเม้นต์กับแบบถึงใจถึงอารมณ์กับ Honda Mobilo : ถึงหน้าตาจะดีแค่ไหน แต่ก็ยังมีความเป็น Brio อยู่


  เมื่อช่วงวันเสาร์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา พี่สาวไม่แท้ของผม ได้คุยกับผมว่า "วันอาทิตย์นี้ จะไปศูนย์ฮอนด้านะ" แม้ว่าอันตัวข้าพเจ้าก็จะสอบ Final ในช่วงวันที่ 15-19 กันยายน แต่ก็ยังมีท่าทีที่สนใจที่จะไปที่ศูนย์ฮอนด้ากับพี่ด้วย เพราะอะไรหละ??? ก็เพราะว่า เมื่อ 2 วันก่อนหน้านี้อะสิ มีรถใหม่จาก Honda เปิดตัว เป็นรถ MPV หน้าตาดีรุ่นใหม่คันหนึ่งจากค่าย Honda ซึ่งตอนนี้ใครๆก็คงรู้จักมันแล้วในนาม Honda Mobilio ฮอนด้า โมบิลลิโอ ใหม่ นั่นเอง เลยอยากจะเห็นตัวจริงเสียหน่อยว่ามันจะเป็นอย่างไรบ้าง

   ว่าแล้วก็ตอบตกลงไปกับพี่สาวทันที งานนี้มีน้าของผมไปเป็นเพื่อนอีก 1 คน เรามุ่งหน้าจากบ้านย่านซอยจรัญฯ 13 ลัดเลาะมาออกถนนราชพฤกษ์ และไปฝ่าฟันรถติดกันแถวๆสาทร ขับไปเรื่อยจนถึง ศูนย์ Honda สาทร เป้าหมายของตัวผมนั่นเองครับ 

   ทำไมพี่ผมถึงต้องไปที่ศูนย์ Honda ล่ะ? พี่จะเอารถไปเช็คเหรอ? ไม่ใช่หรอกครับ เพราะพี่ผมกำลังจะวางแผนการซื้อรถใหม่ให้กับน้องสาวของพี่ ก็คือญาติที่อยู่ทางจังหวัดขอนแก่นนั่นหละครับ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของผม เพราะผมจะมาดู และสัมผัสน้องใหม่ในตลาดอย่าง Honda Mobilio นั่นเอง

   ถือว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วและทันใจเอามากๆครับที่หลังจากการเปิดตัว Mobilio เพียงแค่ 3 วัน ผมก็บึ๋งไปดูรถที่ศูนย์ Honda สาทร จะได้สัมผัสและนำมาวิจารณ์และออกความเห็นโดยส่วนตัวของตัวผมเองว่ามันเป็นอย่างไร ฉะนั้น...ขอความกรุณาให้ท่านทั้งหลายจงเปิดใจอ่านอีกหลายย่อหน้าหลังจากนี้ โดยปิดอคติทั้งหลายครับเพราะ คนเรามีความรักความชอบไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถตัดสินแทนบุคคลอื่นๆได้ ต่างคนต่างความคิดกันครับ ฉะนั้นใครที่เป็นติ่ง Honda ทั้งหลายจงเปิดใจอ่านด้วยครับ อะไรที่ดีเราก็ชม อะไรไม่ดีเราก็แค่ติเตียน ติเพื่อก่อเพื่อนำไปปรับปรุงเท่านั้นเอง

   ก่อนอื่นเราจะขอเท้าความกันก่อนครับว่าชื่อของ Honda Mobilio เคยเป็นชื่อของรถมินิแวนทรงเหลี่ยมคันหนึ่งที่วางขายในตลาดโลกในช่วงปี 2001-2008 แต่กลับไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก จนทำให้ต้องยุติการทำตลาดไป

แต่แล้ว Honda ได้นำชื่อของรถขายไม่ออกรุ่นนี้ กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ไปใช้กับรถ MPV ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Honda Brio โดยจุดประสงค์เพื่อนำไปเจาะตลากลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซียที่นิยมรถแนว MPV 7 ที่นั่งอยู่แล้ว

    แรกเริ่มเดิมที ผมไม่เคยคิดเลยว่า Honda คิดจะนำ Mobilio เข้ามาขายในเมืองไทยเลย เพราะ คิดในใจอยู่ว่ามันก็มี Freed อยู่แล้วนี่หว่า จะเอามาขายทำไม? แต่ในโลกโซเชียลก็มีการพูดกันเยอะพอสมควร แต่ด้วยการที่ Honda แทบจะไม่ปล่อยไก่ออกมาเลย แต่จะเริ่มมีการปล่อยไก่จริงๆในช่วงก่อนการเปิดตัวประมาณ 2 อาทิตย์ถึง 1 เดือนครับ สังเกตมาหลายรุ่นแล้วว่าก่อนการเปิดตัวรถใหม่ของ Honda ประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างมากจะมีข่าวหลุดกำหนดการเปิดตัวรถของ Honda ออกมาให้เราได้เอามาคุยกันให้แซ่บ เป็นแบบนี้มาหลายครั้งครับ Honda Mobilio ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย



   เท้าความกันมาพอสมควร เราจะมาเริ่มคอมเม้นต์กันที่ตัวรถภายนอกกันก่อนเลยดีกว่า รุ่นที่เราไปชมนั้นก็คือรุ่น RS A/T ตัวท็อปสุดของ Mobilio ก็แหงอยู่แล้วหละ จะเอามาจอดโปรโมททั้งที ก็ต้องเอาตัวท็อปมาจอดเลย สิ่งที่เห็นจะชอบพอใจก็คือ แนวการออกแบบ Honda Mobilio นั้นถือว่ามีการออกแบบที่ดูสวยงามและลงตัวที่สุดในอนุกรมของ Brio ทั้งหลาย.....ก็แหม่ เรือนกายภายนอก พูดกันง่ายๆ มันก็คือการเอาเจ้า Brio น้อย มาต่อตูดมาเพิ่มความยาวตัวรถมากขึ้นไงละครับ นั่นหละอาจจะเป็นสาเหตุที่บางคนร้องยี้ไปเลย...เอิ่ม จะรีบไปไหนครับ ไปสัมผัสกันก่อนดีมั้ย อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะมีรูปร่างครึ่งคันหน้าที่อิงมาจาก Brio แต่ขอชมว่ามันเป็นรถในอนุกรมของ Brio ที่ทำออกมาหน้าตาดีกว่า 2 คู่หูอีโคคาร์ของ Honda อย่างมาก โดยเฉพาะภายนอกของรุ่น RS ที่มีแนวการออกแบบที่ดูหล่อ ล้ำสมัย เส้นสายดูโฉบเฉี่ยว หล่อตั้งแต่หัวจรดท้ายกันเลยทีเดียว  
 ไฟหน้าของรถเป็นอีกจุดที่ต้องชื่นชมเพราะ Honda Thailand กล้าจัดไฟหน้าแบบ Projector มาลงในรถ Mini MPV รายนี้ ซึ่ง MPV รายไหนๆในไทยยังไม่มีติดมาให้เลย แต่แน่นอนของดีแบบนี้ มีแต่ในรุ่นท็อปครับ...ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ออปชั่นดีๆแจ่มๆที่คุณเห็นในโฆษณา มันมีแต่ในรุ่นท็อปทั้งน้านนนนครับ...ไม่ต้องห่วง


ครึ่งคันหลังของรถคันนี้จะไม่มีความเป็น Brio ต่อไป และจุดที่ทำให้มีคนไทยติเตียนกันเยอะที่สุดก็คือประตูบานหลัง ที่ออกแบบเส้นสายให้ดูเบี้ยวจนอาจจะขัดตาบางคน เอาจริงๆครับ ผมไปนั่งภายในมองผ่านกระจกยังขัดตาผมเลย ทำให้หลายคนบ่นกันเรื่องนี้พอสมควร แต่จะผมจะบอกท่านผู้อ่านทั้งหลายครับ...ให้มโนภาพขึ้นมาเลยว่า หากว่า Honda Mobilio ไม่ทำเส้นสายตรงประจูหลังให้ดัด และลากเส้นจากประตูหน้าตรงแบบไม่มีหักมุมจรดขอบเสา C ไปเลย คิดดูแล้วกันครับ มันจะเป็นยังไง นั่นหละที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ Honda ต้องออกแบบเช่นนั้นนั่นเอง ใครมโนไม่ออก ลองดูตามภาพนี้ครับ
 ล้ออัลลอยของ Honda Mobilio อย่างรุ่นที่ไปชมมาก็คือรุ่น RS ซึ่งจะมากับล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 15 นิ้ว ตัดขอบในสีดำเพื่อเพิ่มดีกรีความสปอร์ต ซึ่งล้ออัลลอยลายนี้จะว่าไปมันก็ดูดีกะไรอยู่ ในสายตาของผม แต่ก็อาจจะมาบางท่านคิดต่างก็ไม่ว่ากัน บางคนก็บอกล้ออัลลอยลายยังไม่เข้าท่า ยิ่ง Honda บางรุ่นชอบทำลายล้อแม็กประหลาดๆ อย่างเช่นรุ่น Civic Hybrid ที่บางท่านก็บอกว่าลายล้อกากมากๆ 

และสิ่งที่จะบอกอย่างนึงก็คือ Honda Mobilio เวอร์ชั่นที่ผลิตในไทย (รถคันนี้ Made in Thailand นะครับ ไม่ใช่ Indonesia กรุณาอย่าเข้าใจผิดกันด้วย) จะมีรายละเอียดบางประการที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นอินโดนีเซียนิดหน่อย ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างของไทยจะเป็นแบบเดียวกับ City/Jazz 2014 ฝากระโปรงท้ายในรถเมืองไทยจะออกแบบให้มีเส้นสายที่ดูมีมิติมากขึ้น และยังมีการปรับเส้นสายข้างประตูรถด้านหน้าอีกด้วย รวมถึงล้ออัลลอยที่แทบจะหาจุดจัดผิดไม่ได้ เพราะลวดลายล้อเวอร์ชั่นไทยจะกลับด้านจากเวอร์ชั่นไทยด้วย!!

   ขอผ่านประเด็นในเรื่องภายนอกห้องโดยสาร เราเข้ามาดูภายในห้องโดยสารดีกว่า ต้องขออภัยเป็นอย่างสุดซึ้งครับ ที่ผมดันลืมถ่ายรูปคอนโซลหน้าแบบเต็มๆมาให้ชม แต่อย่างไรก็ตามก็ยังถ่ายมาเป็นส่วนๆ ให้เราได้คอมเม้นต์และวิพากษ์วิจารณ์กันหน่อย ก่อนอื่นมาเริ่มตั้งแต่ฝั่งคนขับ พวงมาลัยทรงเดียวกับ Brio มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยด้วย เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้ติ หน้าปัดมาตรวัดรอบและความเร็วของรถมีการปรับโทนสีจากของ Brio ให้ดูสวยงามและเตะตากว่าเดิม

และถ้าหากคุณมองดูภาพรวมคอนโซลด้านหน้า คุณจะรู้เลยว่ามันก็คือคอนโซลหน้า Brio นั่นหละครับ แหม่...ก็รถมันมีพื้นฐาน Brio คอนโซลหน้าก็เลยต้องเป็นแบบ Brio ด้วย แต่จะมีความแตกต่างเล็กน้อย นั่นก็คือใน Mobilio จะมีกรอบสีเงินล้อมกรอบช่องแอร์ไว้ด้วย เอ้า..มาดูตรงกลางคอนโซลกันบ้างดีกว่า แน่นอนในรุ่นท็อปและเฉพาะรุ่นท็อปจะติตตั้งหน้าจอ DVD ระบบสัมผัสแบบ Advance Touch รองรับการเชื่อมต่อ USB และ HDMI ถือว่ามีให้เล่นครบครันเลยละ แต่ที่เห็นจะขัดตาก็คือแอร์มือบิดนี่หละ สำหรับผมอาจจะเฉยๆ แต่พี่สาวที่ไปดูด้วย บอกกับผมว่า "ข้างนอกรถหล่อมาก แต่ภายในก๋องแก๋งมากเลย"


ทั้งนี้ห้องโดยสารที่ยกคอนโซลมาจาก Honda Brio คุณงามความดีทั้งหลายของ Brio ก็ต้องติดมาด้วย แล้วจุดที่ต้องบอกว่าเป็น"จุดแห่งความเลวร้ายหายนะอย่างร้ายแรงที่สุด"ของรถคันนี้ ก็คือ ฝาเก๊ะตรงช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสาร ที่ไม่รู้มันเป็นอะไร ทำไมมันถึงปิดไม่แนบสนิทกับคอนโซล ซึ่งถือเป็นจุดที่ทำให้เราเห็นถึงความไม่แนบเนียนในห้องโดยสาร ซึ่งปัญหานี้ เราพบเราเจอตั้งแต่ Honda Brio ยัน Honda Brio Amaze จวบจนมาถึง Mobilio มันก็ไม่แก้เสียที....มันเกิดอะไรขึ้นครับ Honda


รายละเอียดในส่วนอื่นๆของรถ ไม่ว่าจะเป็นแผงคอนโซลหน้า แผงข้างประตุ ถือว่าเก็บรายละเอียดค่อนข้างดี วัสดุดีขึ้นมาอีกหน่อย (ติดที่ฝาปิดเจ้าปัญหานั่นหละ) เหลียวมาดูเข็มขัดของรถ ซึ่งยังคงเป็นเข็มขัดธรรมด๊า ธรรมดา ที่ไม่สามารถปรับระดังสูง-ต่ำได้ เอิ่ม...จะบ้าจี้ตาม Vios ทำไมครับ น่าจะติดให้มาหน่อยก็ดีนะครับท่าน  
 และเราจะมากล่าวถึงในส่วนอื่นของห้องโดยสาร ขอชมว่า Honda Thailand ใจดีให้แอร์แถวหลังมาด้วย ถือว่าเยี่ยมยอด และยังมีช่องเก็บของในรถมากมาย ภายในรถค่อนข้างกว้างขวางทั้งในแถว 2 และแถว 3 แต่...เบาะนั่งทั้งแถว 2 และ 3 ของรถที่อาจจะดูไม่ค่อยโอบกระชับเสียเท่าไหร่...ก็แหม่ เบาะมันทั้งบางและแข็ง(ในความคิดของผม) คิดในใจว่าหากนั่งนานๆมันจะไม่ปวดเมื่อยหรือ แต่ใครนั่งสบายก็ไม่ว่ากันครับ ในแง่การขนของ รถคันนี้สามารถตอบโจทย์ได้ ด้วยเบาะแถว 2 ที่สามารถพับเบาะนั่งแยกแบบ 60:40 พร้อมพับจังหวะเดียว (One Motion) พนักพิงพับราบและปรับเอนได้ 3 ระดับ  ในรุ่น V และ RS จะสามารถปรับเบาะนั่งให้เลื่อนหน้า-หลังได้ 100 มิลลิเมตร ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 ขึ้นลงได้สะดวกขึ้น ซึ่งตอนที่ผมลองพับเบาะแถว 2 

ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 เฉพาะรุ่น V และ RS ให้พื้นที่วางขาที่กว้างสบาย สามารถพับราบและพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ คือ พับเบาะลงได้เรียบ และสามารถพับต่อไปด้านหน้า เพื่อให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายมากที่สุด ส่วนพนักพิงยังปรับเอนได้ 2 ระดับ เบาะแถว 3 ไม่ได้ลองพับครับ แต่ลองนั่งดู ก็อย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ครับ

     สำหรับเครื่องยนต์นั้น Honda Mobilio ได้ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รหัส L15A i-VTEC ซึ่งเครื่องตัวนี้ยังคงเป็นขุมพลังเดียวกับ City/Jazz ตัวเก่า แปลกที่ว่าทำไมไม่เอาเครื่องในรุ่นใหม่มาเลยหละ ซึ่งไอ้เครื่องตัวเก่าก็มากับพละกำลัง 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี EarthDream Technology และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ด้วยการใช้เครื่องในรุ่นเก่า ทำให้เจ้า Mobilio ไม่สามารถรองรับ E85 ได้ ซึ่งทำให้ขัดใจสาวก Honda ไปบ้าง ก็ต้องเข้าใจครับว่า ต้นทุนการติดตั้งระบบให้รับ E85 ค่อนข้างสูงนะครับ การขับขี่จะเป็นอย่างไร ช่วงล่างอะไรจะดีแค่ไหน แนะนำให้ไปลองทดสอบเองครับผม

   ด้านระบบความปลอดภัย ถือว่าจัดมาให้ครบครันพอสมควร ตั้งแต่ถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual SRS, ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ 3 จุด 2 ตำแหน่ง, เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 เป็นแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED สำหรับรุ่น RS เพิ่มความสะดวกในขณะถอยหลังด้วยกล้องส่องภาพด้านหลัง และระบบล็อกประตูอัตโนมัติ Auto Door Lock By Speed

   มาดูเรื่องค่าตัวกันดีกว่าครับ ตอนแรกก็คิดว่าจะแพงจนคนไม่สนใจไม่กล้าซื้อ แต่พอเปิดตัวพร้อมเปิดราคาต้องเปลี่ยนความคิด เพราะราคาตัวรถนั้นถือว่าค่อนข้างจัดมาสมเหตุสมผล โดยตัวรถมีราคาค่าตัวดังต่อไปนี้
รุ่น S M/T ราคา 597,000 บาท
รุ่น S A/T ราคา 642,000 บาท
รุ่น V A/T ราคา 682,000 บาท
รุ่น RS A/T ราคา 739,000 บาท
และจะก็เรียนให้ทราบอีกทีว่า Honda Mobilio เป็นรถ Mini MPV ที่ประกอบในไทยครับ น่าจะเป็นรถคันเดียวในตลาดกลุ่มนี้ที่ขึ้นสายการผลิตในไทย ต่างจากค่ายอื่นที่นำเข้าจากอินโดนีเซีย


    สรุปภาพรวมทั้งหมดของรถคันนี้...Honda Mobilio ถือว่าเป็นการมาเพื่อกระตุ้นตลาด MINI MPV ได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าจะต้องมีคนที่คิดกันว่า
"มันจะทับกับ Freed หรือไม่?"
"มันจะแย่งยอดขาย Freed มั้ย?"
จุดประสงค์ของการขาย Honda Mobilio นั้นก็คือ กลุ่มคนที่อยากได้ Honda Freed แต่งบไม่ถึง จึงคิดไปเล่น Honda Mobilio แทน เรื่องแย่งยอดขายอาจจะเกิดขึ้นได้ ตัวรถนั้น Mobilio อาจจะไปเหลื่อมกับ Freed เพียงนิดนึง ฉะนั้นแล้ว Freed จะอยู่สูงกว่า Mobilio ระดับนึงครับ

รายละเอียดภายนอกโดยรวมนั้นดีไปหมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรให้ติมากมาย หน้าตาสวยฟัดเหวี่ยงคู่แข่งได้อยู่แล้ว ส่วนภายในนั้น ด้วยความที่มีพื้นเพจาก Brio เลยติดความก๊อกแก๊กเข้ามาด้วย รวมถึงฝาเก๊ะคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารปิดไม่สนิทอีก เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขด้วย ภายในถือว่ากว้างขวางใช้ได้ แต่เบาะบางจนอาจจะแข็งไปนิด ไปต่างจังหวัดเกรงว่าจะเมื่อยหน่อย นอกนั้นก็ไม่รู้จะติอะไรแล้วครับ สรุปว่า ถ้าใครกำลังมองหารถครอบครัวดีๆสักคัน คิดว่า Honda Mobilio ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจครับ ร่ายกันมายาวแบบนี้แล้ว จะว่าไปแล้วรถคันนี้ก็มีดีไม่น้อย ฉะนั้นพี่ผมจึงเตรียมวางแผนจองรถได้เลย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แต่จอง Honda Jazz นะครับ ..... 555+
 
 แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!