Like Box

วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Mitsubishi Lancer Evolution X Final Editon Concept เวอร์ชั่นส่งท้ายตัวจิ๊ดค่ายสามเพชร

  เชื่อเลยว่าคนไทยหลายคนยังคงรักและชื่นชอบในสปอร์ตซีดานสุดจิ๊ดอย่าง Mitsubishi Lancer Evolution จนคนไทยหลายคนไปถอยชุดแต่งหล่อๆมาแต่งรถ Lancer EX ของตนให้เทพประดุจ Evolution กันเลยทีเดียว ยิ่งทราบข่าวว่า Mitsubishi จะเลือกทำ Lancer Evolution แล้ว ยิ่งทำให้สาวกทั้งหลายต้องน้ำตาตกตามๆกัน

   และล่าสุด Mitsubishi ก็ได้ทำการเผยโฉมหน้าของ Mitsubishi Lancer Evolution X Final Edition Concept อ่านชื่อก็รู้นะครับว่านี่คือรุ่นปิดท้ายของตำนานตัวแรงอย่าง Evolution ซึ่งมันจะทำการโชว์ตัวที่งาน Toyko Auto Salon 2015 ช่วงเดือนมกราคม 2015

   โดยตัวรถนั้นตกแต่งด้วยสีดำด้าน และมีการเปลี่ยนรายละเอียดชิ้นส่วนบางอย่าง รวมทั้งการสาดสีหลังคาและสปอยเลอร์เงาให้สะท้อนแดดได้ สวมล้ออัลลอย 19 นิ้วจาก RAYS โดยรวมเพียงเท่านี้ก็ทำให้มันดูหล่อขึ้นไม่น้อย

   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่อง 2.0 ลิตรที่ผ่านการปรับจูนกล่อง ECU ใหม่ เทอร์โบชาร์จที่ถูกอัพเกรดโดย HKS ทำให้มันรีดสมรรถนะออกมาได้ถึง 480 แรงม้ากันเลยทีเดียว ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และช่วงล่างที่ปรับเซตให้สูงต่ำได้โดย HKS 

   ถือเป็นการร่ำลาอย่างมีเกียรติและยิ่งทำให้คนหลายคนรัก Evolution มากขึ้น และจะบอกว่าแม้ว่าจะไม่มี Lancer Evolution แล้ว แต่ Mitsubishi ก็ยังคงจะพัฒนาเอสยูวีพลังแรงที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-In i-MIEV แปลว่า ค่ายนี้ยังไม่ทิ้งความแรง แต่แรงแบบรักษ์โลกนั่นเอง

   
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!
   

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ด่วน! Ford Ranger Minor Change WildTrak วิ่งโชว์บนถนนแล้ว

   ช่วงนี้เป็นช่วงที่ Ford ปล่อยของบ่อยจริงๆครับ ทั้ง Ranger และ Everest เลย ตอนนี้ Ford เริ่มปฏิบัติการในแบบที่ตนถนัดแล้ว นั่นก็คือเอารถออกมาวิ่งทดสอบแบบเปิดทั้งคัน แต่ยังไม่วางขาย เพื่อกระตุ้นตลาดหรืออ่อยคู่แข่งนั่นเอง เรื่องแบบนี้ Ford ถนัดอยู่แล้ว


   ล่าสุดก็มีภาพแอบถ่าย หรือจะเรียกตั้งใจถ่ายดี เป็นภาพ Ford Ranger WildTrak Minor Change ใหม่มาวิ่งโชว์ตัวกันบนถนนแบบไม่ปกปิดหน้าตาอะไรทั้งสิ้น มีเพียงแค่การปกปิดโลโก้ชื่อรุ่นนิดๆหน่อยๆเท่านั้น ซึ่งเราก็คาดการณ์ว่ามันก็คงจะวิ่งแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะเปิดตัวนี่ละครับผม

   หน้าตาของรถนั้นก็เหมือนที่หลุดมาก่อนหน้านี้ หน้าตาของรุ่นไมเนอร์เชนจ์นั้น มาในแนวที่ดูหรูหรากว่าเดิม และเหมือนจะลดความบึกบึนจากรุ่นเดิมมาพอสมควร โดยได้รับอิทธิพลหน้าตามาจาก Everest ใหม่มานั่นเอง ซึ่งมากับกระจังหน้าสีดำทะมืน พร้อมกันชนหน้าสีดำตัดกับสีตัวรถ ซึ่งดูจากโทนสีในรูปเป็นสีส้มที่อ่อนกว่ารุ่นเดิม ซึ่งโทนสีจะคล้ายๆกับ NP300 Navara อาจจะเป็นสีใหม่ก็ได้ ไฟหน้าน่าจะเป็น Projector+DRL ตามกระแส ลายล้ออัลลอยนั้นชวนนึกถึงลายของ Fortuner TRD Sportivo เอามากๆ แต่พอมาใส่กับ Ranger ก็หล่อใช้ได้ โดยรวมนั้นถือว่าหล่อหรูขึ้นเป็นกองครับ ส่วนภายในนั้นยังไม่มีรูปออกมา


   ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะมาครบทั้ง ดีเซล 2.2 ลิตรและ 3.2 ลิตรกับเบนซิน 2.5 ลิตร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่ามันจะเอารุ่น 3.2 ออก แต่ความเห็นผู้เขียนนั้นคิดว่า มันคงไม่เอาออกหรอก เพราะตราบในที่ Everest ยังเอามาใส่ Ranger ก็คงเอามา เพราะแฟนคลับค่ายนี้ก็ชอบและรักตัว 3.2 ไม่น้อยเลย ฉะนั้นเอามาเถอะครับ 

  การเปิดตัวนั้นยังเป็นอะไรที่ต้องรอติดตามต่อไป เพราะยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะมาเมื่อไหร่ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่ามันอาจจะมาในเดือนมีนาคม พร้อมๆกับ Hilux ใหม่ และอาจจะโชว์ภายในงาน Motor Show หรืออาจจะเปิดตัวหลัง Everest ที่จะปะทะกับ Fortuner ในเดือนพฤษภาคม แต่ที่แน่ๆมันต้องมาก่อนเดือนกันยายน อันเป็นเดือนที่กระบะจะมียอดขายสูงสุดและจะขายกันอย่างเมามันส์ ยังไงแฟนคลับก็รอติดตามต่อไปครับ
Cr. ภาพจาก Ranger 4x4 Club
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!
   

10 เรื่องรถๆ ปี 2014 ข่าวเด่นดัง...คุยกันสนั่นวงการยานยนต์

    ในช่วงปี 2014 ที่กำลังจะผ่านไปและกำลังจะเข้าสู่ปีใหม่ปี 2015 ก่อนอื่นจะบอกเลยว่าในช่วงเวลาปี 2014 ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ต่างๆทั้งในวงการรถและนอกวงการรถที่มีเรื่องราวที่เราต้องถกเถียงกันในเรื่องรถ และยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้เราต้องตะลึงและตกใจ และว้าวๆๆ กันเลยละครับ เอาละครับ เรามาไล่เรียงเหตุการณ์สำคัญๆกันดีกว่า ซึ่งมีทั้งเรื่องการเปิดตัวรถ อุบัติเหตุ และปัญหารถมาให้รับชมกันครับ


1. เปิดตัว All-New Toyota Corolla Altis...เมื่อเจ้าตลาดขอเปิดเกมก่อนใครตั้งแต่ต้นปี
     เมื่อต้นปี วันที่ 14 มกราคม 2557 ถือเป็นวันที่ตลาดรถยนต์เมืองไทย มีการเคลื่อนไหวในคลื่นลูกแรก ประเดิมเป็นค่ายแรกของปี ด้วยการเปิดตัวคอมแพกต์ซีดานคันใหม่อย่าง All-New Toyota Corolla Altis ที่ยอดขายติดลมบนไปแล้ว ด้วยหน้าตาของรถที่ออกแบบมาสะสวยกว่าเดิมมาก จนหลายคนที่เห็นรูปร่างหน้าตาต้องชมกับความสวยงามของมัน โดยเฉพาะรุ่น ESport ที่มากับชุดแต่งพร้อมล้ออัลลอยลายงามๆ ซึ่งก็ได้ใจคนไทยไปหลายคนเลยละครับ ขนาดมันเอามาทำเป็นแท็กซี่ ทุกวันนี้ผู้เขียนยังมองมันขนาดมันเป็นรถแท็กซี่เลยครับ

2. เปิดตัว All-New Honda City...เมื่อถึงจุดที่ซับคอมแพกต์ต้องเปลี่ยนมาตรฐานใหม่
   ตอนแรกเคยคิดว่า Toyota Vios เป็นซับคอมแพกต์คาร์ที่สวยงามสุดๆคันหนึ่งและยังเชียร์มาตลอด แต่ภายหลังการเปิดตัว All-New Honda City ใหม่ ทำให้ต้องคิดใหม่ และท่านจะลืม Vios ไปโดยปริยาย เพราะออปชั่นที่ใส่มากับ City หลายรายการนั้น Toyota ไม่มีใน Vios เลย อย่างระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ไฟเบรกฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน อะไรพวกนี้ติดมาให้แทบจะทุกรุ่นย่อย และยังมีออปชั่นมากมายอีกหลายรายการที่ทำให้คนไทยสนใจและสามารถเปลี่ยนใจจากเจ้าตลาดได้ทันที

3. เปิดตัว All-New Mazda 3...คอมแพกต์คาร์สะท้านโลก คนไทยตะลึง
   เมื่อถึงเวลาที่เจ้าตลาดปล่อยของกันไปแล้ว หลังจากนั้น Honda เลยขอเอามั่งด้วยการเปิดตัว Honda Civic Minor Change ที่ Change ไม่มากเท่าไหร่ หลังจากนั้นไม่นาน Mazda ก็ขอสู้ศึกด้วยการเปิดตัว All-New Mazda 3 ใหม่ที่นำเอาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟมาใช้แบบเต็มๆคันรถ รถคันนี้ถือเป็นอีกคันที่สร้างมาตรฐานให้กับคอมแพกต์คาร์ และยังเป็นรถที่เปิดทางให้คนไทยสนใจ Mazda และติดตามรถใหม่ของ Mazda มากเสียยิ่งกว่าเดิม ดูจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาก และยังมีบางช่วงที่ทำให้ Honda Civic ต้องเงิบและต้องจดจำไปอีกนาน เพราะยอดขายแซง Civic ได้ เห็นแบบนี้แล้ว คงจะรู้นะว่ามันดีแค่ไหนอะนะครับ 


4. Spyshot Toyota Hilux...หลุดจนปั่นป่วนกันทั้งโลกโซเชียลภายในคืนเดียว
    ยังเป็นเหตุการณ์ที่ผู้เขียนยังจำได้ เมื่อบุคคลท่านหนึ่งได้ส่งภาพกระบะปริศนามาให้ ซึ่งดูจากรูปลักษณ์แล้วก็สามารถฟันธงได้ว่ามันคือ Hilux โฉมใหม่แน่นอน ซึ่งพอมาดูทะเบียนรถที่ติดไว้คือทะเบียน ก-3459 สมุทรปราการ ซึ่งตรงกับทะเบียนของ Yaris คันทดสอบเมื่อนานมาแล้ว ทำให้ยืนยันได้ ซึ่งพอหลังจากผู้เขียนแพร่ข่าว ก็กลายเป็นกระแสที่พูดคุยกันเมามันส์ภายในคืนเดียว และทางบอร์ดของ Headlightmag ก็เอาข่าวของเราไปเผยแพร่ด้วย ถือเป็นกลุ่มแรกๆที่ทราบข่าวนี้เลย ส่วนการเปิดตัวของ Hilux คือเดือนมีนาคม 2015 ครับ


5. ภาพหลุด Nissan NP300 Navara และ Mitsubishi Triton...หลุดจากที่ลับจนต้องตามลบกันอย่างเมามันส์
    ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2014 ยังเป็นช่วงที่ผู้เขียนยังไม่ฉมังและเข้าถึงวงการยานยนต์ได้มากนัก ทำให้ทำอะไรที่ไม่ดีไม่ควรลงไป อย่างเมื่อคราวภาพหลุดกระบะ All-New Nissan NP300 Navara ก่อนการเปิดตัว 1 อาทิตย์ เหตุการณ์นั้นทำให้คนของ Nissan ต้องมาเจรจาตามลบ และหลังจากนั้นอีกไม่นานนัก ก็มีภาพหลุดของ All-New Mitsubishi Triton ออกตามมาเลย และเราก็ยังเผลอลงอีก และคนของค่ายมิตซูบิชิก็ตามมาลบอีก นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทราบว่า การเผยแพร่ภาพถ่ายรถในโรงงาน ซึ่งถือเป็นที่ลับ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และอาจโดนคดีแพ่งและอาญาได้ ดังนั้นตอนนี้จำจนตายเลยครับ (ตอนนี้รถเปิดตัวแล้ว ภาพข้างบนเลยเอามาให้ชมได้)


6. เปิดตัว All-New Nissan NP300 Navara...กระบะผู้ตัดหน้าเจ้าตลาดผู้ลีลาแยะ
    หลังจากผ่านพ้นไปกับภาพหลุด NP300 Navara ในวันที่ 11 มิถุนายน Nissan ก็ได้ฤกษ์เผยโฉมกระบะใหม่ของตนเสียที ซึ่งทำให้คนที่มองเจ้าตลาดอยู่ ต้องมาดูค่ายนี้ทันที เพราะมันได้สร้างมาตรฐานใหม่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปุ่มสตาร์ท แอร์ด้านหลัง สปอยเลอร์ท้าย เกียร์ออโต้ 7 สปีด ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการกระบะไทยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม Nissan ยังต้องให้คนรอกันไปจนถึงช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม กว่าจะประกาศราคาได้  

7. เปิดตัว All-New Mitsubish Triton...กระบะที่เปลี่ยนทุกความเชื่อ(จากภาพหลุด)
    หลังจากที่บ่นๆกันเรื่องหน้าตาที่แสนขี้เหร่ในภาพหลุด Triton จากโรงงาน ซึ่งทำให้หลายคนไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ แต่ภายหลังการเปิดตัวรถคันจริงเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ก็ทำให้ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะตัวรถมันสวยกว่าภาพหลุดมาก แต่ก็ยังติดที่กระจังหน้าคล้ายๆรถจีนไปนิด แต่นอกนั้นถือว่าลงตัวในทุกๆอย่างเลยละครับ 




8. อุบัติเหตุรถตกห้างดัง....ข่าวอุบัติเหตุที่เถียงกันว่ารถที่ตกคือรุ่นอะไร
   เป็นข่าวที่โด่งดังกันเลยทีเดียวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อมีอุบัติเหตุที่หญิงสาววัยกลางคนรายหนึ่งกำลังขับรถแล้วจู่ๆ เกิดอุบัติเหตุตกลงมาจากลานจอดรถในห้างเดอะมอลล์บางกะปิ ส่งผลให้รถคว่ำ เสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ แม้จะไม่ใช่ข่าวที่เกี่ยวกับรถโดยตรง แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้เรื่องรถๆ ต้องไปเกี่ยว เพราะเกิดการถกเถียงกันว่ารถในภาพคือรุ่นอะไร ซึ่งถ้าสังเกตล้อรถก็จะเห็นว่ามันเหมือน Civic แต่สุดท้ายแล้วก็มีผลสรุปมาว่า รถคันนั้นคือ Honda Stream รถมินิแวนที่เลิกขายไปนานแล้ว และขออัพเดตข่าวล่าสุดว่า เหตุการณ์นี้มีการสรุปมาแล้วว่า เกิดจากขวดน้ำขัดแป้นเบรกครับ


9. All-New Mazda 2...เมื่อค่ายที่ทำรถสวยๆโดนด่า
   หลังจากที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่า หลังจากการเปิดตัวของ Mazda 3 ทำให้มีคนติดตามข่าวของค่ายนี้มากขึ้นจนต่อเนื่องมาถึง Mazda 2 ซึ่งก็เผยโฉมหน้าในตลาดโลกช่วงเดือนสิงหาคม และนั่นก็ทำให้คนไทยรอคอยการมาถึงของคันนี้ในเมืองไทย และที่งาน Motor Expo 2014 มันก็มาให้คนไทยได้ตะลึงตึงๆจนได้ แต่....การมาของ Mazda 2 เป็นอะไรที่ดูแปลกๆ เพราะตอนแรกทาง Mazda ยังเล่นตัวไม่เปิดภายในให้ชมกันแม้แต่รอบสื่อก็ตาม ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เปิดจนจบงาน แต่ว่าไม่รู้มีแรงกดดันที่ไหนมา มีใบสั่งให้เปิดภายใน Mazda 2 ในช่วง 3-4 วันสุดท้ายก่อนจบงาน แล้วเป็นไงละครับ คนก็ด่าและตำหนิกันทั่วโซเชียล โดยเฉพาะคนที่ไป 2 รอบแล้วหรือคนที่ต้องเดินทางจากต่างจังหวัดมาก่อนหน้านี้ก็ต้องเซ็งไปตามๆกัน และยิ่งเจอราคาเบื้องต้นเข้าไป มวลชนก็โห่กันใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม คนบ่นไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้บ่น Mazda 2 ทำยอดจองล่วงหน้าไว้แล้วกว่า 2,000 คัน





10. Ford Fiesta..กับ ปัญหาที่ต้องเคลียร์จนเป็นข่าว
   หลายท่านคงเคยเห็น Chevrolet Cruze รวมตัวกันไปประท้วงเรื่องเกียร์พังกันมาแล้ว และค่าย Ford หนึ่งในค่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการหลังการขายที่ยังไม่ค่อยน่าประทับใจ ถ้าค่ายนี้โดนของบ้างละ จะเป็นไง และล่าสุด กลุ่มผู้ใช้ Ford Fiesta ก็รวมตัวกันประท้วงหน้าสำนักงานใหญ่ เพื่อให้ออกมาแก้ปัญหา ระบบเกียร์ ที่มีอาการกระตุก เร่งไม่ขึ้น ทั้งที่ยังใช้รถกันมาไม่ถึง 1 ปี ผลคือผู้บริหารทาง ฟอร์ดประเทศไทย ได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจา และเชิญตัวแทนจากผู้เสียหายเข้าร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไข โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ อีกทั้งยังไม่อนุญาตให้ผู้เสียหายนำเครื่องมือสื่อสารเข้าไปภายในห้องประชุม อีกด้วย สุดท้ายการเจรจาไม่เป็นผล ผู้เสียหายเดินทางกลับโดยที่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาใดๆ ขณะที่ ฟอร์ด ได้ส่งเอกสารชี้แจงว่า พร้อมรับฟังปัญหาของผู้ใช้ รถฟอร์ด และจะพยายามหาทางออกให้ในอนาคต ซึ่งดูเหมือdนว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆด้วย

  และทั้งหมดนี้คือข่าวเด่นๆดังๆในรอบปี ทั้งข่าวการเปิดตัวรถใหม่ หรือข่าวนอกเรื่องวงการยานยนต์ที่มีรถมาเอี่ยว ซึ่งเป็นข่าวเด่นดังและเป็นประเด็นพูดกันมากในสังคมโซเชียล ซึ่งเราก็เอามาให้ชมเป็นเรื่อง Gossip ส่งท้ายปี 2014 ครับ
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

All-New Suzuki Alto ความคลาสลิกเรโทรที่มาพร้อมกับอัตราสิ้นเปลือง 37 กม./ลิตร

  รถแนวเคคาร์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นรถที่ออกแบบให้มาแนวเรียบง่าย น่ารักกุ๊กกิ๊ก เพื่อจะได้เจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ชอบขับรถในเมือง ซึ่งรถแนวนี้สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน แต่มันคงไม่เหมาะกับตลาดไทยซักเท่าไหร่อะนะ เพราะเครื่องเล็กเกิน ในขณะที่คนไทยหลายคนอยากได้เครื่องยนต์แรงๆแต่ประหยัดน้ำมันกันซะมากกว่า



   ล่าสุด Suzuki ก็ได้ทำการเผยโฉม All-New Suzuki Alto โฉมใหม่เจเนเรชั่นที่ 8 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมากับหน้าตาแปลกประหลาดไปหน่อย เพราะมันนำเอาความคลาสสิก และหน้าตาที่ดูเชยๆสุดๆเหมือนรถเก่าๆ เข้ามาผสมกันเลยกลายเป็นอย่างที่เห็นกันนี่ละครับ โดยมากับตัวถังทรงเหลี่ยมๆ ไฟหน้าสี่เหลี่ยมคางหมูธรรมดา และกระจังหน้าที่ชวนให้นึกถึงรถรุ่นเก่าๆ เส้นสายตัวถังก็ใช้ได้ ส่วนด้านท้ายดูแปลกๆไม่มีอะไรเด่นเลย เหมือนหลุดมาจากยุค 90S ซึ่งรูปลักษณ์อาจจะไม่ถูกใจหลายคนแต่มันก็ยังดูใช้ได้พอสมควร


   ภายในของรถนั้นก็มาแนวเชยๆเรียบง่ายไม่หวือหวา เน้นการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งก็จัดวางอุปกรณ์ใช้ได้พอสมควร แต่อาจจะไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่ แต่วัสดุและการประกอบ ยังไงๆรถพวกนี้ก็ทำดีมีคุณภาพกว่ารถในไทยหลายรุ่น ผลจากการขยายความยาวฐานล้อเป็น 2,460 มม. เพิ่มขึ้น+100 มม. ทำให้มันมีพื้นที่ในห้องโดยสารมากขึ้น แต่ความยาวโดยรวมลดลงเหลือเพียง 3,395 มม. ลดลงจากเดิม 185 มม. และน้ำหนักตัวลดลงเหลือเพียง 610 กก. เบากว่าเจนเนอเรชั่นที่ 7 ถึง 60 กก.

   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบตระกูล R engine รหัส R06A ความจุ 660 ซีซี แบ่งเป็นรุ่นหายใจธรรมดา หรืออัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุดประมาณ 55 - 65 แรงม้า PS ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ CVT ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบขับล้อคู่หน้า หรือขับเคลื่อน 4 ล้อตามใจปรารถนา


  ในเรื่องของความประหยัดนั้น Suzuki Alto ใหม่จะมากับเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งซูซูกิเรียกว่า "Suzuki Green Technology" ซึ่งยังส่งผลให้ตัวรถมีอัตราสิ้นเปลืองในโหมด JC08 ในระดับ 37 กม./ลิตรกันเลยทีเดียว ด้านงานวิศวกรรมนั้น ตัวรถใช้เทคโนโลยี TECT หรือ Total Effective Control Technology โครงสร้างน้ำหนักเบา ออกแบบ crushable zone ใหม่เพื่อให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น และผสมผสานการใช้เหล็กกล้าแบบ high-tensile steel และ ultra-high-tensile steel ตามความเหมาะสมในแต่ละจุด

   ในด้านระบบความปลอดภัยนั้นก็จัดมาให้พอสมควร โดยมีระบบเด่นๆ ได้แก่ Radar Brake ช่วยป้องกันการชนรถคันหน้า, ระบบ ESP ป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยรถขึ้นเนิน

   Suzuki Alto โฉมใหม่วางขายที่ญี่ปุ่นแล้ว ในราคาเริ่มต้นที่ 847,000 เยน (คำนวณเงินไทยกันเอาเอง) ส่วนจะมาไทยหรือไม่ บอกเลยไม่มาแน่นอนเพราะเป็นรถที่สงวนลิขสิทธิ์เฉพาะที่ญี่ปุ่นหรือ JDM เท่านั้น นอกจากจะให้เกรย์นำเข้ามาขายเองครับ
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

มาดู Honda N-ฺฺฺฺBox Slash เคคาร์แนวเรโทรสำหรับคนยุ่นเท่านั้น

   ตลาด Kei Car ยังคงเป็นตลาดที่น่าจะเหมาะกับประเทศญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนเมืองที่ขับรถไปไหนมาไหนซอกแซกในเมืองได้สะดวก แน่นอนว่าคนไทยก็อยากได้อะไรแบบนี้บ้าง ซึ่งก็มีผู้นำเข้าบางรายนำเข้ารถพวกนี้มาตอบสนองความต้องการให้กับคนไทยแล้วละครับ และด้วยความเป็นรถนำเข้า ราคามันก็เลยแพงเกินตัวมันไงละ

   เมื่อไม่นานมานี้ Honda ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ฤกษ์ปล่อย Kei Car รุ่นใหม่และวางขายในญี่ปุ่นแล้วด้วย ซึ่งรถที่ว่าก็คือ Honda N-Box Slash ใหม่ ที่มากับแนวการออกแบบสไตล์ทรงกล่องเหมือนชื่อรุ่นของมัน และยังผสมผสานความเป็นสปอร์ตคูเป้ รวมถึงแนวการออกแบบภายในที่ดูโดดเด่นทำให้มันน่าสนใจไม่น้อยเลย




   เส้นสายตัวรถนั้นดูเรียบง่ายสบายตาซึ่งมองแล้วไม่เบื่อสายตาเลย และยิ่งใส่ล้อกระทะยิ่งเพิ่มความเรโทรของมันเข้าไปใหญ่ ตัวรถมากับแนวการออกแบบที่เรียกว่า Box Coupe ด้วยการหั่นส่วนสูงจาก N-Box ตัวธรรมไป 100 มม. แล้วทำหลังคาส่วนเสา C ให้ดูลาดลงกว่าเดิม และทำการตวัดเส้นสายประตูหลังขึ้นไป พร้อมทำมือจับประตูสไตล์สปอร์ตเหมือน HR-V เพียงเท่านี้ก็ยกระดับความสปอร์ตของตัวรถได้แล้ว และยังคงแฝงความน่ารักในฉบับรถ Kei Car ด้วย

   ภายในนั้นก็ออกแบบให้ดูมีแนวเรโทรและคลาสลิกผสมกัน ซึ่งมากับแนวการออกแบบตกแต่ง 4 สไตล์ด้วยกัน
-The Bright Rod Style มากับภายในสีเบจ ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องอบแห้งอเมริกันและเครื่องใช้ไฟฟ้ายุค 1950-1960
-The Street Rod Style ตกแต่งภายในสีดำ ให้บรรยากาศเหมือนรถซิ่ง Hot Rod
-The California Diner Style ตกแต่งด้วยสีแดงและประดับด้วยลายธงหมากรุก ที่ชวนให้นึกถึงร้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย
-The Hawaii Glide Style ตกแต่งด้วยสีขาวและฟ้าสว่าง ให้บรรยากาศแสงตกกระทบชายหาดฮาวาย
-The Tennessee Session Style ตกแต่งด้วยสีดำและน้ำตาล ให้บรรยากาศเหมือนบ้านที่กล่อมเกลาด้วยเพลงแจ๊ซและบลูส์


  นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังมีจุดเด่นอีกหลายอย่าง เพิ่มความบันเทิงด้วยลำโพง Sound Mapping System 8 จุดพร้อม 1 ซับวูฟเฟอร์คุณภาพสูงและยังมีฟีเจอร์เด็ดๆอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเบรกมือไฟฟ้า, พวงมาลัย/เบาะคู่หน้า อุ่นด้วยไฟฟ้า, ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน, ระบบช่วยการทรงตัว
VSA, ระบบช่วยขึ้นเนินเขา HSA, ระบบ City Brake ช่วยเบรกฉุกเฉิน พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้างด้วย


   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับขุมพลังเบนซิน 660 CC. EarthDream Technology มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่นคือรุ่น N/A พละกำลัง 58 แรงม้าแรงบิด 65 นิวตัน-เมตร  และเครื่องยนต์แบบเทอร์โบ 64 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 104 นิวตัน/เมตร


   Honda N-Box Slash วางขายในญี่ปุ่นแล้วตอนนี้ในราคาเริ่มต้นที่ 1,380,000 เยน (คำนวณเองนะครับ) ส่วนเมืองไทยนั้นถ้าคิดว่า Honda Thailand จะนำเข้ามาขาย รบกวนตื่นขึ้นมา วางถุงกาวลงแล้วตั้งสติ เพราะไม่มีทาง แต่ถ้าอยากได้ให้เกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามาขายคันละล้าน นี่เป็นทางเลือกเดียวครับ
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

เตรียมเฮ! ค่าย Nissan จ่อปลุก Nissan Silvia กลับมาโลดแล่นบนถนนอีกครั้ง

  หลายคนคงจำกันได้ถึงตำนาน Nissan Silvia รถสปอร์ตของ Nissan ที่เคยโลดแล่นบนถนน ซึ่งรุ่นที่โด่งดังสุดๆก็คือ Silvia 13 แล้วชื่อนี้ก็หายจากตลาด แต่จะเป็นอย่างไร ถ้า Nissan คิดจะปลุกชื่อของ Silvia นั้นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวความคืบหน้ามาครับ

   เว็บไซด์ carlist ของมาเลเซียนั้น ได้รายงานข่าวนี้ว่า All-New Nissan Silvia อาจจะคัมแบ็คสู่ตลาดและจะมาโลดแล่นบนถนนอีกครั้งในช่วงปี 2017 ซึ่งตามรายงานข่าวนั้นบอกมาว่า All-New Silvia จะพัฒนาต่อยอดจากต้นแบบ IDX Concept ที่เคยเผยโฉมที่งาน Toyko Motor Show 2013

   และยังมีข่าวลืออีกว่า All-New Nissan Silvia ใหม่ จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับอิทธิพลมาจากต้นแบบ Sport Sedan Concept มีเครื่องยนต์ทั้งขนาด 1.2 ลิตรเทอร์โบและ 1.6 ลิตรเทอร์โบ ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ

Nissan Sport Sedan Concept
   หากข่าวที่ร่ำลือนี้เป็นจริง Nissan จะทำตลาด SIlvia โฉมใหม่ให้ต่ำกว่า 370Z และจะมาเป็นคู่แข่งของ Toyota 86/Subaru BR-Z ซึ่งอาจจะอวดโฉมต้นแบบที่ Toyko Motor Show 2015 ครับ ยังไงก็รอชมต่อไป
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Ford Thailand ปล่อยข้อมูล All-New Everest แล้ว พร้อมเปิดตัวและส่งมอบราวๆกลางปี 2015

   เชื่อว่าคนไทยหลายคนรอคอยรถรุ่นใหม่ๆจาก Ford กันมาก โดยเฉพาะ Ford Everest โฉมใหม่ที่คนไทยอยากให้มันมาเปิดตัวไวๆและอยากจะรู้ราคากันมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าในปีหน้ามันจะมาแข่งกับ Toyota Fortuner โฉมใหม่ และรวมถึง Mitsubishi Pajero Sport โฉมใหม่ที่จะตามออกมาด้วย


   ล่าสุด ทางค่าย Ford ก็ไม่รอช้า รีบสกัดจุดคู่แข่งด้วยการปล่อยข้อมูลของ All-New Ford Everest โฉมใหม่ผ่านทางหน้าเว็บไซด์ Official ของ Ford เป็นที่เรียบร้อยครับ ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมพี่ Ford ถึงรีบปล่อยของออกมาเร็วซะขนาดนั้น ทั้งๆที่กว่าจะเปิดตัวและขายจริงก็กลางปีหน้าโน่นแน่ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้คนไทยเห็นข้อมูลไว้ตัดสินใจในการซื้อรถ และแน่นอนอีกเรื่องที่ Ford ถนัดก็คือ การเอารถใหม่ที่ยังไม่เปิดตัวและไม่มีการปิดบังหน้าตารถด้วย (อาจปิดรายละเอียดนิดๆ) เอามาวิ่งทดสอบ (หรือจะเรียกวิ่งอวดชาวบ้านน่าจะดีกว่า) แน่นอนมันทำให้คนไทยยิ่งอยากให้มันเปิดตัวเร็วขึ้น ว่ากันง่าย...มันอ่อยนี่เอง


   แน่นอนว่าการมาของ Ford Everest โฉมใหม่ จะต้องสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถกระบะดัดแปลงในไทยได้แน่นอน เพราะมันจะจัดเต็มด้วยออปชั่นที่ยกมาจากรถรุ่นหรูๆกันเลยทีเดียวครับ อย่างหลังคาห้องโดยสารแบบพาโนรามิคมูนรูฟ สะดวกกว่าในการปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่ด้านหลังได้ตามต้องการ กับเบาะแถวที่ 3 แบบปรับไฟฟ้า ที่สามารถพับเก็บเรียบไปกับพื้นได้ในจังหวะเดียว เพียงกดปุ่มเท่านั้น และด้วยเทคโนโลยีเหนือชั้นของระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC™ with MyFord Touch ที่มีเฉพาะในฟอร์ด ให้คุณจัดการทุกอย่างแบบแฮนด์ฟรี โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย


   ส่วนเครื่องยนต์นั้น จะมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบ และย้ำไว้ตรงนี้ว่า เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร Ecoboost ไม่มาไทยนะครับ มาแล้วราคาสูงก็บ่นกันอีก เชื่อหรอกว่าคนไทยคาดหวังอยากได้ของดีๆ อยากให้มาแต่ไม่ซื้อก็ไม่ไหวนะครับ ขุมพลังนั้นมากับเครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ลิตร 5 สูบ 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตัน-เมตร และตามด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 150 แรงม้าในบางรุ่นย่อย และยังมีระบบ
 Terrain Management System สามารถเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ ในขณะรถจะกำลังวิ่ง



  อีกจุดขายเด่นๆที่น่าสนใจของ Everest ใหม่ก็คือ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ Active Park Assist ระบบจะช่วยบังคับพวงมาลัยจอดเองภายในไม่กี่วินาทีเมื่อคุณต้องการเทียบจอด และยังเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นในการเปลี่ยนเลนหรือถอยหลังออกจากที่จอดรถ กับระบบตรวจจับรถในจุดบอดระบบ BLIS® (Blind Spot Information System) เทคโนโลยีที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อตรวจจับรถที่คุณไม่ทันสังเกตเห็น

   ด้านราคานั้น ยังไม่มีการประกาศอยู่แล้วครับ แหม..ก็เพราะกว่าจะเปิดตัวก็น่าจะอีกนาน ซึ่งคิดว่าอาจจะเอามาโชว์ตัวที่งาน Motor Show 2015 และคงเปิดรับจอง ซึ่งกว่าจะขายจริงและเริ่มส่งมอบก็น่าจะเดือนพฤษภาคม 2015 โน่น แล้วถึงจะประกาศราคาราวๆนั้นหละ รอกันไปก่อนครับ แต่บอกไว้เลย มันแพงแน่ๆ ออปชั่นเยอะขนาดนั้น น่าจะราคาแถวๆ 1.3-1.6 ล้าน อาจจะสูงกว่านั้นก็เป็นได้ครับ แต่ยังไงก็รอกันไปก่อนครับ
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หลุดเต็มตา! Ford Ranger WildTrak Minor Change ปีหน้ามาแน่นอน

  อีกหนึ่งกระบะรุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอย นั่นก็คือ Ford Ranger Minor Change ซึ่งในรุ่นปัจจุบันก็สร้างผลงานที่ดีให้กับค่าย แม้ยอดขายอาจจะไม่ได้เทพอย่างเจ้าตลาดทั้งหลาย แต่มันก็ยังคงเป็นกระบะที่หล่อและเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของผู้ใช้กระบะกันเลยทีเดียว ก็เพราะหน้าตาของมันนั่นเอง

   และล่าสุดเมื่อวานมานี้ (19 ธ.ค.) อยู่ๆก็มีภาพหลุดของกระบะ Ford Ranger WildTrak จากสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยทางเพจ MZ Crazy Car Thailand ได้โพสต์ไว้ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใช่โรงงานหรือเปล่า ทางบอร์ดเว็บ Headlightmag เลยจับพราง Background ไว้ก่อนเลย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อวานนี้ก็มีคนให้ความสนใจมากที่เดียว ซึ่งปกติเนี่ยทางเว็บไฟหน้าจะเคร่งเรื่องนี้มาก แต่ในเมื่อยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าถ่ายจากที่ไหน ทางเว็บ Headlightmag ก็พรางกันเหนียวไว้ก่อนเนอะ...


   รูปร่างหน้าตาก็เหมือนกับ Ranger Minor Change ที่ Ford ปล่อยรูปออกมาก่อนหน้านี้ แต่ทำกันชนหน้าและกระจังหน้าให้เป็นสีดำเพื่อให้มีความแตกต่างระหว่างตัวธรรมดากับ WildTrak ซึ่งหน้าตาก็ดูหล่อขึ้น เปลี่ยนบันไดข้างให้เข้ากับยุคสมัย แต่ล้ออัลลอยนั้น...มันทำให้เรานึกว่า เจ้ากระบะคันนี้มันคือ Ford Ranger TRD Sportivo ยังไงยังงั้น เพราะลายล้อมันช่างคล้าย Toyota Fortuner TRD Sportivo IV ซะจริงๆเลย

   ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเพราะไม่จำเป็น มีให้ทั้งเครื่องดีเซล 2.2 ลิตรและเบนซิน 2.5 ลิตร ส่วนรุ่นดีเซล 3.2 ลิตร นั้นมีข่าวลือว่าจะยุติการผลิตขายในไทย ก็ต้องรอดูครับว่ามันจะเอาออกหรือเปล่า แต่ผู้เขียนว่าอย่าเลยนะครับ 

   การเปิดตัวนั้นคาดว่าอย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นเดือนมีนาคม 2558 ช่วง Motor Show 2015 และคงจะมาปะทะกับ Toyota Hilux โฉมใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน งานนี้มันส์พะยะค่ะ.. 
ที่มา : MZ Crazy Car Thailand 
แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!  

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 32 : Honda CR-V VS. Nissan X-Trail

  เมื่อช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ตลาดรถกลุ่มคอมแพกต์เอสยูวีมีความร้อนแรงกันมากพอสมควร เพราะมีของใหม่ส่งลงตลาดกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ถ้าไม่นับรวมซับคอมแพกต์ตัวใหม่จากค่าย Honda มาสร้างความร้อนแรงอีกต่างหาก และดูเหมือนว่าตลาดรถอเนกประสงค์จะโตขึ้นและโตได้อีกนะครับ 

   ฉะนั้นแล้วเราเลยเอาสองรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่กี่เดือนมาเปรียบเทียบกัน เริ่มที่ Honda CR-V Minor Change ที่ขอชิงตัดหน้าเปิดตัวก่อน Nissan X-Trail ซึ่งดูเหมือนว่า Honda จะรู้ว่า Nissan จะเปิดตัวรถกลุ่มนี้ รวมถึงยอดรถค่ายตัวเองที่เริ่มโดนค่าย Mazda แทะไปเรื่อยๆ งานนี้เลยขอเสนอหน้าเปิดตัวก่อนเพื่อเก็บยอดขายก่อนเลย ส่วนทางด้าน Nissan X-Trail ก็มีแฟนคลับที่รอคอยการเปิดตัวไม่น้อย เพราะงานนี้ Nissan ขอเอามันมาผลิตที่ไทยเลย และก็หาจุดขายใหม่ๆ (และต้องยอมตัดของบางอย่าง) และทำราคาได้ถูกกว่าคู่แข่งจนเราอาจจะเขวกันเลยก็ได้ ฉะนั้นเราจะมาเทียบกันให้ชัดๆว่า สองคันนี้มันต่างอะไรกันบ้างครับ ไปชมกัน..

  มาดูทางด้านรูปร่างหน้าตาของรถกันก่อนเลย ด้านหน้าตาของ Honda CR-V รุ่นปรับปรุงโฉมนั้น ก็มีการปรับปรุงให้ดูหล่อเหลากว่าเดิม ด้วยกระจังหน้าทรง Solid Wing Face ของแนวการออกแบบ Exciting H Design ที่เปลี่ยนแปลงแล้วดูดีขึ้นและเท่ขึ้นทันตาเห็น ล้ออัลลอยลาย 18 นิ้วของตัวท็อปลายใบพัด ก็ดูดีเหมือนกัน แต่บางคนก็ไม่ชอบ แต่ล้อรุ่นรองลงมาเนี่ยสิ อาการหนักเลย แต่ยังไงรูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมก็ถือว่าผ่านครับ ส่วนหน้าตาของ Nissan X-Trail นั้น ก็ถือว่ามากับรูปลักษณ์ที่ดูดีและหรูหราเช่นกัน ด้วยกระจังหน้าทรง V-Shape อันเป็นเอกลักษณ์ของรถ รวมถึงไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยว ทำให้มันดูน่าเกรงขามไม่น้อย แม้บางคนอาจบอกว่ารูปลักษณ์เชยไปหน่อย แต่รูปร่างแบบนี้หละมองได้นานนะ ล้ออัลลอยยังมีให้ทั้ง 17 และ 18 นิ้ว ซึ่งลายเข้าท่ากว่า CR-V พอสมควร จุดเด่นของรถคันนี้คือมันมีหลังคาพานารอมิกรูฟ (เหมือน HR-V) ติดตั้งมาให้ในรุ่นท็อปด้วย โดยรวมก็ถือว่าโอเคครับ

   มาดูกันที่ภายในห้องโดยสารของรถกันบ้าง ห้องโดยสารของ Honda CR-V ก็แลดูเรียบง่ายแต่ใช้งานได้ค่อนข้างดี ภายในปรับคอนโซลใหม่ให้มีมิติขึ้น และขึ้นลายตะเข็บหลอกๆไว้ แต่ก็ยังดูดี มีหน้าจอสัมผัสอันใหม่มาให้ รองรับการเชื่อมต่อ USB AUX HDMI เชื่อมสมาร์ทโฟนและสั่งการด้วยเสียงได นอกจากนี้ยังมีแพดเดิลชิพมาให้ด้วย ส่วนพื้นที่ห้องโดยสารก็ถือว่าสบาย แต่ยังไม่เท่าเบาะแถว 2 ของ Nissan ซึ่งสบายกว่า โดย Nissan ก็มากับภายในที่หรูหราเช่นกัน ซึ่งในรุ่นท็อปและรองจะใช้โทนดำ นอกนั้นจะใช้ห้องโดยสารสีเบจ มีระบบต่างๆให้เล่นครบเหมือน Honda มีจอสัมผัส 7 นิ้ว เชื่อมต่อได้หลายอย่าง และยังมี NissanConnect ที่สามารถเล่น Facebook หรือเปิด Google Search ได้ด้วย และรถคันนี้ยังมีเบาะแถว 3 ด้วย แต่คงต้องให้เด็กนั่ง เพราะโคตรเล็กเลย จุดเด่นอีกจุดของนิสสันก็คือประตูท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบยุโรป เพียงยื่นมือไปที่กระโปรงท้ายหรือกดปุ่ม มันก็จะยกขึ้นมาให้อัตโนมัติ ซึ่งใน CR-V เมืองนอกมีครับ แต่ไทยไม่เอามา..แค่นั้นเอง

   ด้านพละกำลังของรถนั้น สำหรับ Honda CR-V ในรุ่น 2.0 ลิตร เรายังคงได้ขุมพลังเดิม ที่มากับพละกำลัง 155 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกีบร์อัตโนมัติ 5 สปีด แตในเครื่องเบนซิน 2.4 ลิตร มาพร้อม EarthDream Technology มากับพละกำลัง 175 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ทางด้าน Nissan X-Trail นั้นก็มีขุมพลังให้เลือก 2 แบบเช่นกัน มากับเครื่อง 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ใหม่ ติดตั้งระบบฉีดเชื้อเพลิงตรงไดเร็กอินเจ็กชั่นเป็นครั้งแรก มากับพละกำลังสูงสุด 144 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 200 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ X-TRONIC CVT รุ่นใหม่พร้อม manual mode และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรบล็อกเดียวกับ Teana กำลังสูงสุด 171 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 233 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ X-TRONIC CVT รุ่นใหม่เช่นกัน ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้น รุ่น 2.0 จะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ ส่วนรุ่น 2.5 มีให้เฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

   ในด้านระบบความปลอดภัยของนั้น ทางด้าน Honda นั้นจัดมาเต็มพอสมควร ด้วยระบบความปลอดภัยที่ยกมาจาก Accord (แค่อันเดียว) นั่นก็คือ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และงานนี้ Honda ได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดลงไปได้อย่างน่าชมด้วยการเพิ่มถุงลมด้านข้าง และม่านถุงลมให้ครบทุกรุ่นย่อย และติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ไฟสัญญาณเตือนอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ส่วนทางด้าน Nissan จะเน้นไปที่ระบบช่วยเหลือการขับขี่ไปเสียมากมาย จนทำให้ต้องยอมตัดถุงลมด้านข้างในรุ่นล่างๆและม่านถุงลมในรุ่นท็อป ทำให้ในรุ่นท็อปนั้นอย่างเก่งก็จะมีถุงลมคู่หน้าและด้านข้าง ซึ่งระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Nissan ก็มีระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะที่ผู้ขับขี่ถอนคันเร่ง หรือเข้าโค้ง AEB - Active Engine Brake ,ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ ARC - Active Ride Control ,ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ATC - Active Trace Control ,ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (ในรุ่นท็อปจะมี ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control เสริมเข้ามาด้วย),ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะวิ่งบนถนนลื่น ,ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC ,ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรี TCS ,ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS ,ระบบกระจายแรงเบรก EBD และ ระบบเสริมแรงเบรก BA
 


   ทางด้านราคานั้น Honda CR-V นั้นมีค่าตัวเริ่มต้นที่รุ่น 2.0 S ราคา 1,200,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 32,000 บาท) รุ่น 2.0 E 4WD ราคา 1,325,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 47,000 บาท) รุ่น 2.4 EL ราคา 1,495,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 47,000 บาท) และรุ่น 2.4 EL 4WD ราคา 1,580,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 33,000 บาท) ส่วน Nissan X-Trail นั้นมีราคาตั้งแต่รุ่น 2.0S 2WD ราคา 1,172,000 บาท,รุ่น 2.0E 2WD ราคา 1,246,000 บาท,รุ่น 2.0V 4WD ราคา 1,325,000 บาท และรุ่น 2.5V 4WD ราคา 1,551,000 บาท.....ซึ่งถ้าดูราคาแล้ว จะเห็นได้เลยว่า Nissan ตั้งราคาถูกกว่าคู่แข่งตัวสำคัญอย่าง Honda CR-V และ Mazda CX-5 ซึ่งถ้าใครกำลังจะซื้อ 2 คันดังกล่าว อาจจะมีลังเลได้ครับ


Function

Honda CR-V 2.4 EL 4WD
Nissan X-Trail 2.5V 4WD
สัดส่วนตัวรถ (ยาว/กว้าง/สูง)
4582/1820/1685
4640/1820/1720
ไฟหน้า

HID Projector ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ
LED Projector ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ
DRL
มี
มี
หลังคาพานารอมิครูฟ
-
มี
ประตูท้ายเปิดอัตโนมัติ
-
มี
สวิตซ์ปรับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ
-
มี
ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
มี
มี
กุญแจอัจฉริยะ
มี
มี
ครูสคอนโทรล
มี
มี
แพดเดิ้ลชิฟท์
มี
-
เบาะนั่งคนขับ
ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า
ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบปรับดันหลังไฟฟ้า
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
มี
มี
เบาะแถวสองพับแบบ 60 : 40
พับแบบครั้งเดียว
มี
เบาะแถวสาม
-
มี
ระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติแบบแยกอิสระซ้ายขวา
อัตโนมัติแบบแยกอิสระซ้ายขวา
ช่องปรับอากาศตอนหลัง
มี
มี
ระบบเครื่องเสียง
จอสัมผัสแบบ Advance Touch 7 นิ้ว
จอขนาด 7 นิ้วแบบ Touch Screen รองรับ NissanConnect
ระบบสั่งการด้วยเสียง
มี
มี
รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
มี
มี
Bluetooth
มี
มี
ช่องเชื่อมต่อ USB AUX
มี
มี
ช่องเชื่อมต่อ HDMI
มี
-
ลำโพง
6 ตัว
6 ตัว
Engine
เครื่องยนต์
เบนซิน 2.4 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว
เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว
พละกำลัง (แรงม้า/รอบต่อนาที)
175/6,200
171/6,000
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร/รอบต่อนาที)
225/4,000
233/4,000
ระบบส่งกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ CVT
เกียร์อัตโนมัติ XTronic   CVT
Safety
ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
มี
-
ถุงลมคู่หน้า
มี
มี
ถุงลมด้านข้าง
มี
มี
ม่านถุงลมนิรภัย
มี
-
ABS EBD
มี
มี
ระบบควบคุมการทรงตัว
มี
มี
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
มี
มี พร้อมระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน
ไฟสัญญาณเตือนอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน
มี
-
กล้องมองหลัง
ปรับได้ 3 ระดับ
มี
ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น
-
มี
ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ
-
มี
ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติขณะถอนคันเร่งหรือเข้าโค้ง
-
มี
ระบบควบคุมเสถียรภาพการเข้าโค้ง
-
มี
กล้องมองภาพรอบทิศทาง
-
มี
Price
ราคา
 1,580,000 บาท
 1,551,000 บาท
     สรุป...Honda CR-V และ Nissan X-Trail ต่างเป็นรถที่น่าสนใจทั้งคู่ ด้วยชั้นเชิงของ Honda บวกกับหน้าตาที่ดูดีใช้ได้ ออปชั่นครบ เชื่อว่ามันยังคงขายได้ดีแน่นอน ส่วนทางด้าน Nissan X-Trail ที่ปรับแผนมาผลิตในไทย และพร้อมรุกตลาดเต็มที่ ดูเหมือนว่าจะมาถูกทางเช่นกัน เพราะงานนี้ Nissan ได้กำไรจากเจ้า X-Trail แน่นอน ด้วยหน้าตาที่สวยงามหรูหรา ออปชั่นเด่น เบาะหลังนั่งสบาย แม้สมรรถนะอาจจะไม่ดีเท่า CX-5 แต่ช่วงล่าง Nissan ที่หลายคนก็บอกว่าดีกว่า Honda อันนี้ก็ลองพิสูจน์เองครับ Honda ถือว่ามากับออปชั่นที่ครบถ้วน แต่ก็ยังมีอะไรหลายอย่างที่สู้ X-Trail ไม่ได้ ส่วน Nissan ออปชั่นก็มาเต็ม แต่ติดตรงระบบถุงลม รวมทั้งราคาถูกด้วย คราวนี้มาแปลกครับ...ด้วยความที่ตัดสินกันไม่ถูกเลย และมันก็ดีทั้งคู่ น่าสนทั้งคู่ การเปรียบเทียบครั้งนี้เลยให้เสมอกันครับ 


Score
รูปร่างหน้าตา 5
4
4
ฟังก์ชัน 5
4.5
4.5
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 5
4
4
ระบบความปลอดภัย 5
4
4
ราคา 5
4
4.5
ศูนย์บริการ 5
4.5
4
รวม 30
24.5
24.5

แนะนำ ติชม พูดคุย ติดตามข่าวสารรถใหม่ฉับไวก่อนใครกับ Cars New Update ที่นี่!!