Like Box

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ด่วน! หลุดสเปก Suzuki Ciaz ในไทย คอนเฟิร์ม มาแน่นอนช่วงเดือนมีนาคม

 ช่วงนี้ข่าวคราวของรถใหม่ค่าย Suzuki ดูจะเงียบงัน แม้ว่าการเปิดตัว Swift RX เพื่อกระตุ้นตลาดให้ดีขึ้น ก็พอทำให้มีกระแสขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งมันก็ขายได้เรื่อยๆตามประสาค่ายเล็กๆ แต่สำหรับปีนี้จะมีรถใหม่ที่จะมาดึงเงินจากกระเป๋าลูกค้าออกไป ซึ่งเชื่อว่าลูกค้าจะต้องสนใจแน่ๆ

   และรถที่กำลังพูดถึงก็คือ Suzuki Ciaz ว่าที่อีโคคาร์ซีดานคันใหม่จากค่าย Suzuki ซึ่งจะเป็นรถคันสุดท้ายของโครงการอีโคคาร์ เฟส 1 ไม่ใช่ อีโคคาร์เฟส 2 แต่อย่างใดครับ ซึ่งถ้ามันมาไทยเมื่อไหร่ ผู้เขียนรับประกันว่ามันจะต้องเป็นอีโคคาร์ซีดานที่หรูหราที่สุดและใหญ่ที่สุด รวมทั้งสวยที่สุดในตลาดแน่นอน และตัวรถที่ดูดีมันอาจจะสามารถข่ม B-Segment บางเจ้าได้เลยทีเดียว


   ล่าสุดไม่นานมานี้ ก็ได้มีภาพหลุดการสนทนากันจากเพจ Thai Suzuki Ciaz Club กล่าวถึงออปชั่นของ Suzuki Ciaz ตัวที่จะมาเปิดตัวในไทย ซึ่งก็ได้ข้อมูลว่า ในเวอร์ชั่นไทยนั้นในรุ่นท็อป จะมากับออปชั่นเต็มๆแน่นอน ซึ่งประกอบไปด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ชุดแต่งรอบคัน หน้าจอสัมผัสพร้อมเนวิเกเตอร์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ภายในสีดำ และยังมาพร้อมกับเบาะหนังด้วย ส่วนแอร์หลังนั้นยังไม่มีข้อมูลว่าจะมาหรือไม่ ส่วนใครที่หวังเรื่องครูซคอนโทรล บอกเลยว่าไม่มีครับ

   ด้านเครื่องยนต์นั้นคาดการณ์ว่าจะยกขุมพลัง 1.25 ลิตรจาก Swift มาใส่ลงไป เพื่อจะไดประหยัดต้นทุนด้วย ส่วนการเปิดตัวในไทยนั้นคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม ช่วงงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2015 ที่กำลังใกล้เข้ามาถึงครับ ฉะนั้นใครกำลังมองหาอีโคคาร์ซีดานก็รอดูตัวนี้ได้เลย
ขอบคุณข้อมูลจากเพจ Thai Suzuki Ciaz Club
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Range Rover Evoque Minor Change ปรับนิดหน่อย แต่สดใหม่กว่าเดิมมาก

 ค่าย Land Rover ถือว่าประสบความสำเร็จกับการนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับซับแบรนด์สุดพรีเมี่ยมอย่าง Range Rover ด้วยการนำเสนอ Range Rover Evoque สปอร์ตเอสยูวีที่ฉีกแนวทางเดิมๆของ Land Rover ที่ออกแบบรถแนวเหลี่ยมๆแข็งๆทื่อๆมาตลอด ถือเป็นการก้าวข้าวมาตรฐานเดิมๆอย่างงดงาม และด้วยคู่แข่งน้องใหม่ที่จุติขึ้นมาหลายคัน ไม่ว่าจะเป็น BMW X4 หรือจะเป็น Mercedes-Benz GLE Coupe รวมทั้ง Audi TT Crossover ที่ใกล้จะแจ้งเกิดในอนาคตด้วย ดังนั้น Land Rover ต้องแต่งเติมความสดใหม่ให้กับเจ้า Rangie คันน้อยคันนี้เสียหน่อย

   และนี่คือโฉมหน้าของ Land Rover Range Rover Evoque ใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงหน้าตาและองค์ประกอบหลายอย่างซึ่งทำให้ตัวรถดูสดใหม่กว่าเดิมเหมือนรถโมเดลใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกันเลยทีเดียว เนื่อจากตัวรถที่มากับแนวการออกแบบที่ลงตัวอยู่แล้ว ดังนั้นทางค่ายจึงไม่ปรับอะไรมากเท่าไหร่นัก ด้วยการเปลี่ยนชุดกระจังหน้าใหม่ ซึ่งมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ กระจังหน้าลายขวาง 2 ชั้นในรุ่น SEและกระจังหน้าลายรังผึ้งคล้าย Range Rover Sport ในรุ่น HSE Dynamic และมาพร้อมกับฟังก์ชั่นแกว่งเท้าเปิดฝาท้าย เปลี่ยนโคมไฟตัดหมอกเป็นแบบ LED และทำการออกแบบไฟหน้า Adaptive LED ใหม่ให้เรียวเล็กลง เสริมความโดดเด่นด้วยเส้นไฟ LED DRL ทำให้รถดูสง่าไม่น้อยเลย นอกจากนี้ยังได้เพิ่มล้ออัลลอยลายใหม่ และเปลี่ยนโคมไฟท้ายใหม่แบบ LED และสปอยเลอร์ท้ายขนาดใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งครีบรับสัญญาณเครือข่าย 3G แบบใหม่บนหลังคา เพื่อการรับภาคสัญญาณสำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์
ภายในรถที่คมชัดขึ้น ซึ่งโดยรวมนั้นยังคงความสวยงามตามแบบฉบับ Land Rover ได้ครบถ้วนสมบูรณ์


   ภายในห้องโดยสารนั้น ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การปรับหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในห้องโดยสาร จึงไม่ได้ต่างจากของเดิม แต่เน้นการตกแต่งภายในห้องโดยสารให้ดูหรูหรากว่าเดิมด้วยการหุ้มหนังและขึ้นตะเข็บแบบโทนสีใหม่ซึ่งให้ความรู้สึกน่ามองกว่าเดิม พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้าเป็นของเล่นเสริม และบุวัสดุบนคอนโซลใหม่ที่ดูพรีเมียมและหรูหรากว่าเดิม ฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจคือ การติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ InControlITM Touch พร้อมหน้าจอสัมผัสใหม่ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายกว่าเดิมคล้ายสมาร์ทโฟนมากขึ้น กระหึ่มด้วยระบบเครื่องเสียง 11 ลำโพงจาก Meridianหรืออยากได้แจ่มๆสะใจก็สามารถเพิ่มออปชั่นเป็น 17 ลำโพงได้

   ด้านเครื่องยนต์นั้นมีการเพิ่มขุมพลัง TD4 ชุดใหม่เข้ามา มากับเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ มีขุมพลังให้เลือก 2 ระบบคือ 150 และ 180 แรงม้า ซึ่งถูกทำให้น้ำหนักเครื่องยนต์ลดลง 30 กก. และเครื่องตัวนี้ยังรองรับมาตรฐาน EURO6 ด้วย

   ด้านระบบความปลอดภัยนั้นก็ได้อัดแน่นระบบช่วยเหลือเด็ดหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน ระบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) ช่วยเบรกรถอัตโนมัติในความเร็วต่ำ
และระบบ Attention Assist เพื่อป้องกันอาการหลับในของผู้ขับขี่


   Land Rover Range Rover Evoque ใหม่จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน Geneva Motor Show 2015 ช่วงเดือนมีนาคม ยังไม่มีการประกาศราคา ซึ่งคาดว่าล็อตแรกจะได้รับการส่งมอบในช่วงเดือนสิงหาคม ส่วนไทยน่าจะมาในช่วงปลายปีนี้ครับ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สะเทือนวงการ! เมื่อ Chevrolet ประกาศยกเลิกผลิต Sonic เลิกขาย Spin และยกเลิกโครงการอีโคคาร์เฟส 2

  สถานการณ์ของ Chevrolet ในช่วง 1-2 ปีมานี้ ดูจะน่าเป็นห่วงมากพอสมควร เพราะความไว้วางใจของคนไทยที่มีต่อค่ายนี้เริ่มมีน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็มีทั้งกับที่ไปเจอกับตัวและอ่านๆเจอมา แน่นอนละครับ ปัจจัยดังกล่าวทำให้คนเริ่มหมดศรัทธา และปีที่ผ่านมา Chevrolet ก็ได้ทำการไถ่ถอน Colorado ตัวตอนเดียวกับ 4x4 ออกจากตลาดแบบไม่เหลือเยื่อใย และในปีนี้แม้จะมีการเปิดตัว Trailblazer ตัวปรับปรุงอุปกรณ์ก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น


   แน่นอนว่าอะไรๆหลายอย่างก็ดูจะเริ่มเลวร้าย โชคเริ่มไม่เข้าข้างค่ายนี้ซะเลย เพราะ ล่าสุดค่าย Chevrolet Thailand ก็ได้ออกมาประกาศข่าวที่น่าจะสร้างความสะเทือนให้กับวงการยานยนต์ของเมืองไทยไม่น้อย ซึ่งทาง GM เมืองไทยนั้น ได้ออกมาบอกกล่าวกันว่า ในอนาคตอันใกล้ทางค่ายจะทำการเลิกผลิตรถ B-Segment ของค่ายอย่าง Chevrolet Sonic ในเมืองไทยภายในช่วงกลางปีนี้ และในอนาคต GM จะเน้นการทำตลาด Chevrolet Cruze สำหรับตลาดอาเซียน และเพิ่มความเข้มข้นในการสื่อสารถึง
“มรดกแห่งความเป็นอเมริกัน” ให้แก่รถกระบะ Colorado และเอสยูวี Trailblazer แทน ถือเป็นข่าวที่น่าจะสะเทือนใจไม่น้อย


   และเท่านั้นยังไม่พอครับ ในอินโดนีเซียนั้น GM ก็ตัดสินใจแบบเด็ดขาดด้วยการยุติการผลิตรถยนต์ที่โรงงานเบกาซี ประเทศอินโดนีเซียภายในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งเตรียมปลดพนักงานจำนวน 500 คน เพราะ Chevrolet Spin ไม่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดทั่วอาเซียนเลย ทำให้มีกำลังการผลิตเหลือบานตะไท จึงไม่ค่อยจะคุ้มทุนเท่าไหร่ ถือเป็นความเลวร้ายอีกระลอกของ GM ในตลาดอาเซียนกันเลยทีเดียว


   และยังไม่จบ...เพราะทาง GM เมืองไทย ก็ได้แจ้งกับทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อขอยกเลิกการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนโครงการอีโคคาร์ ระยะที่ 2 (Eco Car Phase 2) อีกด้วยครับ

   โดยเรื่องนี้คุณ Stefan Jacoby รองประธานบริหาร GM ภูมิภาคอเมริกา ยุโรปและเอเชีย ได้กล่าวว่าทั้งหมดนี้คือแผนการลดความสำคัญในตลาดเอเชียซึ่ง GM กำลังประสบปัญหาการดำเนินงานในระดับโลก ยกเว้นตลาดจีนที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ GM ซึ่งทาง GM ยอมรับว่าตนคือค่ายผู้ผลิตรถยนต์ระดับ Mass-Production ที่มาหลังยี่ห้ออื่นในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลให้ GM มีที่ยืนในตลาดน้อย โดยในอินโดนีเซียนั้นถ้าเทียบกับ Toyota ที่มาบุกตลาดอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 1973 มีส่วนแบ่งตลาดถึง 35% ในขณะที่ GM มีแค่ 2% เท่านั้น เห็นแบบนี้ GM จึงคิดว่าไปลงทุนในตลาดที่น่าจะเติบโตมากกว่านี้เห็นจะดีกว่า

  ส่วนในโรงงาน GM เมืองไทยก็ได้ทำการปรับตัวเองลงหลังจากที่ก่อนหน้าที่มีกำลังการผลิตสูงสุดราวๆ 180,000 คัน และยังมีนโยบายโครงการพนักงานลาออกโดยสมัครใจเพื่อช่วยควบคุมจำนวนพนักงานให้สมดุล แน่นอนละว่าต้องมีคนตกงานกันเป็นร้อย

ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างช็อกวงการกันเลยทีเดียว
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หยุดทุกการมโน! หลุดภาพ All-New Toyota Innova

 ช่วงนี้คนไทยกำลังให้ความสนใจกับรถในโครงการ IMV2 กันมากพอสมควร ซึ่งดูจากหน้าเพจต่างๆและเว็บไซด์หลายที่ต่างถามหาและติดตามข่าวของรถในโครงการนี้ โดยเฉพาะ Toyota Hilux และ Toyota Fortuner ใหม่ ต่างเป็นรถที่คนไทยเฝ้ารอการเปิดตัวกันมานมนานแล้ว ซึ่งในปีนี้ก็จะเปิดตัวแน่นอน เอ๊ะ..แต่คนไทยลืมคันหนึ่งไปหรือเปล่า เพราะมีอีก 1 คันที่เป็นรถในโครงการนี้นะ เจ้า Toyota Innova ไง ไม่สนเลยหรือ

   และล่าสุดก็ได้มีภาพหลุดของ All-New Toyota Innova ออกมาจากทางเว็บไซด์ของเมืองนอก ซึ่งทำให้เราเห็นหน้าตากันแบบเต็มๆตากันเลยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่มีเว็บไซด์บางสำนักทำภาพ Render ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้ามาดูหน้าตากันแล้ว เราก็สามารถเห็นได้เลยว่า รถคันนี้ได้รับอิทธิพลการออกแบบกระจังหน้ามาจากเอสยูวีหรูอย่าง Toyota Highlander มาแบบเต็มๆ และมีการเติมแนวเส้นกระจังหน้าโครเมียม 2 เส้นที่ลากยาวต่อเนื่องทิ่มทะลุไฟหน้า และออกแบบกรอบไฟตัดหมอกให้ดูล้ำสมัยกว่าเดิม โดยรวมนั้นถือว่าสวยงามและล้ำสมัยกว่าเดิมไม่น้อย

   ตัวรถยังคงใช้พื้นฐานและชิ้นส่วนบางชิ้นร่วมกับรุ่นปัจจุบัน เส้นสายด้านข้างดูครึ่งหน้าผิวเผินแล้วจะเหมือนเดิม แต่ทว่าถ้ามองดูดีๆนั้น มันได้ทำการเพิ่มความโค้งมนบริเวณเสา A มากกว่าเดิม ทำให้ประตูบานหน้าและบานหลังดูมีความโค้งมนกว่าเดิมนิดหน่อย นอกจากนี้กระจกบานท้ายบริเวณเสา C ใหม่ และยังออกแบบเสา D ให้อยู่ในรูป J-Line ด้วยครับ

   ภายในห้องโดยสารนั้นยังไม่มีภาพออกมา แต่แหล่งข้อมูลนั้นบอกมาว่าไม่มีชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารที่สามารถใช้ร่วมกับรุ่นเดิมเลย ซึ่งคาดว่ามันจะมากับภายในห้องโดยสารที่หรูหราและไฮโซกว่าเดิม พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆอีกหลายประการ

   ด้านเครื่องยนต์นั้นยังไม่มีข้อมูลออกมาแต่คาดว่ามันจะมากับขุมพลัง 2.0 ลิตรบล็อกใหม่ และส่งกำลังด้วยเกียร์ชุดใหม่ ส่วนการเปิดตัวนั้นในเมื่อมีภาพหลุดมาขนาดนี้ คาดว่าอีกไม่นานเกินรอ น่าจะมีการเปิดตัวในไทยและอินโดนีเซียเป็นแน่นอน
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ชัวร์แล้ว! Toyota Camry Minor Change เปิดตัวในไทยแน่นอน 11 มีนาคมนี้

   ตอนแรกก็มีการสงสัยว่า Toyota จะมีการเปิดตัวรถใหม่ในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งหลายคนก็พุ่งเป้าไปที่ Toyota Camry Minor Change ไปก่อนอันดับแรกเลย ซึ่งทำให้มีการฟันธงกันแบบงงๆว่า Toyota Camry Minor Change จะเปิดตัวในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งล่าสุดตอนนี้ก็มีข่าวอัพเดตข่าวการเปิดตัวของรถ D-Segment สุดหรูคันนี้กันแบบฟันธงแล้ว

  ล่าสุด..ในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา เราก็ได้ข่าวที่ค่อนข้างชัวร์แล้วว่า Toyota Camry Minor Change ใหม่จะเปิดตัวในวันที่ "11 มีนาคม" ที่กำลังจะถึง ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะเป็นไปตามนี้ครับ


   ออปชั่นอย่างไม่เป็นทางการนั้น แน่นอนว่างานนี้ Toyota จัดเต็มเพื่อมาเอาคืน Honda และ Nissan เต็มๆ ซึ่งก็น่าจะทำให้หนาวๆบ้าง ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง เริ่ม ที่ รุ่น 2.0 G รุ่นล่างสุดที่ได้รับการยืนยันว่าจะได้รับการวางเครื่องยนต์บล็อกใหม่ 6AR-FSE ซึ่งแรงม้านั้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 167 แรงม้า แรงบิด 199 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเปลี่ยนใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ออปชั่นในรุ่น 2.0 ลิตรที่เพิ่มเข้ามาจากตัวปัจจุบัน ก็มีดังนี้ครับ

- ไฟ Daytime Running Lights - เซนเซอร์ 4 จุด
- ระบบช่วยเตือนขณะถอย (RCTA)
- ไฟเรืองแสงบริเวณมือจับ และพื้นรถ
- ถุงลมด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
- ไฟเบรกฉุกเฉิน (ESS)
- ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตา ฺBlind Spot (BSM)
- ระบบออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)
- แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (มีทุกรุ่นย่อย)
- ม่านหน้าต่างแถวหลัง

รุ่น 2.5 G
เปลี่ยนคือลำโพง เป็น JBL 10 ตำแหน่ง
เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0G คือ
- จอ DVD พร้อมระบบนำทางกล้องมองหลัง
- ถุงลมด้านข้าง 2ตำแหน่ง
- ถุงตรงตำแหน่งหัวเข่าผู้ขับ
- ถุงลมม่านด้านข้าง 2 ตำแหน่ง

2.5HV CD เพิ่มจากรุ่น 2.5 G
- เปลี่ยนเบาะหนัง เป็นแบบ Smooth Leather
- ระบบปรับอากาศเป็น แบบ Nano

2.5HV NAVI  (เพิ่มจากรุ่น 2.5 HV CD) แค่เพิ่มระบบนำทางมาให้จากรุ่น DVD เดิม

2.5HV Premium ที่เพิ่มจากรุ่น 2.5HV Navi
- ระบบควบคุมระยะห่างจากคันหน้า Radar Cruise Control
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto-hight Beam
- ระบบเตือนเมื่ออกนอกเลน Lane Departure Alert (LDA)
- ระบบเตือนก่อนการชน Pre Crash Brake Assist

มี สีเพิ่มเข้ามา 2 สีคือ สีฟ้ากับสีน้ำตาล ส่วนท่อคู่จะมีในรุ่น Extremo ส่วน VSC TRC Push Start ยังมีอยู่ทุกรุ่นนะครับ อย่างที่บอกว่าออปชั่น "เพิ่มจากรุ่นปัจจุบัน" ฉะนั้นอ่านดีๆก่อนนะครับ


   คิดว่าน่าจะชัวร์แล้วละสำหรับวันเปิดตัว แต่มารอดูต่อไปดีกว่าว่า งานนี้ Toyota จะสามารถเอาคืน Honda Accord ได้หรือไม่ ต้องติดตามชมครับ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Mitsubishi Motors Thailand เตรียมนำเข้า Mitsubishi Delica D:5 มาเปิดตลาดในไทย พร้อมกับแง้มสเปคนิดๆ

  สถานการณ์ของ Mitsubishi ก็ดูเหมือนจะไปได้ดีและเป็นไปตามในทิศทางการตลาด แต่จะว่าไปมันก็ไม่ได้ไปได้สวยอย่างที่คิด อย่าง Mitsubishi Triton ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ก็มียอดจองทั่วประเทศราวๆ 3-4 พันคัน ทั้งๆที่ในใจผู้เขียนคิดว่ามันควรจะมากกว่านี้หน่อย และในปีนี้จะเป็นปีที่ Mitsubishi จำเป็นต้องตัด Mitsubishi Lancer EX ออกจากตลาดเป็นการถาวร เพราะคงจะยื้อต่อไม่ไหว

   และตอนนี้ผู้เขียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่า Mitsubishi กำลังคิดทำการอะไรอยู่ เพราะจู่ๆ กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่าง “โมะริคาซุ ชกคิ” ก็ออกมาบอกว่า ในช่วงเดือนมีนาคมที่กำลังจะถึงนี้ Mitsubishi เมืองไทย เตรียมทำการเปิดตัว Mitsubishi Delica D:5 ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันคือรถแบบไหนอะไรยังไง มันก็คือรถเอ็มพีวีมินิแวนสุดหรูอย่างที่เห็นในภาพนี่ละครับ


   ถ้าพูดถึงเรื่องขนาดของเจ้า Mitsubishi Delica D:5 พอมาดูจากขนาดแล้ว มันถือว่าใหญ่กว่า Honda StepWGN ในเกือบทุกสัดส่วน ด้วยความยาว 4,729 มม. (StepWGN 4,690 มม.) ความกว้าง 1,796 มม. (StepWGN 1,815 มม.) ความสูง 1,871 มม. (StepWGN 1,815 มม.) แม้ว่าตัวรถจะดูเก่าลากดินเพราะขายในตลาดญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่ตอนนี้มันก็ยังดูดี และมีความแข็งแกร่งไม่น้อย ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจหากนำเข้ามาขายในไทย


   ออปชั่นในรถนั้น มีการแอบมาบอกใบ้จากคนๆหนึ่งที่อ้างว่าได้อ่านเอกสารการขายมาแล้ว ว่ากันว่าในเวอร์ชั่นเมืองไทย จะมากับไฟหน้ารถแบบ HID พร้อมไฟตัดหมอกหน้า กระจกหน้าและกระจกหน้าต่างแบบป้องกันรังสี UV ประตูด้านข้างเลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ภายในติดตั้งหน้าจอสัมผัสพร้อมระบบนำทาง Navigator ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบฟอกอากาศ จอภาพเพดาน และมากับกุญแจแบบ KOS

   ด้านเครื่องยนต์นั้นมีเครื่องยนต์ให้เลือก ทั้งเบนซิน 2.0 และ 2.4 ลิตร แต่รุ่นหลังจะเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เช่นเดียวกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT 6 สปีด INVEC III และยังมีโหมดสปอร์ตด้วย ซึ่งในไทยคาดว่าจะนำรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 150 แรงม้ามาทำตลาด


   ทางด้านระบบความปลอดภัยนั้น ในเวอร์ชั่นไทย บอกเลยว่ามาครบครัน ซึ่งระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ก็มีตั้งแต่ ABS EBD BA และก็มีระบบ Active Stability Control (ASC) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และถุงลมนิรภัย 7 ใบ


  ด้านราคานั้นทาง MMTh บอกใบ้แล้วว่าจะไม่มีทางเกิน 2 ล้านแน่นอน ซึ่งก็มีการบอกใบ้จากแหล่งข่าวว่าจะมีราคาอยู่ที่ราวๆ 1,780,000 บาท และถ้าอยากได้สีขาวมุกก็บวกเพิ่มอีก 15,000 บาทครับ และเรามาดูกันทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามนี้หรือไม่ รอดูกันต่อไปครับ 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

TR Transformer MAX รถอเนกประสงค์ดัดแปลง 11 ที่นั่งผลผลิตคนไทย

  แม้ว่าตอนนี้เราอาจจะยังไม่ได้พูดได้เต็มปากว่า คนไทยมีแบรนด์รถเป็นของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม ค่าย Thairung ก็ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์คนไทยที่พอจะให้นิยามว่าเป็นยี่ห้อรถคนไทยได้บ้าง แม้ว่าจะเป็นเพียงการนำชิ้นส่วนจากผู้ผลิตยี่ห้ออื่นมาประกอบกับโครงสร้างตัวถังของตัวเอง แต่อย่างน้อยก็พอทำให้คนไทยภูมิใจได้บ้างที่คนไทยก็ทำรถออกมาเก่งไม่แพ้ชาติในในโลกเลย


   และล่าสุดค่าย Thairung ก็ได้ทำการเผยโฉมหน้าของ TR Transformer MAX ผลผลิตใหม่จากค่ายรถดัดแปลงของเมืองไทย ซึ่งเป็นการนำ Transformer ธรรมดามายกหลังคาให้สูงขึ้นกว่าเดิม และมากับตัวถังที่ใหญ่กว่าใครและชูจุดเด่นด้วยการเป็นรถตรวจการณ์ที่รองรับที่นั่งได้ตั้งแต่ 5-11 ที่นั่งกันเลยทีเดียวครับ

   หน้าตาของรถก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นปกติ ยังคงมากับแนวการออกแบบทรงเหลี่ยมที่ชวนให้นึกถึงรถ SUV อเมริกันอย่าง Hummer ซึ่งแน่นอนว่าใครที่ชอบความแตกต่างคงจะถูกอกถูกใจรูปลักษณ์ของ TR Transformer MAX คันนี้ จุดเด่นที่แตกต่างจาก PPV ทั่วไปนั่นคือมันได้รับการพัฒนาให้แตกต่างกว่าใคร ด้วยการที่มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างกว่าใคร และ เป็นรถตรวจการณ์รุ่นเดียว ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 11 ที่นั่งกันเลยทีเดียว อันเนื่องมาจากการออกแบบหลังคาทรงสูง และยังรับรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงถึง 175 ซม. ได้ทุกที่นั่ง สามารถปรับรูปแบบที่นั่งโดยสารได้หลากหลาย มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีตัวถังที่ยกสูง สามารถลุยน้ำได้ไม่น้อยกว่า 50 ซม.


   แน่นอนว่ารถคันนี้ใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมร่วมกับ Hilux Vigo ขุมพลังจึงเป็นชุดเดียวกัน มากับขุมพลังดีเซล 2.5 ลิตร 144 แรงม้า และ 3.0 ลิตร 171 แรงม้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขุมพลังที่ได้รับการยอมรับว่าแรง และ ทน ค่าบำรุงรักษาต่ำ ทั้งนี้รถรุ่นนี้ยังสามารถเข้าศูนย์บริการของ Toyota เพื่อเช็กและแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องกับช่วงล่างได้ด้วยครับ

   อีกกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของรถุร่นนี้ คือ กลุ่มหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ต้องการใช้รถลักษณะพิเศษเช่น ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยฯ เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ประเทศสามารถมีรถใช้งานตรงตามความต้องการ และช่วยประหยัดงบประมาณประเทศ ไม่ต้องนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศและยังเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิตชิ้นส่วนและยานยนต์ของไทยอีกด้วยครับ

   TR Transformer MAX นั้นน่าจะมีค่าตัวที่อยู่ราวๆ 1.5-1.6 ล้านบาท ราคาแบบนี้ต้องคนใจรักและชอบความต่างเท่านั้นถึงจะซื้อ และเราสามารถรอชมคันจริงได้ที่งาน Bangkok Motor Show 2015 ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.-5 เม.ย. 58 ครับ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รู้ไว้ใช่ว่า...ภาพแอบถ่ายรถใหม่จากโรงงาน ทำไมถึงห้ามโพสต์ ห้ามแชร์กันนักหนา

 ขึ้นชื่อว่าวงการยานยนต์เป็นวงการที่น่าสนใจและมีเรื่องลึกลับซับซ้อนเยอะ ซึ่งมันมีอะไรหลายอย่างที่น่าค้นหา ผู้เขียนถึงชอบและสนใจเรื่องพวกนี้ไงละครับ ถ้าพูดถึงเรื่องความลับหลังบ้านหลังค่ายรถยนต์นั้น ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าคุย ความพยายามของผู้ผลิตรถยนต์ที่พยายามปกปิดความลับรถรุ่นใหม่ไม่ให้รั่วไหลนั้น มันช่างสวนทางกับผู้บริโภคอย่างเราๆที่พยายามสืบค้นข้อมูลรถใหม่ เปรียบเสมือนเส้นขนาน 2 เส้นที่ไม่ยอมบรรจบกันได้ซะที เหมือนที่พี่จิมมี่เคยกล่าวไว้เลย

   แน่นอนละครับ ในโลกโซเชียลนั้น แม้จะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หาแหล่งข่าวรถใหม่ๆได้ง่ายสุดๆเพียงปลายนิ้ว แต่ก็เป็นหนึ่งในที่ที่ทำให้เกิดปัญหาโลกแตกในวงการยานยนต์ได้เช่นกัน และที่กำลังพูดถึง ก็คือ เรื่องภาพแอบถ่าย Spy Shot จากโรงงาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาโลกแตกกันมานานแสนนานแล้วละครับ มีหลายเรื่องเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียล จนทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายกับแบบสุดๆเลยทีเดียว แม้แต่ผู้เขียนก็เคยประสบพบปัญหาเช่นกันครับผม เอาละครับ ผู้เขียนจะมาร่ายให้ชมกันครับว่า ทำไม้ ทำไม ถึงห้ามโพสต์ภาพแอบถ่ายจากโรงงานนักหนา


   ก่อนอื่นขอย้อนความไปไหนสมัยช่วงปี 2004 ก่อนการเปิดตัว Toyota Hilux Vigo เพียงเดือนเดียว ปรากฏว่ามีคู่มือการขายของเจ้ารถกระบะคันนี้ไปหลุดในเว็บไซด์พันดริฟท์ (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) แน่นอนละครับ เจอแบบนี้เข้าคนของ Toyota ก็ต้องมาแจ้งเตือนและให้ลบออกไป ทำให้ผู้คนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ 


  หรือจะเป็นเรื่องที่ผู้เขียนเจอกับตัวเอง เมื่อโพสต์ภาพ Nissan NP300 Navara ก่อนการเปิดตัวเพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น ปรากฏว่ามีคนของ Nissan มาแจ้งให้ลบรูป ซึ่งกรณีนี้ก็ยังเกิดขึ้นกับ Mitsubishi Triton ใหม่เช่นกัน ซึ่งมีภาพหลุดแคตตาล็อกหลุดออกมา จนทำให้ผู้เขียนจำต้องลบเพื่อความปลอดภัยของผู้เขียนและเพจ

   นี่เป็นหนึ่งในเรื่องที่เจอกับตัวเอง แต่จะบอกเลยว่าเรื่องที่เจอกับคนอื่นๆมีมากกว่านั้น แม้ว่าผู้เขียนจะลบรูปเหล่านั้นออกจากหน้าเพจ หรือเพจอื่นๆจะจัดการลบออกไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าภาพเหล่านั้นเผยแพร่ออกมาในเวลาจำกัดแค่ 10 นาที เพียงเท่านี้ก็กระจายทั่วโซเชียลกันแล้วครับ มาลองดูนะครับว่าผลจากที่พวกเราชอบโชว์เหนือกันนักหนาว่า...ข้ามีรูป แล้วเอาไปโชว์ในโซเชียล มันเป็นยังไง

  กรณีของ Nissan NP300 Navara มันเริ่มมาจากที่ซัพพลายเออร์ของ Nissan นั้น ได้ทำการบันทึกรูปของเจ้ากระบะใหม่ของสังกัดตัวเอง คิดว่าจะเก็บไว้ดูคนเดียว แต่แล้วเมื่อมีการนัดกินเหล้ากันกับเพื่อนฝูง หนึ่งในนั้นมีซัพพลายเออร์ของ Isuzu ซึ่งตาคนนี้ก็อยากดูรูป แน่ละครับ เพื่อนกัน คงคิดกันว่า ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เลยส่งภาพให้ไป แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ละ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ เอาภาพนี้ไปปล่อยลงโซเชียล ปรากฏว่าว่อนโซเชียล ภาพใบหน้าคนถ่ายขึ้นเป็นเงาชัดเจนบนตัวรถ ตามตัวได้ไม่ยาก สุดท้ายก็โดนซองขาวตามระเบียบ และว่ากันว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องก็โดนดำเนินคดีด้วย



   ในกรณีของ Mitsubishi Triton คันสีขาวก็เช่นกันครับ บริเวณตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด สามารถเช็คได้เลยว่าใครเข้า-ออก แล้วเป็นไงละต่อ ผลปรากฎก็ไม่ต่างจาก Nissan NP300 Navara ตามข่าวบอกว่า คนงานในแหลมฉบังทั้ง 4 คน ก็ถูกไล่ออกเพราะกรณีนี้นั่นเอง

   เห็นถึงความเดือดร้อนหรือยังครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Honda HR-V ใหม่ ที่เคยมีภาพหลุดตอนแอบถ่ายโฆษณาในโรงถ่ายเอามาเผยแพร่จนคนใน Honda รู้เข้า และต้องตามตัวคนถ่ายภาพมาจัดการ ซึ่งก็ไม่รู้โดนอะไรหรือเปล่า หรือจะเป็นกรณีล่าสุดเลย Toyota Hilux ใหม่คันสีขาวที่โรงงาน ซึ่งตอนนี้ Toyota ยังตามตัวคนถ่ายภาพไม่ได้เลย แต่ที่รู้แน่ๆ หลังจากที่กลุ่มวีโก้นำมาโพสต์นั้นก็มีการแจ้งเตือนจาก Toyota ให้ลบออกไป และเกิดความวุ่นวายกันเลยทีเดียวจนเกือบจะฟ้องร้องกันแล้ว แม้ตอนนี้จะยังหาตัวคนถ่ายภาพไม่ได้ 

   แต่ถ้าหากท่านไหน คนใด ที่โพสต์ภาพเหล่านี้ โดยเฉพาะภาพ Hilux ใหม่ในโรงงาน อยากโพสต์ โพสต์ได้ครับ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดว่าท่านถูกโยงไปเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถูกดำเนินคดี ถูกฟ้องร้อง นี่ก็เป็นเรื่องของท่านที่จัดการเองครับ และอีกอย่าง ควรคำนึงด้วยว่า ภาพเหล่านี้ พอถูกจับได้ว่าใครถ่าย แน่นอนละ คนถ่ายเตรียมโดนซองขาวกันล่วงหน้าเลย ฉะนั้นแล้ว อย่าคิดว่าอยากจะโชว์เหนือโชว์เทพอย่างเดียวว่า "ข้ามีรูป อยากโชว์" อย่าทำให้ความอยากโชว์ อยากรู้ อยากเห็นของท่านต้องทำให้หน้าที่การงานของคนๆหนึ่งต้องเสียไป ผู้เขียนขอย้ำแค่นี้พอครับ...
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Nissan Juke Minor Change ปรับโฉมสายฟ้าแลบในไทย เปิดศึกสงคราม SUV ตัวเล็ก เปิดประเดิมด้วยราคา 7.99 แสนบาท

 Nissan Juke ถือเป็นหมากตัวแรกที่ช่วยประเดิมเปิดตลาดรถในกลุ่มรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก จนทำให้คู่แข่งต่างออกมาแข่งขันในตลาดกลุ่มนี้ด้วย โดยเฉพาะ Honda HR-V ใหม่ที่เปิดตัวออกมา เพียงแค่วางจำหน่ายก็ทำยอดขายชนะจนแทบทำให้ Nissan Juke แทบไม่มีที่ยืนในตลาด และไหนจะมี Ford Ecosport อีกด้วย เห็นทีคงอยู่นิ่งคงจะไม่ได้


   และด้วยความที่ Nissan Juke อยู่ในตลาดโลกมานานโขแล้ว แต่พี่ไทยเพิ่งมาขายกันจริงๆในช่วงปลายปี 2013 ประกอบกับประเทศอินโดนีเซียซึ่ง Nissan เมืองไทยก็นำเข้า Juke จากที่นี่มาขาย ก็ทำการ Minor Change ไปก่อนหน้านี้แล้วฉะนั้น ฉะนั้นแล้ว Nissan Juke ในเมืองไทยก็ต้องรีบ Minor Change ตามให้ทันหลังจากการขายในระยะเวลาแค่ 1 ปีเศษๆเท่านั้น และเพื่อมากระตุ้นตลาดในไทยอีกด้วย

   Nissan Juke Minor Change ใหม่เปิดตัวภายใต้สโลแกน Unique Sport Crossover การเปลี่ยนแปลงหลักๆที่เห็นเด่นชัดนั่นคือในส่วนด้านหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไฟหน้าใหม่ให้เป็นทรงบูมเมอแรง มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ Projector พร้อมไฟหรี่แบบ LED ซึ่งตัวไฟหน้านั้นมากับรูปทรงบูมเมอแรง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ยุคใหม่ของ Nissan ส่วนกระจังหน้ายังคงแนว V-Shape เช่นเดิม กันชนหน้าได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดุดันและโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมไม่น้อย ด้านท้ายมากับไฟท้ายใหม่ที่ดูสะดุดตากว่าเก่า และกันชนท้ายที่ออกแบบให้ดูเท่กว่าเดิมด้วย แต่เสียดายที่ล้ออัลลอยไม่ยอมเปลี่ยนลายใหม่ซะงั้น



   ภายในนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น ยังคงมากับความโฉบเฉี่ยวเฟี้ยวฟ้าวและเปรี้ยวจิ๊ดตามเคย ยังคงมีหน้าจอสัมผัสแบบถอดได้ให้เล่น และยังมีระบบการเชื่อมต่อ i-Connect แต่ของเล่นใหม่ที่ทาง Nissan นำเสนอนั่นคือ ระบบสื่อสารและเชื่อมต่อระหว่าง Juke (Juke Club ฟังก์ชัน) พร้อม Eazy Talk แอปพลิเคชัน ว่ากันง่ายๆก็คือเราสามารถพูดคุยกับ Juke คันอื่นที่อยู่ในกลุ่มของเราได้ ด้วย 4 นิ้วสัมผัสหน้าจอให้พูดเหมือนวิทยุสื่อสาร นอกจากนี้ก็มีมีระบบประมวลผลสัญญาณดิจิตล DSP ช่วยเพิ่มความคมชัดของเสียงและภาพครับผม ซึ่งออปชั่นเจ๋งๆพวกนี้มีเฉพาะรุ่นรองท็อปและรุ่นท็อปครับ


   ด้านเครื่องยนต์นั้นยังเป็นเครื่องเดิม HR16DE ความจุ 1.6 ลิตร มากับพละกำลัง 116 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTronic CVT ไม่มีเกียร์ธรรมดาให้เลือก รองรับน้ำมันถึงแค่ E20 ครับ
(แล้วจะบอกสำหรับคนที่อยากให้ Juke Turbo มานักหนา รู้ไว้ด้วย..ว่าทำไมถึงไม่มา? เหตุผลคือ Nissan Juke นั้นที่ผลิตจากอินโดนี้เซียใช้ชิ้นส่วนจากเขตอาเซียนน้อยมาก ไม่ถึง 40% อันเป็นเกณฑ์ที่สามารถให้ละเว้นภาษีได้ ฉะนั้นแล้ว Nissan จึงต้องนำเข้าเครื่องจาก Sylphy/Pulsar ในไทยมาใส่ ซึ่งถ้าหาก Nissan Juke จะทำเวอร์ชั่นเทอร์โบ ก็ต้องนำเข้าเครื่องจากญี่ปุ่น และจะไม่ได้รับการละเว้นภาษี ซึ่งก็จะทำให้ราคาโดดสูงถึง 1.5 ล้านบาท ซึ่งก็พอๆกับราคาที่เกรย์เคยขายกัน แบบนี้ซื้อมั้ยละครับ???)




   ในด้านระบบความปลอดภัย ยังคงมีเหมือนเดิมทั้ง ABS EBD BA สัญญาณเตือนกะระยะถอยหลัง แต่ในรุ่นท็อปจะติดตั้งถุงลมนิรภัยครบทั้ง 6 ใบ ส่วนรุ่นล่างมี 2 ใบคู่หน้าตามเคย

   ด้านราคาค่าตัวนั้น คราวนี้ Nissan Juke ใหม่ มี 3 รุ่นย่อยให้เลือก เริ่มที่รุ่นย่อยใหม่ 1.6 S ราคา 799,000 บาท ตามด้วยรุ่น 1.6 E ราคา 854,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 35,000 บาท) และรุ่น 1.6 V ราคา 884,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 36,000 บาท) งานนี้จะสามารถปราบคู่แข่งได้บ้างหรือเปล่า ต้องติดตามกันต่อครับผม
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

เผยโฉม Lotus Evora 400 กลับมาสร้างความร้อนแรงอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปนาน

  ค่ายรถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษ Lotus (ไม่ใช่ Tesco Lotus และไม่ใช่คู่แข่ง แม็คโคร และ คาร์ฟูร์นะครับ) หลังจากที่เงียบและหายหน้าหายตาไปนาน หลังจากที่ CEO คนเก่าเคยวาดฝันรถรุ่นใหม่ไว้ซะสวย แต่ก็ต้องพังทลายเมื่อนายทุนใหม่เข้ามา ซึ่งก็ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวรถใหม่เสียนาน เพราะ ต้นทุนการพัฒนาไม่เพียงพอ (อันนี้เดา) ซึ่งก็ทำได้อย่างเก่งแค่เอาของเก่ามาปรับแต่งใหม่ต่อไป


   ซึ่งล่าสุดค่าย Lotus ก็ได้มีความเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปนานแสนนาน ซึ่งล่าสุดค่าย Lotus ก็ได้เผยโฉมรถรุ่นใหม่ ซึ่งมันมาในนาม Lotus Evora 400 ซึ่งดูจากชื่อแล้วก็น่าจะพอเดาได้แล้วว่ารถคันนี้ราคา 400 บาท เอ๊ย..มีแรงม้ามาให้ 400 แรงม้าแน่นอน

   Lotus Evora 400 ถือเป็นรถที่ได้ชื่อว่าเป็นรถที่แรงที่สุดเท่าที่ Lotus ได้สรรสร้างมา ซึ่งความแตกต่างจากรุ่นปกตินั้นถือว่าต่างกันแบบสุดขั้ว ด้วยหน้าตาของเจ้า Evora 400 ที่ดูดุดันกว่าอย่างเห็นได้ชัด  ด้วยชุดกันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดโต ออกแบบกันชนท้ายใหม่ให้ดุดันขึ้นกว่าเดิม ติดตั้งปีกหลังแบบ 3 ชิ้น และยังได้ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 19-20 นิ้วพร้อมยาง Michelin Pilot Super Sport 


   ภายในของรถก็ได้รับการตกแต่งใหม่ให้หรูหราและจิ๊ดจ๊าดกว่าเดิม ตกแต่งด้วยโทนสีแดงดำภายในรถ และมีการขึ้นลายตะเข็บเพิ่มความหรูหรา เบาะนั่งเปลี่ยนใหม่ และมากับวัสดุภายในคุณภาพสูง ปรับปรุงระบบอินโฟเทนเมนต์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม


   ด้านเครื่องยนต์นั้น ยังคงเป็นขุมพลังจาก Toyota ขนาด 3.5 ลิตรที่อัพเกรตขุมพลังให้ออกมาถึง 400 แงม้า BHP มากับแรงบิดสูงสุด 410 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 สปีด มากับอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม.ใน 4.2 วินาที ท็อปสปีด 300 กม./ชม. ในด้านโครงสร้างทางวิศวกรรม ทาง Lotus ได้ติดตั้งแชสซีส์ที่ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียม ส่งผลให้ลดไขมันส่วนเกินได้ 22 กิโลกรัม และยังปรับปรุงช่วงล่าง เพิ่มขนาดจานเบรกให้ใหญ่ขึ้น และติดตั้ง Limited Slip สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดอีกด้วย

   Lotus Evora 400 จะเตรียมขึ้นสายการผลิตภายในช่วงฤดูร้อนนี้ และจะส่งมอบสำหรับตลาดยุโรปภายในเดือนสิงหาคมนี้  ส่วนตลาดอเมริกาจะมาภายในช่วงปลายปีนี้ครับ พี่ไทยก็รอกันต่อไป
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เปิดตัวแล้วในไทย Mercedes-Benz CLA Shooting Brake รถแวนคูเป้คันงามน่าหลงไหลสุดๆ

 หลังจากที่กอบโกยยอดขายนับหมื่นไปเมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ก็เตรียมแผนการเปิดตัวรถใหม่หลายรุ่นเลยหละครับ ซึ่งงานนี้ Mercedes-Benz เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายรุ่นกันเลยทีเดียวในปีนี้ ซึ่งงานนี้ดาวสามแฉกเมืองไทยขอประเดิมก่อนเลยด้วย...


   Mercedes-Benz CLA Shooting Break ใหม่ ผู้เป็นน้องของ CLS Shooting Break ซึ่งมากับแนวการออกแบบที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมีระดับ แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความอเนกประสงค์ ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี


   หน้าตาของรถนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างจาก CLA-Class ธรรมดา มันยังคงมากับเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจน่าสัมผัส กระจังหน้ามากับลายเพชรดูงามตา และตราดาวสามแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดนั่นคือการต่อท้ายรถให้ยาวกลายเป็นรถแนวตรวจการณ์ที่มีสไตล์แบบสปอร์ตคูเป้หรือที่เรียกกันเป็นภาษาหรูๆว่า Shooting Break นั่นเองครับ อีกจุดเด่นของรถคันนี้ก็คือ มันมากับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าได้ด้วย และด้วยตัวรถรุ่นนี้ตกแต่งด้วยพาร์ทของ AMG รอบคัน ก็จะต้องมีความสปอร์ตที่พิเศษ ซึ่งมันจะมากับล้อลายสปอร์ต 18 นิ้ว ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้ด้วยครับ

  ภายในห้องโดยสารนั้นมากับความหรูหรามีระดับเหมือนกับ CLA ตัวปกติไม่มีผิด แต่ได้มีการปรับหน้าจอตรงกลางและพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดงให้เข้ากับยุคใหม่ของค่ายดาวสามแฉก ยังคงใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง มากับเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังอาร์ติโกสลับไมโครไฟเบอร์ เพิ่มความหรูหราให้ไม่น้อยเลย ไฟเรืองแสง 12 สีรอบห้องโดยสาร พร้อมหลอดไฟแบบ LED 



   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องยนต์ความจุ 1,991 ซีซี พละกำลังสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 ต่อนาที มากับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 240 กม./ชม. และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 17.5-18.2 กม./ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-Tronic พร้อมระบบการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

   ด้านค่าตัวนั้น Mercedes-Benz ตั้งราคา CLA-Class Shooting Break ไว้ที่ 2,890,000 บาทครับ

  
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เผยโฉมหน้าของ All-New Hyundai Tucson สวยหรูตามสไตล์รถแดนกิมจิ

  รถยนต์เกาหลีนั้น ก็เป็นหนึ่งในรถที่มีการออกแบบสวยงามสะดุดตาและถูกอกถูกใจผู้ใช้รถเป็นอย่างยิ่ง และมากับความสวยงามและความหรูหราที่เทียบเท่าระดับรถยุโรปกันเลยทีเดียว เชียวครับ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในตลาดรถที่น่าติดตาม

   และล่าสุดค่ายรถแดนกิมจิ Hyundai ได้เผยโฉมหน้าของ All-New Hyundai Tucson รถเอสยูวีขนาดคอมแพกต์ซึ่งเป็นคู่แข่งระดับเดียวกับ Toyota Rav4,Honda CR-V หรือ Mazda CX-5 เป็นต้น ซึ่งแน่นอนมันมาการแนวการออกแบบยุคใหม่ของ Hyundai ที่ดูสวยสะดุดตากว่าเดิม

   หน้าตาของรถนั้นมากับกระจังหน้าลายรังผึ้ง เชื่อมติดกับไฟหน้าแบบ LED ทรงโฉบเฉี่ยว มากับกันชนทรงปีก พร้อมไฟ DRL LED เส้นสายด้านข้างรถดูปราดเปรียวกว่าโฉมที่แล้ว มากับแนวการออกแบบที่ดูแข็งแกร่งกว่าเดิมและหรูหราปราณีตกว่าเดิม ล้ออัลลอยลายสปอร์ตวงโตเพิ่มความดุดันให้รถคันนี้ไม่น้อยเลย ด้านท้ายนั้นมากับไฟท้ายทรงสวยแบบ LED พร้อมกันชนท้ายที่ดูแข็งแกร่ง โดยรวมนั้นถือว่าออกแบบได้สวยสดงดงามกว่าเดิมเป็นที่สุด และสะกดตาผู้พบเห็นได้อย่างง่ายดายเลยละครับผม


   ภายในห้องโดยสารนั้น ลดความหวือหวาจากรุ่นที่แล้ว เปลี่ยนมาเป็นความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหรามีคุณภาพ จัดวางคอนโซลให้ใช้งานได้สะดวก และแน่นอนในรุ่นใหม่นี้ยังคงเต็มไปด้วยระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ครบครันและระบบอำนวยความสะดวกที่พร้อมสร้างความบันเทิงและความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งก็มีระบบเปิดฝาท้ายไฟฟ้าจากกุญแจรีโมต ระบบช่วยจอดทั้งแบบคู่ขนานและช่องจอดตามห้าง ระบบนำทาง TomTom ที่ประมวลผลเร็วขึ้น สามารถลงทะเบียนใช้งานยาวนานสุด
7 ปี นอกจากนี้พื้นที่สัมภาระด้านท้ายยังสามารถรองรับความจุได้ 513 ลิตร


   ด้านเครื่องยนต์นั้นมีขุมพลังให้เลือกทั้งดีเซลและเบนซิน ไล่ตั้งแต่เบนซิน 1.6 ลิตร GDI พละกำลัง 135 แรงม้า PS ตามด้วยเครื่องเบนซิน 1.6 ลิตร T-GDI 176 แรงม้า PS และเครื่องยนต์ดีเซล 1.7 ลิตร พละกำลัง 115 แรงม้า ตามด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 136 แรงม้าและดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 184 แรงม้า


   ด้าน Safety ที่ติดมากับรถนั้น ก็ได้พกพาระบบช่วยเหลือการขับขี่ใหม่ๆที่สร้างความสบายใจให้กับผู้ขับขี่ได้มากทีเดียว ไล่กันตั้งแต่ ระบบเบรกอัตโนมัติ ที่มี 3 โหมดประกอบไปด้วย 1.โหมดป้องกันชนคน
เดินเท้า 2.โหมดในเมืองและ 3.โหมดวิ่งระหว่างเมือง, ระบบรักษาเลนการขับขี่และระบบแจ้งเตือนเมื่อรถวิ่งตัดท้ายโดยใช้เซนเซอร์ 180 องศาช่วย และยังมีระบบจำกัดความเร็วเมื่อตรวจพบป้ายจราจรบังคับความเร็วและฝากระโปรงหน้าพร้อมเด้งรับทันทีที่ชนคนเดินเท้าและผู้ขับขี่จักรยาน


   All-New Hyundai Tucson เตรียมไปโชว์ตัวภายในงาน Geneva Motor Show 2015 ที่จะจัดขึ้นช่วงเดือนมีนาคมนี้ และจะผลิตที่โรงงานเชคโกสโลวาเกียสำหรับการส่งมอบให้ลูกค้าภายในครึ่งปีหลัง 2015 ส่วนตลาดไทยจะมาเมื่อไหร่ไม่รู้ครับ...ร้องเพลงรอต่อไปละกัน
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Kia Thailand เตรียมเปิดตัว All-New Kia Grand Carnival และ Kia Soul โฉมใหม่ รุกตลาดปีแพะ

  หลังจากที่เงียบเหงาจากการเปิดตัวรถใหม่ไปพอสมควร ในปี 2015 นี้ ค่าย Kia Motors ประเทศไทย เตรียมวางแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ถึง 2 รุ่นด้วยกัน เพื่อกระตุ้นตลาดและสร้างสีสันให้กับวงการยานยนต์เมืองไทยด้วย

   คันแรกที่จะเปิดตัวแน่นอนก็คือเจ้า MPV 11 ที่นั่งสุดหรูอย่าง Kia Carnival โฉมใหม่นั่นเองครับ ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่หมดจดรอบคัน ยกระดับความหรูและความพรีเมียมแบบสุดติ่งกระดิ่งแมวกันเลยทีเดียว ซึ่งมันจะมากับเครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด 2.2 ลิตรที่มากับพละกำลังราวๆ 200 แรงม้า ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลสเปกและออปชั่นเต็มๆออกมา ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับการเปิดตัวที่น่าจะเกิดขึ้นในต้นเดือนมีนาคมหรืออาจจะเป็นภายในงาน Motor Show 2015 ช่วงปลายเดือนมีนาคมครับ

   และอีกคันที่มาแน่นอน หลังจากที่รอคอยมานานแสนนานนั่นก็คือ Kia Soul โฉมใหม่ที่ยังคงรักษาแนวการออกแบบสไตล์เดิมไว้ ซึ่งดูปราดเปรียว จิ๊ดจ๊าดและดูแนวมากพอๆกับ Nissan Juke ข้อมูลเบื้องต้นด้านขุมพลังก็คือ มันจะมากับขุมพลังใหม่ขนาด 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 154 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดและมากับสปอร์ตโหมด รองรับพลังงานเชื้อเพลิง E20 ได้ จุดขายใหม่ที่ Kia จะนำเสนอให้กับคันนี้ก็คือ ระบบพวงมาลัยแบบ Flex Steer ระบบปรับน้ำหนักของพวงมาลัยตามความชอบของผู้ขับขี่ ทั้ง Comfort / Normal / Sport เหมือนที่อยู่ใน Hyundai Elantra Sport พี่น้องร่วมสัญชาติเดียวกัน ด้านราคานั้นอยู่ที่ 1,397,000 บาทเท่าเดิมครับ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ใครอยากเห็นคันจริง ตอนนี้มีมาจอดให้ดูแล้วที่สยามพารากอน ชั้น 3 ถึงวันที่ 28 ก.พ.ครับ

ภาพจากบอร์ด Headlightmag
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ก่อนจะจากกัน ขอทิ้งท้ายหน่อย : Toyota Hilux Invincible X เวอร์ชั่นพิเศษสำหรับผู้ดีเท่านั้น

   คนไทยหลายคนคงกำลังนั่งลอยคอรอคอยกระบะ Hilux ตัวใหม่จากที่ Toyota ที่กว่าจะเปิดตัว ก็ต้องรอไปถึงช่วงเดือนพฤษภาคมกันเลยทีเดียวเชียวครับ ซึ่งแน่นอนหลายคนก็ทนไม่ไหวไปออกรุ่นอื่นก่อน แต่บางคนก็ยังเหนียวแน่นรอกันต่อไป

   ซึ่งถ้าเรามาเหลียวมองในตลาดอังกฤษนั้น ค่ายยักษ์ใหญ่ Toyota ก็ได้ทำการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Hilux Invicible X ซึ่งคงจะมาแก้ขัดรอโฉมใหม่กันไปก่อน ซึ่งเวอร์ชั่นพิเศษสุดเท่คันนี้มีขายเฉพาะประเทศอังกฤษนะครับผม และยังมีเฉพาะตัว Double Cab ด้วย


   หน้าตาของมันนั้น ได้รับการตกแต่งให้แตกต่างจากตัวปกติ ด้วยการติดตั้งการ์ดกันชนหน้าสีดำเพิ่มความเท่ บันไดข้างแบบโครเมียม(หรือจะเพิ่มแผ่นกันลื่นซึ่งเป็นออปชั่นเสริมก็ได้) ล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 17 นิ้ว โรลบาร์หลังแบบโครเมียม และยังตกแต่งช่องดักลมด้านหน้า และกรอบไฟท้ายด้วยโครเมียมอีกด้วยครับ ซึ่งก็ดูเท่เลยทีเดียว

   ภายในนั้น เราสามารถเลือกวัสดุหนังแท้ได้ถึง 4 แบบ มาพร้อมโลโก้รูปตัว 'X' พร้อมตัวหนังสือ "Invincible" เฉพาะ รุ่นเบาะดำ) ติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, กระจกหน้าต่างหลังสีทึบ (Privacy Glass) ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ และยังพร้อมด้วยระบบอินโฟเทนเมนต์ต่างๆและกล้องมองหลังเพิ่มความปลอดภัย


   ด้านพละกำลังนั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก Hilux บ้านเรา ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร D-4D มากับพละกำลัง 171 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ก็แล้วแต่จะเลือกกันครับ

   สำหรับราคาค่าตัวนั้น Toyota Hiux Invincible X จะจำหน่ายในอังกฤษในราคาเริ่มต้นที่ £23,842 หรือราวๆ 1.19 ล้านบาทในตัวเกียร์ธรรมดา และราคา £24,842 หรือ 1.24 ล้านบาทโดยประมาณในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ โดยราคายังไม่รวมภาษีครับ
 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!