Like Box

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

แจ่มแมว! Toyota Hilux ใหม่ เวอร์ชั่นยุโรปมีระบบเบรกอัตโนมัติด้วย (พร้อม Update วันเปิดตัวในไทย)

   ตอนนี้ใครๆหลายคนก็รอคอยการเปิดตัวของกระบะอย่าง Toyota Hilux ตัวใหม่ ที่กล้าบอกได้เลยว่า การมาของมันน่าจะทำให้ตลาดกระบะลุกโซนเป็นไฟกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งล่าสุดก็ได้มีภาพหลุดจากโรงงานทั้งภายนอกและภายในแต่ด้วยเหตุผลเรื่องลิขสิทธิ์ ทางเราก็ไม่สามารถนำภาพมาเผยแพร่ได้ครับ 

   ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางเว็บไซด์ของต่างประเทศก็ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบระบบเบรกของ Toyota Hilux ใหม่ที่สนามทดสอบของทางอเมริกา ซึ่งมีช่างภาพสามารถจับภาพระหว่างกำลังทดสอบได้ครับ ซึ่งดูจากป้ายทะเบียนรถน่าจะเป็นของทางฝั่งเยอรมัน ซึ่งฟันธงได้ว่า น่าจะเป็นพวกทางฝั่งยุโรปมาซุ่มทดสอบที่อเมริกาแน่นอน


   ข้อมูลนั้นระบุว่า Toyota Hilux ใหม่ในเวอร์ชั่นของยุโรป จะติดตั้งระบบเบรกอัตโนมัติ (AEB – Autonomous Emergency Braking) ทุกรุ่นย่อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และ เป็นการยกระดับความปลอดภัยที่มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนไทยจะมีระบบนี้หรือไม่ บอกเลยว่า ไม่น่ามีครับ เพราะต้นทุนของระบบนี้ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งคาดการณ์ว่าขุมพลังในยุโรปก็จะมีทั้งขุมพลังดีเซล 2.4 และ 2.8 ลิตรเหมือนของไทย และอาจจะมีเครื่อง V6 ให้เลือกใช้ด้วย


   กำหนดการเปิดตัวของ Toyota Hilux ใหม่ทางฝั่งยุโรป ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด แต่คาดการณ์ว่าน่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้ ส่วนการเปิดตัวในไทย ล่าสุดนั้นเราได้ข่าวมาว่า กำหนดการเปิดตัวที่ชัดเจนที่สุดคือวันที่ 21 พ.ค. สถานที่เปิดตัวคาดการณ์ว่าจะเป็นไบเทค บางนา ส่วนกำหนดเปิดตัวที่โชว์รูมคือ 22-24 พ.ค. นี้ จะปฏิวัติทุกมิติเหมือนที่กล่าวไว้หรือไม่ รอชมกันได้เลยครับ

Tips :
   แม้ว่า Toyota Hilux Revo ใหม่ในเวอร์ชั่นเมืองไทย อาจจะไม่ได้ติดตั้งระบบ AEB อันเนื่องมาจากต้นทุนที่สูงมาก แต่อย่างไรก็ตามบอกได้เลยว่า ระบบความปลอดภัยของ Toyota Hilux Revo ใหม่ที่จะติดตั้งให้ในเมืองไทย ก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครเขาเลย ซึ่งในเวอร์ชั่นไทยเท่าที่ได้ยินมาก็จะติดตั้งระบบเบรก ABS/EBD ในทุกรุ่นย่อย,ระบบควบคุมการทรงตัว VSC,ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC,A-TRC (Active Traction Control),ระบบช่วยขึ้นเขา HAC,ระบบช่วยลงเขา DAC และ ระบบ Brake Override ถุงลมนิรภัย 7 ใบ (ขั้นต่ำ 3 ใบ) และอีกมากมายซึ่งต้องรอดูตอนเปิดตัวครับ
   
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

Fast & Furious 8 มาแน่นอน 14 เมษายน 2017

   หลังจากที่ภาพยนตร์ Fast & Furious 7 ได้ออกฉายทั่วโลกแล้ว ก็สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งล่าสุดตอนนี้รายได้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ทั่วโลกก็ปาเข้าไป 1,000 กว่าล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งติดอันดับ 5 ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลไปเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนคงจะไปชมเพื่อระลึกถึงพระเอก พอล วอล์กเกอร์ ผู้ล่วงลับด้วย


  และตอนนี้ เมื่อขาดพระเอกหลักอย่างพอลไป หลายคนก็ถามถึงว่าแล้วจะมีภาค 8 ต่ออีกหรือไม่ ซึ่งตอนหน้านี้ทาง Universal ก็เคยออกมาบอกว่า ภาค 7 จะเป็นเนื้อเรื่องที่ปูทางไปสู่ภาค 8-10 แต่เมื่ออุบัติเหตุมาพลัดพรากพระเอกอย่างพอลไปอย่างไม่มีวันกลับ ก็ต้องปรับบทในหลายๆส่วนกันใหม่ ซึ่งตอนจบก็ทิ้งทวนให้พอลอย่างสวยงามแล้ว แล้วภาคต่อไปละ จะเป็นยังไงต่อ???

  ซึ่งล่าสุดในงาน ซีนีมาคอน ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ที่หลายค่ายทยอยเปิดตัวโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ที่เตรียมฉายในอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งทางค่าย Universal ที่มากับ วิน ดีเซล ผู้รับบท โดมินิค ทอเร็ตโต้ ในฐานะตัวแทนนักแสดงและทีมผู้สร้าง ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่า จะมีแน่นอน Fast & Furious 8 พร้อมยืนยันกำหนดฉายคือ 14 เม.ย. 2017 หรืออีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า ซึ่งมันจะเป็นภาพยนตร์ Fast ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาเลย

   ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นคาดการณ์ว่าจะไปเริ่มเรื่องที่อเมริกาอีกครั้ง และอาจจะถ่ายทำกันในนิวยอร์ก ซึ่งก็ต้องติดตามตัวละครใหม่อย่าง มิสเตอร์โนบอดี้ รับบทโดย เคิร์ท รัสเซล ที่น่าจะมามีบทบาทในภาคนี้ และแน่นอน เด็คการ์ด ชอว์ รับบทโดย เจสัน สเตแธม ที่อาจจะกลับมาก่อเรื่องอีกครั้ง รับประกันความมันโดยผู้กำกับ จัสติน ลิน รวมทั้ง วิน ดีเซล กับ นีล มอริทซ์ ที่ดูแลงานสร้างเหมือนเดิม รับประกันความมันแน่นอน
   
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Mazda รุกเปิดตัวรถรุ่นใหม่ต่อเนื่อง ได้แก่ Mazda 3 MPS,CX-7 และ CX-9 โฉมใหม่

  เมื่อปี 2014 Mazda ก็ได้เดินเครื่องเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในตลาดโลกหลายรุ่นทีเดียว ตั้งแต่ Mazda 3 ในบางประเทศ ต่อด้วย Mazda 2 โฉมใหม่ และยังเดินหน้าเปิดตัว CX-5 กับ 6 Minor Change ด้วย ต่อจนถึง 2015 ที่ได้ทำการเปิดตัว CX-3 ใหม่อีกต่างหากครับ

  สำหรับไม้ตายเด็ดท่าต่อไปที่ Mazda เตรียมปล่อยออกมารับขวัญสาวกทั่วโลกนั้นก็มีอยู่หลายรุ่นทีเดียวครับ ซึ่งก็จะเริ่มต้นในช่วงเดือนกันยายน ที่งาน Frankfurt Motor Show 2015 ด้วยการเตรียมเปิดตัวเวอร์ชั่นแรงของ C-Segment คันเก่ง อย่าง Mazda 3 MPS ซึ่งคาดการณ์ว่าจะวางเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่จะมากับพละกำลังราวๆ 300 แรงม้า ซึ่งแน่นอนว่าเวอร์ชั่นแรงตัวนี้คนไทยไม่มีทางได้ใช้แน่นอน (เว้นแต่จะนำเข้ามาเองในราคาเกิน 2 ล้านแน่นอน) และต่อมาก็จะถึงทีของพี่ใหญ่ All-New Mazda CX-9 ที่ได้ฤกษ์เปลี่ยนโฉมกันเสียที ซึ่งก็จะใช้ขุมพลังเดียวกับ Mazda 3 MPS อีกด้วย กำหนดการเปิดตัวคืองาน LA Auto Show 2015 ปลายๆเดือนพฤศจิกายน

   และยังไม่พอครับ ใครที่คิดว่า CX-7 มันตายไปแล้ว สรุปคือ...มันยังไม่ตายครับ เพราะเจ้า All-New Mazda CX-7 เตรียมคัมแบ็กอีกครั้ง ด้วยการเล่นง่ายๆโดยการนำพื้นตัวถังของ CX-5 มายึดออกแล้วเพิ่มเบาะนั่งแถว 3 เข้าไป ทำให้มันเป็น SUV 7 ที่นั่ง ซึ่งการเปิดตัวน่าจะมีขึ้นในปีหน้าครับ และมันก็จะทำให้ Mazda มีรถ SUV ครอบคลุมแทบทุกตลาดกันเลยทีเดียวเชียวครับ

 ส่วนเมืองไทยคาดว่าต้นปี 2016 ก็จะได้ยลโฉมของ Mazda CX-3 ใหม่ รวมทั้ง CX-5 Minor Change ไม่ช้าก็เร็วกว่านั้นครับ เก็บเงินรอสู่ขอได้เลย
ที่มาภาพ Worldcarfans 
   
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558

ชมข้อมูล All-New MG GS รถอเนกประสงค์สุดหล่อก่อนวางขายในไทยช่วงปี 2016

   ค่ายรถสัญชาติอังกฤษแต่ในเงื้อมมือของจีนอย่าง MG ที่ในปีนี้ก็ได้สร้างสีสันในเมืองไทยด้วยการเปิดตัวรถเล็กสุดน่ารักแต่ราคาประหยัดอย่าง MG3 ด้วยราคาที่โดนใจทำให้กอบโกยยอดจองมาได้ไม่น้อยเลย ซึ่งแน่นอนว่าทาง MG เมืองไทย ยังไม่จบแค่นี้แน่นอน แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอีกหลายอย่างที่รอมาเข้ามาเสิร์ฟลูกค้าอีกต่อเนื่อง และพร้อมที่จะปาดหน้าเค้กผู้ผลิตรายใหญ่ได้เสมอ

   ซึ่งล่าสุดที่งาน Auto Shianghai 2015 ที่ผ่านมา ค่าย MG ก็ได้ใช้งานนี้เป็นสถานที่เปิดตัวรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์รุ่นแรกของค่ายอย่าง All-New MG GS ซึ่งในงานนี้ ทางค่ายก็ได้พระเอกหนุ่มชาวอังกฤษอย่าง Benedict Cumberbatch  มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถอเนกประสงค์คันเก่งของค่ายด้วยครับ


   พิกัดของรถนั้นมีความยาว 4,500  มม. กว้าง 1,855  มม. สูง 1,675 มม. และฐานล้อ  2,650  มม.ซึ่งตัวรถก็จะมีขนาดพอๆกับ B-SUV บ้านเรานั่นเอง ซึ่งก็จะมีคู่แข่งหลักๆคือ Honda HR-V,Nissan Juke,Ford Ecosport และ Mazda CX-3 ที่จะเปิดตัวในปีหน้าด้วย


   ซึ่งหน้าตาของรถนั้นมากับหน้าตาที่ดูดีมีชาติตระกูลทีเดียว ด้วยกระจังหน้าทรงดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของค่าย เพิ่มความโดดเด่นด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ และมี Daytime Running Lights ติดตั้งมาให้บริเวณกันชนใกล้ๆกับกรอบไฟตัดหมอก ซึ่งออกแบบให้รับกับกันชนหน้าซึ่งก็ได้ออกแบบเส้นสายให้ดูดุดันสอดคล้องกับหน้าตาของรถเลยละครับ เพิ่มความหรูหราด้วยการแต่งโครเมียมบริเวณกระจังหน้าและขอบกระจกรถ ล้ออัลลอยปัดเงามีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 16 และ 18 นิ้ว ส่วนท้ายรถก็ได้ออกแบบให้ดูสวยงามโฉบเฉี่ยวพร้อมกันชนสุดเท่และบึกบึน และยังมีเสาอากาศครีบฉลามติดเพิ่มความเท่ด้วย


   ภายในห้องโดยสารนั้นออกแบบได้สวยงามและหรูหรา เน้นการออกแบบที่ดูเหลี่ยมคมแต่แฝงความสปอร์ต มากับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเมนต์อันทันสมัยเอาใจผู้ขับขี่ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 6 หรือ 8 นิ้ว พร้อมระบบเครื่องเสียงคุณภาพเยี่ยม เบาะนั่งรถเป็นเบาะกึ่งหนังแท้ ซึ่งเบาะหลังสามารถพับเก็บแบบ 60/40 ได้อีกด้วยครับ


   สำหรับขุมพลังนั้น มี 2 ทางเลือกให้กับผู้บริโภค ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่รีดขุมพลังออกมาได้ถึง 168 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร และสะใจกับเวอร์ชั่นแรง เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบที่มากับความแรง 220 แรงม้ากันเลยทีเดียว และมากับแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ DCT ที่ยังมีให้เลือกแบบ 6 และ 7 สปีด นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกอีกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD




   MG GS จะเริ่มขายในเมืองจีนช่วงปลายปีนี้ และจะวางขายในตลาดอังกฤษช่วงปลายปี 2016 ส่วนเมืองไทยนั้นก็จะเอาเข้ามาวางขายช่วงต้นปี-กลางปี 2016 ซึ่งคาดว่าจะวางราคาราวๆ 6.5-8 แสนบาท เพื่อที่จะต่อกรกับคู่แข่งหลักๆอย่างง่ายดาย
   
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Land Rover เอาผิดค่ายรถจีนฐานลอกเลียน Range Rover Evoque ไม่ได้

  หลายท่านคงจะรู้จักประเทศจีนในฐานะประเทศที่ก๊อปปี้สินค้าได้เหมือนสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ กระเป๋า รองเท้า ซึ่งก็รวมทั้งรถยนต์ด้วย โดยเฉพาะเรื่องรถ ที่ชอบเอาหน้าตาของค่ายรถดังๆมาใส่ในรถของตัวเองด้วย หรือไม่ก็หยิบยกงานวิศวกรรมของค่ายรถอื่นๆมาผสมปนเปกัน ประมาณว่าเอาหน้า Toyota Hilux Vigo มาผสมกับตัวถัง D-Max อะไรประมาณนี้


   ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว เราก็ได้เห็นว่าค่ายรถจีน Jiangling Motors ได้เผยโฉมรถ Landwind X7 ของพวกเขาที่ดูจากรูปกายก็ชี้ชัดว่า จงใจเลียนแบบ รถค่าย SUV ดังอย่าง Land Rover Range Rover Evoque แบบเห็นๆเลยละครับ แน่นอนว่าทางค่าย SUV อังกฤษ เห็นแล้วต้องเงิบและไม่พอใจเป็นอย่างมาก

   แต่อย่างไรก็ตาม Ralf Speth ประธานกรรมการ Jaguar Land Rover ถึงกับต้องยอมจำนนกับเรื่องนี้ เหตุเพราะว่า ที่ประเทศจีนนั้นมีช่องโหว่ทางกฎหมาย และไม่มีกฎหมายหรือข้อกำหนดใดๆที่สามารถปกป้องพวกเขาได้ ซึ่งก็ทำได้แค่มองต่อไปเท่านั้น แม้ว่าเมื่อ พ.ย. ปีที่แล้ว ทางค่ายได้ออกมาเผยว่า Landwind X7 ได้ละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเขา และจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้

   โดย Jiangling Motors Landwind X7 เป็นรถ SUV ที่วางเครื่องยนต์พิกัด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ และยังทำราคาที่ถูกกว่า Range Rover Evoque ถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียวเชียวครับ


   
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 37 : Nissan X-Trail VS Mazda CX-5

   ตลาดกลุ่มรถอเนกประสงค์ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งดูจากยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นของรถกลุ่มนี้ ทำให้หลายค่ายรถวางแผนเพิ่มรถพวกนี้เข้าไปในแต่ละตลาดเพื่อกอบโกยยอดขาย เหมือนอย่างที่ค่าย Nissan ในเมืองไทย ซึ่งเริ่มจริงจังกับตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น ด้วยการนำ X-Trail โฉมใหม่ล่าสุดมาผลิตขายในไทย ทำให้ตอนนี้ยอดขายของมันติดลมบนไปเรียบร้อยแล้วครับ และสามารถทำยอดขายสู้คู่แข่งอย่าง Mazda CX-5 และ Chevrolet Captiva ได้เรียบร้อย

   สำหรับ Mazda CX-5 ก็ถือเป็นความพยายามอีกครั้งของค่ายที่กลับมาทำตลาดรถกลุ่มนี้อีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาตั้งแต่รุ่น Tribute และการกลับมาของมันก็มากับหน้าตาที่ดูสวยงามตามเอกลักษณ์
ของค่าย แม้ว่ารถคันนี้จะไม่ได้ผลิตที่ไทย แต่เป็นการนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งก็ทำให้บางกลุ่มติเรื่องการประกอบภายในบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหามากมายนัก ซึ่งมันก็สามารถทำยอดขายกับค่ายได้สวยงามทีเดียว จนบางเดือนก็แซงเจ้าตลาด Honda CR-V ไป พอหลังจากค่าย Nissan เปิดตัว ก็โดน Nissan X-Trail แย่งซีนขึ้นมาทันที



   การเปรียบเทียบครั้งนี้เลยขอนำ Nissan X-Trail มาเปรียบเทียบกับ Mazda CX-5 โดยเป็นการเปรียบเทียบรูปร่างหน้าตา ออปชั่นและราคา ส่วนการขับขี่ก็ขอให้ท่านผู้อ่านได้ไปทดลองเองเพื่อรู้สมรรถนะที่ชัดเจนแจ่มแจ้งกว่าการอ่านในบทความเพียงอย่างเดียวครับ

   อ้า..มาเริ่มกันเลย เริ่มต้นที่หน้าตาของ Nissan X-Trail ที่เน้นเส้นสายหรูหราแต่ก็แฝงความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ Nissan มาพร้อมกระจังหน้า V-Shape แสนโดดเด่น แม้บางคนอาจจะมองว่าเส้นสายเชย แต่ตัวจริงนั้นถือว่าโดดเด่นน่ามองเลยทีเดียวครับ ส่วนทาง Mazda CX-5 ที่มาพร้อมเส้นสายที่ดูสปอร์ตกว่า ด้วยแนวการออกแบบ Kodo Design ซึ่งทำให้หน้าตารถ Mazda รุ่นใหม่ๆ เหมือนๆกันหมด เลยกลายเป็นไส้กรอกหลายขนาด แต่ก็ไม่ได้แคร์จุดนี้ มันยังคงเป็นรถที่มีหน้าตาโดดเด่น เวลาขับรถคันนี้ผ่านไปไหนๆคนก็ต้องมองไม่น้อย โดยรวมนั้นหน้าตาทั้งสองคัน สวยโดดเด่นทั้งคู่ เพียงแต่ Mazda จะสปอร์ตกว่าเท่านั้นเอง

   สำหรับภายในห้องโดยสารนั้น Nissan จะออกแบบภายในให้ดูหรูหราน่าสัมผัสไม่น้อยเลย และยังมาพร้อมฟังก์ชันต่างๆเพียบ จุดเด่นของค่ายนี้คือหลังคาซันรูฟแบบพานอรามิก ซึ่งมีให้แค่รุ่นท็อปเท่านั้น และอีกจุดคือ ฝาท้ายเปิดปิดไฟฟ้า Auto Lift Gate ที่รถในระดับเดียวกันยังไม่ติดตั้งมาให้ นอกจากนี้มันยังมากับเบาะนั่งแถว 3 ซึ่งมีแล้วก็เหมือนไม่มี เพราะคงเหมาะกับเด็กเล็กมากกว่าให้ผู้ใหญ่นั่ง ส่วนทางด้าน Mazda ก็มากับห้องโดยสารที่ดูเรียบง่ายธรรมดา อาจจะไม่น่ามองนัก (แต่รุ่น Minor Change ที่ออกมาภายในสวยขึ้นเห็นๆ) แต่ก็เป็นห้องโดยสารที่น่าสัมผัส แม้จะไม่มีเบาะแถว 3 แต่ก็ยังคงกว้างขวางสบายไม่แพ้ X-Trail เลย เพียงแต่เบาะแถว 2 ของ X-Trail จะเป็นหนึ่งในเบาะที่นั่งแล้วสบายก้นเป็นที่สุดชนิดที่ว่าอยากไปหลับเลย


   สำหรับขุมพลังของ Nissan X-Trailก็มีขุมพลังให้เลือก 2 แบบเช่นกัน มากับเครื่อง 2.0 ลิตร รหัส MR20DD ใหม่ ติดตั้งระบบฉีดเชื้อเพลิงตรงไดเร็กอินเจ็กชั่นเป็นครั้งแรก มากับพละกำลังสูงสุด 144 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 200 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ X-TRONIC CVT รุ่นใหม่พร้อม manual mode และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรบล็อกเดียวกับ Teana กำลังสูงสุด 171 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 233 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ X-TRONIC CVT รุ่นใหม่เช่นกัน ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้น รุ่น 2.0 จะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ ส่วนรุ่น 2.5 มีให้เฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

ทางด้าน Mazda CX-5 นั้น มีให้เลือก 3 ขุมพลัง ได้แก่ ขุมพลังเบนซิน SkyActiv-G 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่อง 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตัวเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที และบล็อกใหญ่ 2.5 ลิตร มากับพละกำลัง 192 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 256 นิวตันเมตรที่ 3,250 รอบต่อนาที และขุมพลังดีเซล SkyActiv-D 2.2 ลิตร พละกำลัง 165 แรงม้าที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที  ส่งกำลังด้วยเกียร์ SkyActiv Drive 6 สปีด ในรุ่นดีเซลจะเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อครับ ซึ่งทาง Mazda จะเน้นการขับขี่ที่เทพกว่าแต่ถ้าอยากได้ความนุ่มสบายก็ไป Nissan

  ระบบความปลอดภัยของรถนั้น Nissan จะเน้นไปที่ระบบช่วยเหลือการขับขี่ไปเสียมากมาย จนทำให้ต้องยอมตัดถุงลมด้านข้างในรุ่นล่างๆและม่านถุงลมในรุ่นท็อป ทำให้ในรุ่นท็อปนั้นอย่างเก่งก็จะมีถุงลมคู่หน้าและด้านข้าง ซึ่งระบบช่วยเหลือการขับขี่ของ Nissan ก็มีระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะที่ผู้ขับขี่ถอนคันเร่ง หรือเข้าโค้ง AEB - Active Engine Brake ,ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ ARC - Active Ride Control ,ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ATC - Active Trace Control ,ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (ในรุ่นท็อปจะมี ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control เสริมเข้ามาด้วย),ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะวิ่งบนถนนลื่น ,ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC ,ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรี TCS ,ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS ,ระบบกระจายแรงเบรก EBD และ ระบบเสริมแรงเบรก BA
 

ส่วนทางค่าย Mazda ก็จัดมาให้ไม่แพ้กันเลย ตั้งแต่ระบบปรับมุมลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติตามการเลี้ยวของรถ AFS (Adaptive Front-lighting System) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง-ด้านหน้า,ด้านข้างและม่านถุงลม กล้องมองหลัง ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC (Dynamic Stability Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist) ระบบควบคุมเกียร์ AAS (Active Adaptive Shift) ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System) ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System) นอกนั้นก็มีอุปกรณ์มาตรฐานอย่างระบบเบรก 4W-ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA เป็นต้น

   ค่าตัวของ Nissan X-Trail  มีราคาตั้งแต่รุ่น 2.0S 2WD ราคา 1,172,000 บาท,รุ่น 2.0E 2WD ราคา 1,246,000 บาท,รุ่น 2.0V 4WD ราคา 1,325,000 บาท และรุ่น 2.5V 4WD ราคา 1,551,000 บาท
ส่วนราคาของ Mazda CX-5 นะครับ ในรุ่น 2.0 C ราคา 1,200,000 บาท รุ่น 2.0 S ราคา 1,300,000 บาท รุ่น 2.5 S ราคา 1,440,000 บาท และ รุ่น XDL ราคา 1,670,000 บาทครับ สำหรับรุ่นที่เรานำมาเทียบนั้น Nissan X-Trail 2.5 V 4WD กับ Mazda CX-5 2.5 S ด้วยความที่ Nissan มากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ฝั่ง Mazda จะเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (ขับ 4 มีเฉพาะตัวท็อป) บวกกับออปชั่นที่มากกว่านิดหน่อยของ Nissan ทำให้ราคามันดูสมเหตุสมผลทั้งคู่



Function

Nissan X-Trail 2.5V 4WD
Mazda CX-5 2.5 S
สัดส่วนตัวรถ (ยาว/กว้าง/สูง)
4640/1820/1720
4540/1840/1670
ซันรูฟแบบพาโนรามิก
มี
-
Auto Lift-Gate
มี
-
พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง
มี
มี
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่
มี
มี
ปุ่ม Eco Mode
มี
-
ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์
มี
มี
กุญแจอัจฉริยะ
มี
มี
กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบ Jam Protection ที่ตำแหน่งคนขับ
มี
มี
กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
-
มี
ระบบปรับอากาศตอนหลัง
มี
-
เบาะนั่งคนขับ
ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพ้อมปุ่มปรับดันหลัง
ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางพ้อมปุ่มปรับดันหลัง
เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
มี
-
เบาะแถวสองพับแบบ 40:20:40
มี
มี
เบาะแถวสาม
มี
-
ระบบปรับอากาศ Dual Zone
มี
มี
ระบบเครื่องเสียง
ระบบเครื่องเสียง AM/FM CD MP3 จอสัมผัส 7 นิ้ว
วิทยุ FM/AM CD/MP3
หน้าจอสีสัมผัสขนาด 5.8 นิ้ว
ระบบนำทาง
มี
มี
จำนวนลำโพง (ตัว)
6 ตัว
BOSE 9 ตัว
USB/AUX
มี
มี
Bluetooth
มี
มี
Nissan Connect
มี
-
Engine
เครื่องยนต์
เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว
SKYACTIV-G 2.5 DOHC
แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว
พละกำลัง (แรงม้า/รอบต่อนาที)
171/6,000
192/5,700
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร/รอบต่อนาที)
233/4,000
256 / 3,250
ระบบส่งกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ XTronic CVT
SkyActiv Drive 6 สปีด
Safety
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
มี
มี
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
มี
มี
ม่านถุงลมด้านข้าง
-
มี
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
มี
มี
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
มี
มี
ABS/EBD/BA
มี
มี
ระบบควบคุมเกียร์ AAS (Active Adaptive Shift)
-
มี
ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติ เมื่อเบรกกะทันหัน ESS
-
มี
ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS
(Tire Pressure Monitoring System)
-
มี
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
พร้อม Hill Descent Control
มี
ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง ATC
มี
-
ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ ARC
มี
-
ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติขณะถอนคันเร่งหรือเข้าโค้ง AEB
มี
-
กล้องมองหลัง
มี
มี
กล้องมองภาพรอบทิศทาง
มี
-
ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด และด้านหลัง 4 จุด
-
มี
กุญแจนิรภัย (Immobilizer)
และสัญญาณกันขโมย
มี
มี
Price
ราคา (บาท)
1,551,000
1,440,000
 

   สรุปเลยก็คือ...ไม่ว่า Nissan X-Trail หรือ Mazda CX-5 ต่างเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความน่าสนใจทั้งสองค่ายเลย ซึ่งแต่ละคันก็มีจุดขายที่แตกต่างกัน สำหรับ Nissan X-Trail ที่เปิดตัวมาประมาณ 5 เดือนได้แล้ว ก็ถือว่าทำการบ้านมาได้ดี จัดออปชั่นของรถมาได้ลงตัวและราคาที่น่าคบ ทำให้กอบโกยยอดขายที่สวยงามภายในเวลาไม่กี่เดือนได้ ส่วนทางด้าน Mazda CX-5 ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยหน้าตาที่สปอร์ตและระบบความปลอดภัยอัดแน่นสารพัด โดยเฉพาะถุงลม 6 ใบที่มีให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น แต่ Nissan มีให้แค่ 4 ใบในตัวท็อป ส่วนรุ่นล่างเป็น 2 ใบ แต่อย่างไรก็ตามออปชั่นต่างๆในห้องโดยสารอาจจะไม่มีอะไรเด่นเท่า X-Trail บ้าง ก็ยังเป็นรถที่น่าสนใจ สุดท้ายนี้ขอให้ Nissan X-Trail ชนะการเปรียบเทียบครับ

Score
รูปร่างหน้าตา 5
4
4
ฟังก์ชัน 5
4.5
4
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 5
4
4
ระบบความปลอดภัย 5
4.5
4.5
ราคา 5
4
4
ศูนย์บริการ 5
4
4
รวม 30
25
24.5

   
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!