Like Box

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

All-New Lada Vesta ผลผลิตชิ้นใหม่จากค่ายหมีขาว

 หลายคนอาจจะไม่รู้จักแบรนด์ Lada ซึ่งผมจะอธิบายว่ามันคือยี่ห้อรถของประเทศรัสเซียซึ่งผลิตรถไว้ใช้ในประเทศของเขาเอง ซึ่งภาพลักษณ์ตามมโนภาพของใครๆหลายคนก็น่าจะมองว่าแบรนด์นี้ทำแต่รถเชยๆ ไม่ทันสมัย ซึ่งถ้าไปดูรถแต่ละรุ่นที่จำหน่ายจะเห็นได้ว่าตรงตามมโนภาพของใครๆหลายคนคิดไว้เลย แต่ตอนนี้ Lada เองก็เตรียมจะปฏิวัติวงการแล้ว


   และตอนนี้ทางบริษัทผู้ผลิตอย่าง AvtoVAZ ก็พร้อมแล้วสำหรับการเผยโฉมซีดานรุ่นใหม่ภายใต้ความร่วมมือจากทางบริษัท Ranault-Nissan Alliance ภายใต้นามของรถว่า "Lada Vesta" ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันปฏิวัติความเชื่อเดิมๆของแบรนด์รถรัสเซียเชยๆได้ไม่มากก็น้อยเลย


   ซึ่งหน้าตาของรถนั้นได้รับการออกแบบให้ทันสมัยกว่า Lada รุ่นอื่นๆ และออกแบบกระจังหน้าที่สอดรับกับการออกแบบกันชนหน้าที่ดูสวยงามทันสมัย (มองแล้วแอบนึกถึงแนวการออกแบบ Mitsubishi นิดหน่อย) เส้นสายด้านข้างมีการใส่ลูกเล่นเล่นเส้นสายตัวรถและปั๊มตัวถังให้มีมิติเส้นสายที่เด่นชัด ส่วนด้านท้ายก็มากับไฟท้ายทรงเหลี่ยม โดยรวมแม้อาจจะยังไม่สวยงามหรือสมบูรณ์แบบ 100% แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สวยงามทีเดียว ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นก็ได้ออกแบบภายในให้ดูทันสมัย การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้งานได้ง่าย 
   
   Lada Vesta ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มที่เรียกว่า B/C Platform ที่พัฒนาโดยวิศวกรของ AvtoVAZ ร่วมมือกับ Ranault-Nissan Alliance โดยมันจะมากับขนาดตัวถังยาว 4,410 มม. กว้าง 1,764 มม. และสูง 1,497 มม. และมากับฐานล้อยาว 2,635 มม. และยังมีเนื้อหาสำหรับเก็บสัมภาระได้ถึง 480 ลิตรกันเลยทีเดียว


   สำหรับขุมพลังนั้นก็จะมีขุมพลังให้เลือกหลายแบบด้วยกัน เริ่มตั้งแต่เครื่องเบนซิน 1.6 ลิตรมากับพละกำลัง 106 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีดจาก Reanult หรือ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดแล้วแต่จะเลือก ส่วนขุมพลังเล็กสุดจะมากับเครื่องยนต์ 8 วาล์ว ที่มีพละกำลังจิ๊บจ๊อย 87 แรงม้า หรือใครอยากได้แรงกว่านี้ก็ไปหาเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร 114 แรงม้าที่มาจาก Nissan

   โดยทาง AvtoVAZ วางแผนที่จะผลิต Lada Vesta ประมาณ 5,000 คันก่อนสิ้นปีนี้ โดยจะมีกำหนดการขายเริ่มขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน โดยจะผลิตที่โรงงาน Izhevsk ในเทือกเขาอูราลตะวันตก โดยร้อยละ 60 ของชิ้นส่วนของรถไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ เกียร์ แซสซีส์ รวมทั้งชิ้นส่วนต่างๆจะผลิตที่โรงงานใน  Togliatti โดย CEO ทาง Lada บอกว่า 71% ของ Lada Vesta ที่จำหน่ายในรัสเซียจะถูกผลิตในท้องถิ่นของมันและมุ่งเน้นทำตลาดรัสเซียเป็นหลัก


   โดย Lada Vesta จะมีค่าตัวระหว่าง 465,000 รูเบิล (ประมาณ 257,197 บาทไทย) จนถึง 600,000 รูเบิล (ประมาณ 331,867 บาทไทย) ครับ

ที่มา Carscoops
   
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

แอบถ่าย Fiat 124 Spider ไร้การอำพราง โรดสเตอร์ฝาแฝด Mazda MX-5

  หลังจากที่เคยมีข่าวว่าทาง Fiat จะนำเอารถสปอร์ตโรดสเตอร์จากค่าย Mazda อย่าง Mazda MX-5 มายืมตัวถังและต่อยอดเป็นรถของตนเอง และมีรถทดสอบออกมาวิ่งกันสักพักแล้ว ซึ่งล่าสุดนั้นก็มีภาพแบบเต็มๆไร้การพรางตัวของ Fiat 124 Spider ว่าที่สปอร์ตคันใหม่จากอิตาลีออกมาให้เห็นกันแล้ว

   โดยจากภาพคาดว่าน่าจะเป็นการถ่ายโฆษณาหรือภาพโปรโมทรถอะไรซักอย่าง ซึ่งเจ้าสปอร์ตโรดสเตอร์ผู้ถูกสร้างบนพื้นตัวถังของ Mazda MX-5 จะมีหน้าตาทั้งหน้าและหลังที่ต่างออกไปจากต้นฉบับ ซึ่งเจ้า Fiat คันนี้จะได้รับการออกแบบไฟหน้าใหม่ทรงกลม และกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม ซึ่งมันยังนำเอากลิ่นอายจากบรรพบุรุษ Fiat 124 Spider รุ่นปี 1966 มาปรับใช้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่ให้แตกต่างจากต้นฉบับ ส่วนด้านท้ายนั้นก็จะมากับไฟท้ายทรงเหลี่ยมและฝากระโปรงท้ายที่ไม่เหมือนกับต้นฉบับเลย

   แม้ภายนอกจะต่างจากต้นฉบับอย่าง MX-5 แต่ทว่าภายในห้องโดยสารนั้นกลับใช้ของ Mazda MX-5 ทั้งดุ้นแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ซึ่งมีการเปลี่ยนแค่โลโก้บนพวงมาลัยเท่านั้น  ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็ต้องดูกันอีกที

  ส่วนขุมพลังนั้นทาง Fiat ไม่ยุ่งกับขุมพลัง SkyActiv ของ Mazda แต่จะนำเอาเครื่องยนต์ของตนมาใช้ โดยคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตรเทอร์โบ ที่จะมากับพละกำลัง 180 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และยังมีเครื่องยนต์ 1.75 ลิตรเทอร์โบที่ยกมาจาก Alfa Romeo 4C ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DCT ซึ่งก็น่าจะนำมาใช้ในรุ่น Abarth ซึ่งจะเปิดตัวตามมาในปีหน้า

   คาดว่า All-New Fiat 124 Spider จะทำการเปิดตัวภายในงาน Los Angeles Auto Show 2015 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเปิดตัวครับ

ที่มา Worldcarfans

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

ส่อง Mazda BT-50 Pro Minor Change ในแดนจิงโจ้กับความแตกต่างที่คนไทยต้องอิจฉา

  หลังจากการเปิดตัว Mazda BT-50 Pro Minor Change ในเมืองไทยกันไปแล้ว ซึ่งก็สร้างความคึกคักให้กับตลาดกระบะพอสมควร ทีนี้เราลองมาชม Mazda BT-50 Pro Minor Change ในเวอร์ชั่นออสเตรเลียกันบ้าง ซึ่งความน่าสนใจไม่ได้อยู่ตรงที่รูปร่างหน้าตาของรถ แต่มันอยู่ที่ออปชั่นและระบบความปลอดภัยของรถนั่นเอง
   รูปร่างภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ย่อหน้าแรก ซึ่งก็มีหน้าตาที่ไม่ได้ต่างจากเวอร์ชั่นเมืองไทยเลย มีการปรับโคมไฟหน้าใหม่แบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และกระจังหน้าใหม่ให้เข้าธีม Kodo Design และปรับเปลี่ยนไฟท้ายพร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ ซึ่งแม้จะปรับโฉมนิดเดียว ไม่ได้ปรับหนักๆแบบ Ford Ranger พี่ชายของมัน แต่ก็ทำให้กระบะ Mazda ใหม่นี้รถดูสวยงามและดูดีขึ้นมากเลยทีเดียว และยังคงความสปอร์ตตามแนวทางของค่ายเลย

   ทีนี้ขยับเข้ามาดูภายในห้องโดยสารกันบ้าง ซึ่งยังคงการออกแบบเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ไฮไลต์สำคัญเลยที่คนไทยต้องอิจฉาคือการติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7.8 นิ้ว พร้อมระบบวิทยุ CD MP WMA มีระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth ช่องเสียบ USB AUX และระบบนำทาง ถึงจะเล่น DVD ไม่ได้ แต่แค่มีจอสัมผัสมาให้ คนไทยก็น่าจะอิจฉาแล้วครับ ความแตกต่างอีกอย่างคือในรุ่นสูงๆจะมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้าย-ขวา ซึ่งอันที่จริงมีตั้งแต่รุ่นก่อน Minor Change แล้ว ในขณะที่เมืองไทยยังเป็นแอร์ลูกบิดธรรมดาในรุ่นสูงๆอยู่เลย และนอกจากนี้ Mazda ใจเด็ดยังจัด Cruise Control ให้ในทุกรุ่นย่อยอีกด้วย
    สำหรับขุมพลังนั้นก็ไม่ได้ต่างจากเมืองไทย ซึ่งมีให้เลือก 2 ขุมพลัง ได้แก่
- เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล Di-THUNDER PRO VN TURBO เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 2.2 ลิตร แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที

- เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล Di-THUNDER PRO VN TURBO เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC แบบ 5 สูบ 20 วาล์ว ขนาด 3.2 ลิตร แรงม้าสูงสุด 200 แรงม้าที่ 3,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที

  ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนไทยต้องอิจฉาตาร้อน เพราะทาง Mazda Australia เล่นจัดระบบความปลอดภัยทั้งระบบป้องกันและระบบช่วยเหลือต่างๆลงไปตั้งแต่รุ่นตอนเดียวจนมาถึงรุ่น 4 ประตูกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ประกอบด้วย
- ระบบเบรก ABS/EBD/BA ทุกรุ่นย่อย
- ระบบควบคุมการทรงตัว DSC ทุกรุ่นย่อย
- ระบบป้องกันการลื่นไถล TCS ทุกรุ่นย่อย
- ไฟเบรกฉุกเฉิน ESS ทุกรุ่นย่อย
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA ทุกรุ่นย่อย
- ระบบช่วยลงเขา HDC (ในรุ่น 4x4)
- ระบบล็อคเฟืองท้าย Locking Rear Differential พร้อมสวิตซ์เปิด-ปิด (ในรุ่น 4x4)
- ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ RSC ทุกรุ่นย่อย
- ระบบควบคุมการทรงตัวเมื่อบรรทุก LAC ทุกรุ่นย่อย
- ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง TSC ทุกรุ่นย่อย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ทุกรุ่นย่อย
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างตั้งแต่รุ่น Freestyle Cab
- ถุงลมนิรภัยม่านด้านข้างในรุ่น Single Cab ทุกรุ่นย่อย
- ม่านถุงลมนิรภัยรอบคันหน้า-หลังตั้งแต่รุ่น Freestyle Cab
- กล้องมองหลัง

   เห็นออปชั่นโหดขนาดนี้บอกเลยว่า แม้แต่ผมเองยังอิจฉาแทนคนไทยหลายคนเลย เพราะ ทางออสเตรเลียเล่นจัดออปชั่นมาเสียขนาดนี้ อันเนื่องมาจากในประเทศออสเตรเลียนั้น Mazda ขายดีมากๆ เลยทำให้ทาง Mazda เห็นความสำคัญในตลาด โดยราคาค่าตัวของเวอร์ชั่นออสเตรเลียเริ่มที่ 25,570 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 649,864 บาทไทย) จนถึงรุ่นท็อปสุด 53,790 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,367,078 บาทไทย)

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

มาแล้ว! All-New Ford F-Series Super Duty เอาใจชาวมะกันที่ชอบอะไรใหญ่ๆ

 ขึ้นชื่อว่าพวกชนชั้นอเมริกันหลายคนจะมีรูปร่างขนาดตัวที่ใหญ่กว่าชาวไทยเยอะเลย และแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านี้ก็ต้องการขับรถที่ใหญ่ๆให้มันเหมาะกับขนาดเขาสักหน่อย และอีกอย่างถนนบ้านเขาก็ใหญ่กว่าเราเยอะ จึงทำให้ตลาดรถกระบะ Full-Size Pick-Up เป็นที่นิยมในกลุ่มชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าถ้าพูดถึงกระบะขนาดใหญ่เหล่านี้หลายคนจะต้องนึกถึงแบรนด์ Ford ก่อนแน่นอน

   และล่าสุดทางค่าย Ford ก็ได้เผยโฉมหน้าของตระกูลกระบะ Full-Size อีกเซตหนึ่งของค่าย นั่นคือ Ford F-Series Super Duty รุ่นปี 2017 ที่มาครบทั้งตระกูล ไล่ตั้งแต่ F-250 / F-350 และ F-450 ซึ่งทาง Ford บอกว่าเป็นกระบะของค่ายที่โหด ถึก ล้ำ และมากความสามารถที่สุดนับตั้งแต่ค่าย Ford เคยผลิตออกมา

   ซึ่งหน้าตาของกระบะคันนี้จะมากับความแข็งแกร่งที่แฝงซ่อนไปด้วยความล้ำยุค ด้วยกระจังหน้าโครเมียมทรงสี่เหลี่ยมอันโดดเด่นพร้อมโลโก้ Ford ขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งทาง Ford ได้ออกแบบให้กันชนยื่นไปทิ่มแทงกับไฟหน้าทรง LED อันทันสมัย กันชนหน้าแบบโครเมียมที่เพิ่มความหรูหราเข้าไปได้อีก เส้นสายด้านข้างยังคงมาแนวเหลี่ยมเยอะๆตามวิถีกระบะ Full-Size ของค่าย ส่วนด้านท้ายนั้นก็มากับไฟท้าย LED ทรงโดดเด่น พร้อมออกแบบสปอยเลอร์ท้ายที่ติดมากับฝากระบะท้าย โดยรวมน่าจะดึงดูดสายตาสาวกกระบะมะกันไม่น้อยเลย

   เห็นแบบนี้แล้วต้องแลดูเป็นกระบะที่แข็งแกร่งแน่นอน..ซึ่งบอกเลยว่าถูกต้องนะครับ เพราะ ผลจากการใช้ตัวถังของรถที่ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่งทนทาน ทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 95% และยังทนต่อแรงบิดมากกว่าเดิม 24% และผลจากการใช้วัสดุอะลูมิเนียมนี้เองทำให้มีน้ำหนักตัวที่ลดลงจากรุ่นก่อนราวๆ 158 กก. กันเลยทีเดียว

   ภายในห้องโดยสารนั้นก็ยังคงมากับแนวการออกแบบที่ดูแข็งแกร่งตามสไตล์กระบะฟูลไซส์ แต่ก็ได้มีการแต่งเติมเพิ่มความหรูหราในระดับเทียบชั้น SUV ชั้นเยี่ยมกันเลยทีเดียว ซึ่งภายในก็ได้แต่งเติมเพิ่มฟังก์ชันทันสมัยไว้หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบ SYNC 3 และยังมีกล้องมองภาพ 7 ตัวรอบคัน

   สำหรับขุมพลังนั้นมีการคาดการณ์ว่าน่าจะใช้ขุมพลังดีเซล 6.7 ลิตร V8 / เบนซิน 6.8 ลิตร V10 และ เบนซิน 6.2 ลิตร V8 ซึ่งก็จะมีตัวถังให้เลือกทั้งแบบ Regular Cab (ตอนเดียว) / Super Cab (ตอนครึ่ง) และ Crew Cab (4 ประตู)

   และใครที่คาดหวังว่ามันจะมาขายในไทยโดยตัวแทนจำหน่ายหรือไม่ บอกเลยว่า รอชาติหน้าตอนบ่ายๆได้เลย เพราะ รถใหญ่แบบนี้ไม่เหมาะสมกับตลาดไทยเท่าไหร่ แค่กระบะ Ford Ranger ก็น่าจะเพียงพอต่อการทำตลาดกระบะแล้ว
 
ที่มา Carscoops

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

หลุดครั้งแรก! Mazda Koeru Concept ในเวอร์ชั่นผลิตขายจริง หนือมันจะเป็น CX-7 โฉมใหม่?

  สื่อหลายสำนักคาดหวังไว้ว่าต้นแบบ Mazda Koeru Concept จะเป็นแนวทางการออกแบบที่ดีสำหรับ Mazda ในอนาคต แต่ก็ไม่คิดและคาดหวังกันเลยว่าต้นแบบคันนี้จะกลายเป็นรถที่ขายและออกวิ่งบนถนนจริงๆได้แบบเร็วไวขนาดนี้

 โดยสำนักข่าว Auto Sina ของเมืองจีนสามารถแอบถ่ายภาพต้นแบบ SUV รุ่นปริศนาของ Mazda ได้ ซึ่งมองเพียงคร่าวๆและพิจารณารูปทรงก็รู้เลยว่า มันต้องเป็นเวอร์ชั่นผลิตจำหน่ายจริงของ Mazda Koeru Concept ที่โชว์ตัวในงาน Frankfurt Motor Show 2015 เป็นแน่แท้

  ซึ่งในสื่อยุโรปหลายเจ้ารวมถึงสำนักข่าวจีนต่างคิดว่าหรือมันจะเป็น Mazda CX-4 ใหม่ แต่สื่อต่างประเทศส่วนใหญ่(รวมถึงตัวผู้เขียนด้วย) ต่างคิดว่ามันน่าจะเป็นตัวตายตัวแทนของ CX-7 ที่มีข่าวว่ามันจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมา ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวรถจะใหญ่กว่า CX-5 หน่อยๆ และจะแทรกกลางระหว่าง CX-5 กับ CX-9 โฉมใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวโฉมใหม่เช่นกัน

   เมื่อเทียบกับ CX-5 แล้ว ทั้งสองจะมีฐานล้อเท่ากันที่ 2,700 มม. แต่จะมีความยาวมากกว่า CX-5 ที่ 4,600 มม. (CX-5 ยาว 4,540 มม.) มีความกว้าง 1,900 มม. (CX-5 กว้าง 1,840 มม.) และความสูง 1,500 มม. (CX-5 สูง 1,670 มม.) 


  ซึ่งดูจากรูปทรงแล้วคาดว่าในเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงนั้น จะใกล้เคียงกับต้นแบบเกินครึ่งแน่นอน แต่ก็ต้องมีการปรับรายละเอียดให้เข้ากับยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยตัวรถจะมากับแนวเส้นสายที่ดูสปอร์ต มากับด้านท้ายที่ลาดเอียงเพื่อเพิ่มความสปอร์ต แต่จะมีผลต่อ Headroom ผู้โดยสารหรือไม่ อันนี้ก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัด ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นก็ยังคงมาโทนเดียวกับ Mazda รุ่นอื่นๆ

   สำหรับขุมพลังนั้นมีการคาดการณ์ว่า น่าจะมีการวางเครื่อง 2.5 ลิตร SKYACTIV รวมทั้ง 2.5 ลิตร Turbo SKYACTIV ที่จะบรรจุลงใน CX-9 โฉมใหม่ที่จะเผยโฉมต้นปี 2016 นอกจากนี้ก็จะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลให้เลือกหลากหลาย

คาดว่า Koeru Concept รุ่นขายจริงน่าจะเปิดตัวภายในปีหน้าครับ..

ที่มา Carscoops
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

Nissan Teana/Altima Minor Change ทิ้งมาดความหรูสู่ความสปอร์ต

  ตลาด D-Segment ในอเมริกาถือเป็นตลาดที่น่าจับตามองมาก หลังจากที่คู่แข่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Toyota Camry / Honda Accord / Mazda  ได้ทยอยกันปรับโฉมกันใหม่กระตุ้นตลาดรถกลุ่ม D-Segment ในอเมริกาแล้ว มาคราวนี้ก็ถึงคิวของค่ายรถญี่ปุ่นอีกราย นั่นก็คือ Nissan ที่ล่าสุดได้ทำการปรับโฉมให้กับ Nissan Altima หรือ Teana ในตลาดบ้านเรานั่นเอง ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างกันเลยครับ

  ซึ่งหน้าตาของรถนั้นได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ทิ้งฟอร์มการออกแบบเดิมๆไปเลยทีเดียว โดยหน้าตานั้น ใครหลายคนที่ชอบเรียกว่า "Sylphy ชุบแป้งทอด" เปลี่ยนมาเรียกว่าเป็น "น้องของ Maxima" เพราะได้ยกแนวการออกแบบจากซีดานรุ่นใหญ่อย่าง Maxima เข้ามาใส่ใน Altima/Teana ใหม่นั่นเอง ซึ่งทำให้มันดูมีความสปอร์ตขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยไฟหน้าทรงบูมเมอแรงแบบ LED พร้อม DRL เฉพาะรุ่นย่อยบนๆ ส่วนรุ่นล่างจะเป็นไฟหน้าแบบ Halogen High Beam หรือ Projector Low Beam ตามแต่ละรุ่นย่อย กระจังหน้า V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์ ล้ออัลลอยลายใหม่ที่มีให้เลือกตั้งแต่ขอบ 17-18 นิ้ว นอกจากนั้นแล้ว Nissan ยังได้ลงทุนออกแบบโคมไฟท้ายใหม่ทั้งดุ้นที่มีรูปทรงกินไปถึงฝาท้าย ติดสปอยเลอร์ท้าย ที่ทำให้ดูสปอร์ตขึ้น โดยรวมนั้นตัวรถจะทิ้งความหรูออกไปนิดๆ แล้วเปลี่ยนเป็นแนวสปอร์ตโฉบเฉี่ยวตามคู่แข่ง

   ภายในห้องโดยสารนั้นเป็นคนละแนวทางการภายนอก คือจะมาโทนเรียบๆเน้นการใช้งาน ซึ่งก็ได้มีการออกแบบคอนโซลใหม่เล็กน้อยโดยมีแนวการตกแต่งให้เลือกตามแต่ละรุ่นย่อย ทั้งแบบโทนหรูที่จะใช้โทนภายในสีเบจ พร้อมออกแบบลายไม้ใหม่ให้เข้ากับโทนสีภายใน ส่วนการตกแต่งแนวสปอร์ตจะมากับห้องโดยสารสีดำ พวงมาลัย เบาะนั่ง และวัสดุบุนุ่มรอบคันรถถูกเย็บด้วยตะเข็บสีน้ำเงินรอบคันเพื่อเพิ่มความสปอร์ต นอกจากนี้แล้วทั้งสองการตกแต่งจะมีการออกแบบบริเวณฐานเกียร์และที่วางแก้วน้ำใหม่ด้วย

   ระบบอินโฟเทนเมนต์ของรถจะได้หน้าจอขนาด 5 หรือ 7 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อ NissanConnectSM  ซึ่งก็จะมี NissanConnect Navigation ระบบนำทาง โดยเชื่อมต่อจากแอพพลิเคชันบนมือถือนั่นเอง นอกจากนี้แล้วเบาะนั่งคู่หน้านั้นยังเป็นแบบ Zero Gravity ที่โอบกระชับต่อสรีระของผู้โดยสาร

   Nissan Altima/Teana ใหม่นั้นมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ลดลงจากเดิม 0.29 เป็น 0.26 อันเป็นผลจากการออกแบบชุดกันชนหน้าและหลังใหม่ซึ่งทำให้การไหลเวียนอากาศผ่านตัวรถดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

   สำหรับขุมพลังนั้น Nissan ยังคงใช้ขุมพลังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยในตลาดอเมริกาจะมี 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบมากับพละกำลัง 182 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 มากับพละกำลัง 270 แรงม้า โดยทาง Nissan ยังบอกอีกว่าสำหรับรุ่น 2.5 ลิตรนั้นจะมากับอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น ซึ่งทำได้ราวๆ 15.67 กม./ลิตร

   Nissan Altima ใหม่จะวางขายในอเมริกาเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยราคาค่าตัวจะประกาศในช่วงใกล้ๆวันที่วางขาย ส่วนเมืองไทยนั้นจะได้ Nissan Teana Minor Change หน้าตาแบบนี้หรือไม่ ก็ต้องติดตามการเปิดตัวที่น่าจะเกิดขึ้นปีหน้าครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

รวม 10 เพลงประกอบโฆษณารถยนต์ที่อยากให้คนรักรถฟัง ภาค 2

  สวัสดีครับท่านผู้อ่าน หลังจากที่เราเคยนำเสนอเพลงประกอบโฆษณารถยนต์ไปก่อนหน้านี้ใน "รวม 10 เพลงประกอบโฆษณารถยนต์ที่อยากให้คนรักรถฟัง" กันไปแล้ว คราวนี้้ผมเลยขอต่อเนื่องในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งเราก็ยังสรรหาเพลงประกอบโฆษณารถของเมืองไทยที่ฝ่ายการตลาดสรรหาเพลงที่หลายคนน่าจะชอบ และพอเราได้ดูโฆษณาปุ๊บ...หลายคนก็ต้องถามหาเลยว่า เพลงของศิลปินคนไหน และใครร้อง


 โดยในตอนที่ 2 นั้นจะเน้นโฆษณาของ Toyota และ Isuzu ทั้งหมด โดยเฉพาะ Toyota ที่มีโฆษณาใหม่ๆออกมาเยอะมาก และยังมีโฆษณาเก่าๆที่น่าจดจำเช่นกัน ส่วน Isuzu ยังมีโฆษณาหลายตัวที่น่าจดจำและยังมีเพลงประกอบโฆษณาที่ติดหูจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย จะมีอะไรบ้าง เชิญรับชมได้เลยครับ

1. Toyota Vios - เพลง No Control
   ถือเป็นเจ้าพ่อโฆษณาจริงๆสำหรับ Toyota ที่ออกโฆษณารถยนต์บ่อยๆมาให้เราได้รับชมกันเสมอ ซึ่งหลังจากที่ได้ศิลปินวง One Direction มาเป็นพรีเซนเตอร์ ภายใต้สโลแกน "All Time Friend" พร้อมทั้งปล่อยโฆษณาออกมาและใช้เพลง Girl Almighty ประกอบโฆษณา ซึ่งล่าสุดไม่นานมานี้ Toyota ก็ปล่อยโฆษณา Vios อีกชุดหนึ่ง  และใช้เพลง No Control ประกอบโฆษณา
ชมโฆษณา Toyota Vios กด ที่นี่
ฟังเพลง No Control กด ที่นี่

2. Toyota Yaris - เพลง Roar
   สำหรับ Toyota Yaris เช่นกันที่ก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนพรีเซนเตอร์ใหม่เป็นนักร้องสาว Katy Perry แล้วนำเพลง This is how we do มาประกอบโฆษณา และทาง Toyota ก็ปล่อยโฆษณาชุดที่ 2 ของ Yaris ในปีนี้ออกมา โดยยังมีเจ๊ Katy เป็นพรีเซนเตอร์ตามเคย แต่ใช้เพลง Roar ของนางมาประกอบโฆษณานั่นเอง
ชมโฆษณา Toyota Yaris กด ที่นี่
ฟังเพลง Roar กด ที่นี่

3. Toyota Camry Extremo รุ่นแรก - Glad You Came
   หากใครหลายคนยังจำได้ว่า Toyota เคยออกโฆษณาของ Toyota Camry Extremo รุ่นแรกและนำเพลง Glad You Came ของ The Wanted มาประกอบโฆษณาตัวนี้ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งโฆษณาตัวนี้ไม่มีพรีเซนเตอร์ครับ
ชมโฆษณา Toyota Camry Extremo กด ที่นี่
ฟังเพลง Glad You Came กด ที่นี่

4. Toyota Camry โฆษณาฉลองไฮบริด 5 ล้านคัน - เพลง Gold Forever
   และเมื่อคราวที่ Toyota ผลิตไฮบริดครบ 5 ล้านคัน ทาง Toyota เมืองไทยก็ได้ออกโฆษณาโปรโมททางทีวีโดยนำ Camty สีขาวมาวิ่งประกอบโฆษณา ซึ่งถ้าหลายท่านจำได้ตอนนั้นจะมีการนำ Toyota Prius และดาราหลายคนที่ใช้ Prius มาประกอบโฆษณาด้วย
เข้าเรื่องโฆษณา Camry ฉลองไฮบริด 5 ล้านคันดีกว่า โดยโฆษณาตัวนี้นำเพลง Gold Forever ของ The Wanted มา Cover ใหม่ (โดยใครไม่ทราบ) เพื่อมาประกอบโฆษณาตัวนี้
ชมโฆษณา Toyota Camry กด ที่นี่
ฟังเพลง Gold Forever กด ที่นี่

5. Toyota Camry ตุ้ย ธีรภัทร์ - เพลง All Of Me
   ปิดท้ายโฆษณาของ Camry โดยช่วงท้ายๆของ Camry ก่อนที่จะมีการ Minor Change และใช้ ฮิวจ์ แจ็คแมน เป็นพรีเซนเตอร์ พระเอกสุดหล่ออย่าง ตุ้ย ธีรภัทร์ ก็ได้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ Toyota Camry โดยโฆษณาตัวนี้ นำเพลง All Of Me ของ John Legend มา Cover โดย ตุ้ย ธีรภัทร์ และร้องประกอบโฆษณาเพียงไม่กี่ท่อนเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่อยากให้ฟังครับ
ชมโฆษณา Toyota Camry กด ที่นี่
ฟังเพลง All Of Me กด ที่นี่

6. Isuzu D-Max Gold Series
   เมื่อหลายปีก่อนนั้น ค่ายกระบะอย่าง Isuzu ที่ขยันออก D-Max รุ่นใหม่ ตอนแรกออกรุ่นใหม่ออกมา เผลอๆมี Gold Series ออกมาขายแล้ว โดยมีการเปลี่ยนแค่โลโก้สีทองและสัญลักษณ์ Gold Series โดยช่วงนั้นทาง Isuzu ได้นำเองนักร้องลูกทุ่งอย่าง ก๊อต จักรพันธ์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ โดยนำเพลง ความไม่ธรรมดาของโฆษณานี้คือการเอาเพลง มีแต่รวย มาดัดแปลงเป็นเพลงประกอบโฆษณา และกลายเป็นที่ฮอตฮิตในตอนนั้นเลย ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้อาจจะร้องตามได้เลยละครับ "น้ำมันนับวันมันก็ยิ่งแพง ซื้อรถป้ายแดงต้องดูให้ดู ดีแมคซ์สเปซแค็บคันนี้ใช้แล้วดี๊ดี มีแต่รวย มีแต่รวย" เสียดายครับที่ผมหาลิงก์เพลงเต็มๆไม่เจอเลย

ชมโฆษณา Isuzu D-Max Gold Series กด ที่นี่

7. Isuzu D-Max  Platinum
   และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโฆษณาของ Isuzu D-Max ที่มีก๊อต จักรพันธ์เป็นพรีเซนเตอร์ ลำพังชื่อตัวรถก็จะเอามาตามตารางธาตุแล้ว (Gold-Platinum-Titanium) สำหรับโฆษณาตัวนี้ได้นำเพลง สมหวังนะครับ มาดัดแปลงเพื่อเป็นเพลงประกอบโฆษณาตัวนี้ครับ
ชมโฆษณา Isuzu D-Max Platinum กด ที่นี่
ฟังเพลง กด ที่นี่

8. Isuzu D-Max Super Titanium
   คราวก่อนก็ Platinum แล้ว คราวนี้ก็ Super Titanium อีก!!! ท่าทางคนของ Isuzu ตอนตั้งชื่อคงกำลังคิดถึงตารางธาตุแน่ๆ โดยในโฆษณานี้มีคอนเซปต์คือ เดินหน้ารวย ซึ่งก็ยังคงใช้บริการ ก๊อต จักรพันธ์ เป็นพรีเซนเตอร์ตามเคย โดยงานนี้นำเพลง โปรดติดตามตอนต่อไป มาดัดแปลงเป็นเพลงโฆษณาอีกด้วย
ชมโฆษณา Isuzu D-Max Super Titanium กด ที่นี่
ฟังเพลง กด ที่นี่

9. Isuzu MU-X - เพลง Best In Me
    และใน Isuzu MU-X รุ่นใหม่ ซึ่งเมื่อครั้งเปิดตัวแรกๆเลย ทางค่าย Isuzu ก็ได้นำพระเอกสุดหล่ออย่างก้อง สหรัถ มาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาด้วย โดยนำเพลง Best In Me ของ Blue มา Cover ใหม่โดยก้องเอง และร้องเพลงประกอบโฆษณาอีกด้วย เมื่อได้ฟังเวอร์ชั่นเฮียก้องร้องปุ๊บ ก็เพราะไม่แพ้ต้นฉบับเลยครับ
ชมโฆษณา Isuzu MU-X กด ที่นี่
ฟังเพลง Best In Me กด ที่นี่

10. Isuzu MU-X - เพลง The Way You Make Me Feel 
   และอีกหนึ่งปีหลังการเปิดตัว ทาง Isuzu ก็ได้เพิ่มออปชั่น Push Start ลงในรถในไลน์ของ Isuzu ทั้งหมด และ Isuzu ก็ได้ออกโฆษณาใหม่เช่นกัน โดยยังมีเฮียก้อง สหรัถเป็นพรีเซนเตอร์เช่นเดิม และนำเพลง The Way You Make Me Feel ของ Ronan Keating มา Cover ใหม่ด้วย ซึ่งก็ยังเพราะไม่แพ้ต้นฉบับตามเคย
ชมโฆษณา Isuzu MU-X กด ที่นี่
ฟังเพลง The Way You Make Me Feel กด ที่นี่
   
และทั้งหมดนี้คือ ตอนที่ 2 ของเพลงประกอบโฆษณารถยนต์ที่อยากให้ลองไปฟังกันนะครับ โดยเฉพาะเพลงของ D-Max ผมนั่งทำบทความเรื่องนี้แล้วเอามาเปิดยังนำทำไปขำไปเลยครับ ซึ่งเพลงโฆษณารถยนต๋ยังมีอีกมากมาย ซึ่งเราจะนำเสนออีกในตอนต่อๆไปครับ


มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!