Like Box

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

Toyota Highlander Minor Change อเนกประสงค์รุ่นใหญ่ปรับโฉมแล้ว

   ภายในงาน New York Auto Show 2016 ที่กำลังจะขึ้นอยู่ตอนนี้ นอกจาก Toyota จะทำการเปิดตัว 86 Minor Change แล้ว ยังมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกคันนั่นก็คือ Toyota Highlander (รถที่สายมโนชาวไทยหลายคนคิดว่าเป็น Fortuner โฉมใหม่) ที่ได้ทำการปรับปรุงโฉมใหม่ให้ดูทันสมัยและน่าใช้กว่าเดิม

   ภายนอกได้มีการเปลี่ยนแปลงชุดโคมไฟหน้าใหม่พร้อมไฟ Daytime Running Lights ในโคม ออกแบบกระจังหน้ารถให้เล็กลง แต่ออกแบบช่องระบายอากาศกันชนหน้าให้ใหญ่ขึ้น พร้อมกรอบไฟตัดหมอกที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม มองๆแล้วหน้าตาก็แอบคล้าย Hilux Revo ในเมืองไทยไม่น้อย ล้ออัลลอยมีการเพิ่มลายใหม่ที่ดูสปอร์ตกว่าเดิม ส่วนด้านท้ายมีการเปลี่ยนโคมไฟชุดใหม่ที่ดูสวยงามกว่าเดิม ส่วนภายในห้องโดยสารยังไม่มีภาพออกมามากนัก แต่ทาง Toyota บอกว่าจะตกแต่งให้หรูหราและดูดีขึ้นกว่าเดิม ในรุ่น SE จะมีการตกแต่งภายนอกให้สปอร์ตด้วยกระจังหน้าสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ปรับปรุงระบบกันสะเทือนใหม่ ภายในห้องโดยสารจะตกแต่งด้วยสีดำพร้อมตัดเย็บเบาะด้วยด้ายสีเงิน

   สำหรับขุมพลังของรถยังคงมีเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร 4 สูบ และยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 ที่น่าจะมีการปรับปรุงพละกำลังและอัตราสิ้นเปลืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยจะมีระบบ Start/Stop ให้เป็นมาตรฐานด้วย

  ระบบความปลอดภัยของรถนั้นจะมีการเพิ่มเติมระบบ  Pre-Collision System สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้โดยใช้หลักการปล่อยคลื่นเรดาร์มิลลิเมตรและกล้องสำหรับตรวจจับคนเดินทางเท้า ที่ทำงานร่วมกับระบบเตือนการปะทะรถคันหน้า Forward Collision Warning และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ  automatic emergency brake / ระบบเตือนการเปลี่ยนเลน Lane Departure Alert / ไฟหน้าแบบ  Automatic High Beams / ระบบป้องกันการชนพร้อมสัญญาณตรวจจับคนเดินถนน Pedestrian Pre- Collision System และ Dynamic Cruise Control

   Toyota Highlander Minor Change น่าจะเริ่มวางขายในช่วงเดือนกันยายนครับ ส่วนเมืองไทยไม่มีขายแน่นอน

ที่มา Carscoops
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

Toyota 86 Minor Change ปรับโฉมให้สปอร์ตคูเป้คันเก่ง

  ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ที่เมื่อไม่นานมานี้ได้ทำการเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นปรับโฉมใหม่ Toyota GT-86 หรือในตลาดญี่ปุ่นเรียกว่า 86 ซึ่งได้ปรับปรุงภายนอกและภายในให้ทันสมัยมากขึ้น รวมทั้งมีการปรับแต่งสมรรถนะใหม่อีกด้วยเช่นกัน

   โดยตัวรถถูกเปิดตัวในงาน New York Auto Show 2016 และที่สำคัญมันจะมาแทนที่ Scion FR-S เนื่องมาจากแบรนด์ Scion กำลังจะค่อยๆยุติบทบาทการทำตลาดในอเมริกาแล้ว รถที่มีขายอยู่ก็จะค่อยๆกลับไปใช้ตรา Toyota เหมือนเดิม

   ภายนอกของ Toyota 86 รุ่นปรับโฉมใหม่ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและดุดันขึ้นกว่าเดิม โดมไฟหน้าชุดใหม่ที่มาพร้อมกับไฟ LED Daytime Running Lights ภายในโคม กันชนหน้าได้ออกแบบช่องระบายอากาศใหม่และตัวกันชนที่มีมิติและดูกร้าวกราดกว่าเดิม และยังออกแบบกรอบไฟตัดหมอกให้เข้ากับกันชนหน้าอีกเช่นกัน เส้นสายด้านข้างยังคงเดิม แต่ได้ล้ออัลลอยลายใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม ส่วนบริเวณด้านท้ายมีการเปลี่ยนรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่แบบ LED ให้ดูดีกว่าเดิม

   ภายในห้องโดยสารนั้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดมากมาย แต่ Toyota บอกว่าพวกเขาได้ปรับปรุงวัสดุภายในของรถให้ดึขึ้น ตกแต่งเบาะนั่งให้ดูดีกว่าเดิมด้วยการเย็บตะเข็บด้ายสีเงิน นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัยชุดใหม่ที่ดูดีกว่าเดิมพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย และแป้นแพดเดิลชิฟท์ที่ขนาดใหญ่ขึ้น

   โดยขุมพลังของรถยังเป็นเครื่องยนต์เดิม Boxer 2.0 ลิตร 4 สูบ เพิ่มเติมคือพละกำลัง 205 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 5 แรงม้า) ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด สำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พละกำลังจะอยู่ที่ 200 แรงม้าเท่าเดิม นอกจากนี้ตัวรถยังปรับปรุงให้ขับขี่สนุกขึ้นดเวย

   คาดว่า Toyota 86 Minor Change จะวางขายช่วงฤดูใบไม้ร่วง และฝาแฝดอย่าง Subaru BR-Z รุ่นปรับโฉมใหม่ก็น่าจะตามมาอีกไม่นาน ส่วนเมืองไทยอาจจะต้องรอการนำเข้าจากเกรย์มาร์เก็ตหรือไม่ก็จาก Toyota Motor Thailand ครับ

ที่มา Carscoops 
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

Mercedes-benz GLC Coupe คูเป้เอสยูวีน้องใหม่จากค่ายดาวสามแฉก

 ค่ายดาวสามแฉกยังคงสนุกสนานกับการแตกอนุกรมตัวถังของกลุ่มรถอเนกประสงค์อยู่ ซึ่งล่าสุดพวกเขาได้ทำการเผยโฉมหน้าของ Mercedes-Benz GLC Coupe และได้นำไปเปิดตัวภายในงาน New York Auto Show 2016 ด้วย

   ดูรูปร่างแล้วรู้เลยว่ามันคือ GLE-Class ที่ย่อส่วนนั่นเอง และไม่ต้องสืบก็รู้ๆกันว่ารถคันนี้จะมาเป็นผู้ท้าชิงกับคู่แข่งเบอร์หนึ่ง BMW X4 อย่างแน่นอน

   ในส่วนด้านหน้ารถนั้นยกมาจาก Mercedes-Benz GLC แบบ 5 ประตูธรรมดามาเลย และอย่างกล่าวไว้ย่อหน้าที่ผ่านมาว่า มันคือ GLE-Class ที่ย่อส่วนนั่นเอง ก็เพราะว่าเส้นสายด้านข้างนั้นมีเส้นสายที่คล้ายกัน ด้วยหลังคารถที่ลาดลงไปด้านหลังในสไตล์คูเป้ ส่วนด้านท้ายของรถก็ยังคงมากับรูปทรงไฟท้ายที่คล้ายคลึงกับ GLE Coupe ด้วยเช่นกัน และฝากระโปรงท้ายที่ออกแบบให้มีสปอยเลอร์ในตัว

   GLC Coupe มีสัดส่วนตัวถังยาว 4,730 มม. และสูง 1,600 มม. โดยรวมตัวรถยาวกว่า GLC รุ่นธรรมดา 74 มม. แต่เตี้ยลง 39 มม. และมาพร้อมกับฐานล้อที่ยาวเท่ากัน 2,870 มม.

   ภายในห้องโดยสารยกคอนโซลมาจาก GLC-Class รุ่นปกติทุกประการ พื้นที่ Headroom ของห้องโดยสารอาจจะลดทอนลงมาบ้างเนื่องมาจากหลังคาที่ลาดลงไปถึงด้านท้าย ในขณะพื้นที่สัมภาระด้านหลังถูกลดลงเหลือ 491 ลิตร (ลดลง 59 ลิตร) และเมื่อพับเบาะแบบ 40/20/40 จะทำให้มีพื้นที่เป็น 1,205 ลิตร

   สำหรับเครื่องยนต์นั้นในตลาดยุโรปจะมีทางเลือกหลากหลายถึง 8 ขุมพลังด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น GLC220d เครื่องดีเซล 4 สูบ 170 แรงม้า / GLC250d 4Matic เครื่องดีเซล 4 สูบ 204 แรงม้า / GLC250 4Matic เครื่องเบนซิน 211 แรงม้า / GLC350e 4Matic มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบบวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า รวมพละกำลัง 320 แรงม้า และรุ่นขุมพลังแรง GLC43 AMG

   สำหรับตลาดอเมริกาจะมีเครื่องยนต์ 2 ทางเลือก ได้แก่ GLC300 4Matic มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 241 แรงม้า และเวอร์ชั่นแรง GLC43 AMG 4Matic มากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตรทวินเทอร์โบ V6 พละกำลัง 362 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 5 วินาที ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic

และนอกจากนี้ GLC Coupe ยังมีช่วงล่างแบบสปอร์ตและโหมดการขับขี่ให้เลือกหลายแบบได้แก่ ECO, COMFORT, SPORT, SPORT+ และ INDIVIDUAL

และถ้าใครคิดว่ารุ่นเหล่านี้ยังไม่เจ๋งพอ ก็รอเวอร์ชั่นแรงสุดๆอย่าง GLC63 AMG ที่จะมากับเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ C63 โดยเป็นเครื่องยนต์ V8 รีดพละกำลังได้ 510 แรงม้า จะตามมาทีหลัง

   Mercedes-Benz GLC Coupe ยังไม่มีการประกาศราคาออกมา และคาดว่าในช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้น่าจะมีการนำเข้ามาขายในไทยแน่นอนครับ

ที่มา Carscoops


 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

Nissan GT-R Minor Change ปรับหน้าใหม่พร้อมพละกำลังที่เพิ่มขึ้น

  สปอร์ตญี่ปุ่นรุ่นดังที่ทั่วโลกต่างต้องรู้จัก Nissan GT-R ที่โลดแล่นบนถนนมาจวนจะครบ 10 ปีแล้ว ดังนั้นก่อนที่จะมีการเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ในปี 2020 ค่าย Nissan ขอทำการปรับโฉมหน้าใหม่ให้กับเจ้าก๊อตซิลล่าตัวร้ายอีกครั้ง

  ใน Nissan GT-R รุ่นปี 2017 นั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา เพราะงานนี้ Nissan ได้ลงทุนปรับการออกแบบด้านหน้าใหม่จนลืมแนวการออกแบบเดิมไปเลย ภายนอกยังคงมากับไฟหน้าชุดเดิม แต่ออกแบบกระจังหน้าใหม่ทรง V-Motion ซึ่งดูโดดเด่นกว่าเดิม ออกแบบกรอบไฟตัดหมอกให้ดูสปอร์ตเท่กว่าเดิม ฝากระโปรงที่ดูมีมิติกว่าเดิมนิดหน่อย เส้นสายด้านข้างยังคงเดิมแต่ออกแบบสเกิร์ตด้านข้างใหม่ ส่วนด้านท้ายมีการเปลี่ยนแปลงบริเวณกันชนท้ายใหม่ที่ปรับให้ดูมีมิติมากขึ้นและดูสปอร์ตกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีล้ออัลลอยลายใหม่ที่ออกแบบให้เข้ากับตัวรถได้เป็นอย่างดี

   ไฮไลต์สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงคอนโซลหน้าใหม่หมดยกเซตแทบจะไม่เหลือเค้าเดิม เน้นการออกแบบและตกแต่งภายในที่ดูหรูหราน่าสัมผัสมากขึ้น คอนโซลหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง และยังปรับปรุงตำแหน่งเบาะนั่งด้านหน้าให้สะดวกสบายขึ้น Nissan ยังลดจำนวนปุ่มบนคอนโซลจาก 27 ปุ่มให้เหลือแค่ 11 ปุ่มเท่านั้น ในขณะที่หน้าจอสัมผัสก็เปลี่ยนใหม่เป็นจอขนาด 8 นิ้ว จากเดิม 7 นิ้ว นอกจากนี้ยังเปลี่ยนแปลงพวงมาลัยทรงใหม่ที่ดูสปอร์ตกว่าเดิมพร้อมแป้นแพดเดิลชิฟท์ข้างหลังพวงมาลัย

   ขุมพลังของรถคันนี้ยังคงมากับเครื่องยนต์บล็อกเดิม 3.8 ลิตร V6 ที่ได้รับการปรับแต่งจนมีพละกำลัง 565 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 20 แรงม้า)  ที่ 6,800 รอบ/นาที แรงบิด 633 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ Dual Clutch 6 สปีด นอกจากนี้แล้วรถคันนี้ยังมีท่อที่ทำจากไทเทเนียมที่มีระบบตัดเสียงรบกวนและระบบเพิ่มคุณภาพเสียง กระจกของรถเป็นแบบ Acoustic ที่จะช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และแรงลมที่เข้ามาปะทะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอรรถรสการขับขี่ได้มากขึ้นอีก

    Nissan GT-R Minor Change ยังไม่มีการประกาศราคาออกมา และเชื่อว่าอีกประมาณไม่ถึงปีน่าจะมีเศรษฐีไทยซื้อรถรุ่นนี้ออกมาวิ่งเล่นบนถนนเมืองไทยแน่นอน
 
ที่มา Carscoops

 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

Mazda MX-5 RF สปอร์ตโรดสเตอร์สุดเท่เวอร์ชั่นหลังคาแข็ง

  หลังจากการเปิดตัวของ All-New Mazda MX-5 ในเวอร์ชั่นหลังคาผ้าใบออกมา หลายคนก็ต่างคิดและต่างรอคอยว่าจะมีเวอร์ชั่นแบบหลังคาแข็งออกมาหรือไม่ ซึ่งล่าสุดทาง Mazda ก็ได้เผยโฉม Mazda MX-5 หลังคาแข็งแล้วในชื่อรุ่นว่า "Mazda MX-5 RF" ซึ่ง RF ย่อมาจาก "Retractable Fastback"

   สำหรับเจเนเรชั่นที่ 2 ของ Mazda MX-5 รุ่นหลังคาแข็ง ทาง Mazda ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบหลังคาใหม่ จากเดิมที่เป็นหลังคาแข็งแบบเปิดโล่งเต็มรูปแบบ (เหมือนหลังคาผ้าใบ) กลายเป็นหลังคาแบบ Targa ซึ่งมีกลไกการทำงานคล้ายๆกับ Porsche 911 Targa ตัวล่าสุดเลย

   โดยกระจกด้านหลังนั้นสามารถพับเก็บลงได้ ทางด้านหลังคาสามารถพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้าในเวลา 12 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชม. หลังคาจะถูกซ่อนอย่างแนบเนียบใต้เบาะนั่งของรถ ก่อนฝากระโปรงหลัง เส้นสายของตัวรถเวอร์ชั่น Targa นั้นยังคงดูลงตัวและโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ Mazda ซึ่งข้อดีของโครงสร้างหลังคาแบบ Targa ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวรถด้วยเช่นกัน

  โครงสร้างหลังคาแบบนี้ไม่ได้ส่งผลต่อพื้นที่สัมภาระด้านหลังเลย เพราะรถคันนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังให้ 130 ลิตร ซึ่งเท่ากับรุ่นหลังคาผ้าใบเลย

   Mazda ยังได้ออกแบบสีหลังคาให้มีสีแบบ Piano Black ตัดกับเสาหลังคาสีเดียวกับตัวรถ และยังแนะนำสีตัวถังใหม่ Machine Grey ซึ่งจะเป็นสีพรีเมียมใหม่ของ Mazda ที่จะใช้กับ Mazda รุ่นใหม่ๆในอนาคตอีกด้วย

   สำหรับขุมพลังนั้นยังคงมีให้เลือก 2 แบบเช่นเดิม คือ เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv 1.5 ลิตร และ  2.0 ลิตรแบบเดียวกับรุ่นหลังคาผ้าใบ สำหรับตลาดอเมริกาจะมีเฉพาะเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเท่านั้น ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเหมือนเวอร์ชั่นหลังคาผ้าใบทุกประการ

   Mazda MX-5 RF ยังไม่มีราคาประกาศออกมา แต่ก็ต้องรอดูว่าจะมีการเอามาขายในไทยหรือไม่ ต้องติดตามครับ

ที่มา Carscoops



 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

เปิดตัว Toyota Hilux Revo TRD Sportivo มาดใหม่ของกระบะเจ้าตลาด

   ค่ายเจ้าตลาดอย่าง Toyota ขอกระตุ้นตลาดกระบะด้วยการเปิดตัว Hilux Revo TRD Sportivo ใหม่ อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Isuzu เปิดตัว D-Max X-Series และ Chevrolet ก็ปล่อยต้นแบบกระบะรุ่นใหม่ออกมาพอดิบพอดี

   ภายนอกของรถได้รับการตกแต่งใหม่ให้เท่และดุดันยิ่งขึ้น ด้วยชุดสเกิร์ตด้านหน้าทรงดุดัน พร้อมไฟ Daytime Running Lights แบบ LED บริเวณกันชน กระจังหน้าโครเมียมพร้อมแถบสีดำ ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วรมดำ (รุ่น Smart Cab 4x2) และ 17 นิ้วลายใหม่ (รุ่น Prerunner ทุกตัวถัง) สปอร์ตบาร์บริเวณกระบะท้ายของรถ สติ๊กเกอร์ TRD Sportivo ที่กระบะท้าย และกันชนหลังที่ออกแบบให้เท่และสะดุดตากว่าเดิม

 ภายในห้องโดยสารเพิ่มความสปอร์ตด้วยคอนโซลหน้าที่ตกแต่งด้วยลาย Carbon Kevlar พร้อมแถบสีแดง เบาะหนังสังเคราะห์และผ้าสีดำ เดินด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ TRD สำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์ในรุ่น Smart Cab 4x2 และ Smart Cab Prerunner จะได้วิทยุเครื่องเล่น CD พร้อมช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX รองรับการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ส่วนรุ่น Double Cab Prerunner จะได้เครื่องเล่น DVD แบบจอสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมรองรับระบบ T-Connect และการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ในรุ่นเกียร์ธรรมดาจะได้หัวเกียร์หุ้มหนัง พร้อมแถบสีแดง ดีไซน์สปอร์ต ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ จะได้หัวเกียร์หุ้มหนังลาย Carbon Kevlar และในรุ่น Double Cab Prerunner จะมีช่องรักษาความเย็น Cool Box มาให้ด้วย

   สำหรับขุมพลังมีให้เลือกขุมพลังเดียว คือ เครื่องยนต์ดีเซล 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาทีรุ่นเกียร์ธรรมดา 5 สปีด จะมีพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-2,800 รอบ/นาที


   ระบบความปลอดภัยของรถที่ติดมาให้ก็คือ ระบบเบรก ABS EBD ทุกรุ่นย่อย ถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง ไฟตัดหมอกหน้า-หลังและไฟเบรกดวงที่ 3 กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น Double Cab Prerunner)

   Toyota Hilux Revo TRD Sportivo มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีส้ม Orange Metallic (เพิ่มเงิน 7,000 บาท)/ สีขาว Super White และสีดำ Attitude Black Mica  (เพิ่มเงิน 7,000 บาท)
แบ่งการจำหน่ายเป็น 5 รุ่นย่อย ได้แก่
- Smart Cab 4x2 2.4 TRD Sportivo ราคา 722,000 บาท
- Smart Cab Prerunner 2.4 TRD Sportivo ราคา 832,000 บาท
- Smart Cab Prerunner 2.4 TRD Sportivo AT ราคา 882,000 บาท
- Double Cab Prerunner 2.4 TRD Sportivo ราคา 928,000 บาท
- Double Cab Prerunner 2.4 TRD Sportivo AT ราคา 978,000 บาท

ขอบคุณ Toyota / ภาพบางส่วนจาก Headlightmag 


 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 


   

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

เปิดตัว Subaru Forester Minor Change ปรับโฉมใหม่พร้อมราคาเร้าใจ

  ค่าย Subaru เมืองไทยได้ทำการเผยโฉมของ Subaru Forester ใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมให้ทันสมัยขึ้นพร้อมราคาที่น่าสนใจขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งนำเสนอแคมเปญล่าสุด "Is there Anything You Can't Do?" ตอบรับการใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ รวมถึงผู้นิยมกิจกรรมท้าทายที่เชื่อว่า ไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่จะทำไม่ได้


   ภายนอกของรถได้รับการปรับปรุงใหม่เล็กน้อย มีการปรับเปลี่ยนกระจังหน้าของรถใหม่ให้ดูดีกว่าเดิม พร้อมปรับเปลี่ยนรายละเอียดของไฟหน้าใหม่ให้ดูดีขึ้นเช่นกัน ในรุ่นล่างสุดจะออกแบบกันชนใหม่ด้วย ส่วนด้านท้ายรถมีการเปลี่ยนไฟท้ายใหม่ให้ทันสมัยขึ้น พร้อมเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่ในทุกรุ่นย่อย

   ภายในห้องโดยสารมีการเปลี่ยนแปลงพวงมาลัยใหม่ตามรุ่นอื่นๆ ตกแต่งภายในห้องโดยสารให้หรูหรามีระดับกว่าเดิม สำหรับฟีเจอร์เด่นๆของรถซึ่งจะมีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยของรถ ได้แก่ จอแสดงผลแบบ LED : Hi-Grade Multi-Function Display ชุดเครื่องเสียงแบบพรีเมี่ยมจาก Harman/Kardon กำลังขับ 400 วัตต์ พร้อมลำโพง 8 ตัว ใช้วัสดุเก็บเสียงรูปแบบใหม่ และฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ นอกจากนี้ Subaru ยังปรับปรุงเรื่องการเก็บเสียงด้วยการเพิ่มความหนาของกระจกเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอกด้วย

   สำหรับขุมพลังของรถตอนนี้มีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน Boxer 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT Lineartronic

และขุมพลังแรงอย่างเครื่องยนต์เบนซิน Boxer 4 สูบ 16 วาล์ว  2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 241 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT Lineartronic เช่นเดียวกับเครื่อง 2.0 ลิตรธรรมดา

ทุกรุ่นจะได้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร Symmetrical AWD พร้อมระบบ Intelligent Drive หรือ SI-Drive (SubaruIntelligent Drive) โดยผู้ขับขี่นั้นสามารถเลือกโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนได้

   สำหรับระบบความปลอดภัยเด่นๆของรถ ก็จะมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรคค้าง Auto Vehicle Hold, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control รวมทั้งระบบไฟเลี้ยวแบบ One Touch Turn Signal

   สำหรับ Subaru Forester Minor Change มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยด้วยกัน โดย 2 รุ่นย่อยแรกนั้นจะเป็นรุ่นประกอบในมาเลเซีย ได้แก่
- 2.0 i ราคา 1,398,000 บาท
- 2.0 i-Premium ราคา 1,498,000 บาท
และรุ่นท็อปสุด เครื่องเทอร์โบ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน
-2.0 XT ราคา 2,290,000 บาท

ภาพจาก Motortrivia

 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ