Like Box

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

All-New Nissan Micra/March ปฏิวัติรูปโฉมครั้งใหญ่สู่ความสปอร์ตพลิ้วไหวมากขึ้น

   และแล้ว Nissan Micra (ชื่อที่เรารู้จักคือ March) โฉมเดิมที่ดูน่ารักกะทัดรัดก็ได้ถูกเปลี่ยนใหม่กลายเป็น All-New Nissan Micra/March เจเนเรชั่นที่ 5 ที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นและดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวทิ้งคราบรุ่นเดิมไปโดยปริยาย

   เป้าหมายหลักของ All-New Nissan Micra คือตลาดยุโรปอันเป็นตลาดรถทรงแฮตซ์แบ็คที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่ง Nissan ก็ได้ขัดเกลาดีไซน์ของ Micra โฉมใหม่ให้ดูโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม มากับขุมพลังเทอร์โบ และความหลากหลายของระบบความปลอดภัยที่บรรจงใส่มาในรถคันนี้

   และด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น Nissan Micra โฉมใหม่จะมาลงเล่นในกลุ่มตลาด B-Segment อย่างเต็มตัว ซึ่งมีคู่แข่งอยู่รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น Ford Fiesta / Volkswagen Polo และอีกหลายรุ่นด้วยกัน ซึ่ง Nissan ก็ได้ยกจิตวิญญาณการออกแบบอันโดดเด่นแปลกตาที่มีใน Nissan Juke และ Qashqai มาไว้ในเจ้า Micra โฉมใหม่ด้วยเช่นกัน

   All-New Nissan Micra/March ได้ยกเอาดีไซน์การออกแบบจาก Nissan Sway Concept มาแทบทั้งคัน ภายนอกมากับไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยว พร้อมกระจังหน้า V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์ เส้นสายด้านข้างดูปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม และแอบทำให้คิดถึงแบรนด์พันธมิตรอย่าง Renault Clio อยู่บ้าง ประตูหลังมีการใส่ลูกเล่นซ่อนมือจับประตูบริเวณเสา C แบบ Nissan Juke และยังมากับแนวหลังคา Floating Roof ที่เป็นเอกลักษณ์เช่นกัน ส่วนด้านท้ายมากับชุดไฟท้ายแบบ LED ทรงสวย และสปอยเลอร์ท้ายเพิ่มความสปอร์ต

   ภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่ไม่เหลือเค้า Micra รุ่นเดิม ดูหรูหราและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งเลย์เอาท์ต่างๆค่อนข้างคล้ายคลึงกับ Nissan Kicks และยังมีการปรับการวางตำแหน่งคอนโซลให้ต่ำลง เพื่อให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นระหว่างขับรถ

   และยังมีการติดตั้งฟีเจอร์ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อระบบนำทาง Sat-Nav เชื่อมต่อโทรศัพท์ มีระบบสั่งการด้วยเสียง Siri รองรับ Apple CarPlay ระบบความบันเทิงยังได้ทำการติดตั้งลำโพงคุณภาพสูง 6 ตัวจาก ฺBose UltraNearfield ซึ่งลำโพงชุดนี้มีความเด็ดคือจะทำหน้านี้เสมือนมีเสียงวนเวียนอยู่บริเวณพนักพิงศีรษะด้วย

   นอกจากนี้ Nissan ยังมั่นใจในเรื่องความเงียบในห้องโดยสาร ด้วยการติดตั้งฉนวนกันเสียงรอบคัน และเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของอากาศรอบคันรถ ด้วยการออกแบบตัวรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ Cd 0.29

   สำหรับขุมพลังนั้นจะมากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 0.9 ลิตร มากับพละกำลัง 90 แรงม้า หรือ เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร พละกำลัง 90 แรงม้า และในอนาคตน่าจะมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร พละกำลัง 79 แรงม้ามาเข้าร่วมด้วย

   ทางด้านระบบความปลอดภัยนั้น ทาง Nissan ได้จัดเต็มให้กับรถคันนี้แบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลนอัตโนมัติ Lane Departure Prevention / ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินที่สามารถตรวจจับคนเดินทางเท้าได้ / กล้องมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor / ระบบตรวจจับป้ายจราจร / ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติและระบบเตือนจุดบอด นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Active Control ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ และ Active Trace Control ที่ช่วยจัดการอาการอันเดอร์สเตียร์และควบคุมแฮนด์ลิ่งรถด้วย และยังมีพวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Brushless มาด้วยเช่นกัน

   Nissan Micra โฉมใหม่จะวางขายในยุโรปช่วงมีนาคมปีหน้า ส่วนเมืองไทยนั้นมีข่าวลือว่าจะมาในฐานะอีโคคาร์เฟส 2 แข่งกับ Toyota Yaris / Suzuki Swift ทั้งนี้ก็ต้องรอดูว่ามันจะมาจริงมั้ย หรือเราจะได้ใช้แค่ Nissan Note และ Nissan March โฉมใหม่จะกลายเป็นแค่ฝันลมๆแล้งๆของคนไทย ก็ต้องรอดูกันยาวๆครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

ส่องสเปค All-New Toyota Innova เวอร์ชั่นไทยก่อนเปิดตัววันที่ 30 ก.ย. นี้

   ในพรุ่งนี้ (30 ก.ย.) น่าจะเป็นวันที่สิ้นสุดการรอคอยของใครหลายๆคนเพราะว่าจะเป็นวันที่ Toyota เปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่าง All-New Toyota Innova ในเมืองไทย ที่ทางค่ายนิยามไว้เสียหรูว่าเป็น "Premium Crossover MPV" ซึ่งหลายท่านน่าจะรอลุ้นสเปคและราคาว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

   ซึ่งล่าสุดเราได้ข้อมูลสเปค All-New Toyota Innova เวอร์ชั่นที่จำหน่ายในไทยมาให้ทุกท่านได้ลองอ่านคร่าวๆกันก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพรุ่งนี้ครับ

   และเป็นการยืนยันชัดเจนครับว่า All-New Toyota Innova เวอร์ชั่นที่จำหน่ายในไทยจะมีทางเลือกขุมพลัง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร และ ดีเซล 2.8 ลิตร มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยด้วยกัน และดูเหมือนว่าคราวนี้ทางค่ายจะเน้นเครื่องดีเซลเป็นพิเศษ เพราะมีมาให้เลือก 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ส่วนรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเกียร์ธรรมดา น่าจะมีไว้เป็นทางเลือกสำหรับรถแท็กซี่สนามบิน 

รอช้าอยู่ใย มาดูสเปคเวอร์ชั่นไทยกันเลยดีกว่าครับ

ภาพเวอร์ชั่นฟิลิปปินส์ ใช้ประกอบความเข้าใจเท่านั้น

- 2.0 E MT
เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 1TR-FE Dual VVT-I พละกำลัง 138 แรงม้า รองรับพลังงานเชื้อเพลิง E20 ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
- ระบบเบรกหน้าดิสก์ / หลังดรัม
- ล้อเหล็กขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/65R16
- ยางอะไหล่ล้อเหล็กขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 205/65R16
- ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อม Follow Me Home
- ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟ Daytime Running Lights
- กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถพร้อมไฟเลี้ยวปรับไฟฟ้า และพับมือ
- มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
- คิ้วขอบป้ายทะเบียนด้านหลังสีเดียวกับตัวรถ
- กระจังหน้าตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน
- ไฟถอยบริเวณไฟท้ายด้านซ้าย
- ไฟตัดหมอกหลังบริเวณไฟท้ายด้านขวา
- เสาอากาศแบบครีบฉลาม
- สปอยเลอร์หลัง
- ภายในสีดำ
- เบาะผ้าสีดำ
- หัวเกียร์ยูรีเทน
- คอนโซลหน้าและคอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุสีเมทัลลิก
- แผงข้างประตูบุผ้าสีดำ
- แผงข้างประตูด้านหลังสีดำ
- เบาะนั่งคนขับเลื่อนและปรับเอนได้
- เบาะนั่งข้างคนขับเลื่อนและปรับเอนได้
- เบาะแถวที่ 2 พับแบบ 60:40 One Touch
- เบาะแถวที่ 3 พับแบบ 50:50 One Touch
- พรมปูพื้น
- ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
- ที่บังแดดด้านหน้าพร้อมกระจกส่องหน้า
- พวงมาลัยยูรีเทน ตกแต่งด้วยสีเงินเมทัลลิก ปรับระดับสูง-ต่ำ เข้า-ออกได้
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย
- จอ MID
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้าขึ้นลง Auto ป้องกันการหนึบด้านผู้ขับขี่
- กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อน
- เซ็นทรัลล็อคแบบ Speed Auto Lock
- กุญแจรีโมทแบบ Jack Knife Key
- เครื่องเล่นวิทยุ 2DIN AM FM CD MP3 USB
- ไฟเตือนประตูปิดไม่สนิท
- ไฟเตือนลืมคาดเข็มขัดนิรภัยคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
- ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง 12V 2 ตำแหน่ง
- Cool Box
- Eco Mode / Power Mode
- ถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง
- ระบบป้องกันการโจรกรรม Immoblizer และ TDS
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- ระบบ Brake Override


ภาพประกอบเวอร์ชั่นฟิลิปปินส์ ของจริงเวอร์ชั่นไทยจะต้องมีสเกิร์ตรอบคันด้วย และได้ไฟหน้าแบบรุ่นข้างบน


2.8 G AT (ออปชั่นเพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 E MT)
เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร 1GD-FTV VN Turbo และ Intercooler มากับพละกำลัง 174 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Sequential Shift
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/65R16
- ไฟตัดหมอกด้านหน้า
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวสีเดียวกับตัวรถ ปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพร้อม Welcome Light
- ชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน
- ราวหลังคา
- กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม
- แผงข้างประตูด้านหน้าบุผ้าสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน
- แผงข้างประตูหลังตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน
- เครื่องเล่น DVD จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- ถาดวางของหลังเบาะ
- ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารซ่อมอยู่ในฝ้า ปรับความสว่างได้ 10 ระดับ
- ที่บังแดดด้านหน้า กระจกส่องหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
- สัญญาณกะระยะถอยหลัง

ภาพประกอบเวอร์ชั่นอินโดนีเซียและอินเดีย
2.8 V AT (ออปชั่นเพิ่มเติมจากรุ่น 2.8 G AT)
- ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อม Follow Me Home
- ระบบปรับไฟหน้าสูงต่ำอัตโนมัติ
- ไฟ Daytime Running Lights แบบ LED
- ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55R17
- ยางอะไหล่ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/55R17
- กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบโครเมียม ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า
- มือจับประตูด้านนอกแบบโครเมียม
- เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ
- หัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยสีเงินเมทัลลิก
- คอนโซลหน้าและคอนโซลกลางตกแต่งด้วยลายไม้
- แผงข้างประตูด้านหลังตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินและลายไม้
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat
- พวงมาลัยหุ้มหนัง ตกแต่งด้วยลายไม้และสีเงินเมทัลลิก ปรับสูง-ต่ำ เข้า-ออกได้
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้าขึ้น-ลง Auto ป้องกันการหนึบได้ทุกบาน
- เครื่องเล่น DVD จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง
- ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start
- กุญแจอัจฉริยะ Smart Entry
- Cruise Control
- ระบบช่วยปิดประตูท้าย Door Easy Closer (ระบบดูด)
- กล้องมองหลัง

   All-New Toyota Innova เวอร์ชั่นไทยจะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก (ยกเว้นรุ่น 2.0 E MT) สีขาว (เฉพาะรุ่น 2.0 E MT) สีดำ และ สีเทา ส่วนราคาค่าตัวจะเป็นอย่างไรรอติดตามได้พรุ่งนี้ครับ
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

All-New Jeep Compass รถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพกต์จากแดนมะกัน

  ค่าย Jeep ได้ทำการเผยโฉมรถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพกต์รุ่นใหม่อย่าง All-New Jeep Compass เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคราวนี้ทางค่าย Jeep ได้ยุบรถอเนกประสงค์ 2 รุ่นที่มีอยู่เดิม ได้แก่ Jeep Compass และ Jeep Patroit ให้กลายเป็น All-New Jeep Compass รุ่นเดียวไปเลย

เกรด Trailhawk

   Fiat-Chrysler Automobile’s (FCA) มีแผนที่จะผลิต All-New Jeep Compass ป้อนตลาดทั่วโลก เท่าที่รู้ก็คือ จะมีการผลิตที่โรงงานใหม่ใน Goiana สำหรับตลาดประเทศบราซิล และยังมีแผนที่จะขยายการผลิตไปสู่ประเทศจีน และต่อจากนั้นที่เม็กซิโกตั้งแต่ต้นปี 2017 เป็นต้นไป

เกรด Limited

   แนวการออกแบบภายนอกของ All-New Jeep Compass จะเป็นการผสมผสานการออกแบบระหว่างรถในค่ายหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Jeep Cherokee , Grand Cherokee และ Jeep Renegade ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง 7 ช่องอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์และไฟ DRL LED ภายในโคม และไฟท้ายแบบ LED ออกแบบกันชนหน้าและหลังให้ดูมีความบึกบึน เส้นสายประตูด้านข้างมีกลิ่นอายมาจาก Jeep Renegade นิดๆ

   โดย All-New Jeep Compass มีขนาดตัวรถยาว 4,410 มม. กว้าง 1,820 มม. และสูง 1,640 มม. ฐานล้อยาวอยู่ที่ 2,630 มม.

   ภายในห้องโดยสารของ All-New Jeep Compass จะมีกลิ่นอายการออกแบบมาจากรุ่นพี่ทั้ง Jeep Cherokee และ Grand Cherokee มาแบบเต็มๆ ซึ่งการตกแต่งภายในห้องโดยสารจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศที่จำหน่ายด้วย

เกรด Lontigude

   ในตลาดบราซิลจะมีการจำหน่าย 2 ขุมพลังด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Tigershark 4 สูบ มากับพละกำลัง 166 แรงม้า รองรับเชื้อเพลิง E85 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเครื่องดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบดีเซล Multijet พละกำลัง 170 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดลูกใหม่

   ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินจะมีระบบขับเคลื่อนล้อหน้าให้เลือกเท่านั้น ในเกรดการตกแต่ง Sport, Longitude และ Limited ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือกในเกรดการตกแต่ง Longitude และ Trailhawk

   ในบรรดาเกรดการตกแต่งทุกเกรด รุ่น Trailhawk จะเป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความสามารถทาง Off-Road มากสุดในบรรดารุ่นย่อยอื่น โดยระบบกันสะเทือนถูกปรับให้ยกสูงขึ้น 20 มม. ล้ออัลลอยลายที่แตกต่างจากรุ่นอื่นและหุ้มด้วยยางชนิดพิเศษรองรับการใช้งานที่หลากหลาย และมีการติดตั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถเสริมเข้าไปด้วย

เกรด Sport

   คาดว่าในเวอร์ชั่นอเมริกาจะมีการเปิดเผยรายละเอียดภายในงาน 2016 Los Angeles Auto Show ช่วงปลายปีนี้ครับ

ที่มา Carscoops

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

MG เตรียมย้ายฐานการผลิตจากอังกฤษไปจีน

  ค่ายรถแดนผู้ดีอย่าง MG ที่ปัจจุบันนี้อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทจีน SAIC ตั้งแต่ปี 2007 และกลับมาในตลาดอังกฤษอีกครั้งในปี 2011 ล่าสุด MG กำลังวางแผนที่จะย้ายฐานการผลิตที่มีอยู้ในเมืองลองบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ไปอยู่ที่ประเทศจีนแทน

   ซึ่งแผนการย้ายฐานการผลิตมาที่จีนจะส่งผลต่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะโรงงานที่จีนนั้นมีอุปกรณ์เครื่องมือการผลิตที่ทันสมัยกว่า และเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มทุนเมื่อผลิตในโรงงานอังกฤษ ซึ่งเหตุดังกล่าวนี้ทาง MG ชี้แจงว่าไม่เกี่ยวกับการที่ประเทศอังกฤษนั้นออกจากสหภาพยุโรปเลยแม้แต่น้อย อีกเหตุผลของการย้ายฐานการผลิตก็คือ MG ต้องการความมั่นใจในการแข่งขันในตลาดโลกมากขึ้น และสามารถสนับสนุนการลงทุนระยะยาวในสายการผลิตใหม่ที่จีนได้

   การตัดสินใจย้ายการผลิตครั้งนี้จะมีผลต่อ MG3 ที่ผลิตในอังกฤษในปัจจุบัน ส่วน MG GS ที่เพิ่งเปิดตัวในอังกฤษนั้นนำเข้ามาจากเมืองจีนอยู่แล้วเลยไม่มีปีญหาอะไร ผลกระทบครั้งนี้จะส่งผลให้คนงานในอังกฤษ 25 คนต้องตกงาน

   และการย้ายการผลิตของ MG ในอังกฤษไปจีนยังสร้างความโศกเศร้าให้ชาวอังกฤษบางคน โดยเฉพาะ Andy Palmer ผู้เป็น CEO ของ Aston Martin และริเริ่มการทำงานของเขาที่ Rover ได้ออกมาบอกว่า เขาผิดหวังกับการกระทำของบริษัท MG ครั้งนี้มาก

 อย่างไรก็ตาม MG Motors ยังคงมีศูนย์การออกแบบ วิจัย และพัฒนารถยนต์ในอังกฤษต่อไป และไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทางบริษัท MG ได้ประกาศลงทุน 1.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 54,081,592 บาทไทย) เข้าไปในสถานที่ทดสอบเครื่องยนต์และศูนย์พัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่มีคนงานกว่า 300 คนด้วย

ที่มา Carscoops

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

All-New Chevrolet Equinox รถเอสยูวีคันสวยจากค่ายโบว์ไทน์

    บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors ได้ทำการเปิดตัว All-New Chevrolet Equinox รถอเนกประสงค์ขนาดคอมแพกต์ที่จำหน่ายในตลาดอเมริกา แต่ไฮไลต์เด็ดของคันนี้ก็คือมันจะไม่ได้จำหน่ายแค่แถบอเมริกาอีกต่อไป

   เพราะเจ้า Equinox ใหม่นั้นมีแนวโน้มว่าจะไปจำหน่ายในยุโรปแทนที่ Opel/Vauxhall Antara และจะแทนที่ Captiva ในตลาดอื่นๆอีกหลายประเทศด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการจัดระเบียบรถที่มีขายอยู่ให้จำง่ายขึ้นด้วย แนวการออกแบบของ Equinox จะมีแรงบันดาลใจมาจากรถรุ่นใหม่ๆของค่าย ไม่ว่าจะเป็น Chevrolet Cruze โฉมล่าสุด (ที่ไม่มีขายในไทย) / Volt โฉมล่าสุด และ Malibu โฉมล่าสุดเช่นกัน

    ภายนอกจะมากับชุดไฟหน้า LED ทรงแหลมดูโฉบเฉี่ยวสวยงาม พร้อมกระจังหน้า 2 ชั้นแบบ Dual Port อันเป็นเอกลักษณ์ เส้นสายด้านข้างดูมีโค้งมนและปราดเปรียวกว่ารุ่นเก่ามากพอสมควร ต่อเนื่องจนถึงด้านท้ายที่มากับไฟท้าย LED ทรงสวย

   ภายในห้องโดยสารยกระดับความหรูหราและสวยงามมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงและสีภายในห้องโดยสารที่ดูสบายตาและหรูหรา ระบบอินโฟเทนเมนต์ MyLink พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7-8 นิ้ว แล้วแต่รุ่นย่อย พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

    Equinox โฉมใหม่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ Cruze เจเนเรชั่นล่าสุด ทำให้มีน้ำหนักที่ลดลงไปกว่า 180 กิโลกรัม หรือประมาณ 10% ของน้ำหนักรถ ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองและการขับขี่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ผลของการใช้แพลตฟอร์มใหม่ทำให้การจัดวางคอนโซลหน้าและการมองเห็นด้านหน้าในความสูงที่ต่ำลง ซึ่งจะทำให้การมองรถบนถนนนั้นง่ายขึ้น

   Chevrolet Equinox จะมีทางเลือกเครื่องยนต์ให้ถึง 3 แบบด้วยกัน ได้แก่
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร มากับพละกำลัง 170 แรงม้า พร้อมแรงบิด 275 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มากับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.16 กม./ลิตร
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 353 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.9 กม./ลิตร
- เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร มากับพละกำลัง 136 แรงม้า พร้อมแรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.94 กม./ลิตร

   ทุกรุ่นจะได้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นมาตรฐานแต่จะมีออปชั่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือกด้วย ซึ่งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสามารถตัดการทำงานล้อหลังเพื่อช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมันได้

   ในด้านระบบความปลอดภัยนั้น ทางค่ายโบว์ไทน์จัดเต็มชุดระบบความปลอดภัยมาให้ลูกค้าครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบตรวจจับระยะห่างจากรถคันหน้าและแจ้งเตือนเมื่อจะเกิดอุบัติเหตุ Forward Collision Alert with Following Distance Indicator
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลน Lane Keep Assist with Lane Departure
- ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลนพร้อมแจ้งเตือนมุมอับสายตา  Lane Change Alert with Side Blind Zone Alert
- กล้องมองภาพรอบคัน Surround-view camera system

   All-New Chevrolet Equinox จะวางขายในตลาดอเมริกาเหนือช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 และมีแผนจะไปจำหน่ายใน 115 ประเทศทั่วโลกหลังจากนั้น ส่วนเมืองไทยนั้นจะมีโอกาสได้สัมผัสรถคันนี้ในนาม Captiva เจเนเรชั่นใหม่หรือไม่ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ
    
ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

Audi ปล่อยภาพและคลิปทีเซอร์ All-New Audi Q5 ก่อนเปิดตัวที่ปารีส

  ค่ายรถสี่ห่วง Audi ได้ทยอยภาพและปล่อยคลิปทีเซอร์ของ All-New Audi Q5 เจเนเรชั่นใหม่ ก่อนจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Paris Motor Show 2016 ที่จะเริ่มขึ้นวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายนที่กำลังจะมาถึง

   ซึ่งในคลิปต่างๆก็จะนำเสนอเกี่ยวกับการบรรทุกสัมภาระด้านหลังรถ แต่ไฮไลต์เด็ดๆที่เห็นก็คงจะเป็นชุดโคมไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพี่น้องในค่ายอย่าง A4 และ Q7 ด้วย และใน  Audi Q5 โฉมใหม่ที่จะมีระบบขับเคลื่อนล้อหน้าให้เลือกในรุ่นล่างๆ ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro จะมีมาให้ในรุ่นบนๆ และคาดว่า Q5 โฉมใหม่น่าจะมีน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิม 100 กก. เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบันที่กำลังจะตกรุ่น

   คาดว่าขุมพลังนั้นก็น่าจะมีให้เลือกทั้งดีเซลและเบนซิน 4 สูบ - 6 สูบ และน่าจะมีเวอร์ชั่นแรงขึ้นอย่าง SQ5 เข้ามาแจมด้วย หรือแรงกว่านั้นก็คงเป็น RS Q5 หรือถ้าอยากได้แบบประหยัดรักษ์โลกก็สามารถรอรุ่น Plug-In Hybrid ได้เช่นกัน

   แฟนๆ Audi ก็อดใจรออีกนิดเดียวครับ

ที่มา Audi Channel



มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559

ชมภาพแอบถ่าย Nissan Note Minor Change (ว่าที่อีโคคาร์เฟส 2 เมืองไทย) จากญี่ปุ่น

   เป็นรถอีกคันจากค่าย Nissan ที่คนไทยต้องจับตามอง รถที่ว่าก็คือ Nissan Note รุ่นปรับโฉม Minor Change ที่มีข่าวว่าจะมาขายในเมืองไทยปีหน้าในฐานะอีโคคาร์เฟส 2 ซึ่งหลายคนก็คงอยากรู้ว่าหน้าตาของรถจะเป็นไปในทิศทางไหน และเราก็ค้นพบสิ่งที่น่าจะเป็นคำตอบของทุกคนได้

   ภาพที่เห็นคือภาพแอบถ่ายรถทดสอบ Nissan Note Minor Change ที่วิ่งทดสอบกันอยู่ในญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดก็น่าจะเป็นภายนอกที่มีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ทรง V-Shape อันเป็นเอกลักษณ์ และน่าจะมีการเปลี่ยนรูปทรงโคมไฟหน้าใหม่พร้อมกันชนหน้าให้สอดรับกับกระจังหน้ารถมากขึ้นด้วย ส่วนด้านท้ายจะมีการปรับรายละเอียดไฟท้ายและกันชนท้ายใหม่ให้ดูดีขึ้น



   หากใครยังจินตนาการไม่ถูกก็ลองดูภาพ Render ที่ถูกวาดขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งน่าจะมีความใกล้เคียงกับโฉมขายจริงมากทีเดียวครับ

   Nissan Note Minor Change ในญี่ปุ่นจะมีทางเลือกใหม่คือ พลังงานไฟฟ้าแบบขยายระยะทางได้ (Range-Extended) ส่วนเมืองไทยนั้นไม่น่าจะมีโอกาสใช้ แต่ยังไงก็จะมาในรูปแบบเครื่องยนต์ที่ผ่านมาตรฐานอีโคคาร์เฟส 2 ได้แน่นอน และว่ากันว่า Nissan กะเอาคันนี้มาสู้กับ Honda Jazz ด้วย ซึ่งก็ต้องติดตามความจริงกันในปีหน้าครับ

ภาพจาก ganbaremmc.exblog.jp1 / ganbaremmc.exblog.jp2
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ