Like Box

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

Spyshot : Volvo XC40 ครอสโอเวอร์น้องเล็กคันใหม่จากสแกนดิเนเวียน

  ค่าย Volvo มีแผนทำรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กในนาม XC40 และได้มีการทดสอบรถกันมานานแล้วพอสมควร ส่วนที่กำลังจะพูดถึงก็คือภาพ Spyshot ล่าสุดของรถครอสโอเวอร์น้องเล็กคันใหม่ที่กำลังวิ่งทดสอบท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น

   แม้ตัวรถจะพรางอย่างหนัก แต่ดูรูปทรงคร่าวๆแล้วก็พอบอกได้ว่ารถคันนี้จะยกดีไซน์มาจากต้นแบบ Volvo 40.1 Concept โดยจะมากับไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูออกแบบรายละเอียดในโคมคล้ายๆค้อนเทพเจ้าสายฟ้าธอร์ กระจังหน้ารถออกแบบดีไซน์คล้ายรถรถตระกูล 90 ของค่าย (XC90,S90,V90) รวมทั้ง XC60 ที่เพิ่งเปิดตัวด้วย

   และแน่นอนความสิ่งล้ำๆจากต้นแบบนั้นจะหายไป อย่างกระจกมองข้างที่เป็นกล้องในต้นแบบก็จะกลายเป็นกระจกมองข้างธรรมดาแทน รวมทั้งมือจับประตูในต้นแบบก็จะถูกเปลี่ยนเป็นมือจับประตูแบบปกติเช่นกัน โดย Volvo XC40 จะเป็นรถคันแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด Compact Modular Architecture (CMA) ที่พัฒนาร่วมกับบริษัทแม่อย่าง Geely

   สำหรับขุมพลังนั้นคาดว่าจะมีให้เลือกทั้งดีเซลและเบนซิน เครื่องดีเซลก็คงจะเป็นเครื่อง Drive-E ความจุ 2.0 ลิตรที่มีอยู่แล้วในค่าย รวมทั้งเครื่องยนต์เบนซิน T5 Twin Engine ที่จะมากับความจุ1.5 ลิตร 3 สูบ ที่จะถูกจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า รวมพละกำลังทั้งระบบ 250 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ส่วนรุ่นพลังงานไฟฟ้าเพียวๆอาจตามมาในปี 2020 ที่คาดว่าจะมีระยะทางวิ่งสูงสุด 350 กิโลเมตร

   การเปิดตัว All-New Volvo XC40 น่าจะมีขึ้นในงาน Auto Shanghai 2017 ที่จะจัดขึ้นปลายเดือนหน้า ส่วนการวางขายในตลาดน่าจะมีขึ้นราวๆปี 2018 คาดว่าราคาขายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,122,780 บาทครับ

ที่มา Paultan
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

เปรียบเทียบสเปคและออปชั่น Honda Civic Hatchback 1.5 Turbo VS. Mazda 3 2.0 SP Sports

   ตลาดรถกลุ่ม C-Segment จัดว่าระอุมากในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ประเดิมด้วยช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการเปิดตัว Mazda 3 Minor Change ที่ขนระบบความปลอดภัยมากมายมาใส่สู้คู่แข่ง และล่าสุดในเดือนนี้ที่ Honda ขอมาเจาะตลาดกลุ่ม Hatchback บ้างด้วยการเปิดตัว Civic Hatchback และยังคงชูจุดเด่นเครื่องยนต์ VTEC Turbo ตัวเก่งของพวกเขานั่นเอง


   แน่นอนว่าคนที่กำลังมองหา C-Segment Hatchback คงต้อมอง 2 ตัวเลือกนี้แน่นอน ผมจึงนำ 2 รุ่นนี้มาจับเปรียบเทียบสเปคและออปชั่นกันว่าจะมีความแตกต่างกันตรงไหนบ้าง ใครให้มากกว่าหรือน้อยกว่าส่วนไหน 


   ดีไซน์ภายนอกนั้นจัดว่าสวยทั้งคู่เลย แต่ความสวยโฉบเฉี่ยวนั้นความชอบผมอาจจะหนักไปทาง Mazda 3 ด้วยเส้นสายตัวถังที่ค่อนข้างสวยงามและดูแล้วไม่เบื่อตา ทางด้าน Honda Civic ก็มีดีไซน์ที่สวยใช้ได้ มีการออกแบบกันชนด้านหน้าและด้านท้ายให้สปอร์ตดุดันกว่าตัวซีดาน

  ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นถือว่ามีความสวยล้ำสมัยน่าสัมผัสทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองค่ายต่างมีจุดเด่นภายในที่แตกต่างกัน อย่างมาตรวัดของ Honda ที่ออกแบบเป็นดิจิตอลทำให้ดูล้ำ ของมาตรวัดของ Mazda จะมาแนวที่ให้อารมณ์สปอร์ตกว่าแม้เป็นมาตรวัดอะนาล็อก แต่ก็มีหน้าจอ Head-Up Display เสริมเข้ามาซึ่งก็ช่วยเพิ่มความล้ำให้กับรถได้เป็นอย่างดี

   ส่วนความต่างทางด้านมิติภายนอก อุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้ เครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัยและราคาอยู่ในตารางด้านล่างนี้ครับ และหวังว่าข้อมูลตรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังมองหารถกลุ่มนี้ครับ
   
มิติภายนอก

Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC TurboMazda 3 2.0 SP Sports
ความยาว (มม.)
4501
4470
ความกว้าง (มม.)
1799
1795
ความสูง (มม.)
1421
1450
ระยะฐานล้อ (มม.)
26972700

อุปกรณ์มาตรฐาน
อุปกรณ์มาตรฐาน

Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC TurboMazda 3 2.0 SP Sports
ไฟหน้าแบบ LED
มี
มี
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights)
มี
มี
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

พร้อมระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์พร้อมระบบไฟหน้าปรับระดับอัตโนมัติ (Auto Leveling System)
ไฟท้ายแบบ LEDมีมี
ระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลาพร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติพร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
ที่ปัดน้ำฝนกระจกหลังพร้อมหัวฉีดน้ำพร้อมหัวฉีดน้ำ
สวิตซ์ Drive Selection-มี
Push Startมีมี
Engine Remote Startมี-
Smart Keyless Entry / Honda Smart Key Systemมีมี
จอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่

แบบจอสี TFTหน้าจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี
มาตรวัดแบบจอสี TFTแบบอนาล็อก
Cruise Controlมีมี
Paddle Shiftมีมี
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

แบบปรับอุณหภูมิ แยกอิสระซ้าย/ขวามี
เบาะนั่งด้านหน้า

เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง / เบาะนั่งผู้โดสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางเบาะคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง
กระจกไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam-Protection ด้านคนขับกระจกไฟฟ้าคู่หน้า
ปรับขึ้นลงอัตโนมัติ
มี
เบาะหลังพับได้แบบ 60:40มีมี
ปุ่ม ECONมี-

ระบบเครื่องเสียง

 หน้าจอสัมผัส 7 นิ้วแบบ Advance Touch พร้อมรองรับ Apple CarPlayวิทยุ FM / AM พร้อมเครื่องเล่น CD / MP3  หน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander
ระบบเชื่อมต่อ Smart Phoneมีมี
ช่องต่อ USBมีมี
ช่องต่อ AUXมีมี
ช่องต่อ HDMIมี-
จำนวนลำโพง86
Bluetoothมีมี
ระบบสั่งการด้วยเสียงมีมี
ระบบนำทาง Navigator-มี

ขุมพลัง/แซสซีส์/ระบบเบรก
ขุมพลัง/แซสซีส์/ระบบเบรก

Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC TurboMazda 3 2.0 SP Sports
แบบเครื่องยนต์

DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC Turbo 
SKYACTIV-G DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว
ความจุ CC.
1498
1998
พละกำลัง (แรงม้า)/รอบต่อนาที
173 / 5500
165 / 6000
แรงบิด (นิวตันเมตร)/รอบต่อนาที
220 / 1700-5500210 / 4000
ระบบส่งกำลัง

เกียร์อัตโนมัติ CVTSKYACTIV-DRIVE อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด Activematic
ระบบกันสะเทือนหน้า

แม็คเฟอร์สันสตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลงแม็คเฟอร์สันสตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง

มัลติลิงก์อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลงมัลติลิงก์อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบเบรกหน้า
ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อนดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน
ระบบเบรกหลัง
ดิสก์เบรกดิสก์เบรก

ความปลอดภัย
ความปลอดภัย

Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC TurboMazda 3 2.0 SP Sports
กล้องมองหลัง
ปรับภาพได้ 3 ระดับ
มี
เบรกมือไฟฟ้า
มี
มี
Auto Brake Hold
มี
-
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
มีมี
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
มีมี
ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
มี-
ม่านถุงลมนิรภัย
มีมี
ระบบเบรก ABS / EBD / BA 
ABS / EBDมี
ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ 
มีมี
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล 
มีมี
กระจกมองหลังปรับความสว่างอัตโนมัติ
-มี
ระบบควบคุมเกียร์ AAS (Active Adaptive Shift)-มี
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
มีมี
ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ 
ALH (Adaptive LED Headlamps)
-มี
ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน 
LDWS (Lane Departure Warning System)
-มี
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน 
LAS (Lane-keep Assist System)
-มี
ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ 
SCBS (Smart City Brake Support)
-มี
ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง 
SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse)
-มี
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ 
DAA (Driver Attention Alert)
-มี
ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน 
ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
-มี
ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ 
SBS (Smart Brake Support)
-มี
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ 
MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
-มี
ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
มีมี
ระบบป้องกันการโจรกรรม Immobilizer และสัญญาณกันขโมย
มีมี

ราคา
ราคา

Honda Civic Hatchback 1.5 VTEC TurboMazda 3 2.0 SP Sports
(บาท)
1,169,000
1,119,000


 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ส่องรถจีน Luxing iStar ที่ลอกหน้าตาจาก Mercedes-Benz

  จริงๆแล้วนั้นค่ายรถจีนหลายค่ายก็มีวิวัฒนาการการออกแบบที่ดีขึ้นในหลายแบรนด์แล้ว บางแบรนด์มีการออกแบบที่สวยสู้แบรนด์ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรปได้สบาย แต่ก็ยังมีหลายแบรนด์ที่ยังคงลอกเลียนแบบดีไซน์รถค่ายใหญ่ๆมาใส่ในรถตัวเอง 


   และนี่ก็เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ก๊อปปี้ดีไซน์ชาวบ้านเขามา นั่นคือ Luxing iStar รถอเนกประสงค์คันจิ๋วที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ที่ผลิตโดยบริษัท Dezhou Luxing Vehicle Company ที่เต๋อโจว มณฑลซานตง ประเทศจีน


   ดูหน้าก็รู้ชัดเจนว่าโคลนนิ่งมาจากรถยนต์ค่าย Mercedes-Benz แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า กระจังหน้า ทรงไฟหน้า หรือกระจกมองข้างที่เอามาจากรถ SUV หรูของค่าย Mercedes-Benz อย่าง GLC และ GLE จับมายำรวมกันจนเป็นอย่างที่เห็น ในส่วนด้านท้ายยังดีหน่อยที่ยังพยายามออกแบบเองไม่ไปลอกใคร


  แต่พอเข้ามาในห้องโดยสารนั้น ก็ยังเห็นชัดว่ามีการลอกดีไซน์จาก Mercedes-Benz A-Class โดยเฉพาะในส่วนคอนโซลหน้า ช่องแอร์ที่มีความคล้ายคลึงกัน ต่างแค่ตำแหน่งจอสัมผัสของต้นฉบับจะทำคล้ายๆเป็นแท็บเลตติดไว้เหนือช่องแอร์ ชุดเครื่องเสียงวิทยุหน้าจอสัมผัส พร้อมช่องเสียบ SD และ USB รองรับการเล่นไฟล์ MP3 และวิดีโอ MP4 และมีกล้องมองหลังมาให้ด้วยเช่นกัน ส่วนปุ่มแดงที่อยู่ใต้คอนโซลจะเป็นปิดการทำงานของระบบไฟฟ้าทั้งหมดของรถและดับเครื่องลง

  ตัวรถจะทำการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 72 โวลต์ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 45 กม./ชม. สามารถวิ่งระยะทางสูงสุดได้ 150 กม.

  Luxing iStar วางขายในประเทศจีนในราคา 22,000 หยวน หรือประมาณ 110,983 บาทไทยเท่านั้นครับ

ที่มา Carnewschina

   
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

Chevrolet Colorado High Country Storm 2017 รุ่นตกแต่งระดับท็อปของกระบะโบว์ไทน์

  หลังจากที่ Chevrolet ได้ทำการเปิดตัว Chevrolet Colorado Minor Change ไปเมื่อช่วงกลางปีที่แล้วซึ่งก็ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ในปีนี้ทาง Chevrolet ขอกระตุ้นตลาดกระบะต้นปีด้วยการส่งรุ่นตกแต่งระดับท็อปของค่าย "Chevrolet Colorado High Country Storm" รุ่นปี 2017 ลงสู่ตลาดไทย

  ภายนอกก็คือการนำ Chevrolet Colorado High Country มาตกแต่งให้เข้มและดุดันยิ่งขึ้น สิ่งที่ติดตั้งเข้ามาก็คือ สติ๊กเกอร์สีดำรอบคันที่ได้รับการติดบริเวณฝากระโปรงหน้าและประตูรถ กระจกมองข้างสีดำ มือจับประตูรถสีดำ ขอบกระจกประตูรถสีดำ สปอร์ตบาร์สีดำ กันชนท้ายสีดำ และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพ่นสีดำ

  ขุมพลังนั้นก็ยังคงมากับเครื่องยนต์ดีเซลรหัส LK2 แถวเรียง วางตามยาว 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC พร้อมเทอร์โบแปรผัน (VGT) และอินเตอร์คูลเลอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น ความจุ 2499 CC. กำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ เดินหน้า 6 จังหวะ พร้อมฟังก์ชัน Manual Mode

  ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นก็ยังคงให้มาครบครัน ไม่ว่าจะเป็น
- ระบบช่วยเบรกกะทันหัน (PBA - Panic Brake Assist)
- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS - Anti-lock Braking System)
- ระบบกระจายแรงเบรก (EBD - Electronic Brake Force Distribution)
- ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อขับขี่รถออกนอกช่องจราจร (Lane Departure Warning)
- เซ็นเซอร์หน้า-หลัง ช่วยในการนำรถเข้าจอด (Front & Rear Park Assist)
- กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (Rear Vision Camera)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC - Electronic Stability Control)
- ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (TSC - Trailer Sway Control)
- ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP - Anti Rolling Protection)
- ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี (TCS - Traction Control System)
- ระบบช่วยการออกตัว ขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HSA - Hill Start Assist)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ขณะรถลงทางลาดชัน (HDC - Hill Descent Control)
- ระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (Tire Pressure Measuring System)
- สัญญาณเตือนการโจรกรรม


   Chevrolet Colorado High Country Storm ใหม่ มีการแนะนำสีตัวถังใหม่ นั่นคือ สีน้ำเงินเมทาลิก Blue Me Away นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีสีแดง Pull Me Over Red สีดำ Black Meet Kettle Metallic สีขาว Summit White สีเทาเมทัลลิก Satin Steel Grey Metallic และสีน้ำตาลเมทัลลิก Auburn Brown Metallic ให้เลือกเช่นกัน

   Chevrolet Colorado High Country Storm รุ่นใหม่ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาตอนนี้ คาดว่าจะมีการประกาศตอนเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในงาน Bangkok Motor Show 2017 วันที่ 29 มีนาคม-9 เมษายน 2017 ที่อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานีครับ
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

ชมรถทดสอบ BMW i8 Spyder สปอร์ตไฮบริดสุดล้ำในเวอร์ชั่นเปิดหลังคารับลม

   จัดว่ามีผลตอบรับที่ค่อนข้างดีสำหรับสปอร์ตไฮบริดรูปทรงล้ำอย่าง BMW i8 และพวกเขาก็มีแผนปล่อยเวอร์ชั่นเปิดหลังคา (Spyder) ออกมา ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีรถทดสอบออกมาวิ่งให้ช่างภาพได้เก็บภาพเล่นแล้ว โดยภาพชุดนี้เป็นภาพระหว่างการทดสอบในสภาพอากาศหนาวเย็นในสวีเดน

   แม้ตัวรถจะติดสติ๊กเกอร์รอบคัน แต่ก็พอเดาได้ว่าหน้าตาของ BMW i8 Spyder จะไม่ต่างจากรุ่น Coupe มากนัก อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบริเวณกระจังหน้าเล็กน้อย ที่แตกต่างจริงๆเห็นจะเป็นในส่วนของหลังคาที่มาในแบบผ้าใบและออกแบบในส่วนของฝากระโปรงท้ายบริเวณห้องเครื่องให้มีความล้ำสมัยมากขึ้น 

  BMW i8 Spyder อาจจะมีการออกแบบกลไกการเก็บหลังคาที่คล้ายคลึงกับ Porsche 911 Targa หรือ Mazda MX-5 RF โดยจะเก็บไว้ที่บริเวณฝาปิดด้านหลังก่อนห้องเครื่อง (ต่างจาก MX-5 RF ที่เครื่องวางหน้าเท่านั้นเอง)

   คาดว่า BMW i8 Spyder จะมาถึงพร้อมกับการปรับปรุงสมรรถนะเครื่องยนต์ โดยอาจจะเพิ่มความจุแบตเตอรี่มากขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ไกลขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ก็น่าจะคงเดิมโดยมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ 3 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลัง 327 แรงม้า 

  ฺBMW i8 Spyder รวมทั้ง i8 รุ่นปรับปรุงใหม่น่าจะมีการเปิดตัวภายในปีนี้ และอาจจะวางขายภายในปี 2018 ครับ ส่วนเมืองไทยก็รอติดตามข่าวจากทาง BMW Thailand ครับ

ที่มา Carscoops

 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

หลุดยันรุ่นน้องถึงรุ่นพี่..ชมหน้าตาของ All-New Audi A6 / A7 /A8

   ค่าย Audi นำเสนอแนวการออกแบบยุคใหม่ของพวกเขาผ่านต้นแบบ Audi Prologue Concept ที่เปิดตัวในปี 2014 และล่าสุดตอนนี้มีภาพหลุดแนวการออกแบบของรถซีดานในตระกูล Audi หลายรุ่นด้วยกัน ได้แก่ Audi A6 / A7 และ A8 เรียงตั้งแต่รุ่นน้องยันรุ่นพี่กันเลยทีเดียว

   ดูเหมือนว่า Audi จะพยายามสร้างความแตกต่างให้ทั้ง A6 A7 และ A8 อย่างชัดเจนมากขึ้น และยังนำกลิ่นอายจากต้นแบบ Prologue Concept เข้ามาใส่ลงไปในรถทั้ง 3 รุ่นด้วยกันเช่นกัน

   เริ่มที่ดีไซน์ของพี่ใหญ่ A8 ที่จะมากับกระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่สุดในบรรดา 3 รุ่น มาแนวหรูหราภูมิฐาน ออกแบบให้โคมไฟเชื่อมติดกับกระจังหน้า ส่วนรุ่น A7 จะมีดีไซน์ที่กระจังหน้าที่ค่อนข้างเรียวและสปอร์ตกว่า ออกแบบกันชนหน้าให้ดูสปอร์ตและไฟหน้าทรงเพรียวบาง ปิดท้ายด้วย A6 ที่มีดีไซน์ที่มีส่วนผสมผสานของทั้ง A7 และ A8 เข้าด้วยกัน มีทั้งความหรูหราและความสปอร์ตเล็กๆผสมเข้าไปด้วย

   และเพื่อการลดต้นทุนการผลิต Audi จะใช้ชุดแพลตฟอร์ม ระบบขับเคลื่อน แซสซีส์ และระบบไฟฟ้าภายในรถของ 3 รุ่นนี้ร่วมกันด้วย

   Audi จะประเดิมเปิดตัวพี่ใหญ่อย่าง All-New Audi A8 ก่อนในวันที่ 11 กรกฎาคมครับ

ที่มา Carcoops
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

แอบถ่ายรถทดสอบ All-New Nissan Leaf ที่เปลี่ยนใหม่สู่ความสปอร์ต

   Nissan Leaf โฉมปัจจุบันนั้นวางขายในตลาดมานานกว่า 7 ปีแล้ว และจัดว่ามีผลตอบรับที่ดีในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ล่าสุดเจ้า Leaf ก็เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนโฉมใหม่แล้วเพื่อต่อกรกับคู่แข่งพลังงานไฟฟ้ารุ่นอื่นๆด้วย

   และนี่คือภาพถ่ายรถทดสอบของ All-New Nissan Leaf ที่วิ่งทดสอบในอเมริกา แม้ตัวรถจะถูกพรางอย่างหนัก แต่ก็ยังเผยให้เห็นถึงเส้นสายและแนวการออกแบบได้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งดีไซน์ตัวรถนั้นน่าจะได้รับแรงบันดาลใจหลายๆส่วนที่มาจากต้นแบบ Nissan IDS Concept

   ดีไซน์ด้านหน้ามากับโคมไฟที่ดูเพรียวกว่าเดิม มีกระจังหน้าแบบ V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์ค่ายนี้ เส้นสายด้านข้างมีความโค้งมนมากขึ้นและยังรักษาเอกลักษณ์แบบรุ่นเดิมอยู่อีกทั้งยังมีแนวเส้นหลังคาด้านท้ายแบบ Floating Roof เหมือน Nissan หลายๆรุ่น ส่วนด้านท้ายจะมากับทรงไฟท้ายบูมเมอแรงทรงแหลม

   ขุมพลังนั้นก็ยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อนรถเช่นเคย ซึ่งน่าจะขยายความจุแบตเตอรี่ให้มากกว่าเดิมเพื่อรองรับการเดินทางที่ไกลมากขึ้น รวมทั้งน่าจะมีการติดตั้งระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติมาให้ ข้อมูลตรงนี้ก็ยังไม่ชัดเจนนักก็ต้องติดตามต่อไปครับ

ที่มา Autoblog
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

Nissan Juke Premium Special Edition รุ่นพิเศษเจาะตลาดแดนผู้ดี

  จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่ข่าวหรือรถต้นแบบของ All-New Nissan Juke ออกมาวิ่งทดสอบเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ทาง Nissan ก็ยังคงขยันส่งรุ่นพิเศษฆ่าเวลารอโฉมใหม่ไปเลย อย่างล่าสุดที่มีการเปิดตัวรุ่นพิเศษสำหรับตลาดอังกฤษเท่านั้น

   Nissan Juke Premium จัดเป็นรถรุ่นพิเศษที่วางขายเฉพาะตลาดอังกฤษ จะผลิตจำกัดจำนวนแค่ 1,500 คันเท่านั้น มีไฮไลต์สำคัญคือการอัพเกรดระบบเครื่องเสียงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยลำโพงจาก Focal ซึ่งจะมอบประสบการณ์ในการฟังเพลงที่ดีขึ้น โดยมีกำลัง 40-120 วัตต์ ในส่วนของลำโพงหน้า และด้านหลัง 40-100 วัตต์ในส่วนของทวีตเตอร์

  นอกจากระบบเครื่องเสียงที่มีการอัพเกรดแล้ว Nissan Juke Premium Special Edition ยังมีการตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ มากับพรมปูพื้นใหม่ แป้นเหยียบเบรกและคันเร่งแบบสปอร์ตในทุกรุ่น และยังมากับชุดเบาะหนังแบบพรีเมียม

  ภายนอกมีสีตัวถังให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Metallic Black หรือสีเทา Dark Grey นอกจากนี้ยังมีชุดแต่งรอบคันสีดำและล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้วสีดำเช่นกัน โดยการตกแต่งเหล่านี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด

   สำหรับขุมพลังนั้นจะมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร พละกำลัง 115 แรงม้า และดีเซล 1.5 ลิตร dCi พละกำลัง 90 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

  และแน่นอนว่ารุ่นพิเศษนี้ไม่มีจำหน่ายในไทยครับ

ที่มา Carscoops
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

็ัHyundai Sonata Minor Change กลับสู่ความสปอร์ตอีกครั้ง

  Hyundai Sonata รถซีดานระดับ D-Segment ของค่ายเกาหลีโฉมล่าสุดที่ก่อนหน้านี้มาในแนวเรียบหรูต่างจากรุ่นที่แล้วที่ค่อนข้างโฉบเฉี่ยวแต่ดูท่าทางแล้วไม่ค่อยเตะตาลูกค้าเท่าที่ควร ทำให้ในรุ่น Minor Change มีการปรับโฉมหน้าตาให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น


   ดีไซน์ภายนอกนั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะมีการออกแบบใหม่ให้ดูสปอร์ตกว่าเดิมโดยนำดีไซน์ยุคใหม่เหมือนที่ใช้ในรุ่นน้อง i30 ประยุกต์กับรุ่นพี่ โดยมากับกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยมและออกแบบรายละเอียดกรอบไฟตัดหมอกใหม่ให้ดูดุดันขึ้น ไฟหน้าเปลี่ยนรูปทรงใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยมากขึ้น ในส่วนด้านท้ายมีการออกแบบใหม่หมดและมากับทรงไฟท้ายที่ดูโฉบเฉี่ยวและสปอร์ตมากขึ้นเช่นกัน รวมทั้งออกแบบล้ออัลลอยให้ดูสปอร์ตเข้ากับรถ


   ภายในห้องโดยสารตกแต่งใหม่เน้นความสปอร์ตและผสมผสานกับความหรูหรา มากับพวงมาลัยทรงใหม่แบบ 3 ก้าน ปรับปรุงดีไซน์ช่องแอร์บนคอนโซลใหม่ ตกแต่งปุ่มควบคุมต่างๆบนคอนโซลให้ดูดีมากขึ้น ออกแบบหน้าจอสัมผัสตรงกลางคอนโซลใหม่
   ขุมพลังของ Sonata นั้นจะมีให้เลือก 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลความจุ 1.7 ลิตร พละกำลัง 141 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร, เครื่องยนต์เบนซิน T-GDI ขนาด 1.6 ลิตร พละกำลัง 180 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตัน-เมตร,เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิด 196 นิวตัน-เมตร และแรงสุดกับเครื่องยนต์เบนซิน Theta T-GDI 2.0 ลิตร พละกำลัง 245 แรงม้า พร้อมแรงบิด 353 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีดในรุ่นที่ความจุต่ำกว่า 1.6 ลิตร ส่วนรุ่น 2.0 ลิตรไม่มีเทอร์โบ และ 2.0 ลิตรเทอร์โบ จะส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ 8 สปีดตามลำดับ

  และแน่นอนว่า Hyundai Sonata Minor Change ไม่มีขายในไทยครับ
   
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

ภาพแอบถ่ายล่าสุดของรุ่นขายจริง Mercedes-Benz X-Class (กระบะพื้นฐานเดียวกับ Nissan Navara)

  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Mercedes-Benz ได้เปิดตัวต้นแบบ X-Class Concept ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศชัดเจนว่าจะมาลุยตลาดกระบะระดับพรีเมียมแน่นอน อีกทั้งยังได้ทำการวิ่งทดสอบรถมาพอสมควรแล้ว และนี่คือภาพแอบถ่ายล่าสุดของว่าที่กระบะของ Mercedes-Benz

   ภาพเซตล่าสุดคราวนี้จะเห็นถึงความแตกต่างจากรถทดสอบก่อนหน้านี้ที่ยังมีเค้าโครงหน้าของ Nissan Navara อยู่ แต่ภาพเซตล่าสุดจะเห็นดีไซน์ด้านหน้าที่น่าจะเป็นเค้าโครงของรุ่นจำหน่ายจริงมากขึ้น รวมทั้งโป่งล้อทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ออกแบบให้แตกต่างจาก Nissan Navara รวมถึงดีไซน์กระบะท้ายที่ไม่เหมือน Navara เช่นกัน ก็จะมีแค่ในส่วนของโครงตัวถังเท่านั้นที่แสดงถึงความเหมือน Navara

   คาดว่ากระบะ Mercedes-Benz น่าจะนำแนวการออกแบบที่โชว์เมื่อปีที่แล้วมาประยุกต์ลงในเวอร์ชั่นขายจริง แต่ก็อาจจะมีรายละเอียดหลายจุดที่ลดทอนความหวือหวาจากต้นแบบลงบ้างเพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบันและดูพร้อมขายมากขึ้นนั่นเอง และแน่นอนว่าจะวางตำแหน่งการตลาดให้พรีเมียมกว่า Nissan Navara และ Renault Alaskan

   ในรุ่นเริ่มต้นจะมากับระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นมาตรฐาน และจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นออปชั่นเพิ่มเติม ขุมพลังก็จะมีตั้งแต่ขนาด 4 สูบจนไปถึง 6 สูบ เหมือนเช่นต้นแบบปีที่แล้วที่มากับเครื่องดีเซล V6 รองรับการบรรทุกได้ถึง 3.5 ตัน

   Mercedes-Benz X-Class รุ่นจำหน่ายจริงน่าจะเปิดตัวราวๆปลายปีครับ ส่วนเมืองไทยดูทรงแล้วไม่มีมาจำหน่ายแน่นอน

ที่มา Carscoops
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

All-New McLaren 720S ซูเปอร์คาร์คันใหม่เร้าใจกว่าที่เคยเป็น

  ค่ายสปอร์ตอย่าง McLaren หลังจากประสบความสำหรับกับโมเดล MP4-12C จนไปถึงรุ่นปรับโฉมอย่าง 650S ล่าสุดพวกเขาได้ทำการเปิดตัวสปอร์ตรุ่นใหม่อย่าง 720S ที่จะมาสานต่อความสำเร็จให้กับรุ่นก่อนๆอย่าง MP4-12C และ 650S นั่นเอง


   ดีไซน์ของ McLaren 720S ถือว่าพลิกโฉมจาก MP4-12C และ 650S มากพอสมควร อีกทั้งยังมีเส้นสายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพี่ใหญ่อย่าง McLaren P1 ด้วยเช่นกัน และด้วยตัวถังที่สร้างจากคาร์บอนโมโนค็อกนั้นส่งผลให้มีน้ำหนักตัวรถอยู่ราวๆ 1,283 กิโลกรัม (ไม่รวมของเหลวในรถ) ถ้าเติมของเหลวต่างๆในรถจนเต็มนั้นจะมีน้ำหนักขึ้นไปที่ 1,419 กิโลกรัม


   ตัวถังรถจะทำจากอะลูมิเนียม มีเส้นสายตัวถังที่ค่อนข้างลู่ลมและพลิ้วไหวเหมือนหยดน้ำ ออกแบบการระบายอากาศของรถใหม่ทำให้ช่วยระบายความร้อนได้ดีมากขึ้นถึง 15% เส้นสายด้านข้างมีโค้งมนที่แอบคล้ายคลึง Pagani Huayra 


   ภายในห้องโดยสารมากับดีไซน์ที่ค่อนข้างสปอร์ตและดิบเถื่อนแฝงไปด้วยความล้ำสมัย ไฮไลต์คงจะหนีไม่พ้นชุดหน้าปัดแบบใหม่ Folding Driver Display ที่สามารถแสดงผลแบบเต็มหน้าจอหรือจะพับหน้าปัดลงไปแสดงผลแค่ข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น โดยจะแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อลดการเสียสมาธิในการขับรถมากขึ้น 


   ขุมพลังนั้นจะทำการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ V8 ถูกออกแบบใหม่ให้มีนเ้ำหนักตัวเครื่องที่เบาขึ้นถึง 41% มากับพละกำลัง 710 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลา 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 341 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Dual-Clutch 7 สปีด


   McLaren 720S จะมีการติดตั้งระบบ Variable Drift Control ที่สามารถปรับการควบคุมการทรงตัวได้ด้วยตัวเราเอง เอาไว้ใช้ในเวลาที่เราอยากดริฟท์รถขึ้นมานั่นเอง และยังมีระบบช่วงล่างแบบ Proactive Chassis Control II ที่มีการปรับปรุงใหม่ให้รองรับการเกาะถนนที่ดีขึ้น

   McLaren 720S จะเริ่มจำหน่ายและส่งมอบรถราวๆเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทยก็น่าจะมีการนำเข้ารุ่นนี้มาให้เศรษฐีไทยสัมผัสอย่างแน่นอน แต่จะมาตอนไหนก็ต้องรอดูกันต่อไป 

ที่มา Carscoops
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ