วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

BMW Xpo 2013 งานโชว์รถประจำปีของค่ายใบพัดฟ้าขาว พร้อมโชว์ตัว 2 รุ่นใหม่

   เดือนกันยายนของทุกปี เปรียบเสมือนฤดูกาลที่ค่ายใบพัดฟ้าขาวเมืองไทย BMW Thailand จะต้องจัดงานแสดงรถประจำปี นั่นคือ BMW Xpo ซึ่งงานนี้จะมีรถใหม่ๆและไฮไลต์เด็ดๆมาโชว์แทบทุกปี ซึ่งในปีนี้นั้นมีไฮไลต์เด็ดถึง 2 คัน ก็คือ BMW 4 Series Coupe Concept และ BMW 3 Series Gran Turismo ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกของเมืองไทยเลยละครับ ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 - 8 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ เซ็นทรัลเวิลด์


   นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดง BMW และ MINI รุ่นอื่นๆ รวม 16 รุ่น เช่น BMW 116i M Sport, BMW X1 sDrive20d, BMW ActiveHybrid 7L M Sport, BMW 640i Coupe M Sport, MINI Cooper SD ALL4 Countryman เป็นต้นและยังคงมีโปรโมพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเหมือนทุกปีครับ
BMW 4 Series Coupe Concept
   BMW 4 Series Coupe Concept เผยโฉมครั้งแรกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซีึึ่่งถือว่าเป็นตัวแทน 3 Series Coupe ก็ว่าได้ครับ หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนระบบชื่อใหม่ ตัวถังใหญ่ขึ้น ขนาดตัวยาวและกว้างกว่า 3 Series Coupe  ระยะห่างระหว่างล้อกับกันชนหน้ากระชับขึ้น แต่ยังคงความยาวของฝากระโปรงหน้า และวางแนวหลังคาให้ลาดลง เพิ่มตัวกรอง Air Breather บริเวณส่วนหลังของซุ้มล้อหน้า เพื่อลดแรงต้านบริเวณโดยรอบ ห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบาย และนับเป็นรถขนาดคอมแพ็กต์ของ BMW ยุคใหม่ที่สปอร์ตขึ้น และสบายยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 Series Coupe

   BMW 4 Series Coupe รุ่นขายจริงวางขายแล้วที่อเมริกา ทำตลาดในรุ่น 428i โดยทำตลาดแทน 3 Series Coupe ส่วนตลาดเมืองไทย คาดว่าน่าจะเป็นปลายปีนี้ครับ
BMW 3 Series Gran Turismo
 
   เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเลยครับ ด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ตที่ผสมผสานระหว่างความสปอร์ตแบบซีดานและความอเนกประสงค์แบบรถทัวริงได้อย่างลงตัวดิบดี เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขึ้น เบาะผู้โดยสารด้านหน้า-หลัง ถูกยกให้สูงขึ้น 59 มม. เพิ่มช่องว่างระหว่างศีรษะกับเพดานรถให้มากขึ้นเป็นพิเศษ พื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มขึ้น 70 มม. และรุ่นนี้จะทำตลาดในไทยด้วย โดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือ BMW 320d GT Sport และ BMW 320d GT Luxury ราคา 3,199,000 บาทครับ
   นอกจากนี้ยังมีการนำ BMW Z4 รุ่นปรับปรุงโฉมแบบเงียบๆมาโชว์ตัวด้วย โดยนำมาโชว์ตัวในรุ่น Z4 sDrive20i Highline ซึ่มีวีใหม่ให้เลือก Mineral Grey Metallic, Glacier Silver Metallic และ Valencia Orange Metallic นอกจากนี้ยังมีชุดแต่งแบบ Design Pure Traction, Design Pure Balance และ M Sport ให้เลือกด้วย
   ชุดแต่ง Design Pure Traction มากับตัวรถสีส้ม Valencia Orange ภายในตกแต่งด้วยหนัง Alcantara ทั้งเบาะนั่งสปอร์ตและแผงประตู คอนโซลกลางสีดำ Black Piano ติดตั้งพร้อมหนังที่เย็บด้วยตะเข็บสีส้ม ส่วนชุดแต่ง Design Pure Balance ภายในผสมผสานหนังแท้สีดำกับสีน้ำตาลเข้ม Cohiba Brown เบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้ Merino ตัดขอบด้วยตะเข็บสีขาว
   แล้วยังแต่งให้สปอร์ตขึ้นด้วยชุดตกแต่ง M Sport Package ประกอบไปด้วยล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว, ชุดแต่ง M แอโรไดนามิครอบคัน, เบาะนั่งแบบสปอร์ต, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแท้สไตล์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย, กาบบันได M และผ้าบุหลังคาสี anthracite
     Z4 sDrive20i Highline รวมการตกแต่งทั้งแพ็กเก็จ ในราคา 4,099,000 บาทครับ


    แล้วนอกจากนี้ยังมีรถเล็กน่ารักจากค่ายมินิมาโชว์ตัวหลายรุ่น เช่น MINI Countryman,MINI Cooper S และ MINI Paceman ครับ
ราคารถในงาน BMW Xpo 2013


• BMW X1 sDrive20d xLineราคาจำหน่าย 2,799,000 บาท
• BMW X3 xDrive20d Highlineราคาจำหน่าย 3,699,000 บาท
• BMW 528i Sportราคาจำหน่าย 4,299,000 บาท
• BMW Z4 sDrive20i Highline Design Pure Traction + M Sportราคาจำหน่าย 4,099,000 บาท
• BMW 116i M Sportราคาจำหน่าย 1,999,000 บาท

• BMW 4 Series Coupe Concept(รถต้นแบบ)
• BMW 320d Gran Turismo Sportราคาจำหน่าย 3,199,000 บาท
• BMW 320d Sportราคาจำหน่าย 2,899,000 บาท
• BMW 520dราคาจำหน่าย 3,699,000 บาท
• BMW ActiveHybrid 7L M Sportราคาจำหน่าย 8,899,000 บาท
• BMW 640i Coupe M Sportราคาจำหน่าย 11,399,000 บาท

• MINI Cooper Countryman Look2ราคาจำหน่าย 1,990,000 บาท
• MINI Cooper D Countryman Look2ราคาจำหน่าย 2,190,000 บาท
• MINI Cooper SD ALL4 Countrymanราคาจำหน่าย 2,490,000 บาท
• MINI Cooper JCW รุ่นพิเศษจำกัดจำนวนราคาจำหน่าย 2,360,000 บาท
• MINI Cooper S JCW รุ่นพิเศษจำกัดจำนวนราคาจำหน่าย 2,740,000 บาท
• MINI Cooper Pacemanราคาจำหน่าย 2,490,000 บาท












ข้อเสนอพิเศษ BMW และ MINI ในงาน BMW Xpo 2013
จอง BMW และรับส่งมอบรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 จะได้รับของสมนาคุณดังนี้:
• จอง BMW X1 sDrive18i รับ iPad Mini 16 GB WiFi และ Cellular
• จอง BMW X1 sDrive20d รับ iPad Mini 16 GB WiFi และ Cellular
• จอง BMW 3 Series รับ iPad Mini 16 GB WiFi และ Cellular
• จอง BMW 5 Series หรือรุ่นนำเข้าทุกรุ่น รับ iPad Mini 32 GB WiFi และ Cellular (ยกเว้น 1 Series, 3 Touring และ 5 Touring)
• จอง BMW 7 Series หรือ ActiveHybrid 7L รับกล้องถ่ายรูป Leica X2 (ยกเว้น 730Ld Business)
จอง MINI และรับส่งมอบรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2556 จะได้รับของสมนาคุณดังนี้:
• จอง MINI Cooper หรือ MINI Cooper S Hatch รับประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 2 ปี
• จอง MINI Cooper Coupe รับประกันภัยชั้นหนึ่งฟรี 5 ปี
• จอง MINI Cooper Countryman ราคาเริ่มต้น 1,840,000 บาท รับข้อเสนอผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 13,900 บาท
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

Honda เปิดตัวดีไซน์ใหม่ ""EXCITING H DESIGN!!! พบได้จากฮอนด้ารุ่นใหม่หลังจกานี้เป็นต้นไป

 
  Honda เปิดตัวเอกลักษณ์การออกแบบใหม่ นามว่า "EXCITING H DESIGN" ซึ่งดีไซน์แบบนี้จะมีให้เห็นใน Honda รุ่นใหม่ๆหลังจากนี้เป็นต้นไปครับ
   "EXCITING H DESIGN!!!" มีองค์ประกอบหลัก 3 ประการคือ High tech ความไฮเทคแสดงออกถึงนวัตกรรม และ High Tension สะท้อนความงามผ่านแบบตัวถังและเลย์เอาท์, High Touch พื้นผิวที่เนียนละเอียดประณีต ทั้ง 3 หลักจะแสดงออกผ่านงานดีไซน์ตัวถังภายนอกและภายในห้องโดยสาร ทำให้มีเอกลักษณ์และน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นกว่าเดิมครับ
   โดยการออกแบบภายนอกนั้นการออกแบบภายนอกจะประกอบด้วย High Tech ประกอบด้วยชุดกระจังหน้าแบบใหม่ล่าสุด Solid Wing Face เน้นให้โลโก้ขยับไปด้านบนมากขึ้น ลากเส้นแนวกระจังหน้าให้สอดรับกับทรงไฟหน้าที่ล้ำสมัย High Tension สาดสีตัวถังบนสัดส่วนตัวถังที่สวยงามที่เน้นความแข็งแกร่ง
High Touch เน้นการออกแบบพื้นผิวตัวถังที่สะท้อนถึงอารมณ์
   ส่วนการออกแบบภายใน High Tech เน้นหลักการ มองง่าย ใช้ง่าย มีอินเตอร์เฟซที่ล้ำสมัยจากเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย High Tension มีความสปอร์ตและให้อารมณ์แบบห้องขับขี่ส่วนตัว High Touch เน้นคุณภาพระดับช่างฝีมือ เน้นความสำคัญของพื้นผิว
   "EXCITING H DESIGN!!!" มีให้เห็นแล้วใน Honda Fit/Jazz 2013 นั่นเองครับ และคาดว่า City โฉมใหม่ที่ได้ข่าวว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้ จะใช้เอกลักษณ์นี้ด้วยครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

All-New Mercedes-Benz S-Class เปิดตัวในไทยเรียบร้อย ประเดิมด้วยรุ่น S400 Hybrid ราคา 11.4 ล้านบาท

  บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว All-New Mercedes S-Class โฉมใหม่ที่เมืองไทยแล้วแบบเร็วได้ใจมากชนิดตัดหน้าเกรย์กันเลยทีเดียวครับ โดยประเดิมการทำตลาดด้วยรุ่น S400 Hybrid AMG Premium แบบนำเข้าล็อตแรก 50 คันกับค่าตัว 11,400,000 บาท
   All-New Mercedes-Benz S-Class มากับภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา มีระดับกว่าเดิม ภายใต้แนวคิด Vision accomplished ด้วยความเป็นเลิศแห่งวิศวกรรมยานยนต์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ระบบการขับขี่แบบอัจฉริยะ (Intelligent Drive)  เทคโนโลยีประหยัดพลังงานใหม่ล่าสุด (Efficient Technology) และความหรูหราสง่างามในทุกองค์ประกอบ (Essence of Luxury) มีรูปลักษณ์ที่หรูหราสง่าการันตีได้จากได้การรับรางวัลด้านดีไซน์ระดับโลกจาก Red Dot Award 2013 และ Automotive Brand Contest 2013
   รูปร่างหน้าตาได้รับการออกแบบใหม่หมด มากับความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากกว่าเดิม ฉีกภาพลักษณ์รถคนมีอายุทิ้งหมดจด มิติของตัวรถ มีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่ารุ่นเดิมคือ มีความยาว 5,246 มม. ยาวขึ้น 20 มม กว้าง 1,899 มม. กว้างขึ้น 28 มม. และสูง 1,496 มม.และสูงขึ้น 17 มม. ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นและเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร  โดยพื้นที่ห้องโดยสารด้านหน้าคนขับมีพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้น 14 มม. พื้นที่ช่วงไหล่ของผู้โดยสารด้านหน้าเพิ่มขึ้น 14 มม. และผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มขึ้น 11 มม. พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังช่วงขาเพิ่มขึ้น 16 มม. ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารตอนหลังมากขึ้นกว่าเดิม
   เป็นครั้งแรกของโลกที่ S-Class นำเทคโนโลยีไฟ LED มาติดตั้งรอบรถ โดยทั้งคันมีไฟ LED ติดตั้งเกือบ 500 ดวง โดยไฟหน้าใช้หลอดไฟ LED ข้างละ 56 ดวง ไฟท้าย ใช้หลอดไฟ LED ข้างละ 35 ดวง โดยมีหลอดไฟ LED สำหรับตัดหมอกหลังอีก 4 ดวง ส่วนภายในห้องโดยสารของตัวรถมีใช้มากถึง 300 ดวง  โดยสามารถประหยัดพลังงานโดยรวมถึงกว่า 75% เมื่อเทียบกับหลอดไส้แบบธรรมดา นอกจากนั้นยังมีระบบ LED Intelligent Light System สำหรับโคมไฟหน้าซึ่งจะช่วยปรับลำแสงให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพอากาศ
   และเป็นครั้งแรกกับระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติแบบ Adaptive Highbeam Assist Plus  ที่ระบบจะปรับลดระดับแสงไฟสูงลงอัตโนมัติเมื่อพบว่ามีรถยนต์คันอื่นวิ่งสวน ทางมาหรือเข้าใกล้รถยนต์คันที่วิ่งนำหน้าอยู่  ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเปิดไฟสูงไว้ที่ระดับสูงสุดได้ตลอดเวลาโดยที่ไฟสูง จะไม่รบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ถนน และทางค่ายได้พัฒนาไฟท้ายให้สามารถปรับระดับความสว่างได้ตามสถานการณ์ของการขับขี่และสิ่ง แวดล้อมขณะนั้น  โดยไฟเบรกและไฟสัญญาณต่างๆ ด้านท้ายสามารถปรับระดับของความสว่างได้ตามลักษณะการใช้งานและสภาพแวดล้อม ทั้งกลางวันและกลางคืน
    ภายในของรถมากับความเลิศหรูอลังการกว่าเดิม และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย เน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูงและการออกแบบที่เน้นการใช้งานได้จริงเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ที่ได้รับการออกแบบพิเศษ รวมทั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง พร้อมด้วยผ้าหลังคา และแผงบังแดดด้านหน้าหุ้ม ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร ปรับเฉดได้ถึง 7 สี นอกจากนั้นยังติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนังสลับลายไม้ 2 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่น ซึ่งเป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมพาวเวอร์ที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามความเร็วรถ
   ระบบให้บริการข้อมูลของ The new S-Class จะแสดงผลผ่านหน้าจอดิสเพลย์แบบ TFT ขนาดใหญ่มหึมามีความละเอียดสูงมีขนาด 31.2 ซม. จำนวน 2 จอโดยตัวแรกด้านหน้าคนขับสำหรับ ให้ข้อมูลการวัดค่าต่างๆ บนแผงหน้าปัด เช่น มิเตอร์วัดความเร็ว ความเร็วรอบ ระยะทางและอื่นๆ ส่วนจอด้านซ้ายสำหรับให้ข้อมูลระบบความบันเทิงต่างๆ รวมถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และยังสามารถควบคุมการทำงานได้จากรีโมทคอนโทลและแป้นควบคุมตรงคอนโซลกลางที่ ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามลงตัวทีเดียวครับ
 
    All-New Mercedes-Benz S-Class ได้รับการติดตั้งระบบ active perfuming system มาพร้อมกับ AIR-BALANCE Package เป็นครั้งแรกของโลก โดยระบบจะผลิตกลิ่นหอมและปรับ ระดับความหอมได้ด้วยตัวคุณเอง ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้แนะนำน้ำหอมปรับอากาศคุณภาพสูง เพื่อให้ความสดชื่นและความรื่นรมย์มากขึ้น โดยกลิ่นหอมที่ใช้มีให้เลือก 4 กลิ่น ได้แก่ FREESIDE MOOD, NIGHTLIFE MOOD, DOWNTOWN MOOD และ SPORTS MOOD
   ชุดเครื่องเสียงคุณภาพ Burmester® Surround Sound System พร้อมลำโพง 13 ตัว ซึ่งให้ระดับเสียงคมชัดเซอร์ราวซาว์รอบทิศทาง โดยจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพกับระบบ Frontbass system ซึ่งเป็นระบบที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้พัฒนาเทคโนโลยีนี้และได้นำมาใช้ในรถยนต์ซาลูนเป็นครั้งแรก
     ด้านเครื่องยนต์นั้น ในรุ่นที่นำมาเปิดตัวในประเทศไทย คือ Mercedes-Benz S400 Hybrid AMG Premium มากับเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 3,498 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตรที่ 3,500 – 5,250 รอบต่อนาที ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่  27 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในระยะเวลา 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16 กม./ ลิตรเท่านั้น และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเฉลี่ย 147 กรัม/กม. ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะแบบ 7G-TRONIC PLUS พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
   Mercedes-Benz S400 Hybrid AMG Premium มากับราคาค่าตัว 11,400,000 บาท นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) ล็อตแรก 50 คัน คาดว่าหลังจากนั้นจะมีรุ่นอื่นๆและรุ่นประกอบในประเทศตามมาครับ ซึ่งน่าจะมีราคาถูกกว่านี้ไม่มากก็น้อย
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Toyota Fortuner 2013 PPV ยอดฮิตปรับปรุงอีกครั้ง ไม่ได้แตะภายนอก แต่ปรับปรุงอุปกรณ์ภายใน

  บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Toyota Fortuner 2013 รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ปรับปรุงให้ตอยสนองการใช้งานมากขึ้น งานนี้ไม่ได้แตะต้องรูปลักษณ์ภายนอก แต่เปลี่ยนแปลงภายในเพียวๆครับ และมีการเพิ่มรุ่นและตัดรุ่นด้วย
   รูปลักษณ์ภายนอกก็อย่างว่าครับ ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จะเน้นการปรับปรุงที่ภายในรถและอุปกรณ์เพิ่มเติม โดยภายในนั้นมีการปรับเปลี่ยนโทนสีใหม่ในห้องโดยสาร ากเดิมที่จับคู่สีน้ำตาลเข้ม/เบจให้กลายเป็น 2 คู่สี ได้แก่ สีดำ/เบจ และ สีดำ/ดำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Fortuner มีภายในโทนสีดำล้วนมาให้เลือกใช้ ระบบเครื่องเสียงมีการใส่รองรับระบบนำทาง Smart G-BOOK และระบบโทรออกด้วยเสียง และทางโตโยต้ายังได้จัดระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกๆรุ่น
 
    การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งก็คือ การตัดรุ่น 2.5G ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วย 2.5V เกียร์อัตโนมัติ มากับระบบเครื่องเสียงให้รองรับเครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง และรองรับระบบ Smart G-BOOK ส่วนแผงคอนโซลกลางเปลี่ยนจากการตกแต่งด้วยสีเงินเมทัลลิกเป็นการตกแต่งด้วยลายไม้ เพิ่มจอแสดงข้อมูลการขับขี่ หรือ MID และเปลี่ยนระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ พร้อมด้วยการติดตั้งกล้องมองหลัง ราคาอยู่ที่ 1,209,000 บาทครับ
   ในเวอร์ชั่น TRD Sportivo ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันครับ มีการเปลี่ยนโทนสีห้องโดยสารเป็นสีดำ รวมถึงเปลี่ยนเบาะนั่งหุ้มหนังแท้และหนังสังเคราะห์สีดำแบบเจาะรูพร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo และอัพเดทระบบเครื่องเสียงให้รองรับเครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง Smart G-BOOK บนหน้าจอสีขนาด 7 นิ้วด้วยเช่นกัน ทำตลาดพียงรุ่นเดียว ได้แก่รุ่น 3.0V TRD Sportivo เกียร์อัตโนมัติ ซึ่งจะสนนราคาอยู่ที่ 1,509,000 บาทครับ
   Toyota Fortuner 2013 พร้อมขายแล้วที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Land Rover Discovery 2014 ปรับโฉมให้สดใหม่ตามสไตล์ Range Rover

   Land Rover เผยโฉม Discovery รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ที่ปรับปรุงหน้าตาให้ดูสดใหม่และทันสมัยขึ้น นำภาพลักษณ์การออกแบบของ Range Rover โฉมล่าสุดมาใส่ในรถคันนี้ เป็นการกำหนดภาพลักษณ์ใหม่เพื่อปูทางให้รุ่นใหม่อีกหลายๆรุ่นในอนาคต
   หน้าตาของรถมีการเปลี่ยนแปลงหลักๆคือไฟหน้าแบบ LED Daytime Running Light ใหม่ มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับลูกพี่ลูกน้องอย่าง Range Rover Evoque, Range Rover และ Range Rover Sport รุ่นล่าสุด กระจังหน้าใหม่ที่เพิ่มความโค้งมนกว่าเดิม กรอบไฟตัดหมอกใหม่ กันชนหน้าใหม่ที่ดูสปอร์ตขึ้น
   ที่น่าแปลกใจก็คือ ครั้งแรกบนฝากระโปรงรถที่เปลี่ยนตัวอักษณบนฝากระโปรงจาก "Land Rover" เป็น "Discovery" ซึ่งมีจุดประสงค์คือ ทางค่ายจะเน้นย้ำชื่อ Discovery ให้เป็นที่จดจำมากขึ้น ไม่แน่ว่าชื่อ "Discovery" อาจกลายเป็นซับแบรนด์ของ Land Rover แล้วมีเวอร์ชั่นอื่นแตกแขนงออกมาก็เป็นได้ครับ
   ด้านเครื่องยนต์นั้น มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 ที่ยังคงมีพละกำลัง 256 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรตาม แต่มีอัตราการปล่อยก๊าซไอเสียออกมาน้อยลงที่ 213 กรัม/กม.(เดิม 230 กรัม/กม.) อีกทั้งยังเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้มากขึ้น ทำให้กินน้ำมันเพียง 12.5 กม./ลิตรเท่านั้นครับ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะจาก ZF ช่วยสร้าอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กม./ชม.
   ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย ได้เพิ่มระบบ Blind Spot Monitoring ระบบตรวจการขับลุยโคลน กล้องด้านหน้า รวมถึงระบบตรวจจับรถยนต์ใกล้เคียงพร้อมกับการเสริมออพชั่นระบบเครื่องเสียง Meridian 17 ลำโพงให้ติดตั้งกัน
   Land Rover Discovery ใหม่ จะเปิดเผยโฉมต่อหน้าสาธารณชนที่ Frankfurt Motor Show 2013 ก่อนจะจำหน่ายทั่วโลกครับ
    Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

Toyota Yaris Eco car ยืนยันวันเปิดตัว 22 ตุลาคมนี้ที่ Central World พร้อมการเปิดตัวที่ให้ผู้ชมทางบ้านมีส่วนร่วม

   เชื่อว่าหลายคนต้องรอคอยการมาถึงของอีโคคาร์คันเด็ดจาก Toyota อย่าง Yaris Eco Car ที่มีข่าวออกมามากมาย ทั้งภาพหลุด ข่าวการเลื่อนเปิดตัวเพราะติดปัญหาต่างๆนานา ซึ่งล่าสุดเราก็ได้ยินข่าวดีมาว่า Toyota จะทำการเปิดตัว Yaris Eco Car ในวันที่ 22 ต.ค. ของปีนี้ ที่ห้างสรรพสินค้า CentralWorld และการเปิดตัวครั้งนี้จะพิเศษก็คือผู้ชมทางบ้านสามารถมีส่วนร่วมในการเปิดตัวผ่านหน้าจอของท่านเองครับ อดใจรออีกนิดครับ ทุกท่าน
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Toyota Hilux Vigo Champ 2013 ปรับปรุงอุปกรณ์กระตุ้นตลาด

   หลังๆมาตลาดรถกระบะดูจะเงียบๆ แต่ก็ยังขายได้เรื่อยๆไป ซึ่งในปีหน้า 2014 นี้เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกระบะหลายรุ่นทั้งไมเนอร์เชนจ์และโมเดลเชนจ์ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีตัวชูโรงอย่าง Toyota Hilux Vigo Champ เป็นเจ้าตลาดอยู่ และโตโยต้าเองก็มีแผนจะเปลี่ยนโฉมในปีหน้าเช่นกัน ซึ่งล่าสุดตอนนี้ Toyota ได้ทำการปรับปรุงอุปกรณ์รถกระบะของตนอีกครั้ง เพื่อการแข่งขันที่สมศักดิ์ศรีขึ้น
    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีความชัดเจนคือได้มีการเพิ่มรุ่นอีก 2 รุ่น เพื่อเติมเต็มไลน์อัพของสินค้า เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจลูกค้า โดยทำการเพิ่มรุ่นสมาร์ท แค็บ พรีรันเนอร์ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด 2.5G A/T (Navi) ราคา 819,000 บาท และรุ่นสมาร์ท แค็บ พรีรันเนอร์ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด 2.5E ABS A/T ราคา 799,000 แสนบาท นอกจากนี้ก็เพิ่มถุงลมเสริมความปลอดภัยคู่หน้าและเข็มขัดนิรภัยระบบดึงรั้งกลับในทุกรุ่น
   การเปลี่ยนแปลงภายนอกนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนเลยครับ งานนี้เน้นการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ภายในและเครื่องยนต์เท่านั้น
   โดยงานนี้ทาง Toyota ได้ปรับเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ทุกรุ่น พร้อมปรับสมรรถนะในรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เกียร์ธรรมดา ทำให้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้าและให้แรงบิดสูงสุดเท่าเดิมที่ 343 นิวตัน-เมตร ทำให้ตอนนี้รุ่นเครื่อง 3.0 ลิตร มีแรงม้าเท่ากันหมด 171 แรงม้าครับ
   ภายในมีการเปลี่ยนสีภายในแผงคอนโซลหน้า การปรับเครื่องเสียงแบบ 2 Din 1 CD ให้มีช่องต่อ USB และ AUX ทุกรุ่น ขณะที่จอแสดงผลเครื่องเล่นดีวีดีพร้อมระบบนำทาง ก็ปรับรูปแบบใหม่ พร้อมรองรับระบบนำทางอัจฉริยะ smart G-BOOK และระบบโทรออกเสียง ทำให้รุ่นที่มีหน้าจออยู่แล้วมีระบบนำทางทุกรุ่นครับ
     นอกจากนี้ได้เพิ่มระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายให้กับรุ่นสมาร์ทแค็บและดับเบิลแค็บทุกเกรด ชุดลำโพง 6 ชิ้นและพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นในรุ่นสมาร์ทแค็บและดับเบิ้ลแค็บ เกรด E และเกรด G พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ในรุ่นสมาร์ทแค็บ ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ และขับเคลื่อน 4 ล้อ เกรด E และเกรด G และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ในรุ่นดับเบิ้ลแค็บ 3.0 G A/T
   สำหรับรุ่นพิเศษอย่าง TRD Sportivo ก็มีการปรับเพิ่มอุปกรณ์ภายในเช่นเดียวกัน โดยเพิ่มชุดลำโพงเป็น 6 ชิ้น พร้อมติดตั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง โดยวางราคาจำหน่ายตั้งแต่ 689,000-905,000 บาท
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Like Box