วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

Rolls-Royce Ghost Series II ปรับโฉมยนตรกรรมระดับ Masterpiece

   Rolls-Royce Ghost รถซาลูนสุดหรูที่คลอดออกมาในปี 2010 ภายใต้การคุมบังเหียนของ BMW Group เป็นรถที่มาช่วยให้ยอดขายของ Rolls-Royce นั้นเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งถือเป็นรถรุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ผ่านมา 4 ปีแล้ว ซึ่งก็ได้เวลาสำหรับการปรับหน้าตาเพื่อให้คงความเป็นยนตรกรรมระดับหรู
   Rolls-Royce Ghost Series II มากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ในส่วนไฟหน้าซึ่งเป็นโคมไฟใหม่แบบ LED ซึ่งผสานเข้ากับไฟกลางวัน Daytime Running Lightเ และไฟต่ำได้อย่างลงตัว โดยรวมนั้นยังคงความเรียบง่ายแต่แอบแฝงไปด้วยความหรูแบบลงตัว
   ฝากระโปรงได้รับการออกแบบใหม่ มากับเส้นสายเรียวยาวบนฝากระโปรงรถ เส้นสายจรดกับสัญลักษณ์ตรา Spirit of Ecstasy อันเป็น Signature เปรียบเสมือนควันจากเครื่องบินเจ็ท หรือร่องรอยบนผิวน้ำของเรือยอชต์หรูที่แล่นผ่านด้วยความเร็ว กันชนหน้าออกแบบใหม่เน้นความกว้างและภูมิฐานและมากับเส้นโครเมี่ยมจรดไปบนกระจังหน้าและช่องดักอากาศด้านล่าง และมากับกระจกมองข้างใหม่ ส่วนด้านข้างและด้านท้ายยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
   ภายในรถได้รับการปรับปรุงใหม่ให้่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ยังคงเลือกใช้และคัดเลือกวัสดุที่มีคุณภาพสูงมาใช้กับตัวรถ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย หรูหรา ทำให้ภายใน Rolls-Royce Ghost Series II มีความหรูหราน่าสัมผัสและสะดวกสบาย
  ระบบอินโฟเทนเมนต์ของรถมากับความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และ Satellite Aided Transmissionหรือ SAT (ระบบคาดคะเนการเปลี่ยนเกียร์จากระบบนำทางดาวเทียม มีการปรับปรุงระบบนำทางและอินเตอร์เฟซใหม่ให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการใช้งานที่สะดวกและเรียบง่ายสุดๆ ส่วนเครื่องเสียงใช้ระบบ Bespoke ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีคุณภาพเสียงที่ไพเราะที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนตเลยก็ว่าได้ครับ
   เครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นขุมพลังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เครื่องจาก BMW V12 ขนาดความจุ 6.6 ลิตร มีกำลังสูงสุด 563 แรงม้าที่ 5,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 780 นิวตัน-เมตรที่รอบ 1,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
   Rolls-Royce Ghost Series II เริ่มเปิดให้พวกกระเป๋าหนัก เปิดจองเป็นเจ้าของกันแล้ว สำหรับเมืองไทยคงไม่พลาดแน่นอนครับสำหรับยนตรกรรมคันหรูคันนี้ ซึ่งน่าจะเปิดให้เศรษฐีไทยจับจองอีกไม่นานนักเท่าไหร่
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

All-New Jeep Renegade ได้เวลาคลอดจิ๊บน้อยมาท้ากับ Nissan Juke

 ส่วนใหญ่หลายคนคงรู้ดีว่าค่าย Jeep มักจะทำรถลุยคันใหญ่ๆ แต่รู้สึกว่าหลังๆมา Jeep จะเริ่มเปลี่ยนโฉมหน้ารถให้ดูแปลกตาขึ้น และล่าสุดทางสังกัด Fiat Group ได้ไฟเขียวให้ Jeep ทำารถเอสยูวีขนาดเล็กมาเจาะตลาดและมันมากับชื่อ Jeep Renegade
   Jeep พร้อมแนะนำให้เราได้รู้จักกับ Renegade รถเอสยูวีขนาดซับคอมแพกต์ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม SCCS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของทาง Fiat Group และ GM ใช้ในการพัฒนารถระดับซับคอมแพกต์ เครื่องยนต์วางหน้า-ขับล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบ่งเป็นแพลทฟอร์มย่อย 5 แบบ คือ Small (Alfa Romeo MiTo), Small LWB (Opel Meriva), Small wide (Fiat 500L), Small wide LWB ( Fiat 500L Living ฐานล้อยาว) และ สุดท้ายคือ Small-wide 4x4 ที่ Renegade ใช่ร่วมกับ 500X นั่นเองครับ
   รูปร่างหน้าตาของรถนั้นมากับความคลาสลิกของรถในสไตล์ Jeep ด้วยกระจังหน้าแบบ 7 ช่องอันเป็น Signature ของค่ายนี้ ดีไซน์ออกแบบให้มันดูคลาสลิก เชยๆนิดๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความทันสมัย ดูเรียบง่ายไม่เบื่อตา และยังดูเล็กน่ารักน่าชังด้วย มากับสัดส่วนที่ยาว 4,230 มม. 1,800 มม. สูง 1,690 มม.
   สำหรับเครื่องยนต์นั้นจะมีให้เลือกทั้งแบบเบนซินและดีเซล โดยจะมีเบนซิน 4 สูบ 1.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จตระกูล FIRE เครื่องดีเซล 1.6 หรือ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จตระกูล Multijet II และเบนซิน 1.6 ลิตร N/A ตระกูล E.torq ของ Fiat Group และแรงสุดกับเครื่องเบนซิน 2.4 ลิตร 4 สูบ ตระกูล Tigershark ของ Chrysler พละกำลังระหว่าง 110  - 184 แรงม้า
   Jeep Regenade รุ่นพื้นฐานจะมีให้เลือก 3 แบบ คือ Renegade Sport, Latitude และ Limited โดยมีข่าวว่า Jeep จะเอารุ่นนี้มาลงแข่งในตลาดเพื่อมาสู้กับ Nissan Juke หรือ รถในระดับเดียวกัน ซึ่งก็ยังคงความเป็นรถลุยในสไตล์ Jeep นั่นเอง
   รุ่นที่น่าจะเป็นรุ่นเด่นของ Jeep Renegade ก็คือ Renegade TrailHawk เอาใจขาลุยตัวจริง ซึ่งจะมาระบบ Select-Terrain เสริมด้วยฟังก์ชั่น Rock mode สำหรับปีนไต่ ติดตั้งชุดยก 0.8 นิ้ว มุมปะทะ (approach angle) สูงสุด 30.5 องศา, มุมจาก (departure angle) สูงสุด 34.3 องศา และมีมุมคร่อม (breakover) 25.7 องศา รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ full-time หรือ Active Drive กระจายแรงบิด 100% ไปยังเพลาหน้าหรือหลังได้ตามต้องการ โดยมีอัตราทดความเร็วต่ำหรือ low-range ที่เกียร์ 1 สำหรับเพิ่มแรงฉุดในการปีนไต่ (crawl ratio) อยู่ที่ 20:1
   Jeep Renegade จะเป็นรุ่นแรกของ Jeep ที่ผลิตนอกอเมริกา โดยจะผลิตที่โรงงานในเมืองเดลฟิ ประเทศอิตาลี ที่เดียวกันกับที่จะผลิต Fiat 500X โดยราคาของรถนั้น ยังไม่มีการประกาศจากทางค่ายครับ
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

Ferrari California T ยกหน้าใหม่พร้อมเครื่องใหม่ติดหอยจาก Maserati

  หลังจากที่เผยภาพผ่านทางโลกออนไลน์แล้วสำหรับ Ferrari California T รุ่นปรับปรุงโฉมครั้งใหญ่กันแล้ว และล่าสุดก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชนที่งาน Geneva Motor Show 2013 
  Ferrari California T จะว่ากันง่ายๆก็คือ Ferrari California ที่ผ่านการปรับปรุงแบบ Big Minor Change ซึ่งเป็นการปรับโฉมใหญ่ โดยยังคงใช้ตัวถังเดิมในการพัฒนา ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนใบหน้าและท้ายใหม่ หน้าตาและส่วนท้ายของรถนั้นได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากดีไซน์ของรุ่นพี่อย่าง FF และ F12 Berlinetta ซึ่งออกแบบและสามารถผสานกับเส้นสายเดิมตรงส่วนประตูรถได้อย่างลงตัว
   Ferrari California T นั้นยังคงมากับหลังคาแข็งพับเก็บได้แบบ Hardtop สามารถพับเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ในเวลา 14 วินาที
   สำหรับภายในได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูดีกว่าเดิมและทันสมัยขึ้น ได้รับอิทธิพลการออกแบบจาก FF และ F12 Berlinetta เช่นกันครับ ภายในได้รับการปรับปรุงในส่วนระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ มากับจอ Touch Screen 6.5 นิ้ว พร้อมติดตั้งเครื่องเสียงชั้นดีของ JBL กำลังขับ 1,280 วัตต์ ผ่านลำโพง 12 ตัวและแอมป์ 16 แชนเนล
  ไฮไลต์สำคัญก็คือ เครื่องยนต์ใหม่ที่ถูกบรรจุในเจ้ารุ่นใหม่คันนี้ โดยเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องยนต์ที่หยิบยืมมาจากเครือ Fiat Group สังกัดของ Ferrari นั่นเอง โดยนำเครื่องยนต์ของ Maserati Quattroporte มาใส่ นั่นคือเครื่องเบนซิน 3.8 ลิตร V8 เทอร์โบชาร์จ มากับพละกำลัง 560 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 755 นิวตัน-เมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาแค่ 3.6 วินาที และเร่งจาก 0-200 กม./ชม.ได้ใน 11.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม. ซึ่งเครื่องตัวนี้ถือได้ว่าเป็นการหวนคืนสู่ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จครั้งแรกของ Ferrari นับตั้งแต่ F40 ยุติสายการผลิตในปี 1992
  แม้พละกำลังจะแรงขึ้นกว่าเดิม แต่กลับมีความประหยัดน้ำมันมากขึ้นราว 15% และปล่อยไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 20% ช่วงล่างถูกปรับแต่งเพิ่มความแน่นหนึบทั้งสปริงและช็อกอัพ รวมถึงการอัพเดตระบบควบคุมเสถียรภาพเทคโนโลยี F1 และเบรกคาร์บอนเซรามิก
   ถือเป็นรถคันหนึ่งจากค่ายม้าลำพองที่น่าสนในไม่น้อย ชาวไทยอย่างเราๆ(คนมีตังค์) มีโอกาสได้เห็น California T แน่ผ่านทาง Cavalino Motors ครับ
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

Honda Civic Type-R Concept เผยโฉมต้นแบบตัวฮาร์ดคอร์คันใหม่จากฮอนด้า

   Honda Civic Type-R ถือเป็นรถฮอตแฮตซ์สุดร้อนแรงคันหนึ่งจากค่ายฮอนด้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับค่ายเป็นอย่างมาก ซึ่งสาวกฮอนด้าได้ใฝ่หามาเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะเจ้า Civic Type R 3 ประตูรุ่นที่แล้วถือเป็นตำนานบนท้องถนนคันหนึ่งเลยก็ว่าได้ หลังจาก Honda Civic โฉมเก่าในยุโรปหมดอายุในตลาด แล้วมีโฉมใหม่มาแทนที่ ชื่อ Civic Type-R ก็หายจากวงการสักพัก หลังจาก Civic โฉมยุโรปออกสู่ตลาดก็มีข่าวของการพัฒนาเจ้ารถรหัสร้อนแรง Type-R โฉมใหม่
   หลังจากที่มีการทดสอบรถโปรโตไทป์ไปได้สักพัก ที่งาน Geneva Motor Show 2014 ค่าย Honda ก็ได้เผยโฉมหน้าของต้นแบบฮอตแฮตซ์คันใหม่ Civic Type-R Concept เป็นที่เรียบร้อย
   Honda Civic Type-R Concept นั้นแสดงให้เราได้รู้ว่า Honda จะใช้ตัวถังแฮตซ์แบ็ค 5 ประตูในยุโรปมาพัฒนาต่อยอดเป็นรถโปรดักชันเหมือนเคย (ไม่มีการเอาตัวถังซีดาน Civic FB มาทำเป็น Type-R เหมือน Civic FD แน่นอนครับ เพราะรุ่นก่อนนั้นมีข้อตำหนิในเรื่องน้ำหนักที่มากจนขับไม่สนุก) มีการปรับปรุงงานออกแบบหลายๆจุด เพื่อรองรับกับสมรรถนะที่สูงขึ้น และเพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ
   ชุดแต่ง Bodykit ออกแบบเพื่อรีดกระแสลมรอบคัน เปลี่ยนชุดกันชนหน้าตกแต่งโทนสีดำเงา Glossy Black ดูดุดันไม่น้อย ลิ้นกันชนหน้าออกแบบพิเศษเฉพาะ Type R สเกิร์ตด้านข้างใหม่ ด้านท้ายมีความโดดเด่นด้วยชายล่างกันชนออกแบบเพื่อรีดลมส่งท้ายได้ดีเป็นพิเศษ และยังมีการติดตั้งโคมไฟหน้า LED มีการเจาะช่องระบายความร้อนบนฝากระโปรง ขยายซุ้มล้อพร้อมช่องระบายความร้อน รองรับกับสมรรถนะที่แรงขึ้น และเพิ่มความโดดเด่นด้วยการออกแบบชุดสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่แฝงกับไฟท้ายรถอย่างลงตัว เพื่อเพิ่มแรงกดขณะขับขี่ 
   เครื่องยนต์นั้น มีข้อมูลจากจากนิตยสาร Car Magazine ว่าจะวางเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ พละกำลังโดยประมาณ 280-340 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด จะไม่มีเกียร์ดูอัลคลัตซ์ให้เลือก ซึ่งแรงม้าพอไปตีป้อมกับ Ford Focus ST หรือ VW Golf GTi แบบชิลๆ
   Honda ได้เผยอย่างมั่นอกมั่นใจว่า ประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดหลังจากที่ได้กลับเข้าร่วมแข่งขันรายการ World Touring Car Championship จะมีส่วนช่วยให้การพัฒนา Honda Civic Type R ใหม่ ให้เป็นรถที่สมบูรณ์แบบพอกับรถแข่งในสนามแน่นอนครับ
   Honda Civic Type-R รุ่นโปรดักชันจะเปิดตัวรุ่นขายจริงประมาณช่วงปี 2015 ในค่าตัวประมาณ 25,000 ปอนด์ครับ
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

Toyota Aygo 2015 ตัวเล็กคันใหม่สุดหล่อจากค่ายสามห่วง

 เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา ค่าย Toyota ได้ฤกษ์ดีเผยโฉมรถรุ่นใหม่คันเล็กน่ารัก Toyota Aygo ที่เผยโฉมตามหลังฝาแฝด Peugeot 108 และ Citroen C1 ที่ใช้โครงสร้างตัวถังเดียวกัน โดยทำการเปิดตัวที่งาน Geneva Motor Show 2014
   รูปร่างหน้าตาถือว่าพลิกโฉมแบบเดิมๆหมดไป แทนที่ด้วยความทันสมัย เหมาะกับคนเมืองที่มีเทรนด์ล้ำสมัยและชอบความโฉบเฉี่ยวในแบบรถเล็กคล่องตัวใช้งานในเมือง เหมาะกับคนหนุ่มสาวอย่างแรงครับ 
   ด้านหน้าได้รับการออกแบบสไตล์โหด ด้วยกระจังหน้าทรงแบบตัว X เอกลักษณ์แบบใหม่ของ Toyota ซึ่งทำให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยว ทันสมัย และดูมีเอกลักษณ์ เส้นสายตัวรถเน้นความเรียบง่ายและแฝงไปด้วยความทันสมัย โดยเฉพาะด้านท้ายที่ออกแบบให้โดดเด่นฝาหลังสีดำทั้งชุด พร้อมกันชนท้ายใหม่ออกแบบดูโฉบเฉี่ยวและโหดกว่าเดิม โดยรวมแล้วมีรูปลักษณ์ที่น่าสนใจไม่น้อย
   ภายในนั้นออกแบบให้เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความทันสมัย วัสดุคอนโซลหน้าใช้แบบ Piano Black และตกแต่งด้วยโทนสีจิ๊ดจ๊าดโดนใจ อุปกรณ์ต่างๆจัดวางเรียบร้อยใช้งานง่าย มากับฟังก์ชันทันสมัยหลายอย่าง อย่างเช่น จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลังติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับขุมพลังเล็กๆ เครื่องเบนซิน 1.0 ลิตร พละกำลัง 68 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 95 นิวตันเมตรที่ 4,300 รอบ/นาที ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า Eco Car ด้วยอัตราสิ้นเปลือง 24.3 กม./ลิตร ปล่อยไอเสียแค่ 93 กรัม/กม. 
    Toyota Aygo มีให้เลือกแบบ 3 และ 5 ประตู ราคานั้นยังไม่มีการประกาศออกมาครับ สำหรับเมืองไทยหมดสิทธิ์ที่จะได้เห็น
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

Koenigsegg One:1 ไฮเปอร์คาร์สแกนดิเนเวียน แรงหยุดโลก!

 เป็นสุดยอดรถคันหนึ่งที่เราไม่นำเสนอไม่ได้ครับ เมื่อ Koenigsegg ค่ายไฮเปอรคาร์สัญชาติสวีเดน ได้เผยโฉมสุดยอดรถที่จะมาทำลายสถิติโลกคันใหม่นาม Koenigsegg One:1 ที่งาน Geneva Motor Show 2014
    ชื่อ One:1 นั้นมีที่มานะครับ แต่เราจะขอกล่าวทีหลัง Koenigsegg One:1 จะวางตลาดไว้สูงกว่า Agera ซึ่งเป็นเพราะมาจากการปรับปรุงสมรรถนะโดยรวมทุกระบบ ตั้งแต่เครื่องยนต์ยันระบบแอโรไดนามิค และ Koenigsegg ยังเคลมไว้ว่าเจ้า One : 1 เป็นไฮเปอร์คาร์ที่เร็วที่สุด แรงที่สุด และมีค่าDownforceที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยครับ
   ชื่อ One:1 นั้นมีที่มาจาก อัตราส่วนของแรงม้าต่อน้ำหนักรถที่มากับเลขชุดสวยๆ 1,360 แรงม้า กับ น้ำหนักของเจ้าคันนี้ 1,360 กก. ทำให้มีอัตราส่วนแรงม้า : น้ำหนัก อยู่ที่ 1 : 1
   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับขุมพลังขั้นเทพ 5.0 ลิตร V8 เดิมๆ ที่ได้รับการปรับจูนใหม่จนมีพละกำลัง 1,360 แรงม้า PS ที่ 7,500 รอบ/นาที เรดไลน์ 8,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดมหาศาล 1,000 นิวตัน-เมตรที่ 3,000-7,500 รอบ/นาที ท็อปสปีดสามารถทำได้ทะลุ 450 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-400 กม. ในเวลาแค่ 20 วินาที บดขยี้ Bugatti Veyron Super Sports ไปเรียบร้อยและขย้ำ Hennessey Venom GT ที่เพิ่งทำสถิติได้อีกเหมือนกันครับ
    Koenigsegg One:1 ได้ทำการจัดการเรื่องแอโรไดนามิคใหม่หมด ด้านหน้าติดตั้งสปลิทเตอร์ขนาดใหญ่แบบแอคทีฟ และติดตั้งครีบหักเหอากาศที่เรียกว่า flick (หรือ flic) ถึง 2 ชั้น ช่วยให้การจัดระเบียบอากาศไปยังลำตัวรถดีขึ้น โดยระบบแอโรไดนามิคแบบแอคทีฟทั้งด้านหน้าและหลังนี้ วิศวกรของ Koenigsegg ได้เขียนอัลกอริธึ่มใหม่เพื่อควบคุมระบบไฮดรอลิคที่ใช้ในการปรับระดับของชิ้นส่วนต่างๆ แบบอัตโนมัติ ให้สัมพันธ์กับความเร็วรถตลอดเวลา
   Koenigsegg One:1 ได้รับการผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด 3D-Printing ซึ่งได้ประกอบชิ้นส่วนอย่างตัวโข่ง (turbo housing) หรือปลายท่อไทเทเนียม ซึ่ง Koenigsegg ให้เหตุผลว่ามันสามารถ 'สร้าง' รูปทรงแปลกๆ ได้หลากหลาย และเหมาะสมกับความต้องการมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นการสร้างซอกมุมเพื่อเว้าหลบอะไรบางอย่าง
   Koenigsegg ได้ให้นิยามเจ้า One:1 ว่าเป็นรถเมกะคาร์ (World's First Megacar) ซึ่งเพราะว่าหน่วย 1 เมกะวัตต์ คิดเป็นแรงม้าก็เท่ากับ 1,341 แรงม้า (หน่วยเป็น HP ครับ)
   Koenigsegg One:1 มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 62 ล้านบาท หากคูณภาษี 300% บ้านเราอีก คิดกันเอาเองครับ ค่าตัวสูงมากจนเศรษฐีไทยยังต้องเงิบได้
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

Mazda Hazumi Concept เปิดเผยต้นแบบของ Mazda 2 2015

  เชื่อว่าหลายท่านคงกำลังรอคอย Mazda 2 โฉมใหม่กันไม่น้อยเลย ซึ่งกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังร้อนแรง และล่าสุด Mazda ก็ได้เปิดคำใบ้ของ Mazda 2 โฉมใหม่กันไปแล้ว ด้วยการเปิดตัว Mazda Hazumi Concept
   รูปร่างหน้าตาของรถนั้น หลังจากที่ผู้เขียนได้เห็นหน้าตามันแล้ว ต้องบอกว่า Mazda มันจะเดิมตามรอยของ Audi แล้วหรือ เพราะว่า รูปร่างนั้น มันช่างเหมือนกับการนำเอา Mazda 3 จับมาย่อส่วนกันเลยทีเดียว ซึ่งมันก็เหมือนๆกับ Mazda 6,Mazda 3 จนมาถึงน้องเล็ก Mazda Hazumi (ต้นแบบ Mazda 2) ไม่ต่างจากตุ๊กตารัสเซียเลย 
   รูปร่างหน้าตาของรถได้รับการออกแบบในแนว Kodo Design เหมือนกับ Mazda รุ่นใหม่ๆ พร้อมกับใส่ Signature Wing Face อันเป็นเอกลักษณ์เข้าไปด้วย เส้นสายออกแบบให้เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว สำหรับด้านท้ายของรถได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากรุ่นพี่ และรุ่นนี้ก็ออกแบบให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงอีกด้วย
  คาดว่าในรุ่นซีดานนั้น ก็คงจะใช้วิธีการคือต่อท้ายเข้าไปโดยไม่ต้องออกแบบประตูหลังใหม่เหมือนกับ Mazda 3 โฉมใหม่ที่ทำมาแล้ว ซึ่งเป็นการลดต้นทุนได้เยอะ
  Mazda Hazumi Concept แน่นอนว่าจะถูกต่อยอดไปเป็น Mazda 2 แน่นอน และคาดว่ารุ่นโปรดักชั่นจะเผยโฉมแก่สาธารณะชนได้ที่งาน Paris Motor Show 2014 ช่วงก.ย.-ต.ค. ส่วนเมืองไทยนั้นอย่างเนร็วที่สุดก็ช่วงปลายปีนี้ตามที่ข่าวออกมา ไม่ก็ต้นปี 2015 ครับ
  แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!

 

Like Box