วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ถึงจะเก่าแต่เก๋านะ Mercedes-Benz G-Class เตรียมยกเครื่องแซยิดครั้งใหญ่ปี 2017

   หลายท่านคงจะรู้ดีว่า Mercedes-Benz G-Class คือรถเอสยูวีตัวใหญ่สุดเก๋าที่ยังคงผลิตอยู่ และตัวถังแบบนี้ผลิตกันมา 35 ปีแล้ว โดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวถังเลย มีเพียงการยกหน้าใหม่กระตุ้นความทันสมัย และใส่ของเล่นทันสมัยในรถตามยุคและสมัยก็เท่านั้นหละครับ
   และล่าสุดเราก็มีข่าวที่สร้างความเงิบให้กับสาวกดาวสามแฉกอีกครั้ง ด้วยข่าวที่ว่า Mercedes-Benz มีแผนที่จะศัลยกรรมหน้าครั้งใหญ่ให้กับเอสยูวีรุ่นพ่ออีกครั้งในปี 2017 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเปลี่ยนโฉมเมื่อไหร่กันแน่นะ
   การเปลี่ยนแปลงหลักๆก็จะอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงช่วงล่างด้านหน้า ขยายพื้นที่ห้องโดยสารที่ทำให้สามารถขยายขนาดเบาะหน้าและหลังได้ แต่ยังไงก็ยังคงรักษาความเป็น G-Class ไว้ครบถ้วน จะมีการขยายโครงสร้างตัวถังใหม่ โดยการใช้วัสดุอะลูมิเนียมในหลายจุด ส่งผลให้มีความกว้างตัวถังมากขึ้น 100 มม. และทำให้ตัวรถกว้าง 1,860 มิลลิเมตร สวนทางกับน้ำหนักของผล ซึ่งผลจากการใช้อะลูมิเนียมทำให้ลดไขมันส่วนเกินลงไปได้ 200 กก. ซึ่งเป็นตัวเลขที่สวยเมื่อเทียบกับน้ำหนัก 2.5 ตัน ณ ตอนนี้ และช่วงล่างหน้าอาจจะใช้แบบลิงค์ 3 หรือ 4 จุดพร้อมกับนำระบบพวงมาลัยไฟฟ้ากึ่งกลไกมาปรับใช้
   แนวการออกแบบก็อย่างที่ว่าไว้ ยังคงเอกลักษณ์ G-Class ไว้เหมือนเดิม พร้อมนำเส้นสายจาก Ener G-Force Concept มาประยุกต์ใช้ ภายในของรถนั้นออกแบบมาแนวกับ GL-Class ซึ่งต้องมากับคุณภาพระดับไฮเอนต์แน่นอน  ส่วนฟีเจอร์ทันสมัยต่างๆก็จะมีไฟ LED ระบบช่วยการขับขี่และระบบความปลอดภัยเหมือนรุ่นน้องรุ่นอื่นๆ ด้านเครื่องยนต์ก็จะมีทั้งแบบ 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียงรุ่นใหม่ล่าสุด รุ่นเบนซินจะแรงกว่า 360 แรงม้า ส่วนเครื่องดีเซลจะแรง 300 แรงม้า จับคู่เกียร์ 9G Tiptronic ลูกใหม่ล่าสุด
   ทั้งหมดนี้ติดตามชมได้ในปี 2017 อีก 3 ปีช้างหน้าครับ ...
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


วิพากษ์วิจารณ์และมาทำความรู้จักกับ Ford EcoSport : มาช้าไปนะ

   ตลาดรถอเนกประสงค์ ตลาดรถที่กำลังเติบโตทั่วโลกทั่วภูมิภาค ค่ายรถชั้นนำของโลกทั้งหลายต่างเข็นรถแนวนี้ออกมาทำตลาดเพื่อสร้างกำไร สร้างยอดขายและเพิ่มทางเลือกใหม่ๆให้กับผู้บริโภค หากพูดถึงเมืองไทย ตลาดนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมชมชอบ ด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสารและสามารถลุยทุกที่ หรืออยากขับเท่ๆในเมืองก็ยังได้ ซึ่งตลาดอเนกประสงค์ก็มีหลายกลุ่มด้วยกันครับ
   เราจะมาพูดถึงตลาดรถ B-SUV ที่ตอนนี้ Nissan กำลังครองตลาด ด้วยการเปิดตัวรถสปอร์ตครอสโอเวอร์สุดล้ำโลกอย่าง Juke ซึ่งความล้ำนี้เอง กลายเป็นจุดขายทำให้มันโดดเด่นได้ ซึ่งเราจะมากล่าวถึงคู่แข่งของมันอย่าง Ford EcoSport ที่เปิดตัวตามหลังมา เราจะมีติชมกันหน่อยว่าเจ้ารถคันนี้มันมีดีหรือร้ายกว่ากันบ้าง
   Ford EcoSport เปิดตัวต่อสาธารณชนเมืองไทยครั้งแรกที่งาน Bangkok Motor Show 2013 ที่ผ่านมา ด้วยการนำรถมาโชว์เล่นๆก่อน (ตอนนั้นเอาพวงมาลัยซ้าย) ก่อนจะเปิดตัวพร้อมขายอย่างเป็นทางการที่งาน Motor Expo ในปีเดียวกัน ซึ่ง Ford ก็ยังใช้แนวการโปรโมทรถแบบเดิมๆ คือ เอารถทดสอบมาวิ่งโชว์เล่นบนท้องถนน แต่ยังไม่ขายซักที ซึ่งในงาน Motor Expo 2013 Ford ก็เปิดตัวพร้อมประกาศราคาจำหน่ายแล้ว แต่รถยังไม่ลงโชว์รูมเลย ซึ่งกว่าจะพร้อมขายและลงโชว์รูมได้ ก็ปาเข้าปลายมีนาคม จนจะต้นเดือนเมษายนแล้ว ไม่รู้ไปเกาอะไรมานาน ปล่อยให้ Juke เรียกแขกมันส์เลยครับ
    มาว่ากันที่หน้าตาของรถกันครับ ขอบอกว่าหน้าตาของรถก็มากับหน้าตาที่หล่อเอาการเหมือนกัน เส้นสายที่ดูทันสมัยและเย้ายวนใจ มีกลิ่นอายความเป็น Fiesta ออกมานิดๆ ด้วยการที่ตัวรถใช้แพลตฟอร์มตัวเดียวกับ Ford Fiesta และอีกอย่างไอเจ้าตัวนี้หน้าตาจะออกไปทางลุยมากกว่า ดูจากการ์ดกันกระแทกรอบคันก็รู้ว่ามันเกิดมาเพื่อลุยโดยเฉพาะ รวมถึงล้อแม็กที่ออกแบบมาถึกๆไปหน่อย ดูไม่ค่อยสปอร์ต แต่ยังไก็ตามก็ยังมีความสปอร์ตแอบแฝงอยู่ ขับลุยก็หล่อ ขับบนถนนก็เท่ เรียกได้ว่าแฟนพันธุ์แท้ฟอร์ดตกหลุมรักแน่นอน
   พูดถึงเรื่องภายในกันดีกว่า ภายในของ Fiesta นั้นออกแบบมาใช้งานลงตัวสุดๆ ......
   เอ๊ะ เดี๋ยวอย่าเพิ่ง เรากำลังติชมเกี่ยวกับ Ford EcoSport อยู่นะครับ ไหนกลายมาเป็น Ford Fiesta ได้หละ?
   ก็เพราะว่า ภายในนั้นมองผิวเผินแทบจะไม่ต่างกันมาก ให้กลิ่นอายสไตล์ Fiesta เต็มๆ ด้วยปุ่มควบคุมอันคุ้นเคย พวงมาลัยทรงเดียวกันเป๊ะ ปุ่มปรับอากาศ มันใช่เลย มีเพียงช่องแอร์เท่านั้นที่ออกแบบให้แตกต่างจาก Fiesta เท่านั้น นอกนั้นไม่มีความต่างเลย
   ภายในไม่ต่าง ของเล่นที่ติดมาก็แทบไม่ต่าง อุปกรณ์ฟังก์ชันทันสมัยอันคุ้นเคยที่ยังคงมีมาให้ในรถรุ่นนี้ ระบบสั่งการด้วยเสียง SYNC อันคุ้นเคย ไม่ทราบว่า Ford หมดมุขแล้วเหรอครับ ต่างจาก Juke ที่กล้านำเสนออะไรใหม่ๆเข้ามา และมีจอแสดงผลอเนกประสงค์เล็กๆอันคุ้นตา แต่สิ่งที่ดีมากๆและขอชมคือเบาะรถสามารถพับแบบ 60 : 40 ได้และยังส่งผลให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร 705 ลิตร ใครไปเที่ยวบ่อยๆ ขนกระเป๋าเดินทางซัก 3-4 ใบก็เอาอยู่
   มาดูที่เครื่องยนต์กันบ้าง หลายคนคาดหวังอยากได้เครื่องยนต์อีโค่บูสต์มาอยู่ในรุ่นนี้ แต่ผิดคาดที่เรายังได้เครื่องยนต์ธรรมดา เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Ti-VCT ให้พละกำลัง 110 แรงม้าที่ 6,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ Powershift 6 สปีด ซึ่ง Ford เคลมว่าเครื่องยนต์ตัวนี้ให้ระบบส่งกำลังดีสุดในรถระดับเดียวกัน ให้อัตราเร่งทันใจพร้อมประหยัดน้ำมัน ซึ่งอันนี้ทุกท่านก็ต้องไปลองเองครับ
   ระบบความปลอดภัยของรถนั้นนับว่าจัดให้มามากมายและครบครัน ดูเหมือนจะครบกว่า Juke ด้วยซ้ำ มาพร้อมระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP พร้อมระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน สัญญาณกันขโมย กุญแจนิรภัยแบบ Immoblizer
  ว่ากันเรื่องราคาของเจ้าคันนี้กันบ้างดีกว่า ซึ่งก็ขอบอกว่าจัดราคามาดีมากๆ ถือว่าสมเหตุสมผล ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 699,000 บาทในรุ่น Ambiene M/T ส่วนรุ่น Ambiente A/T ราคา 709,000 บาท รุ่น Trend A/T ราคา 759,000 บาท และรุ่นท็อป Titatium A/T ราคา 829,000 บาท
   ขอสรุปเลยละกันว่า Ford EcoSport ถือเป็นรถรุ่นใหม่รุ่นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ Ford ใครกำลังมองหารถอเนกประสงค์ขนาดกำลังพอเหมาะ คล่องตัวในเมืองและสบายๆกับการลุยต่างจังหวัด แน่นอนคันนี้ใช่เลย หน้าตาก็ถือว่าสอบผ่าน แต่ยังมีอีกหลายเรื่องให้ติ ไม่ว่าะจะเป็นแนวการเปิดตัวรถที่แหวกแนวไม่ซ้ำใคร ไอที่ไม่ซ้ำใครนี่แหละที่ทำให้ผู้เขียนไม่ค่อยปลิ้มกับมันมากเท่าไหร่ และอีกอย่างดูผิวเผินแล้วมันก็ไม่ม่อะไรน่าสนใจมาก เพราะความใหม่ของรถมันก็ใหม่แค่เปลือกเท่านั้น ภายในก็มาแนว Fiesta เลย ของเล่นในรถ อะไรต่ออะไรไม่มีความต่างๆเลย ยกเว้นซันรูฟเท่านั้นหละครับ หวังว่าใน Ford EcoSport Minor Change เราจะได้เห็นความต่างมากกว่านี้ และการที่ออกขายช้ากว่า Juke มันเป็นอะไรที่ "พลาด" อย่างแรง โดน Juke กินไปหมดแล้ว ไม่รู้ช่วงงาน Motor Expo 2013 จนถึงช่วงมีนาคม-เมษายน Ford ไปเกาอะไรมาถึงไม่ยอมขายเสียที แต่ตอนนี้รถมาเต็มโชว์รูมแล้ว ยังไงก็ตามสรุปโดยรวมคือ มันเป็นรถคันหนึ่งที่น่าใช้ แต่...มาช้าไปหน่อยนะ
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อะไรจะไวปานนั้น! MINI กำลังพัฒนา MINI Cooper เจเนเรชั่นใหม่ปี 2020 แล้ว

 ค่าย MINi เพิ่งเปิดตัว Cooper โฉมใหม่ในบ้านเราได้ไม่นาน รวมถึงวางขายในบ้านเราและต่างประเทศไม่เท่าไหร่เอง แต่ ณ ตอนนี้ ท่านผู้อ่านเชื่อหรือใหม่ว่าทาง MINI กำลังเริ่มพัฒนา MINI Cooper โฉมใหม่ปี 2020 แล้วครับ?ถามหน่อยเถอะครับ จะรีบไปไหน?
   ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะรีบทำไม โดย MINI Cooper 2020 แน่นอนว่าต้องมากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเต็มคันรถ (ปี 2020 เชียวนะ) แนวการออกแบบนั้นคาดว่าจะฉีกแนวรูปแบบเดิมๆ ของ MINI Cooper ทุกโฉมที่เคยมีมา แต่ยังไงก็ตามก็จะไม่ทิ้งรากเหง้าความเป็น MINI โฉมบุกเบิกที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1959 แน่นอน 
   แน่นอนพัฒนากันไวขนาดนี้ ข้อมูลและสเปกเบื้องต้นไม่มีหลุดออกมาหรอกครับ แต่เราก็พอทราบมาว่าทาง BMW จะยัดเทคโนโลยีล้ำสมัย และใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็กลง เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร พร้อมวัสดุและของเล่นในรถระดับไฮเทค และอาจจะนำเอาวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา และวัสดุพิเศษแบบ BMW ตระกูล i มาอยู่ในรถคันนี้ด้วย
   ยังไงเราก็ต้องรอต่อไปครับอีก 6 ปีสำหรับโฉมใหม่ ตอนนี้ท่านผู้อ่านจอง MINI Cooper โฉมใหม่ F56 มาขับเล่นก่อนดีกว่าครับ
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Toyota Hilux Vigo Champ TRD Sportivo 2014 น่าจะแต่งหล่อส่งท้ายของเก่า ก่อนที่ของใหม่จะมา

  เมื่อไม่นานมานี้ Toyota ก็ได้ปลุกกระแสสิงห์รถกระบะชาวไทน ด้วยการปล่อย All-New Toyota Hilux โฉมใหม่ พรางด้วยลายก้นหอยชวนลายตา ปล่อยให้ใครต่อใครหลายคนแชะรูปแล้วมาแชร์ตามโซเชียลมีเดียกันอย่างเมามันส์ เท่านั้นยังไม่พอยังมีรูปจากต่างประเทศออกมาให้เราชมกันด้วย
   แต่ถึงยังไงก็ตาม ก็คงอีกนานกว่าเจ้า All-New จะเปิดตัว จะปลายปีนี้หรือต้นปีหน้ายังไม่รู้เลย แต่ยังไงก็ตาม Toyota ก็ได้ทำการกระตุ้นตลาดกระบะอีกครั้ง และเดาว่าน่าจะเป็นหมัดเด็ดสุดท้ายก่อนชื่อ Hilux Vigo จะจากเราไป ดังนั้น Toyota เลยส่ง Hilux Vigo Champ TRD Sportivo ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เผยโฉมที่งานมอเตอร์โชว์ 2014 ที่ผ่านมาครับ
   และล่าสุดก็เพิ่งปล่อยโฆษณาตามโทรทัศน์เรียบร้อย งานนี้ Toyota จับเอา "กีกี้ ศักดิ์ นานา" นักแข่งรถมืออาชีพ ที่ชอบไปดริฟท์งาน Toyota Motorsport บ่อยๆหละครับ เอามาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถคันนี้ ซึ่งดูแล้วเข้ากันไม่น้อยเลยนะเนี่ย
   การเปลี่ยนแปลงจาก TRD ตัวก่อนนั้น สังเกตได้จากสเกิร์ตหน้า-หลังออกแบบใหม่ที่ดุดันกว่าเดิม (ในรุ่น Prerunner ทุกรุ่นจะมีแถบแดงคาดด้วย) ในรุ่น Smart Cab 4x2 เพิ่มไฟตัดหมอกเข้ามา และมีไฟ Daytime Running Light มาให้ด้วย ในรุ่น Prerunner ทุกรุ่นจะติดตั้งสปอร์ตบาร์ใหม่ และพื้นปูรองกระบะใหม่ (เฉพาะ Double Cab) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว โดยรวมนั้นก็ดูดุดันและน่าสัมผัสไม่น้อย
   ภายในได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่เช่นกัน แผงคอนโซลหน้ามากับสีดำตัดขอบด้วยสีแดงลาย Carbon Kevlar พร้อมเครื่องเล่น CD / AM / FM / MP3 / WMA และช่องต่ออุปกรณ์ USB / AUX ในรุ่น Prerunner ทุกรุ่นจะได้ เครื่องเสียง DVD / MP3 / WMA จอสัมผัสขนาด 6.1นิ้ว พร้อมช่องต่ออุปกรณ์ USB / AUX และรองรับ Smart G-Book ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth ช่องเก็บของคอนโซลกลางแบบมีฝาปิด หุ้มหนังสังเคราะห์เดินด้ายแดง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ใหม่หุ้มหนังลาย Carbon Kevlar เดินด้ายแดงพร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง แผงตกแต่งข้างประตู ลาย Carbon Kevlar เบาะหนังสังเคราะห์ เดินด้ายแดง ดีไซน์สปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ TRD ในรุ่น Smart Cab 4x2 จะได้หัวเกียร์ยูรีเทนสีดำฐานเกียร์ใหม่ เดินด้ายแดง ส่วนรุ่น Prerunner ทุกรุ่น มากับหัวเกียร์หุ้มหนัง เดินด้ายแดงพร้อมฐานเกียร์ ลาย Carbon Kevlar และชุดตกแต่งฐานรองสวิตซ์กระจกไฟฟ้าใหม่ลาย Carbon Kevlar 
   สำหรับเครื่องยนต์นั้นยังคงไว้ขุมพลังแบบเดิม เครื่องยนต์ดีเซล 2KD-FTV ความจุ 2.5 ลิตร ให้พละกำลัง 144 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ระบบช่วงล่างไว้ใจได้ด้วยช่วงล่างแบบ DTS Plus ระบบช่วงล่างพิเศษเฉพาะรุ่น TRD Sportivo ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาอีกขั้นโดย TRD ผสานฟังก์ชั่นการทำงานของโช้คอัพคอยล์สปริง และแหนบ ให้หนึบทุกสภาวะ นุ่มทุกสภาพถนน
   ส่วนระบบความปลอดภัยของรถ ก็จัดมาตามความเหมาะสม ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ทุกรุ่น เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ โครงสร้างนิรภัย GOA พวงมาลัยแบบยุบตัวได้ คานเหล็กนิรภัยกันกระแทกด้านข้าง ในรุ่น Prerunner ทุกรุ่นจะมีกล้องมองหลังมาให้ด้วย พร้อมระบบเบรก ABS
   สำหรับราคาค่าตัวของรถ Toyota Hilux Vigo Champ TRD Sportivo มีค่าตัวดังนี้ครับ
1. Toyota Hilux Vigo Champ 2.5E 4x2 Smart Cab TRD Sportivo ราคา 712,000 บาท
2. Toyota Hilux Vigo Champ 2.5E ABS Smart Cab Prerunner TRD Sportivo ราคา 788,000 บาท
3. Toyota Hilux Vigo Champ 2.5E ABS A/T Smart Cab Prerunner TRD Sportivo ราคา 712,000 บาท
4. Toyota Hilux Vigo Champ 2.5E ABS Double Cab Prerunner TRD Sportivo ราคา 893,000 บาท
5. Toyota Hilux Vigo Champ 2.5E ABS A/T Double Cab Prerunner TRD Sportivo ราคา 937,000 บาท
   อย่างที่บอกไว้ข้างบนครับ Toyota Hilux Vigo Champ TRD Sportivo เวอร์ชั่นนี้ น่าจะเป็นเวอร์ชั่นส่งท้ายให้กับโฉมเก่า ที่อีกจะต้องจากเราไปในปลายปีนี้ไม่ก็ต้นปีหน้า และแน่นอนใครที่ชอบความแตกต่างไม่เหมือนใคร คันนี้ใช่เลยครับ
ขอบคุณภาพประกอบและเนื้อหา http://www.toyota.co.th/vigo_trdsportivo/
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หักมุมซะงั้น! Toyota เดินหน้าโปรเจกต์ 86 Convertible ตามด้วยเวอร์ชั่น Sedan ติดเทอร์โบ

  หากใครที่ติดตามข่าวคราวของโปรเจกต์การแตกไลน์รถยนต์ของ Toyota 86 หลายท่านคงจะรู้ดีว่า Toyota นั้น ดูเหมือนจะไม่สานต่อโปรเจกต์ 86 เวอร์ชั่นเปิดประทุน และเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ เนื่องจากต้นทุนที่สูงเกินไป ส่วนโปรเจกต์ตัวถังซีดานยังคงดำเนินต่อไป แต่ดูเหมือนข่าวที่ออกมาก่อนหน้านั้นหาเป็นความจริงไม่
    เมื่อแหล่งข่าววงในของญี่ปุ่นนั้นออกมาระบุว่าาตอนนี้ Toyota กำลังพัฒนา 86 เปิดประทุนแบบหลังคาอ่อน หลังจากนั้น Toyota ก็จะพัฒนา 86 เวอร์ชั่นซีดานพร้อมพ่วงหอยเทอร์โบชาร์จ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแล้วออกขายในปี 2016 ด้วย
   รุ่นเปิดประทุนของ Toyota 86 นั้น ที่เคยเผยต้นแบบให้ชาวโลกชมกันไปแล้ว หลายคนคงเคยได้ยินข่าวว่า Toyota ได้แช่แข็งโครงการนี้ไว้ อันเป็นเพราะต้นทุนการพัฒนาสูง อีกทั้งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ประสิทธิภาพและแฮนด์ลิ่งการขับขี่น้อยลง
   แต่นี่คืออดีตครับ ตอนนี้ข่าวล่าสุดคือ Toyota กำลังพัฒนา 86 Convertible ต่อไป ซึ่งการเปิดตัวนั้นดูเหมือนว่าจะมาไวกว่าที่หลายคนคิดไว้ โดยตัวรถน่าจะเปิดตัวภายในเดือนตุลาคมนี้ แน่นอนว่าในเวอร์ชั่นเปิดประทุนจะต้องมีน้ำหนักมากกว่าคูเป้เพราะต้องเสริมความแข็งแรงทดแทนหลังคาแข็ง แต่ ต้องชื่นชม Toyota ที่สามารถคุมน้ำหนักตัวรถให้เวอร์ชั่นเปิดประทุนหนักกว่าคูเป้แค่ 30 กก. เท่านั้นครับ นอกจากนี้ตัวรถยังเซ็ตช่วงล่างใหม่อีกด้วย
   ส่วน Toyota 86 เวอร์ชั่นซีดานนั้น มีการคาดการณ์ขนาดทรวดทรงองค์เอวรถไว้ที่ความยาวตัวถัง 4,750 มม. กว้าง 1,780 มม.ซึ่งตัวถังมีความยาวขนาดนี้อันเป็นเพราะว่าต้องทำให้รองรับผู้โดยสารด้านหลังด้วย โดยยังไว้ซึ่งแนวการออกแบบของ 86 รุ่นคูเป้ไว้
   ด้านเครื่องยนต์นั้นจะมากับขุมพลังเทอร์โบที่เราเคยได้ข่าวเช่นกันว่า Toyota แช่แข็งโครงการเช่นกัน แต่แล้ว Toyota กลับที่จะลุยต่อ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Boxer DIT จาก Subaru พละกำลังมากกว่า 200 แรงม้าแน่นอน ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
   นอกจากนี้ยังมีข่าวอีกว่าทาง Toyota จะพัฒนาขุมพลัง Hybrid ออกมาด้วย โดยการนำเครื่อง Boxer DIT มาผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า และไม่แน่ว่าตัวรถอาจจะได้ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มาพร้อมมอเตอร์แบบ in-wheel ในล้อคู่หน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวรถมีราคาโดดสูงถึง 50,000 ดอลล่าร์ได้ครับ กำหนดการเปิดตัว Toyota 86 Sedan มีขึ้นในปี 2016 ครับ

Credit http://www.motoring.com.au/news/sports/toyota/86/scoop-toyota-86-to-go-turbo-43275
http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=7640  
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Suzuki Concept Alivio เข้าใกล้ความจริงแล้วกับซับคอมแพกต์ซีดานตัวใหม่ล่าสุด ไทยเจอกันปีหน้าในแบบอีโคคาร์

  ทุกวันนี้รถรุ่นใหม่หลายรุ่นพอสมควรที่มีวิธีการพรีวิวรถต้นแบบซึ่งจะกลายเป็นรถใหม่ของตน แบบไม่ต้องเปลืองต้นทุน เพียงแค่การนำรถรุ่นโปรดักชั่นที่ออกแบบเสร็จแล้ว ไปแต่งเพิ่มให้หน้าตามันเว่อร์ๆกว่าเดิม พอรุ่นขายจริงเปิดตัว หลายคนก็ต่างบอกว่าไม่ต่างจากต้นแบบเลย วิธีนี้เป็นสูตรสำเร็จกับรถหลายรุ่นแล้ว
   ไม่เว้นแม้แต่ค่าย Suzuki ใครที่จำได้ดีจะรู้ว่าเจ้า Celerio อีโคคาร์รุ่นใหม่ที่จะขายอย่างเป็นทางการในไทยช่วงเดือนหน้าแล้ว ก็มีวิธีการพรีวิวก่อนหน้านี้ด้วยการนำตัวถัง Celerio มาดัดแปลงให้เว่อร์ขึ้นกว่าเดิม ล่าสุดทาง Suzuki ก็ได้ใช้แผนการแนวนี้กับซีดานรุ่นใหม่ของตนที่จะทำตลาดในอนาคตอีกไม่ช้านี้ เมื่อ Suzuki เผยโฉม Concept Alivio ต้นแบบซีดานรุ่นใหม่ที่งาน Beijing Auto Show 2014 ที่เพิ่งจบหมาดๆ ซึ่งรถคันนี้จะมาพรีวิวรถรซีดานรุ่นใหม่ที่จะมาแทน SX4 Sedan ในตลาดอินเดียนั่นเองครับ
   ตัวรถมีอิทธิพลการออกแบบมาจาก Suzuki Authentics Concept ที่ได้ไปอวดรูปทรงองค์เอวที่แดนมังกรมาแล้ว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณครั้งสุดท้ายว่า Suzuki เอาจริงกับการรุกตลาดรถซีดานในประเทศจีนอย่างแน่นอนครับ
   Suzuki Concept Alivio มากับแนวการออกแบบที่หรูหรา สง่างาม พอๆกับซีดานรุ่นใหญ่ทั้งหลาย มากับเส้นสายที่ดูเรียบร้อย แต่ยังแฝงความสปอร์ตด้วย มากับรูปลักษณ์ที่ดูดีทันสมัยรอบคัน ตั้งแต่หน้าจรดท้าย (ปล.ไฟท้ายรถนั้นออกแบบเหมือน Honda City เอามากๆครับ)
   นอกจากนี้ยังเน้นความกว้างขวางในห้องโดยสาร มีเนื้อที่วางขาและเหนือศีรษะกว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสาร มากับมิติตัวรถขนาดใหญ่เกือบจะเหลื่อมล้ำ C-Segment เข้าแล้ว ด้วยสัดส่วนที่ยาว 4,545 มม. กว้าง 1,730 มม. และสูง 1,475 มม. งานนี้ทาง Suzuki ปรับจูนตัวรถตั้งแต่การบังคับควบคุมจนไปถึงคนนั่งหลัง ทำให้ผู้โดยสารรับรู้อรรถรสการขับขี่และความสะดวกสบายเหมือนกับที่ผู้ขับรับรู้ด้วย
เพิ่มคำอธิบายภาพ
   ด้านเครื่องยนต์นั้นจะมีการติดตั้งเครื่องยนต์พิกัด 1,583 ซีซี VVT ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน ส่งผลช่วยประหยัดน้ำมันกว่าเดิม จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ส่วนตลาดอินเดียรวมถึงเมืองไทย คาดว่าจะมีการปรับปรุงกระจังหน้าใหม่ให้แตกต่างจากเดิม และจะวางเครื่องยนต์พิกัด 1.2-1.4 ลิตรแทน
   Suzuki Concept Alivio จะเปิดตัวรุ่นขายจริงในเดือนกรกฎาคม 2014 นี้ ส่วนเมืองไทยมาแน่นอนในฐานะอีโคคาร์เฟสแรกในปี 2015 แน่นอนครับ
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


SAAB เตรียมแผน Relaunch 9-3 SportCombi อีกครั้ง พร้อมแผนงานในอนาคตภายใต้ชายคา NEVS

  หากพูดถึงค่าย SAAb อยากจะถาใครหลายคนว่า ยังจำค่ายรถยนต์สวีเดนรายนี้ได้มั้ยครับ หากลองถามเซียนรถที่อายุต่ำกว่า 18 ปีอาจพอรู้จักบ้างหรือไม่คุ้นกับชื่อมันเลย แต่ถ้าถามผู้ใหญ่อายุ 25-30 ปีขึ้นไปต้องคุ้นหูมันแน่ๆในฐานะรถยี่ห้อหนึ่งที่เคยทำตลาดมาก่อน แล้วก็เงียบหายไปเลย
   ใครที่ติดตามข่าวสารยายนยนต์คงรู้ดีว่า ค่าย SAAB ได้ถูกฟ้องล้มละลายเมื่อปี 2011 ทำให้ SAAB ต้องจบบทบาทยานยนต์กว่า 60 กว่า ณ ตอนนั้น และโปรเจคท์ใหม่ๆที่เตรียมเปิดตัวไว้ก็เป็นอันต้องเป็นหมันไปเลย แต่ยังโชคดีที่มีพระเอกขี่มาขาวอย่าง National Electric Vehicle Sweden (NEVS) กลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของสวีเดน โดยได้นำรถ SAAB 9-3 แบบ EV กลับมาผลิตใหม่อีกรอบหนึ่งขายให้ประเทศจีน ซึ่งก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว
  ล่าสุดทาง NEVS ได้เผยถึงแผนการใหม่ในอนาคต โดยทาง Mr.Mikael Ostlund ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารประจำ NEVS เปิดเผยถึงแผนการของ SAAB ต่อไปว่า กำลังมีแผนเตรียม Relauch หรือเปิดตัวเหล้าเก่าในขวดใหม่อย่าง SAAB 9-3 SportCombi โดยจุดประสงค์เพื่อเจาะตลาดสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่บรรจุของเพิ่มขึ้น
   และสิ่งที่ทำให้เราอ้ำอึ่งไปกว่านั้นครับก็คือ ทาง NEVS มีแผนจะสร้างรถโฉมใหม่หมดจด ซึ่งน่าจะประเดิมด้วย 9-3 ตัวใหม่หมดจด ที่จะใช้พื้นฐานจากต้นแบบ SAAB Phoenix Concept ที่เผยโฉมเมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการรับช่วงต่อโครงการจากเจ้าของเก่าที่ยังทำค้างไว้ ทาง Mr. Ostlund เชื่อมั่นว่าโครงสร้างแพลตฟอร์มของ Phoenix มีความยืดหยุ่นพอที่จะสามารถดัดแปลง 9-3 โฉมใหม่ได้หลายแบบตัวถังไม่ว่าจะเป็นซีดาน เปิดประทุน หรือ ครอสโอเวอร์
   ยังไงก็ตามทาง NEVS ก็ยังไม่มีความแน่วแน่กับแผนงานในอนาคตดังกล่าว แต่ถึงอย่างไรสิ่งที่ NEVS ในปัจจุบันก็คือการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ใน 2 ตลาดหลักตอนนี้ก็คือ สวีเดนและจีน สำหรับตลาดโลกนั้นโอกาสที่จะเจาะตลาดคงต้องรอให้เวลาและโอกาสเป็นเครื่องตัดสินครับ ยังไงก็รอชมต่อไป เรื่องนี้ยังมีภาคต่อแน่ๆ
แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็น และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟนเพจ Cars New Update ที่นี่!!
 


Like Box