วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

สอดส่อง ขุดคุ้ยตำนานรถ Episode 05 : Mazda 2/Demio

  ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าคนไทยหลายคนน่าจะให้ความสนใจเกี่ยวกับเจ้ารถเล็กหัวใจพลังโตอย่าง All-New Mazda 2 ซึ่งถึงแม้รถคันนี้จะดูเล็กกระจิริด และราคาค่อนข้างสูงกว่าคู่แข่งในตลาด แต่น่าจะเป็นเพราะว่าเทคโนโลยีเครื่องดีเซลใหม่ครั้งแรกของรถกลุ่มนี้ในประเทศไทย และคนไทยยอมทุ่มเงินเพื่อของดีๆ ทำให้คนไทยหลายคนยอมจ่ายเพื่อซื้อมัน ซึ่งตอนนี้น่าจะมีออกมาวิ่งบนถนน 1,000 กว่าคันแล้ว แม้แต่ผู้เขียนยังเห็นมันบ่อยขึ้นเลย

  ฉะนั้นแล้ว ในบทความเรื่องนี้ผู้เขียนจะขอมานั่งขุดคุ้ยตำนานของเจ้ารถเล็กอย่าง Mazda 2 หรือชื่อในตลาดโลกก็คือ Mazda Demio ซึ่งจะมีการยกข้อมูลจากเว็บไซด์ wikipedia มาปรับและทำใหม่ให้เป็นแบบฉบับของเราเอง ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนน่าจะให้ความสนใจกับรถคันนี้ไม่น้อย และคงจะสนใจเกี่ยวกับประวัติเก่าๆของมันด้วย เอาละครับ...เรามานั่งไทม์แมชชีน ย้อนเวลาเจาะหาอดีตกันเถอะครับ

  ถ้าพูดถึง Mazda 2 ในอดีตนั้น ในอดีตแรกเริ่มมันมากับชื่อว่า Mazda Demio ก่อนที่ในเจเนเรชั่นที่ 2 จะมีการใช้ชื่อ Mazda 2 ทำตลาดด้วย โดยก่อนหน้านี้ Mazda Demio จะถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นรถมินิแวนและสเตชันวากอน ซึ่งจะคล้ายๆรถมินิแวนแดนอิเหนาอย่าง Toyota Avanz ซึ่งคือรถตู้ย่อส่วนแต่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับรถเก๋ง หลังจากนั้นในเวลาต่อมา  Mazda Demio ก็ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเองจากรถขนาดใหญ่กลายเป็นรถขนาดกะทัดรัดนั่นเองครับ

Generation 1/1996-2002

    เจเนเรชั่นแรกนั้น เริ่มแรกเลยคือมันมากับชื่อว่า Mazda Demio มีรหัสตัวถังว่า DW รถรุ่นนี้ถ้าขายนอกประเทศญี่ปุ่นมักจะใช้ชื่อ Mazda 121 แต่ทว่าในเมืองไทยก็มี Mazda 121 มาขายในไทย แต่ไม่ใช่คันเดียวกับ Generation 1 ของ Mazda Demio แต่มันมาจากรถอีกรุ่นหนึ่งในเครือ Mazda มีชื่อจริงว่า ออโต้แซม เรวิว (Autozam Revue) ซึ่งแน่นอนถ้าเอ่ยชื่อ Mazda 121 คนไทยจะนึกถึงรถเล็กกลมมนน่ารักคันนี้นี่เอง 


มาต่อกันครับ Mazda Demio รหัสตัวถัง DW คันนี้ ถูกออกแบบให้เป็นรถแฮตช์แบ็กหลังคาสูงขนาดใหญ่ มีเครื่องยนต์ 2 ขนาดให้เลือก คือ 1300 กับ 1500 CC. สัดส่วนตัวรถ มีความยาว 3800 มม., กว้าง 1670 มม., สูง 1535
มม. และฐานล้อ 2390 มม. ซึ่งในโฉมนี้ในโฆษณาโทรทัศน์ก็ได้นักบาสเกตบอลชื่อดังในสมัยนั้นอย่าง Scottie Pippen (สก็อตตี้ ปิปเปน) มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้รถคันนี้ด้วยครับ

Generation 2/2002-2007

    เจเนเรชั่นที่ 2 คนไทยไม่น่าจะรู้จักมันมากเท่าไหร่นัก ตัวนี้มีรหัสตัวถัง DY โฉมนี้เป็นครั้งแรกที่มีการใช้ชื่อ Mazda 2 เมื่อจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น ขุมพลังมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1250-1600 CC. ซึ่งในบางประเทศมีรุ่นขุมพลัง Hybrid วางขายด้วย ด้านสัดส่วนตัวรถมีความกว้าง 1680 มม., ยาว 3925 มม. , สูง 1530 มม. ระยะฐานล้อ 2490 มม. ในโฆษณาโทรทัศน์นั้น มีนักแสดงชาวญี่ปุ่น มิซากิ อิโตะ (Misaki Ito) เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถคันนี้ครับ

Generation 3/2007-2014


   เจเนเรชั่นที่ 3 หรือรหัสตัวถัง DE โฉมนี่หละครับเป็นโฉมแรกที่ทาง Mazda แนะนำเข้าสู่ตลาดในไทย แต่กว่าจะมาได้ ก็อยู่ที่ปลายปี 2009 รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมหลังการเปิดตัวเพียง 1 เดือน ซึ่งสามารถทำยอดขายใน 1 เดือนได้ 15,000 คัน สำหรับในเมืองไทยนั้นจะมีเวอร์ชั่นซีดาน 4 ประตูด้วย โดยในไทยนั้นได้ทำการผลิตเจ้าโฉมนี้ที่โรงงานในระยอง การันตีความเทพจากรางวัล World Car Of The Year 2008 และพอมาเปิดตัวในไทยก็สามารถคว้ารางวัล Thailand Car Of The Year 2010 ด้วย ตัวรถมีมิติตัวถังที่ 3885 มม., กว้าง 1695 มม., สูง 1475 มม. ระยะฐานล้อ 2490 มม. ในเมืองไทยจะวางเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในปี 2009 เข้าสู่ปี 2010 ในปีนี้ Mazda 2 ก็ได้เปิดตัวรุ่นตัวถังซีดานต่อทันที ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมาก ต่อมามีการปรับโฉมครั้งแรกในปี 2011 โดยในตัวถัง 5 ประตู Hatchback มีชื่อว่า Mazda 2 Sports ส่วนตัวถัง Sedan ใช้ชื่อว่า Mazda 2 Elegance

Generation 4/2015-Present
    เจเนเรชั่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในเมืองไทยเมื่อต้นปี 2015 ที่ผ่านมา ซึ่งรถคันนี้ได้คว้ารางวัลมามากมาย ซึ่งประกอบไปด้วย 


- รางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี” ประเทศญี่ปุ่น ปี 2014-2015 (CAR OF THE YEAR JAPAN 2014-2015) โดยคณะกรรมการคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ประเทศญี่ปุ่น

- รางวัล “เทคโนโลยีรถยนต์ยอดเยี่ยม” ประเทศญี่ปุ่น ปี 2014-2015 (2014-2015 JAHFA Car Technology of The Year : Mazda Demio (Mazda2)  SKYACTIV-D 1.5 จาก JAHFA Japan Automotive Hall of Fame 

- รางวัล “1 ใน 100 สิ่งออกแบบยอดเยี่ยม” ประเทศญี่ปุ่น ปี 2014 (GOOD DESIGN AWARD 2014 Best 100) จากสถาบันส่งเสริมการออกแบบ Japan Institute of Design Promotion (JDP) 

- รางวัล “โกลด์ อะวอร์ด ด้านการออกแบบสวยงาม” ประเทศญี่ปุ่น ปี 2014 (Japan’s good design award 2014 : All New Mazda2 / Good Design Gold Award)

- รางวัล “โกลด์ อะวอร์ด ด้านสมรรถนะยอดเยี่ยม” ประเทศเยอรมนี ปี 2014 (2014 Germany’s Golden Steering Wheel Award) โดย German Sunday newspaper Bild am Sonntag and automotive magazine Auto Bild 

  เจเนเรชั่นนี้เป็นการนำเส้นสายจากแนวการออกแบบ Kodo Design มาประยุกต์ใช้ทำให้มันมีหน้าตาที่ดูโฉบเฉี่ยว เครื่องยนต์มีให้เลือกหลายขุมพลัง ตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน 1.3-1.5 ลิตร และดีเซล 1.5 ลิตร เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2015 ที่ผ่านมา จำหน่ายทั้งตัวถัง 4 และ 5 ประตู วางจำหน่ายในราคา 675,000-790,000 บาท

  และทั้งหมดนี้ก็คือประวัติความเป็นมาของรถเล็กผู้ยิ่งใหญ่จากค่าย Mazda อย่างเจ้า Mazda 2 คันเล็กคันน้อยแต่มีพลังที่ยิ่งใหญ๋ ถือเป็นหนึ่งในรถที่สร้างชื่อเสียงมามากมายก่ายกองกันเลยทีเดียว บอกเลยว่า ใครคนไหนที่มีเจ้าคันนี้ไว้ในครอบครองถือเป็นผู้ที่กำลังครอบครองรถดีๆเล็กๆที่น่าคบหาคันหนึ่ง สำหรับใครๆที่ชอบจิตวิญญาณความสปอร์ตที่ Mazda ปลูกฝังไว้กับรถทุกรุ่น We build Mazda.What do you drive? ....
ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia และ Mazda Thailand ด้วยครับ 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

ไหนว่าดีเซลไม่ใช่คำตอบ!...เมื่อมี Ford Focus Minor Change TDCi มาวิ่งทดสอบในไทย

  หลายคนคงจะรู้ดีว่าค่าย Ford ขึ้นชื่อเรื่องการอ่อยเป็นที่สุด เพราะนิสัยประจำของค่ายนี้คือ ชอบเอารถที่ยังไม่เปิดตัว ออกมาวิ่งท้าสายตาผู้ใช้รถบนถนนอยู่ตลอดโดยที่ยังไม่เปิดตัว แม้บางคนจะมองว่าเป็นการตลาดที่ดี แต่ในทางกลับกันมันยิ่งทำให้คนรอไปซื้อของใหม่ แทนที่จะซื้อของเก่าที่กำลังตกรุ่น

   และข่าวอัพเดตล่าสุดตอนนี้ หลังจากที่ Ford เอา Focus Minor Change ออกมาวิ่งแล้ว แต่ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้อัปโหลดภาพของ Ford Focus Minor Change คันสีแดงสดผ่านทางกลุ่ม Ford Focus Club Thailand ซึ่งความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่โลโก้ด้านท้ายของมัน ซึ่งติดคำว่า TDCi ซึ่งแสดงให้รู้ว่า Ford นำเข้ารุ่นเครื่องดีเซลมาทดสอบในไทยด้วย 

   แน่ละครับ มันทำให้หลายคนคงเกิดความสงสัยว่า Ford จะกลับมาทำตลาดเครื่องดีเซลในรถเก๋งอีกแล้วหรือ? หลังจากที่เคยทำตลาดเครื่องดีเซลใน Focus ในเจเนเรชั่นก่อน แต่เพราะว่าน่าจะขายไม่ค่อยดี หรือเหตุผลที่ว่า ถ้าเอามาขายในไทยในโฉมนี้ ราคาจะแพงเกินคนไทยจะรับได้ เลยไม่มีแผนที่จะนำเข้ามา อีกอย่าง Ford เคยบอกในงาน Motor Expo 2014 ว่า "ดีเซลไม่ใช่คำตอบ" เอาไงแน่ ฟอร์ด!


   ขุมพลังดีเซลที่วางในตลาดโลกตอนนี้ จะเป็นขุมพลังดีเซลวความจุ 2.0 ลิตร ที่มีพละกำลังราวๆ 150 แรงม้า ซึ่งผู้เขียนบอกเลยว่าจะเครื่องตัวนี้มาไทย ราคาจะมากกว่าตัว 2.0 ลิตรธรรมดาแน่นอน และคงจะเป็นไปได้ยากถ้าจะทำราคาให้เครื่องดีเซลถูกกว่าหรือเท่ากับเครื่องเบนซินความจุเท่ากัน คงรู้นะครับว่าเครื่องดีเซลมันมีส่วนประกอบเยอะ และต้นทุนการพัฒนาสูง

   แต่เชื่อว่าผู้บริโภคสมัยนี้อาจจะไม่ได้สนใจราคารถ แต่น่าจะสนใจถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ติดมากับรถและความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ฉะนั้นลูกค้าหลายคนจะยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้ของดีๆมีคุณภาพ ลองดูรถใหม่ๆหลายรุ่น คนไทยยังยอมจ่ายเพื่อซื้อตัวท็อป หรือ ยอมจ่ายเพื่อใช้เทคโนโลยีใหม่

   การเปิดตัวของ Ford Focus Minor Change ใหม่น่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุด ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสต็อกที่เหลืออยู่หมดหรือยังด้วยครับ ยังไงก็รอกันต่อไป

ขอบคุณภาพจากคุณ  Madeaw Seeharach และกลุ่ม Ford Focus Club Thailand
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

เปิดตัว All-New Honda Civic Type-R ฮอตแฮตซ์ตัวแรงจากแดนอาทิตย์อุทัย

  เดี๋ยวนี้รถญี่ปุ่นก็สามารถโชว์ความเทพที่สามารถเอาใจคนยุโรปได้ ซึ่งแน่นอนว่ารถที่เรากำลังพูดถึงนั้น ถือเป็นหนึ่งในรถที่สาวกทั่วโลกตั้งตารอคอยการมาถึงของมันมากพอสมควร แน่นอนว่าโฉมก่อนนั้นก็สร้างชื่อเสียงและถูกอกถูกใจชาวโลกไม่น้อย และแน่นอนการมาถึงของโฉมใหม่จะยกระดับความเทพจากตัวที่แล้วขึ้นไปอีกแน่นอน ซึ่งที่เรากำลังจะกล่าวถึง นั่นคือสปอร์ตฮอตแฮตซ์จากแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Honda Civic Type-R โฉมใหม่นั่นเอง




  Honda Civic Type-R คือการนำเอาพื้นฐานจาก Honda Civic เวอร์ชั่นยุโรปก็คือเวอร์ชั่น 5 ประตูที่เราไม่มีขายมาพัฒนาต่อยอดและยกระดับความเท่และความแรงให้มากยิ่งขึ้นไปอีก หน้าตาของ Honda Civic Type-R นั้นได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากต้นแบบในบางจุด (หน้าตาเวอร์ชั่นต้นแบบดูได้ที่ลิงก์นี้ครับ http://carsnewupdate.blogspot.com/2014/03/honda-civic-type-r-concept.html?q=civic+type) ชุดกันชนหน้าได้รับการออกแบบแต่งเติมจาก Honda Civic Minor Change เวอร์ชั่นยุโรปโดยเพิ่มลิ้นหน้าสีดำ ซึ่งก็ทำให้ดุขึ้นกว่าเดิม และขึ้นรูปบริเวณแก้มด้านข้างให้เป็นโป่งสุดเท่ สเกิร์ตตัวรถตกแต่งด้วยสีดำ ด้านท้ายนั้นได้รับการปรับให้แตกต่างจากตัวต้นแบบพอสมควร ไฟท้ายไม่หวือหวาอย่างตัวต้นแบบ และปรับชายล่างกันชนใหม่ให้ดูเท่ สปอยเลอร์สุดโหด และมากับล้ออัลลอยลายสปอร์ต โดยรวมนั้นถือว่าเท่ใช้ได้เลยทีเดียว

  ภายในของรถตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดแตงรอบคันรถ ไล่ตั้งแต่พวงมาลัยซึ่งเป็นพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า Dual Pinion ซึ่งได้รับการปรับเซ็ตให้มีความไวและความหน่วงมือมากกว่ารุ่นปกติ เบาะนั่งทรงสปอร์ตและหัวเกียร์ที่บริเวณฐานเกียร์หุ้มหนังเย็บด้ายสีแดง ซึ่งน่าจะถูกอกถูกใจคนชอบความแรงแน่นอน

   ด้านขุมพลังนั้น เจ้าตัวแรงจากญี่ปุ่นคันนี้ มากับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบที่มากับพละกำลังแรงสะใจถึง 310 แรงม้าที่  6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตัน-เมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ด้วยพละกำลังขนาดนี้ทำให้  All-New Honda Civic Type-R กลายเป็นรถฮอตแฮตซ์แปะตรา Type-R ที่มีขุมพลังแรงที่สุดเท่าที่ Honda เคยสร้างมา ซึ่งรถคันนี้มากับระบบส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.7 วินาที และท็อปสปีดถึง 270 กม./ชม.

  ในเรื่องระบบเบรกและช่วงล่างนั้น Honda เลือกใช้เบรกแบบ Brembo เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน วงล่างเป็นแบบ Adaptive Damper System สามารถปรับความแข็งหนืดของโช้คอัพ 4 กระบอกได้อย่างอิสระขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่และการทิ้งโค้ง ช่วงล่างหน้าได้รับการปรับปรุงให้เป็นแบบ Dual Axis ที่จัดมุมมาเพื่อช่วยลดอาการ Torque Steer (หน้าสะบัดเวลากดคันเร่งเต็ม) ลงจากเดิม 50% เมื่อเทียบกับช่วงล่างของ Civic รุ่นธรรมดา ช่วงล่างหลังป็นคานบิดทอร์ชั่นบีมรูปตัว H ซึ่งวัสดุที่มาทำตัวคานนั้นจะแข็งแรงกว่า Civic รุ่นปกติ 180%รองรับการทิ้งตัวรถเช็ด Apex แล้วทำ Rear-wheel hopping ได้อย่างสบาย

   ด้านราคาค่าตัวนั้น ในอังกฤษนั้นจะมีราคาเริ่มต้นราวๆ 29,995 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือราวๆ เกือบ 1.5 ล้านในตลาดเมืองไทย ไม่นับรวมภาษี ส่วนจะนำเข้ามาขายในไทยหรือไม่ ถ้าคิดว่าจะให้ตัวแทนจำหน่ายอย่าง Honda Thailand เอามาละก็ บอกเลยว่า ฝันหวานเถอะครับ แต่ก็มีโอกาสที่ผู้นำเข้าอิสระหรือเกรย์มาร์เก็ตจะนำเข้ามาให้ยลโฉมและให้คนมีตังค์เขาใช้กันนี่ละครับ
 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

Kia รุกตลาดในไทย เปิดตัว All-New Kia Grand Carnival และ All-New Kia Soul ในไทยเรียบร้อยแล้ว

  บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด พร้อมรุกตลาดเมืองไทยในปี 2015 นี้ ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่หมดจด 2 รุ่น ได้แก่ All-New Kia Grand Carnival และ All-New Kia Soul เรียกน้ำย่อยลูกค้าที่สนใจรถยนต์คันงามจากแดนโสมสองคันนี้



   เริ่มต้นที่ All-New Kia Grand Carnival กันก่อนครับ ซึ่งได้รับการเปลี่ยนโฉมใหม่ให้หรูหราและดูมีระดับมากกว่าที่เคยเป็นมา และยังคงความเป็นอเนกประสงค์ด้วยห้องโดยสารที่มากับที่นั่ง 11 ที่นั่งด้วยกัน ซึ่งมันยังคงนำเอาออกแบบตามเอกลักษณ์ของ Kia ด้วยกระจังหน้า Tiger Nose ไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยว เส้นสายที่ดูเรียบหรูลงตัว ในรุ่นท็อปจะได้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วอีกด้วย


   ภายในห้องโดยสารนั้นถือว่ายกระดับความหรูหราแบบสุดๆ คอนโซลหน้าออกแบบใหม่ให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม ซึ่งมองแล้วคล้ายๆ BMW ซึ่งรถคันนี้มีฟีเจอร์ใหม่ๆคือ ปุ่มสตาร์ท-สต็อป ประตูหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ฝาท้ายปิดด้วยระบบไฟฟ้า และยังมากับเบาะหนังปรับด้วยระบบไฟฟ้าด้วย นอกจากนี้ห้องโดยสารยังคงความกว้างขวางและความใหญ่โตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Grand Carnival ด้วยครับ



   ด้านเครื่องยนต์นั้น All-New Kia Grand Carnival วางเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร เทอร์โบ มากับพละกำลัง 197 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,750 รอบต่ำและปานกลาง ด้านราคาจำหน่ายนั้น มีการแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น LX ราคา 1,595,000 บาท และ รุ่น EX ราคา 1,928,000 บาทครับ



    และอีกคันหนึ่งก็คือ All-New Kia Soul รถครอสโอเวอร์แฟชั่นที่มากับแนวการออกแบบที่คงเอกลักษณ์ของรุ่นเดิมไว้ครบถ้วน ยังคงมากับสไตล์ที่เอาใจวัยรุ่น เป็นรถที่เน้นความคล่องแคล่วในการขับขี่ และเป็นรถที่รวมทั้ง Crossover , MPV และ SUV อยู่ในคันเดียวกัน 

   ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรมากับพละกำลัง 154 แรงม้าที่ 6,200 รอบ แรงบิด 19.5 กก-ม ที่ 4700 รอบต่อนาที  ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งมีให้เลือก 2 โหมด คือ โหมดประหยัด หรือ โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต หรือเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา  ออปชั่นที่ติดมากับรถไม่มีอะไรมาก มากับปุ่ม Start /Stop และฟีเจอร์ใหม่ นั่นคือ พวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่นระบบ Flex Steer ปรับได้ 3 แบบ และล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ราคาค่าตัวอยู่ที่ 1,397,000 บาทครับ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

All-New Mazda CX-3 วางขายในญี่ปุ่นแล้ว ราคาเริ่มต้นประมาณ 644,000 บาท

  เป็นมาได้สักพักแล้วสำหรับแฟนคลับรถค่าย Mazda ที่รักและบูชาเคารพค่ายนี้ประดุจเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชมกันไม่หยุดไม่หย่อน ใครจะแตะต้องว่านิดหน่อยไม่ได้เลย แน่นอนที่สุด มีหลายครั้งหลายหนที่แฟนคลับ Mazda กับแฟนคลับค่ายอื่นออกมาก่อสงครามคีย์บอร์ดกันหลายครั้งหลายหน เป็นประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลเลยทีเดียว

   ข้ามเรื่องอะไรพวกนี้ไปดีกว่า มาดูข่าวของทางญี่ปุ่นกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Mazda Japan ก็ได้ฤกษ์พร้อมขาย Mazda CX-3 ใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหน้าตาของรถ มากับกระจังหน้าทรงห้าเหลี่ยม Signature Wing อันเป็นแนวการออกแบบดีไซน์แบบ Kodo Design ที่ทำให้รถดูพลิ้วไหว ดูไปดูมาเหมือนกับการนำ CX-5 มาย่อส่วน ไฟหน้ารถออกแบบให้ดูเหลี่ยมๆ หลอดไฟภายในคล้าย Mazda 2 ช่องกระจังหน้าเป็นแถบเส้นตรงคาดผ่าน กรอบไฟตัดหมอกดูโฉบเฉี่ยวพลิ้วไหว ต่อเนื่องไปถึงเส้นสายด้านข้างที่ดูสปอร์ต ทำให้แอบนึกถึง Lexus CT200h บ้าง มุมมองด้านท้ายเหมือนเจ้า 2 เด๊ะ มีการเพิ่มโป่งรอบคันและยกสูงตัวรถเพื่อให้ดูเป็นรถเอสยูวีมากขึ้น

   ภายในของรถยกมาจาก Mazda 2 ทั้งกระบิเลย เพียงแค่ตกแต่งให้ดูสปอร์ตมากกว่าเดิม มีการตกแต่งฐานเกียร์ใหม่เล็กน้อย และบริเวณแผงข้างประตูใหม่ รวมทั้งบริเวณคอนโซล โดยเพิ่มโทนสีแดงเข้ามาในบริเวณดังกล่าวเพื่อให้ดูสปอร์ตขึ้น ของเล่นแจ่มๆที่มีในรุ่นพี่และรุ่นน้องก็มาครบ ทั้งหน้าจอ Active Driving Display ระบบ MZD Connect รวมทั้งแพ็คเกจความปลอดภัย i-ACTIVSENSE


    Mazda CX-3 เวอร์ชั่นญี่ปุ่นนั้น ได้ทำการติดตั้งเครื่องยนต์ SKYACTIV-D 1.5 ลิตร บล็อกเดียวกับที่วางใน Mazda 2 ในไทยตอนนี้ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อลดเสียงเครื่องยนต์ลงจากเดิมด้วยระบบ "Natural Sound Smoother" รวมถึงยังด้วยให้เสียงที่ได้เป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม มากับพละกำลัง 105 แรงม้า แต่แรงบิดมีให้ถึง 270 นิวตัน-เมตร (มากกว่า Mazda 2 ที่ 20 Nm) เทียบเท่ากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรเลยทีเดียว ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้นอยู่ที่ 25 กม./ลิตร

   ด้านราคาค่าตัวในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนั้น Mazda CX-3 มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 644,000-819,000 บาท ยังไม่รวมภาษี ซึ่งถ้าเอามาขายในไทย ราคาเริ่มต้นนั้นต้องมากกว่า Mazda 2 ตัวท็อปแน่นอน ซึ่งผู้เขียนก็คาดการณ์แล้วว่าถ้าเกิดประชากรไทยหลายคนได้มาเห็นราคาค่าตัวในญี่ปุ่น เห็นจะต้องมีการดราม่าเรื่องภาษีแน่นอน ก็แล้วแต่ความเห็นของแต่ละท่านละกันเน้อะ แต่แน่นอนที่สุดอย่างช้าในปี 2016 เมืองไทยจะนำเจ้าคันนี้มาให้เราได้ยลโฉมแน่นอน
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

มาแล้ว! ทีเซอร์แรก Toyota Camry Minor Change เปิดตัวในไทย 11 มี.ค. พร้อมดึง Hugh Jackman เป็นพรีเซนเตอร์

 หลายคนน่าจะทราบข่าวกันแล้วนะครับว่า Toyota Camry Minor Change ใหม่จะทำการเปิดตัวในเมืองไทยแน่นอนภายในวันที่ 11 มีนาคม 2558 ซึ่งก็อีกประมาณ 2 อาทิตย์ (นับจากวันที่พิมพ์บทความเรื่องนี้ 1 มี.ค. 58) เชื่อหละสาวก Toyota และคนที่กำลังจะรอซื้อ D-Segment คันใหม่ก็น่าจะรอครับ

ฝั่งซ้าย รุ่น 2.0-2.5 ฝั่งขวารุ่นไฮบริด
  ล่าสุดวันนี้ (1 มี.ค. 58) Toyota ได้ทำการปล่อยทีเซอร์ชุดแรกของ Toyota Camry Minor Change ซึ่งมากับเพลงประกอบที่ทำให้ดูยิ่งใหญ่ยังไงไม่รู้ แต่ไฮไลต์ครั้งนี้คือทาง Toyota ได้นำเอาพระเอกฮอลลีวูดอย่าง Hugh Jackman หรือที่ทุกคนรู้จักเขาในบทของ วูลฟ์เวอรีน มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถซีดานรุ่นใหญ่สุดหรูจากค่ายสามห่วงด้วย และยังมากับคำโฆษณาที่ว่า "ภาพลักษณ์คงไม่มีความหมาย ถ้าไร้ซึ่งแก่นแท้"




   ความน่าสนใจของ Toyota Camry Minor Change เวอร์ชั่นเมืองไทย คือ กระจังหน้าของเวอร์ชั่นธรรมดากับเวอร์ชั่นไฮบริดจะต่างกัน มากกว่าแค่โลโก้ โดยรุ่นธรรมดานั้นจะอ้างอิงจากเวอร์ชั่นรัสเซีย (รูปบนฝั่งซ้าย)ซึ่งเป็นลายเส้นตรงขวาง แต่ในเวอร์ชั่นไฮบริดจะเป็นตะแกรงรังผึ้ง (รูปบนสุดฝั่งขวา)

  ก็รอติดตามกันให้ดีครับว่าจะมีอะไรน่าสนใจนอกจากนี้บ้าง ที่รู้ๆออปชั่นมาเต็มแน่นอน เพราะยังไงค่ายนี้มาทียิ่งใหญ่และตื่นเต้นเสมอครับ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

ชมภาพดักถ่าย Ford Focus Minor Change แบบไม่พรางตัวเลย

  ค่าย Ford เป็นค่ายที่ขึ้นชื่อว่ามีนิสัยชอบโชว์ของใหม่ตลอด แต่ก็ลีลาไม่ยอมขายซะที เพราะสต็อกเก่ายังไม่หมด ต้องเคลียร์กันต่อไป หรือจะเรียกนิสัยของเขาว่า ชอบ "อ่อย" นั่นเองครับ และแน่นอนนิสัยแบบนี้ Ford ไม่ได้เพิ่งมาเป็น แต่เป็นมานานมากพอสมควรแล้ว พอเปิดตัวทีคู่แข่งก็ยอดขายติดเรท เอ๊ย ติดลมบนไปแล้วครับ


   และล่าสุด หนึ่งในรถที่เรารอคอยจากค่าย Ford นั่นก็คือ Ford Focus Minor Change ที่ต่างประเทศขายกันมาครึ่งปีแล้ว แต่ด้วยความที่ไทยมาช้ากว่าชาวบ้าน ฉะนั้นแล้วมันก็น่าจะมาช้ากว่าชาวบ้านต่อไป และที่บอกว่าล่าสุดก็คือ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายๆคนนั้นได้พบเห็นเจ้า Focus Minor Change ออกมาวิ่งบนถนน ซึ่งคนที่เห็นมีทั้งถ่ายภาพทันและไม่ทัน แต่เคสล่าสุดของเรานั้น เป็นภาพจาก Ford Fiesta Club ซึ่งเป็นภาพแอบถ่ายเจ้า Ford Focus Minor Change แบบไม่พรางกายเลย ชัดๆเน้นๆกันเลยทีเดียว


    ซึ่งแน่นอนว่า Ford Focus Minor Change จะมากับแนวการออกแบบหน้าตาที่เหมือน Aston Martin บางคนถึงกับบอกแบบตลกๆว่า เป็น Aston Martin ในราคาที่ไม่ถึงล้าน หรือบอกว่าเคยเห็นเจมส์ บอนด์ขับคันนี้ อะไรแบบนั้น ซึ่งดูจากตัวรถถือว่าสวยงามน่าใช้มากทีเดียว (ถ้าไม่นับเรื่องศูนย์) ซึ่งเครื่องยนต์นั้นมีข่าวออกมาว่า จะมีขุมพลัง 1.5 ลิตร EcoBoost ใหม่มาวางในรุ่นปรับโฉมครั้งนี้ ซึ่งเราก็มารอชมข้อมูลกันต่อไปครับ


   ส่วนการเปิดตัวนั้นยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วที่สุดที่เราน่าจะได้จับจองกันคือช่วงปลายปี 2015 หรืออาจจะเร็วหรือช้ากว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเคลียร์ของเก่าหมดเมื่อไหร่
ภาพจาก Ford Fiesta Club 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Like Box