วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มาแล้ว All-New Opel/Vauxhall Astra แฮตซ์แบ็คคันงามที่ใครๆก็ต้องหลงรัก

   หลังจากที่ซุ่มวิ่งทดสอบกันมานานพอสมควร และแฟนคลับชาวยุโรปก็รอคอยการมาของมันค่อนข้างมากด้วย และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลงแล้ว เพราะทาง General Motors (GM) ก็ได้เวลาเผยโฉมหน้าของ All-New Opel Astra (ในตลาดอังกฤษจะแปะตรา Vauxhall) กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ


   All-New Opel/Vauxhall Astra ใหม่ถือเป็นการพัฒนาที่ก้าวไกลมากกว่าแค่การเปลี่ยนโฉมใหม่ธรรมดา เพราะมันยังได้มากับชุดแพลตฟอร์มใหม่ที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม ทำให้มันสามารถลดไขมันส่วนเกินออกไปจากรุ่นเดิมได้ถึง 200 กก. เลยทีเดียว ซึ่งจะส่งผลต่อการขับขี่ที่ดีขึ้น มีความคล่องตัวกว่าเดิม เข้าโค้งมั่นใจขึ้นกว่าเดิม ตอบสนองและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มากขึ้น

   สัดส่วนตัวรถภายนอกดูเล็กลงกว่าเดิม ด้วยความยาว 4,370 มม. สั้นกว่าเดิม 50 มม. ในขณะที่ความสูงรถอยู่ที่ 1,460 มม. เตี้ยกว่าเดิม 26 มม. แม้แต่ฐานล้อก็สั้นลงกว่าเดิม 20 มม. แต่ทาง Opel บอกว่าพื้นที่ห้องโดยสารจะไม่แคบกว่าเดิมแน่นอน เผลอๆจะกว้างกว่ารุ่นเดิมด้วย

   รูปร่างหน้าตาของรถได้รับการออกแบบใหม่ในทุกมิติ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์การออกแบบของรุ่นที่แล้วไว้เช่นกัน ชัดเจนโดยเฉพาะด้านหน้ารถที่ยังมากับไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยวที่สไตล์คล้ายเดิมซึ่งเป็นครั้งแรกของรถระดับเดียวกันที่ติดตั้งไฟหน้า IntelliLux LED Matrix พร้อมกระจังหน้าทรงเอกลักษณ์ของค่ายที่ออกแบบให้ประชิดติดกับไฟหน้าแบบรถยุคใหม่ พร้อมกันชนหน้าทรงโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม เส้นสายตัวถังออกแบบให้สวยหรูกว่าเดิม พร้อมประตูบานหลังและด้านท้ายแบบ Floating Roog คล้ายๆ Toyota Yaris ส่วนท้ายรถก็ออกแบบไฟท้ายให้โฉบเฉี่ยวกว่าเดิมด้วย



   ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการออกแบบให้ดูสวยงามและหรูหรามากขึ้น การจัดวางตำแหน่งของปุ่มต่างๆใช้งานง่ายกว่าเดิม มาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ IntelliLink ที่เปิดตัวครั้งแรกใน Astra รุ่นใหม่นี้ สามารถใช้ร่วมกับระบบ Andriod และ Apple CarPlay ได้ และยังมาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อใหม่ Opel OnStar ระบบการให้บริการลูกค้าที่มีความหลากหลาย ทั้งเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการให้บริการ รวมทั้งการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน และยังมีฮอตสปอตมือถือ LTE 4G Wi-Fi อีกด้วยครับ


   แม้ว่าตัวถังจะเล็กลงกว่าเดิม แต่ภายในห้องโดยสารของ Astra โฉมใหม่นั้น จะมอบความกว้างภายในห้องโดยสารที่มากกว่าเดิมแน่นอน  ด้วยความยาว Legroom ที่มากขึ้น 35 มม. และพื้นที่ระยะห่างจากเบาะหน้ากับที่นั่งด้านหลังก็มีมากกว่าเดิมด้วย และตัวถังที่เล็กลงยังส่งผลต่อค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cdอยู่ที่ 0.30

   สำหรับขุมพลังนั้น ก็จะมีให้เลือกทั้งดีเซลและเบนซินพละกำลังตั้งแต่ 95-200 แรงม้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดีเซล 1.6 ลิตร พละกำลังเริ่มต้นที่ 95 แรงม้า ส่วนในเครื่องเบนซินจะเริ่มต้นตั้งแต่เครื่อง 1.0 EcoTec เทอร์โบฉีดตรงพละกำลัง 105 แรงม้า


   แต่ไฮไลต์ของเครื่องยนต์น่าจะอยู่ที่ตัวนี้ครับ เครื่องยนต์เบนซิน EcoTec เทอร์โบฉีดตรง ทำจากอะลูมิเนียมทั้งหมด มากับพละกำลัง 145 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร

   ส่วนระบบความปลอดภัยก็จัดมาให้เต็มๆไม่มีกั๊ก อย่างเช่น ระบบเตือนไม่ให้ออกนอกช่องทางจราจร เมื่อออกนอกเลน ระบบก็จะเตือนขึ้นมา อีกทั้งยังมีระบบแจ้งเตือนการชนไปข้างหน้า กับ การปะทะกันใกล้เบรก

   All-New Opel Astra จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Frankfurt Motor Show 2015 เดือนกันยายนนี้ครับ และยังไม่มีการประกาศราคา 

ที่มา Carscoops
 
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Suzuki Ciaz เปิดตัวในเมืองไทย วันที่ 8 กรกฎาคม

 เชื่อเลยว่าหลายคนรอคอยการมาของ Suzuki Ciaz ว่าที่อีโคคาร์ซีดานคันใหม่ของเมืองไทย ซึ่งแม้จะมีการนำมาให้ประชาชนได้ยลโฉมและได้ลองนั่งพอเป็นกระสัยแล้วที่งาน Bangkok Motor Show 2015 ที่นี้ก็เหลือแค่ว่ามันจะเปิดตัวเมื่อไหร่ และจะมีช่วงราคาประมาณไหนเท่านั้นเอง

   และตอนนี้ก็มีวันเปิดตัวที่ค่อนข้างชัดเจนของ Suzuki Ciaz แล้วครับว่ามันจะเปิดตัวในวันที่ "8 กรกฎาคม 2558" ซึ่งทุกท่านจงจำไว้ได้เลยว่า มันจะเป็นรถคันสุดท้ายภายใต้โครงการอีโคคาร์เฟส 1 อยู่นะครับ

   เหตุผลก็เพราะว่ามันจะวางขุมพลังเดียวกับ Suzuki Swift นั่นคือขุมพลังเบนซิน 1.25 ลิตร และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ขอรับประกัน ว่ามันจะต้องเป็นอีโคคาร์ซีดานที่หรูหราที่สุดและใหญ่ที่สุด รวมทั้งสวยที่สุดในตลาดแน่นอน และตัวรถที่ดูดีมันอาจจะสามารถข่ม B-Segment บางเจ้าได้เลย

   สำหรับออปชั่นของ Suzuki Ciaz ในรุ่นท็อป จะมากับออปชั่นเต็มๆแน่นอน ซึ่งประกอบไปด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (ได้ข่าวว่าไฟหน้าโปรเจคเตอร์ทุกรุ่นด้วยนะ) ชุดแต่งรอบคัน หน้าจอสัมผัสพร้อมเนวิเกเตอร์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ภายในสีดำ และยังมาพร้อมกับเบาะหนัง ส่วนแอร์หลัง กับ Cruise Control ไม่มีครับ

  ส่วนค่าตัวของ Suzuki Ciaz เคยมีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วง 5.5 แสนบาท - 6.8 แสนบาท อาจจะมากหรือน้อยกว่านั้นก็ได้  ซึ่งก็ต้องรอดูตอนมันวางขายอีกทีครับ
 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เตรียมชม Toyota Camry ESport อีกหนึ่งรุ่นย่อยใหม่นำเข้าจากออสเตรเลีย เปิดตัววันที่ 11 มิ.ย. นี้

  หลังการเปิดตัวของ Toyota Camry Minor Change ในไทย ก็ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ และสามารถกลับมายืดครองตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดกลุ่มนี้อีกครั้ง อาจจะเป็นเพราะว่าความสดใหม่ของตัวรถ รวมทั้งออปชั่นที่จัดมาเต็มตั้งแต่รุ่นล่างๆ ทำให้ผู้บริโภคเริ่มเปิดใจกับมันมากขึ้น

   แต่ดูเหมือนว่า ตัวรถ Camry Minor Change ที่ขายอยู่ อาจจะยังสนอง Need ของคนบางกลุ่มไม่พอ บ้างก็ว่าขาดโน่นขาดนี่บ้างอะไรบ้าง ฉะนั้นแล้ว Toyota เลยเตรียมงัดแผนเด็ดที่ไม่คาดคิดว่ามันจะมาด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เขียนได้คุยกับคนของ Toyota เรื่องรุ่นย่อยใหม่ของ Camry อีกรุ่น ที่จะมาเพิ่มเติม ตอนแรกก็ยังงงๆว่า แน่ใจว่ามันจะทำออกมาเหรอ แล้ว Extremo ล่ะ..

    ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่ก็คือ Toyota Camry ESport ที่เริ่มมาเป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้เอง ซึ่งข่าวจากเว็บ Headlightmag ได้ระบุข้อมูลไว้ว่า Toyota Motor Thailand มีแผนที่จะเปิดตัว Toyota Camry Esport ใหม่ ซึ่งจะเป็นการ "นำเข้าทั้งคันจากประเทศออสเตรเลีย" และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ หน้าตาของมันจะไม่เหมือนกับเวอร์ชั่นที่ขายในไทยทั้งด้านหน้าและด้านท้ายเลย...

   นั่นก็มีความเป็นไปได้ว่า Toyota Camry ESport มีวี่แววสูงมากว่าจะได้หน้าตาแบบเวอร์ชั่นของอเมริกาที่คนไทยหลายคนถวิลหามันด้วย (ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ก็เป็นเวอร์ชั่นที่ขายในออสเตรเลียเช่นกัน) ซึ่งก็มีหลายคนแอบยืนยันมาแล้วว่าจะได้รูปร่างหน้าตาแบบเวอร์ชั่นนี้แน่นอน

   ซึ่งข้อมูลตัวรถยังไม่มีอะไรมากครับ เท่าที่ทราบคือ มันจะวางเครื่องเบนซิน 2.5 ลิตร Dual VVT-i แบบ Camry ตัวปกติ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือจะมีหลังคาซันรูฟติดตั้งมาให้ด้วย

   สำหรับราคายังไม่มีออกมา แต่หลายคนคงเชื่อว่าต้องแพงแน่นอน แต่อย่าลืมครับว่าเมื่อหลายปีก่อน ที่ Chevrolet เคยนำเข้าเจ้า Lumina เครื่อง 3.8 ลิตร V6 จากออสเตรเลียมาขายในราคาราวๆ 1.8 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ก็คงไม่ต่างจาก Lumina ต่างก็แค่ความจุเครื่องเท่านั้นเอง

   สุดท้ายก็มาลุ้นกันครับว่า รูปร่างหน้าตาของ Toyota Camry ESport จะออกมาแนวไหน และราคาน่าสนใจหรือไม่ รอชมได้เลยครับ วันที่ 11 มิถุนายนนี้ครับ

ที่มา Headlightmag
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

ชมกันให้เต็มตา! หลุดภาพสิทธิบัตร All-New Mitsubishi Pajero Sport เมืองไทยมาแน่นอนเดือนสิงหาคม

    อยากจะให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายจับตาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดรถ SUV Based On Pick-Up (หรือทีเมืองไทยกระแดะเรียกแบบอินดี้ว่า PPV) มาแรงและลุกเป็นไฟแบบสุดๆ เพราะในช่วงครึ่งหลังของปีจะเป็นช่วงเวลาที่รถกลุ่มนี้จะทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ๆออกมาให้ลูกค้าได้เลือกและเป็นเจ้าของกันหลายรุ่นทีเดียว

   และล่าสุด จู่ๆก็มีเซตภาพจดสิทธิบัตรของ All-New Mitsubishi Pajero Sport หลุดออกมาแบบเต็มๆไม่มีกั๊ก เห็นมุมมองตั้งแต่หน้าจรดท้ายกันเลยทีเดียว ซึ่งทำให้เราพอคาดการณ์หน้าตาของเจ้าอเนกประสงค์คันเก่งจากค่ายสามเพชรได้แล้วครับ



   ซึ่งหน้าตาของมัน ดูได้ชัดว่า มันได้รับการถ่ายทอดแนวการออกแบบจาก Design Laguage ใหม่ของค่ายที่ใช้ชื่อว่า Dynamic Shield ซึ่งนำมันมาใส่ให้กับรถคันนี้ เหมือนกับที่ได้ใส่ให้กับ Mitsubishi Outlander Minor Change มาแล้วนั่นเอง โดยมันมากับไฟหน้าทรงโฉบเฉี่ยวพร้อมกระจังหน้าและกันชนหน้าที่ออกแบบให้ดูล้ำสมัยและดูลงตัวกว่าเดิม

   เส้นสายตัวถังรถยังมีอิทธิพลจากรุ่นเดิมบ้าง แต่ก็ปรับให้ดูทันสมัยเข้ากับยุคได้อย่างเหมาะสมทีเดียวครับ ส่วนด้านท้ายก็ออกแบบให้ดูล้ำอนาคตกับไฟท้ายทรงประหลาดที่อาจจะดูขัดหูขัดตานิดหน่อย แต่เชื่อว่านานๆไปแล้วสวยแน่นอน ตัวรถถูกออกแบบให้ยาวขึ้นกว่าเดิมเพื่อรองรับพื้นที่ห้องโดยสารในแถวที่ 3 ด้วย โดยรวมถือว่ามันสวยมาก สวยต่างจาก Triton เลยละครับ



    ส่วนขุมพลังของรถก็คงไม่ต้องคาดเดาให้ยาก ก็ยกชุดมาจาก Triton เลย นั่นก็คือขุมพลังดีเซล 2.4 ลิตร Mivec ที่มากับพละกำลัง 181 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ส่วนเกียร์ธรรมดา 5 สปีดจะมีมาหรือไม่รอดูต่อไปครับ

   กำหนดการเปิดตัว...เจอกันในไทยที่แรกในโลก เดือนสิงหาคมนี้ครับ

ขอบคุณภาพจาก Worldcarfans
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มาแล้ว All-New BMW X1 โฉมหน้าใหม่ของรถอเนกประสงค์ยอดนิยม

  BMW X1 ถือเป็นหนึ่งในรถที่สามารถสร้างยอดขายให้กับ BMW AG ได้อย่างงดงามทีเดียว โดยเฉพาะในเมืองไทยก็ถือเป็นหนึ่งในรถที่มียอดขายที่สวยงาม ดูจากจำนวนรถบนถนนในเมืองไทยที่ค่อนข้างมาก และมองหาได้ค่อนข้างบ่อย ซึ่งล่าสุดตอนนี้ก็ได้เวลาแก่การเปลี่ยนรูปโฉมใหม่กันเสียแล้วครับ


   และ BMW AG ก็ได้เผยโฉมหน้าของ All-New BMW X1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยรถคันนี้จะกลายเป็นรถอีกรุ่นในค่าย BMW ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า อันเป็นผลพวงมาจากการใช้แพลตฟอร์ม UKL1 แบบเดียวกับ MINI เจเนเรชั่นใหม่ และ BMW 2-Series Active Tourer กับ Gran Tourer


   รูปร่างหน้าตาของรถนั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงที่มากทีเดียว แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์จากรุ่นเดิมไว้ครบ หน้าตาของรถได้รับการออกแบบให้ดูสปอร์ตปราดเปรียวขึ้นกว่าเดิม มากับกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ พร้อมไฟหน้า LED รูปทรงใหม่ที่ดูเฉียบคมกว่าเดิม กันชนหน้าออกแบบใหม่ให้ดูสปอร์ตขึ้น เส้นสายด้านข้างของรถยังคงเอกลักษณ์แบบรุ่นเดิมไว้ แต่ได้เพิ่มความลาดของหลังคา และปรับเส้นสายตัวถังให้ดูปราดเปรียวสปอร์ตกว่าเดิม และยังออกแบบด้านท้ายใหม่ให้ดูสวยงามกว่าเดิม พร้อมไฟท้ายทรงโฉบเฉี่ยวที่คล้ายๆรุ่นพี่ X5 อีกทั้งยังมีล้ออัลลอยลายใหม่ๆสวยๆให้เลือกหลายแบบด้วยกัน โดยรวมถือว่าสวยกว่าเดิมมากครับ


   ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ให้หรูหรามีระดับกว่ารุ่นเดิมชัดเจนทีเดียว และยังมีการแบ่งไลน์ Sport Line/X-Line/M Sport ตามเดิม วัสดุภายในมากับวัสดุที่ดูดีมีระดับกว่ารุ่นเดิม พวงมาลัยทรงเดียวกับ BMW 2-Series Active Tourer ออกแบบคอนโซลหน้าใหม่ให้ดูทันสมัยกว่าเดิม พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 8.8 นิ้วตรงกลาง เสิร์ฟพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ i-Drive ห้องโดยสารถือว่ากว้างขวางกว่าเดิม อันเป็นผลมาจากตัวถังที่ขยายให้สูงกว่าเดิม 53 มม. พร้อมพื้นที่วางขาด้านหลังเพิ่มอีก 37 มม. และพื้นที่วางของด้านหลังยังสามารถเก็บของได้ถึง 505 ลิตร มากกว่าตัวเดิม 85 ลิตร


   สำหรับขุมพลังเบนซินจะมี 3 แบบให้เลือก ได้แก่ เครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร รุ่น sDrive20i ขับเคลื่อนล้อหน้า และ xDrive20i ขับเคลื่อนสี่ล้อ มากับพละกำลัง 192 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร และรุ่น xDrive25i พละกำลัง 231 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร

   ส่วนเครื่องดีเซล 2.0 ลิตร ก็มีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ได้แก่รุ่น sDrive18d พละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตัน-เมตร ตามด้วยรุ่น xDrive20d พละกำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ปิดท้ายด้วยรุ่น xDrive25d พละกำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร

ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่วนรุ่นเครื่องดีเซลและเบนซิน 3 สูบจะตามมาในภายหลัง

   ส่วนในเวอร์ชั่นที่จะจำหน่ายในตลาด USA จะเปิดขายช่วงฤดูใบไม้ร่วง เป็นรุ่นปี 2016 จะมากับรุ่นย่อยรุ่นเดียว คือ xDrive28i มากับขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 228 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

   BMW X1 โฉมใหม่จะเปิดขายในตลาดยุโรปช่วงเดือนตุลาคมนี้ และจะประกาศราคาหลังจากการวางขาย ส่วนในเมืองไทยนั้นจะมาตอนไหนก็รอกันต่อไปครับ

ที่มา Carscoops
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ชมข้อมูล Toyota Tundra รถที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็น Hilux อีกเวอร์ชั่นหนึ่ง

  ก่อนที่จะมีการเปิดตัว Toyota Hilux Revo ในไทย แน่นอนว่าข่าวของกระบะรุ่นใหม่ Hilux ยังคงเป็นกระแสที่คุยได้ตลอดช่วงที่รถยังไม่เปิดตัว แต่ที่น่าแปลกก็คือจะมีประชาชนบางกลุ่มบางพวก จะมาแสดงความคิดเห็นกันว่า "Hilux ใหม่อะหรอ เห็นวิ่งที่ลาว ที่เขมรนานหลายปีแล้ว" ผู้เขียนนี่อ้ำอึ้งเลย รถยังไม่เปิดตัวที่ไหนในโลก มันจะไปวิ่งที่อื่นได้ไง (เว้นแต่เป็นรถทดสอบ) และเชื่อว่าพอ Hilux Revo เปิดตัว ประชาชนกลุ่มนี้ก็ยังไม่หายเข้าใจผิด ยังบอกอีกว่า "ทำไมไม่เอา Hilux แบบต่างประเทศมาขาย" ยิ่งทวีความเข้าใจผิดกันใหญ่เลย

  ฉะนั้นแล้ว บทความเรื่องนี้จะมาไขความเข้าใจผิดของประชาชนกลุ่มนี้ให้กระจ่างกันเสียที และสำหรับคนที่รู้อยู่แล้ว ก็สามารถอ่านไว้ประดับความรู้เพิ่มเติมได้อีกด้วย เพราะ เชื่อว่ารถคันนี้ต้องเป็นขวัญใจของคนไทยหลายคน และคนไทยก็อยากให้มันมาขายในไทยด้วย 

รถที่ว่านี่ก็คือเจ้า Toyota Tundra กระบะ Full-Size สุดหล่อคันนี้นั่นเอง

   หลายคนคงอิจฉาน่าดูที่ประเทศลาว หรือประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายนำเข้ามาขับกันเป็นว่าเล่น ว่ากันว่ารถพวกนี้มีค่าตัวที่สูงกว่ารถสปอร์ตที่นำเข้ามาเสียอีก และคนไทยต้องอิจฉาพวกเขาเพราะ ประเทศพวกนี้สามารถนำเข้ามาในราคาที่ถูกกว่าของไทยหลายขุมอยู่ เพราะ บ้านเขาเป็นรถพวงมาลัยซ้าย เหมือนในประเทศอเมริกา ต้นกำเนิดของเจ้าสุดหล่อคันนี้นั่นเอง 

ว่าแล้วก็มาล้วงลึกข้อมูลกันเลยดีกว่า


   หน้าตาของ Toyota Tundra เวอร์ชั่นล่าสุดที่เปิดตัวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวรถได้รับการออกแบบให้ดูแข็งแกร่ง สมบุกสมบันพอๆกับขนาดของตัวรถ มันมากับกระจังหน้าขนาดใหญ่โตสะใจได้อีกๆ พร้อมไฟหน้าที่ออกแบบให้เข้ากับตัวรถ พร้อมออกแบบกันชนหน้าให้ดูแข็งแกร่งสอดรับกับกระจังหน้ารถ ทำให้มันดูหล่อเหลาทีเดียว ส่วนกระบะท้ายก็ได้รับการออกแบบให้ใหญ่โต รองรับการบรรทุกได้อย่างดีเยี่ยม โดยรวมนั้นถือว่ามันหล่อโดนใจใครๆหลายคนทีเดียว

   คู่แข่งสายตรงของมันก็คือ Ford F-150 เจ้าตลาด Full-Size ของอเมริกา และ อีกคันก็คือ Chevrolet Silverado และยังมี GMC Sierra และ Ram 1500 อีกด้วยครับ

    ว่ากันด้วยขนาดตัวรถ Tundra โดยมันมีให้เลือก 2 แบบตัวถังด้วยกัน ได้แก่ แบบ 4 ประตู ซึ่งมีความยาว 5,791 มิลลิเมตร กว้าง 2,006 มิลลิเมตร และสูง 1,930 มิลลิเมตร ฐานล้อกว้างถึง 3,683 มิลลิเมตร และแบบ 2 ประตูซึ่งมีขนาดรถสั้นกว่า โดยมีความยาว 5,308 มิลลิเมตร แต่มีความกว้างกับสูงเท่ากัน ตัวรถมีน้ำหนักประมาณ 2,041 กิโลกรัม

   ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ดูแข็งแกร่งเหมือนภายใน ซึ่งมองแล้วแอบนึกถึงภายในของ Ford F-150 รุ่นที่แล้วเลยละครับ แต่ยังไงก็ตามวิศวกรก็ได้รังสรรค์ภายในห้องโดยสารที่หรูหราโอ่อ่ากว้างขวางนั่งสบาย พร้อมวัสดุคุณภาพสูงรอบคันรถ สิ่งอำนวยความสะดวกก็จัดเต็มตั้งแต่ ระบบปรับอากาศแยกซ้ายขวาอิสระ, เบาะนั่งดีไซน์โอบรับพอดี, พวงมาลัย, หน้าจอแสดงผลขนาด 6.2 นิ้วพร้อมระบบ Entune ช่วยให้การใช้งานต่าง ๆ ภายในรถง่ายขึ้น สามารถสั่งการบลูทูธ, วิทยุดาวเทียม รวมถึงไอพอดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยังติดตั้งชุดลำโพง JBL ระบบอุ่นเบาะหน้า ระบบนำทาง และชุดรับคำสั่งเสียงอีกด้วย


   สำหรับขุมพลังนั้น ขึ้นชื่อว่ารถใหญ่ๆก็ต้องมีขุมพลังที่ใหญ่โต โดยเจ้า Tundra นั้นมากับขุมพลังที่ให้เลือก 3 แบบด้วยกัน อันได้แก่

- เครื่องยนต์ V6 DOHC 4,000 ซีซี ให้กำลัง 270 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดพร้อมระบบทดกำลังขณะขึ้นและลงเขา มีอัตราสิ้นเปลืองที่ 7 กม./ลิตร จากการทดสอบโดยกรมทางหลวง สหรัฐฯ

- เครื่องยนต์ V8 DOHC ขนาด 4,600 ซีซี ให้กำลัง 310 แรงม้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 5 สปีด มีอัตราสิ้นเปลืองที่ 6.8 กม./ลิตร 

- และรุ่นเครื่องยนต์แรงที่สุดคือ เครื่องยนต์ V8 DOHC i-Force ขนาด 5,700 ซีซีให้กำลัง 381 แรงม้า สามารถเติมน้ำมันผสมเอทานอลได้ด้วย จึงทำให้ประหยัดกว่าเดิม จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 6 สปีดเช่นกัน มีอัตราสิ้นเปลืองที่ 6.8 กม./ลิตร

   ระบบช่วงล่างได้รับการปรับปรุงใหม่โดยอาศัยการปรับแต่งเพื่อให้รองรับแรงกระแทก ได้จากพื้นผิวทุกรูปแบบ พวงมาลัยไฮโดรริกแบบแร็คแอนด์พีเนียน ซึ่งปรับแต่งให้สามารถควบคุมรถได้ดังใจมากขึ้นทั้งโค้งความเร็วต่ำ และนิ่งสุด ๆ เมื่อความเร็วสูง

   ด้านระบบความปลอดภัยจัดเต็มตั้งแต่ดิสเบรกขนาด 4 ล้อ ระบบเบรกแบบต่าง ๆ ทั้ง ABS, EBD และ BA พร้อมทั้งมั่นใจบนพื้นโคลนหรือพื้นเปียกด้วย Auto-LSD ที่ควบคุมล้อขณะเร่งความเร็วสูงป้องกันอาการล้อฟรีได้ และระบบการทรงตัวแบบ VSC ที่ปรับแต่งพิเศษด้วย Traction Control เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถทุกสภาพถนนได้มาก พร้อมถุงลนิรภัย 8 จุด และได้รับคะแนนทดสอบการชนสูงสุดจากสถาบันทดสอบการชน IIHS แห่งสหรัฐฯ อีกด้วย


   Toyota Tundra มีค่าตัวดังต่อไปนี้ครับ โดยราคานี้ ยังไม่รวมภาษีนะครับท่าน แบ่งการจำหน่ายเป็นรุ่น Regular Cab กระบะ 2 ประตู ราคา เริ่มต้น 25,455 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 796,000 บาท), รุ่น Double Cab กระบะ 4 ประตู เริ่มต้น 27,665 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 865,000 บาท) และรุ่นสูงสุด CrewMax เริ่มต้น 30,635 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 958,000 บาท)


   และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลของ Tundra ที่คนไทยหลายคนหลงรักมันมาก และขอบอกว่ารถคันนี้ "ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Hilux แต่อย่างใด" เลยครับ และถ้าใครหวังว่ารถคันนี้จะมาขายในไทยโดย โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย บอกเลยว่า "ไม่มีทาง" แน่นอน เว้นแต่ท่านจะใจกล้าจะไปขอนำเข้าจากผู้นำเข้าอิสระ วัฒนา ออโต้เซลล์ ที่โชว์รูมตั้งอยู่แถวๆเพชรบุรีตัดใหม่ รายนี้จะนำเข้ารถจากอเมริกา ซึ่งอยากได้ก็กำเงิน 4-5 ล้านรอไว้เลยครับผม

ขอบคุณข้อมูลจาก car.kapook.com/view68371.html 
และภาพประกอบจากเว็บ autoblog.com
 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Special Story : 2 ปีของ Cars New Update ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้าง

    เวลาและวารีผ่านไปรวดเร็วเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันไหลกลับมา อะไรหลายๆอย่างก็แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา รวมทั้งอายุผมรวมทั้งทุกๆคนบนโลกก็เพิ่มขึ้นทีละ 1 วัน ใครจะคาดคิดละครับว่า จากคนทำ Blogger ธรรมดา อัพข่าวสารไปเรื่อยๆไม่ได้สนใจอะไร แล้วต่อยอดด้วยการเปิดเพจขึ้นมา แล้วมีคนติดตามกันเป็นหมื่นๆขนาดนี้

   ตัวเลขคนไลค์ในปัจจุบันตอนนี้ 13,700 กว่าคน มองแล้วดูเป็นตัวเลขที่น้อยถ้าเทียบกับเพจรถใหญ่ๆหลายเพจ ที่ต่างคน 40,000-100,000 ไลค์กันหมด แต่สำหรับตัวผมเอง ผู้ก่อตั้งเพจ Cars New Update ตัวเลขแค่ 13,000 กว่าๆแบบนี้ถือว่าเยอะมากพอสำหรับผมแล้วครับ และตัวเลขนี้กว่าได้มา ก็ไม่ใช่อะไรง่ายๆ ผมต้องผ่านอุปสรรคขวากหนามและอะไรอีกหลายๆอย่าง กว่าจะมายืนที่จุดๆนี่ได้  และก็ใช่ว่าสิ่งที่เราทำจะมีคนชอบเสียทุกคน มีคนแอบตำหนิ หรือแอบวางยาผมอยู่ลับหลังหลายคน และแน่นอนว่าผมก็เชื่อว่าอาจจะมีบางคนแอบจับผิดอยู่ก็เป็นได้

นั่นก็เป็นเรื่องปกติสำหรับเพจที่มีคนติดตามเป็นหลักหมื่น  เราบังคับให้ทุกคนชอบสิ่งที่เราทำไม่ได้หรอก จริงมั้ยครับ?  

ในโอกาสครบ 2 ปีของเพจ Cars New Update ผมเลยคิดในใจว่าผมอยากจะเล่าเรื่องราวของเพจนี้ตั้งแต่ผมเริ่มเปิดมันขึ้นมา ย้อนกันไปถึงก่อนที่เพจนี้จะเริ่มขึ้นเลย ดูกันให้ถึงพริกถึงขิงว่า 2 ปีที่ผ่านมา เราได้ผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรกันมาบ้าง...

และขอบอกเลยว่า Special Story ของเรา อาจจะเน้นแต่ตัวหนังสือบอกเล่าเรื่องราว อาจจะไม่มีรูปประกอบมามากนัก งานนี้ลายตากับตัวหนังสือล้วนๆครับ

ก่อนที่เพจนี้จะเริ่มต้นขึ้นมา....ผมเคยทำเพจรถมาก่อนเหมือนกัน แต่ไม่ได้ใช้ชื่อว่า Cars New Update แต่ด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่างนั้นมันทำให้ผมต้องเปิดเพจใหม่ขึ้นมา และยุติการทำเพจเก่า นั่นเลยเป็นต้นกำเนิดของเพจ Cars New Update นั่นเอง


   เรื่องมันก็มีอยู่ว่า...ตอนที่ผมอยู่ ม.4 ราวๆต้นเดือนมกราคม 2556 เมื่อคราวที่ผมและเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ได้ทำรายงานกลุ่มด้วยกัน ซึ่งอาจารย์ของผมให้ทำเกี่ยวกับโครงงานวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อนผมมันเลยคิดว่าจะทำเป็นเว็บไซด์แล้วลงข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาคณิตศาสตร์ที่เรียนมา หลังจากคบคิดกันได้แล้ว เพื่อนผมก็ทำเว็บไซด์ขึ้นมาเลย แล้วเพื่อนกลุ่มนั้นบอกผมว่า "อยากลงเนื้อหาอะไรก็ได้ ลงเลย วันละ 3 ข่าว" ผมเลยถือวิสาสะลงข่าวเกี่ยวกับรถเอาเสียเลย ซึ่งตรงจุดนี้เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากจะต่อยอด Blogger ที่ผมลงข่าวเล่นๆ มาเอาจริงเอาจัง ตั้งใจทำแบบให้เป็นที่รู้จักกันไปเลย ซึ่งตรงนี้เลยทำให้ผมตั้งชื่อ Blogger ของผมใหม่ จาก peatlovecars กลายเป็น newcarsaroundtheworld.blogspot.com 

   นอกจากการทำ Blogger ลงข่าวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือแฟนเพจ ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดเลยครับว่า จู่ๆผมมาทำแฟนเพจได้ไง แต่ในเมื่อใจมันอยากทำ ก็เลยทำเสียเลย เลยเปิดเพจขึ้นมา ชื่อว่า New Cars Around The World ประกอบกับ Blogger ซึ่งเอาไว้ลงข่าวแล้วทำลิงก์บอกช่องทางกดไลค์แฟนเพจ จะได้ติดตามข่าวสารได้ใกล้ชิด แรกๆนั้น ไลค์ของเพจน้อยมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็ชักชวนเพื่อนในเฟซบุ๊คส่วนตัวผมมากดไลค์แฟนเพจของผม ได้ประมาณ 20 กว่าคน แล้วก็ไปขอแลกไลค์ตามเพจไปทั่ว จากนั้นก็เป็นไลค์ที่ได้มาจากการทำบทความล้วนๆ 




ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ราบรื่น การทำแฟนเพจไร้อุปสรรค ไร้ปัญหา เวลาผ่านไปเกือบ 5 เดือน จนมาถึงเดือนพฤษภาคม ไลค์ของแฟนเพจยังทำได้ราวๆ 200 ไลค์เท่านั้น แต่บทความใน Blogger ทำไป 180 กว่าบทความแล้ว ผมกลับเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้ผมมีวันนี้ได้

เมื่อเพื่อนๆกลุ่มที่เคยทำงานกับผม มันกลับคิดหมั่นไส้หรืออะไรผมก็ไม่ทราบ จู่ๆพวกนั้นก็มาแฮกเฟสของผมเล่น ด้วยการเอาเฟซบุ๊คของผมไปแชร์ภาพเกย์ แอดเพื่อนเกย์ แล้วเอาไปไลค์เพจเกย์ นั่นทำให้ตัวผมไม่พอใจมาก พอเอาไปถามกลุ่มพวกนั้น มันกลับถามผมว่า "ไปไลค์เพจเกย์เหรอ" เท่านั้นยังไม่พอ ยังเอาเฟซผมไปหาเรื่องเพื่อนๆในกลุ่มของมัน แล้วเอาเรื่องนี้มาแกล้งด่าผมต่อที่ รร. แล้วหาว่าผมไปท้าเพื่อนกลุ่มนั้น และเรื่องไม่จบแค่นี้ 

คืนของปลายเดือน พ.ค. 2556 ผมและเพื่อนขึ้น ม.5 กันหมดแล้ว ผมพิมพ์บทความเรื่องที่ 180 กว่าๆเสร็จสิ้น แล้วไปทำธุระต่อที่ชั้น 3 ของบ้าน (คอมพิวเตอร์ของผมตั้งที่ชั้น 1 ของบ้าน) จากนั้นผมลงมาทำต่อ แล้วผมมาเช็คยอดวิวการเข้าผมของ Blogger แล้วสงสัยว่า ทำไมมันขึ้นน้อยปกติ ผมเลยไปเช็คดู และนั่นทำให้ผมต้องจิตตก เพราะ เพื่อนผม มันเล่นแฮกไปถึง Blogger ผม แล้วลบบทความทั้งหมดของผม 180 กว่าเรื่องออกไปไม่เหลือ แล้วเอารูปอวัยวะเพศมาลง แล้วเปลี่ยนหัวให้ Blogger ผมอีก จาก "อัพเดตข่าวสารรถยนต์ .... " กลายเป็น "อัพเดตขนาด-วย" ตอนนั้นผมถึงกับทำอะไรไม่ถูก ตอนนั้นผมรู้สึกไม่เหลืออะไรเลย 

   นั่นทำให้ผมต้องนับหนึ่งใหม่ คราวนี้ผมเลยต้องไปสมัคร Hotmail ใหม่ เพื่อไปสมัคร Blogger ใหม่ เพื่อไม่ให้เพื่อนกลุ่มนั้นแฮกเข้ามาเหมือนเดิมได้ นั่นเลยเป็นเหตุที่ผมก่อตั้ง Blogger ใหม่ นามว่า "Cars New Update" เพจใหม่นี้ เริ่มเปิดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2556 ซึ่งผมก็ยังคงใช้วิธีเดิม คือ ชวนเพื่อนไลค์ แล้วแลกไลค์ จากนั้นก็อาศัยไลค์ที่ได้มาจากบทความที่ผมพิมพ์ แล้วใส่ลิงก์เพจไว้ข้างล่าง จากนั้นผมก็หาวิธีทำเป็น Like Box ด้านล่างเพื่อจะได้สะดวกต่อการไลค์มากกว่าเดิม

   คราวนี้ทุกอย่างดูราบเรียบ ไร้ปัญหา แม้ว่าเพื่อนกลุ่มนั้นจะมาก่อกวนในเฟซบุ๊คผม คราวนี้ผมเลยจัดการบล็อกเฟซบุ๊ค 2 คนนี้ไม่ให้มาระรานหน้าเฟซและเพจอีกเลย 

เส้นทางเริ่มต้นของเพจดูจะงดงาม และสวยหรูมาก แต่คงไม่รู้หรอกว่า ภายภาคหน้ายังมีอุปสรรคและคลื่นลูกใหญ่ รอเตรียมถาโถมเข้าสู่หน้าเพจอีกมาก เผอิญว่าช่วงนั้นไลค์ของผม ยังอยู่ในหลักร้อย เลยยังไม่มีเรื่องดราม่าเกิดขึ้นหน้าเพจเลย 

มีอยู่ช่วงหนึ่ง มีสมาชิกท่านหนึ่งมาบอกผมว่า "ชอบครับ เขียนบทความดี เป็นกำลังใจให้นะครับ" และผมเชื่อว่าสมาชิกท่านนี้น่าจะยังกด Like อยู่ และยังไม่ Dislike ออกไป นั่นทำให้ผมมีกำลังใจในการทำเพจมากขึ้นกว่าเดิม


สิ่งสำคัญของผมในการทำเพจคือ การเอาใจสมาชิก พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สมาชิกชอบเพจของผม พยายามหาข่าวหลายๆข่าวมาโพสต์ และเมื่อครบรอบ 100 200 300 400 ... ไลค์ ทุกครั้ง ผมจะต้องโพสต์ขอบคุณแฟนเพจที่ติดตามเพจมาตลอด ซึ่งผมไม่เคยพลาดแม้แต่รอบเดียว ที่ต้องทำเช่นนี้ ก็เพราะเป็นการ ขอบคุณสมาชิกทั้งหลายที่มากดไลค์หน้าเพจและติดตามข่าว เหมือนเป็นการเอาใจสมาชิกไปด้วย

ช่วงนั้นข่าวไหนน่าสนใจหรือไม่น่าสนใจเอามาลงให้หมด หน้าที่ของผมตอนนั้นก็มีหาข่าวที่หลายหลายมาลงให้สมาชิกเพจอ่าน ไม่ว่าจะเรื่องที่มีหรือไม่มีสาระ จนมีสมาชิกบางท่านบอกว่า ผมโพสต์ถี่มากๆ แต่เขาก็ชอบ ผมเลยบอกเขาว่า ผมจะพยายามถี่ให้น้อยลงกว่าเดิม ประมาณ 30 นาที/โพสต์ ซึ่งในปัจจุบันไม่ใช่แบบนี้แล้ว



   และก่อนหน้านี้ผมก็ยังพยายามเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร นั่นคือ Instagram แต่ภายหลังกลับพบว่าช่องทาง Instagtam กลับไม่เหมาะเจาะเท่าไหร่ เพราะ ผมเองก็ไม่ค่อยเล่นมันด้วย และคงจะเสียเวลาถ้าจะสลับเล่น Instagram ของเพจกับ Instagram ส่วนตัว ผมเลยยุติช่องทางนี้ไป

   การดำเนินงาน การลงข่าวทุกอย่างยังไร้ซึ่งปัญหาเมื่อครบ 1 ปีของการทำเพจ ครั้งแรกที่ผมได้บอกให้พวกเขาเหล่านั้นได้บอกความในใจที่มีกับเพจที่ผมทำมา ทุกๆคำตอบที่ผมได้อ่านได้เห็น ก็ทำให้ผมรุ้สึกดีใจและชื่นใจที่มีสมาชิกที่น่ารักแบบนี้ ซึ่งบางคนผมจำได้ว่า เขาก็ยังติดตามเพจนี้อยู่ ส่วนท่านอื่นๆบางท่านผมไม่รู้ว่าพวกเขา Unfollow หรือยัง และช่วงหลังๆผมจะขอบคุณแฟนเพจทุกๆ 500 ไลค์ ตั้งแต่เพจมีคนติดตามไต่ระดับหลักพันขึ้นไป

และดูเหมือนว่าเส้นทางการเดินทางของเพจ Cars New Update จะเป็นไปอย่างสวยงาม และไร้อุปสรรค เมื่อเวลาผ่านไปครบ 1 ปี ที่จริงไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ เพราะยังมีคลื่นลูกใหญ่หลายระลอกกำลังจะตามมา ถนนการเดินทางของเราเริ่มเจอทางลูกรัง เจออุปสรรคขวางอยู่ข้างหน้า เท่านั้นยังไม่พอ ลูกเรือหลายพันกว่าคน ก็เริ่มมีบางคนที่ขอไม่ร่วมเดินทางกับเราต่อ (Unfollow นั่นเอง) และช่วงหลังๆมาผมก็เริ่มรู้สึกเจออะไรแบบนี้มากขึ้น และคนที่เลิกติดตามต่อวันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

   มันอาจจะเป็นเพราะว่าการดำเนินการของเพจที่เริ่มเปลี่ยนแปลง ยิ่งผมทำเพจนานขึ้น ผมเริ่มสรรหาอะไรแปลกมากขึ้น รวมทั้งมีโพสต์หลายโพสต์ที่เป็นโพสต์ที่สุ้มเสี่ยงต่อการทะเลาะกัน รวมทั้งนิสัยของผมที่อาจจะทำให้บางคนเข้าใจผิดว่า ผมชอบค่ายรถค่ายหนึ่ง คิดดูครับ ผมชม Toyota เขาก็หาว่าผมเข้าข้าง Toyota และมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคนบอกว่า ผมชมแต่ Ford แต่ชอบด่า Toyota นี่หละครับ..ความเหนื่อยของตรงนี้

   จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ดราม่าหน้าเพจ มันเริ่มมาจากที่สมาชิกขาประจำของผมโพสต์ภาพของ Tata MPV รุ่นหนึ่ง แล้วมีอดีตสมาชิกมาคอมเมนต์แนวดูถูกค่ายรถ Tata เนื่องด้วยผมเห็นว่า Tata มันมีจุดขายในตัว CNG แต่เขากลับบอกว่า Tata น่าจะโดนม้วนเสื่อกลับบ้าน ผมเลยตอบกลับเขาไป ซึ่งเอาจริงๆผมก็ยอมรับว่าความรู้เรื่องรถของผมอาจจะไม่เก่งเหมือนใครหลายคน แต่พอผมเจอข้อความว่า "แอดมินรู้จักวงการรถยนต์มากี่ปี เหมือนยังเด็กๆเพิ่งเข้าวงการ" ด้วยอารมณ์หุนหันพลันแล่นของผม เลยอาจจะปล่อยอารมณ์ออกมามากไปหน่อย แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว และสมาชิกคนนี้ ก็ไม่กลับมาที่เพจนี้อีกเลย


 


   และเรื่องราวก็ผ่านไป 1 เดือน นึกว่าจะไม่มีอะไรแบบนี้อีก เมื่อบังเอิญ ผมโพสต์ว่า "Isuzu ชอบโม้เรื่องประหยัดน้ำมัน" ซึ่งแนวทางของผม คือ ต้องการบอกว่า เขาชอบโชว์เท่วิ่งข้ามประเทศ ไม่ได้ดูถูกว่าเขาทำไม่ได้อย่างที่บอกว่าประหยัดน้ำมัน แต่แน่นอนว่ามันขัดใจแฟนคลับ โพสต์ของผมเลยถูกแชร์ แน่นอนว่าสาวกก็ไม่เข้าใจอย่างไร และแทบจะขัดใจถึงขั้นนอนไม่หลับเลย ภายหลังผมเข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้ก็เลย
เข้าใจถึงวีรกรรมของกลุ่มนี้ ตามที่สมาชิกเพจขาประจำคนหนึ่งเล่าให้ฟัง แต่ขอไม่บอก เพราะ ไม่อยากบอกให้เสื่อมเสียหรือกระทบใคร

แม้จะเจออะไรแบบนี้ เพจของผมก็ยังผ่านมันมาได้ แม้จะมีใครคนใด มาขู่ให้ลบเพจ ให้ปิดเพจ บางทีผมก็น้อยใจ แต่ก็มีสมาชิกมาให้กำลังใจผม เขาบอกว่า อย่าปิดนะ เพราะ เขาก็อยากจะติดตามเพจผมต่อ แค่นี้ก็เสริมกำลังใจผมได้ดีเลยครับ

แต่เหตุการณ์ดราม่าก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ บางครั้งผมก็โพสต์ด้วยความน้อยใจอย่างนั้นอย่างนี้ สมาชิกก็ให้กำลังใจกันเพียบ เรื่องดราม่าที่เจอก็มีทั้งที่สมาชิกบางคนหาเรื่องก่อน แล้วก็เรื่องที่ผมก่อเอง (ส่วนใหญ่ สมาชิกบางคนจะหาเรื่อง แต่ด้วยอารมณ์ของผมที่มันแปรปรวน เลยทำให้เรื่องยาว)

ซึ่งก็เคยมีอดีตสมาชิกเพจคนหนึ่งทำงานที่ค่ายเก๋งแบรนด์รอง ผมเถียงกับเขาเรื่องโรงงานที่จะผลิตรถ B-SUV ยอดนิยม ผมเดาผิด เขาก็มาว่าผม "มั่ว" ผมยอมรับความผิด แต่ข้อความที่เขาใช้ "แอดมินจอมมั่ว" คือ เหมือนว่าผม ผมเลยทนไม่ได้ เลยทำให้ผมแบนสมาชิกคนนั้นไป แต่สมาชิกคนนี้ไม่ใช่ไปด่าผมอย่างเดียว เพราะผมดันไปด่าสมาชิกในเพจด้วยกันด้วย จนสมาชิกคนนี้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากผมให้ไปจัดการให้ 

ยังมีอีกเรื่องที่อดีตสมาชิก มาคอมเมนต์เหมือนมายั่วยวนผม "คิดถูกแล้วที่เลิกติดตาม" คือ เหมือนมาบอกเล่นๆว่า ไม่ติดตามเพจแล้ว ผมทักเท่าไหร่เขาก็ไม่ตอบ ผมเลยจำต้องใช้เฟซส่วนตัวทักเขาไปด้วยถ้อยคำที่อาจจะแรงไปนิด "เกรียน" เขาเลยตอบกลับผมยาวเลย แต่ผมจำไม่ได้ว่า เขาว่าผมอะไรบ้าง ผมไม่ได้ Capture รูปไว้ ด้วยความโกรธ ผมเลยแบนสมาชิกรายนั้นทันทีโดยไม่สนใจอะไรเลย 

   และเรื่องดราม่าทั้งหมดที่เจอมา ยังเป็นแค่เรื่องเบาๆครับ เพราะ มันมีเรื่องดราม่าอีกเรื่องที่ร้ายแรงและน่าจะเป็นเรื่องที่หนักที่สุดเท่าที่เจอมาเลยก็ได้ และเรื่องนี้ดันไปสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนร่วมวงการค่ายรถ จนทุกวันนี้เขาไม่มายุ่งกับผมอีกเลย....

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ผมรุ้จักพี่ในวงการรถคนหนึ่ง เป็นหนึ่งในทีมงานของเพจเล็กๆ ไลค์น้อยกว่าเพจผมหลายเท่า แต่การทำงานและอะไรหลายๆอย่างมีคุณภาพเทียบเท่ากับเพจใหญ่ๆอย่างหัวไฟเลยทเีดียว ตอนแรกพี่กับผมคุยกันเรื่องรถทุกวัน แต่แล้ววันหนึ่งมันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราสองคนไม่ได้คุยกันอีกเลย เมื่อผมไปดึงรูปที่พี่เขาทำล้อเลียน Chevrolet Sonic เป็นรูปหน้างานศพ เอาไปลงหน้าเพจ และใส่เครดิตเจ้าของภาพครบถ้วย ลงหน้าเพจคืนแรกไม่มีอะไร เช้าวันต่อม่า ผมตื่นมาเช็คเพจหน้าโทรศัพท์ ผมก็ต้องพบกับความวุ่นวาย เพราะ คนจากกลุ่ม Sonic เข้ามากระหน่ำด่าผม และบางคนเล่นถึงพ่อผมเลย ซึ่งผมก็ยอมรับว่าผมผิดจริง แต่บางทีคนกลุ่มนี้ก็ใช้วาทะที่แรงเกิน พวกเขาอ้างว่า เขาใช้คำสุภาพกับผมแล้ว แน่นอนว่าโพสต์นั้นผมก็ลบไป และขอโทษทางหน้าเพจ แต่ผมดันทิ้งท้ายว่าให้พวกเขาใช้คำสุภาพหน่อย พวกเขาก็ไม่พอใจอีก ว่ากันง่ายๆ คือ ผมต้องเป็นฝ่ายยอมเขาฝ่ายเดียว เขาจะว่า กู มึง อะไรทั้งหลาย ผมต่อต้านเขาไม่ได้ 

เหตุการณ์ยังไม่จบแค่นั้น ด้วยความโกรธส่วนตัวกับเหตุการณ์ที่ผมเจอ ผมเลยระบายอารมณ์หน้า Facebook แต่ผมลืมไปว่า Facebook ของผมตั้ง Public ไว้ นั่นทำให้พวกนั้นตามผมเจออีก นั่นทำให้ผมต้องขอโทษกับทางเพจอีกรอบ และคราวนี้สมาชิกกลุ่ม Sonic ทุกคนก็ให้อภัยผมเกือบทุกคน แต่ตอนนั้นความโกรธก็ยังไม่หายเท่าไหร่

แม้ว่าเรื่องตรงนี้จะจบแล้ว แต่ว่าเรื่องของผมกับพี่ในวงการรถ ไม่จบเลยครับ เพราะ แน่นอนว่าการเอาชื่อเขาไปอ้างในรูป มันส่งผลเดือดร้อนมาถึงเขา จนทำให้สมาชิกในคลับตามมาด่าพี่เขา นั่นทำให้ผมรู้สึกผิดกับเหตุการณ์นี้มาก แม้ว่าเรื่องจะจบแล้ว พี่เขาก็บอกว่าถ้ามีเหตุการณ์นี้อีกเขาจะแบนผมทันที แต่อย่างไรก็ตามพี่เขาก็ทำโทษผมด้วยการแบนผมจากเฟสเขา 1 อาทิตย์ แล้วเขาก็ไม่กลับมาหาผมอีกเลย แม้ว่าตอนนี้จะปลดแบนแล้วก็ตาม

นับเป็นเหตุการณ์ที่ผมยังจำได้ และจะไม่มีวันลืมอย่างเด็ดขาด...


แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมต้องเจอ เมื่อผมโพสต์ว่ารถสวยๆอย่าง Mitsubishi ASX ไม่เอามาขาย แต่ดันเอารถทรงกล่อง Delica มาขาย ซึ่งมันอาจจะดูไม่เข้าตาบางคน ซึ่งผมก็โพสต์เอาขำๆ แต่กลับสร้างความไม่พอใจกับคนของ Mitsubishi บางคน จนทำให้เขามาต่อว่าผม ผมก็บอกไปว่าผมโพสต์เอาฮา จนทำให้มีสมาชิกบางคนที่อยู่ฝั่งของคนใน MmTH คนนี้ บางคนถึงกับด่าสาปส่งผมว่า "ปิดเพจเถอะแล้วไปเล่นตลกตามร้านหมูกระทะดีกว่า" แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ก็ถูกแบนจากเพจทันที และผมเพิ่งมาปลดแบนในวันเกิดเพจนี้เองครับ (แบนไป 3 เดือน ตั้งแต่ มีนาคม)

   ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอกับเพจใหญ่ๆ บางครั้งบางทีก็มีคนมากล่าวหาว่าผม Copy ไม่ให้เครดิต มาดูถูกผมว่าเหมือน Youlike ผมก็ต้องแจ้งกับหน้าเพจว่า ผมไม่ได้มีเจตนาจะทำแบบนั้นแต่เป็นเพราะความบังเอิญ และผมเองก็มี "จรรยาบรรณ" และ "จิตสำนึก" มากพอด้วย

   อ่านแต่เรื่องร้ายๆมากเกินพอแล้ว แม้ว่าเพจนี้จะมีเหตุการณ์แย่ๆเข้ามามากทั้งที่มีคนหาเรื่องก่อ และผมก่อเอง แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังเจอมิตรภาพดีๆจากเพจนี้เช่นกัน

ท่ามกลางเรื่องร้ายๆทั้งหลายที่ผมเจอมา ในเบื้องหลังนั้นก็มีสมาชิกหลายคนที่มาให้กำลังใจและคุยชี้แนะผมในหลายๆเรื่อง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจและเข้าใจว่า พวกเขาเองก็เห็นความสำคัญในตัวผมอีกด้วย ผมเลยรู้สึกชอบและรักพี่ๆเหล่านี้มากๆ

มีสมาชิกเพจหลายคนที่เข้ามา Add Friend ที่เฟซบุ๊คส่วนตัวผม ซึ่งมีหลายคนที่ผมคุยกับพวกเขาบ่อยมากๆ จนสนิทกันไปแล้วแม้ไม่รู้จักกันก็ตาม มันเป็นอะไรที่ผมรู้สึกดีใจนะครับที่ว่า ผมได้มาเจอคนที่มีความรักความชอบในยานยนต์เหมือนกัน และได้มาคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มันเป็นอะไรที่มีความสุข เพราะเพื่อนผมที่รู้จักแทบทุกคน ไม่มีใครสันทัดเรื่องยานยนต์กันซักคัน มีแต่คนที่สันทัดเรื่องเครื่องบินเท่านั้น

ส่วนใหญ่คนที่เข้ามา Add Friend กับผมในเฟซบุ๊คส่วนตัวจะเป็นคนที่คุยกันที่ Inbox หน้าเพจมาก่อน แล้วคงจะถูกอกถูกใจ และดูเข้าขากันได้ คุยกันหลายครั้งหลายรอบ เลยเข้ากันได้ดี เลยนำมาสู่การขอ Add Friend ในเฟซบุ๊คส่วนตัว และยิ่งยกระดับความสนิทสนมไปได้อีก และทำให้พวกเขาได้เห็นมุมมองส่วนตัวของผม นอกจากเรื่องรถยนต์

คนแรกๆที่มา Add Friend เท่าที่จำได้ เขาเป็นรุ่นพี่ผม 1 ปี และเขาจะชอบมาคอมเมนต์ในโพสต์หน้าเพจตลอด เลยทำให้เราสนิทสนมกัน และทุกวันนี้เขาก็ยังกดไลค์เพจผมอยู่

อีกคนหนึ่ง เราคุยกันสนิทสนมเพราะเรื่องดราม่า Isuzu ข้างบน เพราะพี่เขาเองก็อยู่กลุ่มนั้นและรู้อะไรหลายอย่าง เลยทำให้เราได้คุยบ่อยขึ้นกว่าเดิม 

แม้แต่พี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ก็สนิทกับผมเพราะเคยคุยที่เพจมาก่อนนี่ละครับ จนนำมาสู่การ Add Friend เช่นกัน 

และที่เด็ดๆเลย มีพี่ท่านหนึ่ง เขาคนนี้เคยเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการแฟนพันธุ์แท้ ตอน 50 ปี Toyota ด้วย ซึ่งทุกวันนี้พี่เขาก็ยังหลงรักในแบรนด์นี้และรู้ทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับรถ Toyota ตั้งแต่เก่ายันใหม่ แม้แต่ Hilux Revo ที่ออกมาใหม่ พี่เขาก็ยังปลื้มจนอยากจะซื้อมาขับเลย แต่เขาก็ไม่ให้ชอบแค่แบรนด์ Toyota เขาชอบทุกอย่างที่เป็นรถยนต์ ซึ่งก็เหมือนกับผม

และยังมีสมาชิกอีกคน เขาคนนี้ก็เคยโลดแล่นในวงการยานยนต์ ด้วยการเป็นแอดมินเพจรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง แต่สุดท้ายพี่เขาก็ขายเพจให้คนอื่นดูแล แต่พี่เขาก็สัญญากับผมว่า ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาก็ยังอยู่ในวงการนี้ต่อไป รอติดตามได้เร็วๆนี้ 

และที่เด็ดๆเลยก็คือ สมาชิกรุ่นน้อง ปัจจุบันอยู่ ม.1 คนนี้ชอบเกมเป็นชีวิตจิตใจ เขาชอบเอาภาพรถในเกม GTA V มาโพสต์บ่อยๆ เลยทำให้ผมรู้จักเขา และเรียกเขาว่า "ติ่ง GTA 5" จนเขามา Add ผมเป็นเพื่อน ผมก็รับไว้ และยังมีน้องอีกคนที่ปัจจุบันเรียนสายอาชีพ (แม่บังคับ เพราะ เขาเล่าให้ผมฟังว่าเขาอยากเรียนสายสามัญ) 

แล้วเชื่อไหมครับว่า น้อง 2 คนนี้มาเจอกันและสนิทกันได้ เพราะ โพสต์ เรื่อง "งู" นั่นทำให้เขา 2 คนกลายเป็นคนที่สนิทกันเลย และทำให้เรา 3 คน มาตั้งกลุ่มแชทใน Facebook คุยกัน โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า "Cars New Update Family" คือมันเป็นสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่า เพจของผมทำให้คนที่รักรถเหมือนกันเจอกันได้ และรับแอดเป็นเพื่อนตั้งกลุ่มคุยกับผมอีก ซึ่งส่วนใหญ่เราก็ไม่ได้คุยกันแต่เรื่องรถ พวกเราคุยกันทุกเรื่องนอกจากเรื่องรถ เช่นที่ว่า ผมได้รู้จักกับนักแคสเกมหลายคน (เริ่มนอกเรื่องรถละ) ทั้งลุงพี TGMT / อิคคิว XCrosz / พี่แป้ง Zbingz เอ้า..ไปกันใหญ่ละ นอกจากนั้น เราก็ยังคุยเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวหรือชีวิตประจำวันด้วย บางที..ผมก็รู้สึกดีใจว่า เพจผมจะสร้างมิตรภาพให้กับสมาชิกและยังส่งผลมาที่ตัวผมด้วย

และยังมีอีกหลายคนที่มา Add Friend ที่ผมอาจไม่ได้กล่าวมา ณ ที่นี้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็นิสัยดี และน่ารักทุกคนเลย

   แต่ใช่ว่ามิตรภาพดีๆแบบนี้จะมีแค่นอกเพจ ในเพจก็มีครับ  สมาชิกบางท่านกล่าวชมว่า ผมทำเพจดี แล้วเขาก็ชื่นชมผม ผมก็ตอบกลับไปว่า ผมก็ดีใจที่เจอแฟนเพจดีๆแบบเขาเช่นกันครับ มีหลายคนที่ผมเจอสไตล์นี้ ซึ่งผมก็รู้สึกดีใจเหมือนกัน 

ทุกครั้งที่ผมมีปัญหาในเพจ บางครั้งผมก็บอกเล่าทางหน้าเพจ เพียงแค่มีสมาชิกเพจหลายคนมาบอก

"สู้ๆ เป็นกำลังใจให้"
"ติดตามมาตลอด และจะไม่ไปไหน"
"ชอบเพจนี้ครับ"

สิ่งที่เขาพิมพ์มา มันช่วยผมให้มีความรู้สึกที่ดีขึ้นกว่าเดิม...

 แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ มิตรภาพของบุคคลแต่ละท่านที่พิมพ์ออกมาต่างหากละ มันแสดงให้เห็นถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ ความผูกพันที่มีให้กับผมและพวกเขาทั้งหลาย มันเป็นความรู้สึกที่พวกเขาส่งมาให้กับตัวผม ซึ่งผมรับรู้ได้จากข้อความต่างๆที่ส่งมาให้ มันเหมือนเป็นยาชูกำลังที่จะทำให้ผมมีแรงใจในการทำเพจนี้ต่อไปได้ 

   ก็ใช่ว่าผมจะรับแต่กำลังใจอย่างเดียว ผมถึงอยู่ได้นะครับ เรื่องรถของผม ความชอบของผม มันฝังเข้าไปในเส้นเลือดแล้ว มันอยู่ในสายเลือด ใครจะห้ามมันก็ไม่ยอม ในเมื่อเรามีความรักความชอบของรถ ในขณะที่สมาชิกในเพจของผมแทบทุกคนก็ต้องมีใจรักในเรื่องรถเช่นกัน นั่นเลยทำให้ผมอยากจะทำเพจต่อไป เสมือนการมีเพื่อนคุยด้วย และคอยแก้เหงาในยามที่เรามีความทุกข์ ขึ้นชื่อว่า การได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบ มันก็มีความสุขแล้วครับ

   แม้ว่าเพจเล็กๆของผมจะดูเป็นเพจธรรมดาไม่ได้มีสาระอะไรเลย ผมก็พยายามหาอะไรแปลกๆใหม่มาให้สมาชิกได้ชม เช่น การทำมุขแปลกๆลงเพจ ซึ่งเป็นมุขที่เกี่ยวกับรถยนต์ ส่วนใหญ่จะดูไร้สาระ ไม่มีอะไรเลย แต่ท่านจะพบว่า บางมุขที่ผมทำ มันได้แฝงความจริงของโลกยานยนต์ลงไปด้วย บางเรื่องก็เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้คนเข้าใจผิดเรื่องรถได้ดีทีเดียว งั้นลองดูตัวอย่างมุขกันเลยครับ

อีกเรื่องที่ผมจะพยายามทำให้แตกต่าง คือ "การตอบกลับแฟนเพจ" เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่ผมเจอบ่อยๆ หลายครั้งที่ผมเคยสอบถามเพจรถหลายๆเพจ บางเพจ ผมเคยถามคำถามพวกเขา แต่ผมกลับไม่ได้รับคำตอบกลับเข้ามา นั่นเลยเป็นแรงผลักดันให้ผมพยายามตอบกลับแทบทุกคอมเมนต์ที่สมาชิกถามเข้ามา แทนที่จะอยู่นิ่งๆ ไม่สนใจ แล้วหยิ่ง


   และนอกจากสิ่งดีๆและสิ่งแย่ๆที่ได้เจอมา ผมยังมีวีรกรรมของผมอีกอย่างที่ผมยังจำได้ขึ้นใจ ย้อนไปเมื่อเหตุการณ์ปลายปี เมื่อมีสมาชิกเพจท่านหนึ่งส่งรูปของ Honda HR-V ป้ายแดงที่เพิ่งออกมาไม่กี่วัน ที่ชนกับรถขนข้าวโพด ซึ่งผู้โดยสารทั้งหมดไม่เป็นอะไรเลย ผมก็ขออนุญาตท่านนี้เอารูปมาลงต่อหน้าเพจ ก็เกิดการแชร์ต่อมากมาย และที่ทำให้ผมต้องแปลกใจก็คือ บางสำนัก บางเพจ บางที่ ไประบุว่า ผู้โดยสารในรถเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งก็มีสมาชิกที่ติดตามเพจผมมาแจ้งเกี่ยวกับกรณีนี้ ทำให้เจ้าของรูปถึงกับเงิบ ซึ่งเขาเองก็ทำงานใน Honda และลูกค้ากลุ่มนี้ก็เป็นลูกค้าของเขาเองด้วย และสิ่งที่ผมทำคือ ผมก็ต้องตามไปเคลียร์กับคนที่ลงข้อมูลผิด จนเขาต้องลบออกไป อันนี้จบง่ายหน่อย แต่ยังมีอีกเคสคือ ลงข่าวมั่วเหมือนกัน แต่ผมต้องไปแอดเฟสเขาแล้วต้องชี้แจงข้อมูลที่ถูก ซึ่งเขาอ้างว่ารับข่าวมาจากตำรวจ ผมเลยชี้แจงความถูกต้อง และให้เขาลบโพสต์นั้นออก ซึ่งก็สำเร็จ และเขาก็บล็อกเฟสผมไปด้วย

   อันที่จริงแล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่ได้พบได้เจอตลอด 2 ปีของการทำเพจ แต่ผมอาจจะจำไม่ได้ และลืมมันไป แต่ทั้งหมดที่ผมได้บอกเล่าในบทความเรื่องนี้ ก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ Make เรื่อง ไม่ได้หลอกลวง ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง และถ้าใครที่อยู่ในเพจนานกว่า 1 ปีย่อมจะทราบเรื่องราวเหล่านี้แน่นอน

   สุดท้ายนี้ ถ้ามีใครถามผมว่า เพจผมดีหรือไม่? ผมขอไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นครับ เพราะ ผมไม่อยากตัดสินว่าของผมดีหรือไม่ยังไง แต่จะบอกว่าที่ผมทำจนถึงทุกวันนี้ ก็นับว่าทำได้ดีมากพอแล้ว

เพราะเพจนี้...ทำให้ผมมีเพื่อนคุยเรื่องรถมากกว่าเดิม
เพราะเพจนี้...ทำให้ผมได้ประสบการณ์เรื่องรถหลายอย่างที่ยังไม่เคยรู้
เพราะเพจนี้...ทำให้ผมได้มิตรภาพใหม่ๆ

 เจตนาเพจผมก็ไม่ได้ต้องการที่จะแข่งขัน หรือจะแย่งเรตติ้งจากใครทั้งสิ้น ผมก็โพสต์ของผมไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจจะมาแข่งยอดไลค์หน้าเพจทั้งนั้น 

และถ้าใครคิดจะเอาไปเทียบกับเพจใหญ่ๆ ผมว่าอย่าเทียบเลยดีกว่าครับ เพราะ เพจผมมันก็เป็นแค่เพจธรรมดาๆเพจหนึ่ง ไม่ได้มีสาระหรือความน่าสนใจเท่าเพจใหญ่ๆเลย หลายคนส่วนใหญ่ที่ไลค์เพจรถดีๆ เขาไม่มาสนเพจผมหรอกครับ เพราะ หลายอย่างที่ผมทำ ก็ยังเทียบเท่าพวกเขาไม่ได้ ผมทำเพจตัวคนเดียว ไร้ทีมงาน ไร้ผู้ช่วย แต่ผมกลับชอบการทำงานคนเดียวมากกว่าเพราะจะได้ไม่ต้องควบคุมใคร และให้ผลงานของเราออกมาในแบบสไตล์ของเรา แต่คนที่ไลค์เพจผมส่วนใหญ่ก็จะไลค์เพจใหญ่ๆด้วย แต่พวกเขาคงไม่นำเพจผมไปเทียบที่ไหนๆหรอก


   2 ปีที่ผมทำเพจมา ทำให้ผมได้บทเรียนในหลายๆอย่าง ได้เจอคนที่ชอบและรักในยานยนต์เหมือนกัน และได้เจอมิตรภาพใหม่ๆในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน จุดขายสำคัญของเพจผม ไม่ได้มีอะไรเด่นเหมือนใครเขา แต่ผมเน้นความผูกพันกับสมาชิกในเพจอย่างครอบครัว อย่างพี่น้องกัน ใช้คำพูดในเพจที่เป็นกันเอง และดูไม่เป็นทางการมากเกินไป ผมจึงอยากจะสัญญาว่า สมาชิกที่ผมดูแลทั้งหมด ผมจะไม่ทิ้งพวกเขาไปไหนทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ผมจะดูแลเพจไปเรื่อยๆและจะไม่ปิดเด็ดขาด จนกว่าจะมีอะไรทำให้เพจของผมปิดลงได้ หรือ มีอะไรที่จะพรากผมออกไปจากเพจนี้ได้ (เช่น การขายเพจให้คนอื่นซึ่งผมคงไม่ทำง่ายๆ)

และนี่คือเรื่องราวของเพจ Cars New Update บนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามมากมาย ซึ่งเราก็ยังผ่านมาได้แบบง่ายดาย สิ่งไหนที่ผมเคยทำไม่ดีหรือไม่ถูกทำนองคลองธรรมทั้งหลาย ผมก็ต้องขอโทษขอโพยท่านๆทั้งหลายด้วย ซึ่งผมก็จะพยายามเก็บไว้เป็นแค่ความทรงจำและลืมๆสิ่งเหล่านั้นไป และขอให้เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง... 


ผมไม่คิดจะทอดทิ้งสมาชิกคนไหนเลย แต่ท่านละจะทอดทิ้งผมหรือเปล่า...

ขอบคุณที่ทุกท่านที่ไว้ใจและติดตามผมมาตลอด 2 ปี และผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังครับ...

และฝากทิ้งท้ายครับ สำหรับช่องทางเฟซบุ๊ค ส่วนตัวผมชื่อเฟสว่า Peat Ratchanon Srinang หรือ รัชชานนท์  ศรีนาง มาแอดผมได้ครับ
 
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Like Box