วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชมรุ่นพิเศษของอังกฤษ Nissan Qashqai Black Edition

   หลังจากที่ทำตลาดมา 3 ปีแล้ว Nissan Qashqai รถอเนกประสงค์รุ่นขายดี อันเป็นญาติพี่น้องของ X-Trail ทางค่าย Nissan เพิ่งได้ทำการเปิดตัวรุ่นพิเศษให้กับรถ SUV ขายดีรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ในนาม Black Edition

   ภายนอกของรถใช้พื้นฐานของ Nissan Qashqai รุ่นย่อย Tekna อันเป็นรุ่นท็อปสุด ภายนอกมากับล้ออัลลอยสีดำขนาด 19 นิ้ว พ่นสีตัวถังด้วยสี  Pearl Black Metallic และเพิ่มเติมลิ้นกันกระแทกบริเวณกันชนหน้าและหลังรถ นอกจากนี้ยังมีออปชั่นหลังคาแบบพานอรามิกควบคุมการทำงานด้วยสวิตซ์ไฟฟ้าแบบ One-Touch แบบเดียวกับรุ่นท็อป ซึ่งต้องจ่ายเงินเพิ่ม 400 ปอนด์ (ประมาณ 18,300 บาทไทย)

   ภายในห้องโดยสารจะมากับเบาะหนังสีดำ ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทาง และแสดงภาพจากกล้องรอบคัน 360 องศา รวมทั้งเครื่องเสียง DAB Radio

   ขุมพลังของรถมีให้เลือกแบบเดียว คือ เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร dCi มากับพละกำลัง 110 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มากับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 25.1 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 103 กรัม/กม.

   ระบบความปลอดภัยของรถจะมีให้ทั้งระบบเตือนการเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning , ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist , ระบบเตือนป้ายจราจร Traffic Sign Recognition , ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถค้นหน้าเบรกกะทันหัน Forward Emergency Braking , ระบบเตือนมุมอับ Blind Spot Warning , ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวนอกรถ Moving Object Detection และ ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่  Driver Attention Alert

   Nissan Qashqai Black Edition จะวางขายในอังกฤษเท่านั้นในราคาจำหน่าย 27,310 ปอนด์ (ประมาณ 1,249,000 บาทไทย) และจะไม่มีมาจำหน่ายในเมืองไทยครับ

ที่มา Carscoops


 
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เผยภาพ Ferrari LaFerrari Aperta เวอร์ชั่นเปิดหลังคารับลมไฮเปอร์คาร์อิตาลี

  หลังจากที่มีข่าวรั่วไหลออกมาเป็นระยะๆ รวมทั้งมีเศรษฐีๆและแฟนๆ Ferrari หลายคนทั่วโลกรอคอย ค่ายม้าลำพอง Ferrari ก็ได้เผยภาพชุดแรกของ Ferrari LaFerrari Aperta หรือเวอร์ชั่นเปิดหลังคารับลมของ LaFerrari ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้นั่นเอง

   ดีไซน์ของรถนั้นก็ตามที่เห็น แทบไม่มีความต่างจากรุ่นคูเป้เลย มีเพียงแค่หลังคารถที่หายไปเท่านั้น คาดว่าหลังคาของรถน่าจะมาในรูปแบบหลังคาแบบคาร์บอนไฟเบอร์และนอกจากนี้มีการออกแบบช่วงรอยต่อหลังคาบริเวณห้องเครื่องใหม่เล็กน้อย

   ขุมพลังก็น่าจะใช้เครื่องยนต์เดิม นั่นก็คือเครื่อง V12 พละกำลัง 789 แรงม้า ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 160 แรงม้า รวมพละกำลังทั้งระบบ 963 แรงม้า

   นอกจากนี้แล้ว Ferrari ยังมีการปรับแต่งโครงสร้างตัวถังและแซสซีส์ให้แข็งแรงขึ้นเทียบเท่า LaFerrari รุ่นคูเป้ และเพื่อชดเชยหลังคาที่หายไปด้วย และยังมีการปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ค่าอากาศพลศาสตร์ที่เทียบเท่ารุ่นคูเป้ จึงหายห่วงได้ในเรื่องความแตกต่างในเรื่องประสิทธิภาพตัวรถ

   Ferrari LaFerrari น่าจะมีการเปิดตัวอีกครั้งในงาน Paris Motor Show 2016 ช่วงกันยายน-ตุลาคมปีนี้ครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แอบถ่าย 2017 Volkswagen Tiguan LWB รุ่นฐานล้อยาวพร้อมเบาะแถวสาม

   ในขณะที่ All-New VW Tiguan เริ่มวางจำหน่ายในยุโรปแล้ว แต่ทว่าตอนนี้เวอร์ชั่นฐานล้อยาว LWB (Long Wheel Base) ที่กำลังจะเปิดตัวตามมาได้มีภาพหลุดออกมาแบบเต็มคันแล้ว และไม่มีการอำพรางตัวรถใดๆทั้งสิ้น

   ภาพเหล่านี้ถูกถ่ายได้ในประเทศจีน อันเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดที่ Tiguan LWB ยาวจะวางขาย นอกจากนี้ VW Tiguan LWB จะถูกผลิตขึ้นในโรงงานที่ประเทศเม็กซิโกสำหรับจำหน่ายในตลาดโลก รวมทั้งอเมริกาและแคนาดาจะมีการผลิตในช่วงต้นปี 2017 เช่นเดียวกัน

   VW Tiguan LWB จะไปจำหน่ายในอเมริกาในฐานะรุ่นปี 2017 ถึง 2018 ขึ้นอยู่กับวันเดือนปีที่จำหน่าย จะมาพร้อมกับฐานล้อที่ยาวขึ้น 110 มม. และมีตัวถังที่กว้างขึ้น ส่งผลให้มีฐานล้อยาวขึ้นเป็น 2,618 มม. และทั้งหมดนี้ทำให้พื้นที่ภายในรถมีความกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม พอที่จะใส่เบาะแถวสามไว้รองรับเด็กเล็กอีก 2 คน

   แม้ภาพจะไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ก็พอดูออกว่า VW Tiguan LWB จะมีดีไซน์บางจุดที่ออกแบบให้แตกต่างจากรุ่นฐานล้อปกติ คาดว่าขุมพลังก็น่าจะมีให้เลือกทั้งดีเซล เบนซิน และอาจจะมีขุมพลังไฮบริดด้วย

   และรถคันนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตระกูล Tiguan ซึ่งว่ากันว่าในอนาคตจะมีการนำเสนอเวอร์ชั่นคูเป้ 5 ประตูของ Tiguan มาต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz GLC Coupe และ BMW X4 เช่นกัน ก็ต้องรอติดตามต่อไปครับ

ที่มา Carscoops /  Autohome, Sohu
   
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ฺBMW Z5 (Z4 โฉมใหม่) จะมีขุมพลังไฮบริดให้เลือกด้วย

   ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสปอร์ตโรดสเตอร์คันใหม่ BMW Z5 (ตัวตายตัวแทน Z4) ระบุว่าอาจจะมีเวอร์ชั่นขุมพลังไฮบริดมาเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้า

  โดยแหล่งข่าวที่ไม่ได้ระบุชื่อให้ข้อมูลว่าสปอร์ตเปิดหลังคารับลมคันใหม่ของค่ายอาจจะมีระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดมาให้เลือก และยังไม่มีข้อมูลทางเทคนิคใดๆออกมาตอนนี้ แต่คาดว่าน่าจะจับคู่ร่วมกับขุมพลัง 4 สูบและ 6 สูบ และนอกจากนั้นแล้ว BMW อาจจะมีทางเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive มาให้เลือกเป็นออปชั่นด้วย

   BMW Z5 โฉมใหม่ จะวางตัวเป็นคู่แข่งกับ Mercedes-Benz SLC , Porsche 718 Boxster และ Audi TT Roadster และอาจจะมีการใช้แพลตฟอร์มร่วมกับค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota ซึ่งอาจจะนำแพลตฟอร์มชุดนี้ไปพัฒนาต่อยอดเป็นสปอร์ตคันใหม่ของตน ที่ว่ากันว่าอาจจะเป็นตัวตายตัวแทน Supra รายงานยังบอกอีกว่าแพลตฟอร์มนี้สามารถดัดแปลงให้สั้นลงแต่ต่อยอดเป็นสปอร์ตตัวแทน GT86 ได้ด้วย

   อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ การกลับมาใช้หลังคาแบบผ้าใบอีกครั้ง คงจะเป็นเพราะเรื่องของการควบคุมน้ำหนักตัวรถ ซึ่งจะส่งผลไปถึงอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น รวมทั้งทัศนวิสัยของรถที่น่าจะดีขึ้น คาดว่าการเปิดตัว BMW Z5 น่าจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2017 จนถึงต้นปี 2018 ในขณะที่รถร่วมแพลตฟอร์มของ Toyota น่าจะตามออกมาหลังจากนั้น
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

แอบถ่ายครั้งแรก 2018 BMW 4-Series Gran Coupe LCI (Minor Change)

   ภาพ Spyshot ชุดนี้จะเห็นว่า ค่าย BMW กำลังซุ่มวิ่งทดสอบ BMW 4-Series Gran Coupe LCI (Life Cycle Impulse) หรือ 4-Series Gran Coupe Minor Change นั่นเอง 

    ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของรถในตระกูล 4-Series ที่เอารถรุ่นปรับโฉมมาวิ่งทดสอบ และคาดว่าในภายหลังก็น่าจะมี 4-Series Coupe และ Cabriolet ตามออกมาวิ่งทดสอบด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าตัวรถจะถูกนำเสนอในฐานะรุ่นปี 2018 และน่าจะมีการปรับโฉมทำนองเดียวกับ 3-Series

   การเปลี่ยนแปลงภายนอกนั้น เห็นได้ชัดคือชุดโคมไฟหน้าใหม่แบบ LED มีการปรับปรุงรายละเอียดกันชนหน้าใหม่ ชุดไฟท้ายใหม่แบบ LED และน่าจะมีการปรับรายละเอียดกันชนท้ายเล็กน้อยด้วย ส่วนภายในน่าจะมีการปรับปรุงการตกแต่งใหม่ และปรับปรุงระบบอินโฟเทนเมนต์ให้ทันสมัยขึ้น

   สำหรับขุมพลังนั้นไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะจะมีการปรับปรุงขุมพลังใหม่ในรุ่นปี 2017 โดยเปลี่ยนแปลงในรุ่น 430i และ 440i ที่เข้ามาแทนที่ 428i และ 435i ตามลำดับ

   รุ่น 430i มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ มากับพละกำลัง 248 แรงม้า และรุ่น 440i มากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบ พละกำลัง 320 แรงม้า และลูกค้าจะมีทางเลือกระบบขับเคลื่อนทั้งล้อหลังและ 4 ล้อ

   BMW 4-Series LCI ทุกตัวถังจะมีการเปิดตัวราวๆปีหน้าครับ

ที่มา Motorauthority
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มาแล้วกระบะแดนน้ำหอม Renault Alaskan พื้นฐานจาก Nissan Navara

   และในที่สุดทางค่ายรถแดนน้ำหอมอย่าง Renault ก็ได้ทำการเปิดตัวกระบะ 1 ตัวเป็นครั้งแรกของพวกเขา นั่นก็คือ Renault Alaskan ที่นำเอาพื้นฐานจากกระบะ Nissan Navara โฉมปัจจุบันมาปรับแต่งรูปลักษณ์ใหม่นั่นเอง

   กระบะคันใหม่จากฝรั่งเศสได้รับแนวการออกแบบมาจากต้นแบบของพวกเขาที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วแบบเต็มๆ มีเพียงแค่การเปลี่ยนรายละเอียดบางจุดเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งมีการยกโครงสร้างตัวถังของ Nissan Navara ทั้งคันมาแต่งหน้าทาปากใหม่ให้มีรายละเอียดที่แตกต่างจากต้นแบบ

   ดีไซน์ด้านหน้ามีการเปลี่ยนแปลงจาก Nissan ใหม่ทั้งหมด โดยออกแบบตามแนวของ Renault ยุคใหม่ โดยมากับชุดโคมไฟหน้า C-Shape แบบ LED พร้อมไฟ DRL ในโคม ออกแบบดีไซน์กระจังหน้าตามแนวทางของค่าย Renault เสริมด้วยโครเมียมเพิ่มความหรูหรา กันชนหน้าออกแบบให้บึกบึนเข้ากับกระจังหน้าได้ดี รวมทั้งมีการเสริมโลโก้เหล็กบริเวณซุ้มล้อหน้า ด้านท้ายมีการเปลี่ยนชุดโคมไฟท้ายใหม่ และปรับเปลี่ยนรายละเอียดฝากระโปรงท้ายให้สมบุกสมบันขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการออกแบบล้ออัลลอยลายใหม่ด้วย

   ภายในห้องโดยสารยกมาจาก Nissan Navara ทั้งดุ้น เปลี่ยนแค่พวงมาลัยใหม่เท่านั้นครับ มากับหน้าจอสี 5 นิ้วระหว่างมาตรวัด ในบางประเทศนั้นจะติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสีสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มาพร้อมกับระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

   ภายใต้ฝากระโปรงนั้นใช้ขุมพลังดีเซล 2.3 ลิตร dCi มากับพละกำลัง 160 และ 190 แรงม้า สำหรับในรุ่น 4 ประตูจะมีระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ 5-Link แบบ Navara โฉมยุโรปทุกประการ ส่วนในบางตลาดจะมีเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร พละกำลัง 160 แรงม้า รวมทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตรที่มีพละกำลัง 160 และ 190 แรงม้า ทุกขุมพลังมีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อให้เลือก ในรุ่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะมากับระบบเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปแบบอิเล็คทรอนิกส์มาให้ด้วย

   ด้วยความสูงจากตัวรถถึงพื้นดิน 230 มม. ทาง Renault ให้สัญญาว่ากระบะของพวกเขาได้ออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าแน่นอน และด้วยน้ำหนักลากจูง 3.5 ตัน ทำให้กระบะคันนี้มีน้ำหนักลากจูงดีสุดในคลาส

   Renault Alaskan จะถูกจำหน่ายในประเทศโคลัมเบียเป็นประเทศแรกในช่วงปลายปีนี้ ส่วนตลาดอเมริกาใต้จะเปิดตัวตามมาหลังจากนั้น นอกจากนี้แล้ว Renault ยังมีแผนนำเสนอกระบะ Alaskan ในทวีปแอฟริกาเช่นเดียวกับยุโรป โดยทาง Renault มีแผนจะผลิต Alaskan ในโรงงาน 3 แห่งที่แตกต่างกัน ได้แก่ เม็กซิโก สเปน และอาร์เจนตินา

   ส่วนคนไทยคงหมดสิทธิ์ใช้กระบะจาก Renault ครับ

ที่มา Carscoops / Netcarshow

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

ชมรุ่นพิเศษจากยุโรป Nissan Juke Dynamic

   ในขณะที่ตอนนี้หลายคนทั่วโลกน่าจะรอคอยการมาของ Nissan Juke เจเนเรชั่นที่ 2 อยู่ แต่อย่างไรก็ตามทาง Nissan ก็ยังพยายามเข็นรุ่นพิเศษของ Juke โมเดลปัจจุบันเพื่อกระตุ้นตลาดให้คึกคัก

   และล่าสุดทาง Nissan ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ "Nissan Juke Dynamic" ที่ใช้พื้นฐานของ Juke เกรด N-Connecta ในตลาดยุโรป ซึ่งภายในห้องโดยสารจะมีการติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 5.8 นิ้ว/ วิทยุดิจิตอล DAB / กล้องมองหลัง / กุญแจ Keyless Entry และปุ่มสตาร์ท / กระจกมองข้างพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า

   ภายนอกของรถลูกค้าสามารถเลือกสีได้ 2 สี ได้แก่ สีแดง Magnetic Red และ สีดำ Garnet Black เสริมด้วยชุดแต่งรอบคันรถ  Personalization Pack สีแดงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อันประกอบด้วยกรอบไฟตัดหมอกหน้าพ่นสีแดง กระจกมองข้าง ขอบกันชนหน้า และ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำขลิบด้วยสีแดง

   ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ตสีดำสลับแดง รวมทั้งเดินด้ายตะเข็บสีแดงรอบคันรถ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณพวงมาลัย กรอบหุ้มมาตรวัด หัวเกียร์สีแดง พรมปูพื้นห้องโดยสาร และนอกจากนี้ยังตกแต่งกรอบช่องแอร์ด้วยสีแดง กรอบกระจกมองหลังสีแดง แผงข้างประตูตกแต่งด้วยสีแดง

   ทางด้านขุมพลังของรถจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร DIG-T พละกำลัง 115 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร dCi พละกำลัง 110 แรงม้า

   ระบบความปลอดภัยของรถนั้นถือว่าจัดมาให้เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องรอบคัน Around View Monitor / ระบบเตือนมุมอับสายตา Bind Spot Warning / ระบบตรวจสอบการเคลื่อนย้ายวัตถุ  Moving Object Detection และ ระบบเตือนการเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning

   ส่วนราคาของรถยังไม่มีการประกาศ สำหรับเมืองไทยคงไม่น่าจะมีรุ่นพิเศษนี้มาขายครับ
 
ที่มา Carscoops  / ภาพเพิ่มเติมจาก motor.es
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Like Box