วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560

ชมรายละเอียด 2017 Isuzu D-Max ในตลาดสหราชอาณาจักร

 ค่าย Isuzu ปล่อยรายละเอียดและราคาของกระบะ Isuzu D-Max Minor Change 2017 สำหรับตลาดสหราชอาณาจักรหรืออังกฤษ ก่อนจะเริ่มวางขายในตลาดช่วงปลายเดือนเมษายนนี้แล้ว มาดูกันว่าจะมีอะไรต่างจากเมืองไทยบ้าง

  ดีไซน์ภายนอกไม่ต้องพูดถึงมากเพราะเหมือนกับที่จำหน่ายในไทยแทบทุกอย่าง มีเพียงด้านท้ายที่มีความแตกต่างในส่วนของโคมไฟท้ายที่จะมีไฟตัดหมอกหลังอันเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรปมาให้ด้วย นอกจากนี้จะมีรุ่นย่อย Blade ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด มากับกระจังหน้า กรอบไฟตัดหมอก กระจกมองข้างสีดำ รวมทั้งสติ๊กเกอร์ Blade ข้างรถ ในส่วนของล้ออัลลอยก็มีการรมดำ และมีโรลบาร์ด้านท้าย อีกทั้งยังมีกันชนท้ายสีดำด้วย

   ภายในห้องโดยสารน่าจะเปลี่ยนจุดที่น่าสนใจโดยเฉพาะรุ่นย่อย Blade ที่มีการติดตั้งชุดหน้าจอขนาดใหญ่ 9 นิ้วคล้ายๆ Tablet ยื่นออกมาจากคอนโซลซึ่งต่างจากของไทยโดยสิ้นเชิง รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบนำทางมาให้ และวิทยุดิจิทัล DAB เบาะของรถถูกหุ้มด้วยหนังเกรดพรีเมี่ยมเดินด้ายสีส้ม พร้อมฟังก์ชั่นเบาะอุ่นด้านหน้า และมีเซ็นเซอร์หน้า-หลังให้

   สำหรับเครื่องยนต์นั้น มีการเปลี่ยนจากเครื่องดีเซล 2.5 ลิตรเทอร์โบคู่ เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตรเทอร์โบเหมือนเมืองไทยทุกประการ แต่จะมีพละกำลังที่แรงกว่าโดยอยู่ที่ 164 แรงม้า พร้อมแรงบิด 360 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

   Isuzu D-Max 2017 เวอร์ชั่นประเทศอังกฤษ มีเกรดการตกแต่ง 5 แบบ ได้แก่ Utility , Eiger , Yukon , Utah และ Blade มี 3 ตัวถัง ได้แก่ ตอนเดียว ตอนครึ่ง และ 4 ประตู มีราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 15,749 ปอนด์ หรือประมาณ 676,551 บาท จนไปถึงรุ่นท็อปสุด 27,999 ปอนด์ หรือประมาณ 1,202,790 บาท

ที่มา Carscoops

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

แอบถ่าย Honda Jazz Minor Change กับด้านหน้าที่ชัดขึ้นพร้อมภายในห้องโดยสาร

  ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอข่าวของ Honda Jazz Minor Change กันไป ซึ่งมีหลายคนถามหากันมาตั้งแต่ยังไม่มีรถทดสอบออกมาวิ่ง (อ่านข่าวได้ที่ หรือนี่จะเป็นรถทดสอบของ Honda Jazz/Fit Minor Change) และตอนนี้ก็มีภาพแอบถ่ายออกมาให้เราเห็นเรื่อยๆ

  ภาพแอบถ่ายล่าสุด ทำให้เห็นถึงด้านหน้าที่ค่อนข้างชัดเจนมากขึ้นไปอีก กระจังหน้านั้นน่าจะมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับ Honda City Minor Change เพียงแต่ของ Jazz จะดูหนากว่า นอกจากนี้คาดว่าจะมีการเปลี่ยนไฟหน้าใหม่เป็นแบบ LED เช่นเดียวกับ City Minor Change ส่วนด้านท้ายน่าจะมีการปรับเปลี่ยนกันชนท้ายใหม่
  
   ภายในห้องโดยสารจากที่เห็นแล้วก็คาดว่าน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากเหมือน Honda City สำหรับเมืองไทยแล้ว City มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร Jazz ก็คงจะเปลี่ยนแปลงฉันนั้น เดาว่าคงจะมีการปรับเปลี่ยนชุดเครื่องเสียงใหม่ไปใช้แบบเดียวกับ City Minor Change ในไทยนั่นเอง

   สำหรับขุมพลังก็ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิมนั่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC มากับพละกำลัง 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 147 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือ เกียร์อัตโนมัติ CVT พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี EarthDream Technology พร้อมรองรับ E85

   คาดว่า Honda Jazz Minor Change จะเปิดตัวในไทยราวๆกลางปีนี้ครับ

ที่มาภาพ noticiasautomotivas / revistaautoesporte


วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

Mercedes-AMG GLC63 & GLC63 Coupe สองอเนกประสงค์ตัวจี๊ดจากเยอรมัน

   ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ทำการเผยโฉม 2 อเนกประสงค์ตัวแรงคันใหม่ล่าสุดของค่ายอย่าง Mercedes-AMG GLC63 และ GLC63 Coupe ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ Mid-Size Crossover ที่เกิดมาเพื่อกำราบคู่แข่งอย่าง Porsche Macan และ BMW X3M ในอนาคต
   ดีไซน์ภายนอกมากับชุดกระจังหน้าซี่ลวดแนวตั้งกับชื่อเรียกกี๊บเก๋ Panamericana Grille และการออกแบบกันชนเหมือนกับที่พบเจอในสปอร์ตรุ่นใหญ่อย่าง AMG GT รุ่นล่าสุดเลย ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบกันชนให้ดุขึ้นพร้อมท่อคู่ 2 ข้าง ทั้ง GLC และ GLC Coupe ตัวแรงจะได้ล้อขนาด 19 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 235/55 ที่ด้านหน้าและ 255/50 ที่ด้านหลัง ในขณะที่รุ่น "S" จะมากับล้อขนาด 20 นิ้วหุ่มยาง  265/45 R 20 ที่ด้านหน้าและ 295 / 40 R 20 ที่ด้านหลัง

   ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งชุดหน้าปัดวัดความเร็วด้วยโทนที่ดูดุดันมากยิ่งขึ้น ตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่แผงคอนโซล และเบาะนั่งแบบสปอร์ต ลูกค้าสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเอาเบาะหนังแท้ได้เนื่องจากปกติจะใช้หนังเทียมแบบ MB-Tex และผ้า DINAMICA Microfiber เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว รวมทั้งยังมีออปชั่นอื่นๆให้เลือกอีก

   สำหรับเครื่องยนต์นั้นจะใช้เครื่องเบนซิน 4.0 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบ มากับพละกำลัง 469 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 650 นิวตัน-เมตร ส่วนรุ่นที่มีรหัส S ต่อท้ายจะเพิ่มพละกำลังเป็น 503 แรงม้า พร้อมแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT MCT 9 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC+ กับเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป ที่สามารถช่วยกระจายแรงบิดจากด้านหน้าไปสู่ด้านหลังได้อย่างรวดเร็ว

  อัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. สามารถทำเวลาได้ 3.9 วินาที ในรุ่นธรรมดา และ 4 วินาทีในรุ่น Coupe ส่วนรุ่น S จะมีอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลา 3.7 วินาที ในรุ่นธรรมดา และ 3.8 วินาทีในรุ่น Coupe ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ทุกรุ่น

   ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ผ่านทางระบบ AMG DYNAMIC SELECT โดยมีให้เลือก 4 โหมดได้แก่ "Comfort," "Sport," "Sport+" และ "Individual" และสำหรับรุ่น Coupe จะเพิ่มโหมด “Race” มาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนพิเศษของ AMG มีระบบควบคุมช่วงล่างที่ปรับเปลี่ยนได้ 3 ระดับ (Comfort, Sport and Sport +) และระบบปรับการตอบสนองพวงมาลัยที่มีให้เลือก 2 โหมด (Comfort และ Sport)

   Mercedes-AMG GLC63 และ GLC63 Coupe จะไปเปิดตัวที่นิวยอร๋คสัปดาห์หน้า และจะเริ่มวางขายทั่วโลกตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป

ที่มา Carscoops

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

MG รับมีความสนใจจะทำรถสปอร์ตคู่แข่ง MX-5

  แบรนด์ MG ในอดีตเคยผลิตรถสปอร์ต 2 ที่นั่งขนาดกะทัดรัดที่เคยสร้างความหวือหวาให้ในยุคนั้น แต่ปัจจุบันแบรนด์ MG กลายเป็นแบรนด์ที่ผลิตเพียงแค่รถอเนกประสงค์ SUV และรถยนต์นั่งธรรมดาเท่านั้น

   อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยของนาย Zhu Chao หัวเรือใหญ่ของ MG Motors Australia กับสำนักข่าว Motoring ของ Australia มีการเปิดเผยว่า พวกเขากำลังมีแนวคิดที่จะสร้างรถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่อาจจะมาในชื่อ MGA , MGB และ MGC โดยพวกเขามีความเข้าใจในรากเหง้าของแบรนด์ MG ที่เกิดมากับรถสปอร์ตอีกทั้งพวกเขายังจริงจังกับมันด้วย


   นอกจากนี้สือออสเตรเลียยังถามอีกว่า MG สนใจจะทำรถสปอร์ตคู่แข่ง Mazda MX-5 หรือไม่ ประธาน MG Australia ตอบมาว่า พวกเขายังไม่สามารถให้ข้อมูลเรื่องนี้ได้มากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาก็กำลังให้ความสนใจเรื่องนี้อยู่เช่นกัน

   ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ด้วยแพลตฟอร์มที่มีอยู่ในบริษัท MG ยังไม่ได้รับอนุมติจากบริษัทแม่ในจีนให้ผลิตรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังออกมาแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็นาย Zhu Chao บอกว่าอาจจะมีการเปิดตัวรถต้นแบบในเร็ววันนี้แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่

  ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปครับว่าสปอร์ต MG จะกลับมาโลดแล่นบนถนนอีกครั้งหรือไม่

ที่มา Carscoops

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

ว่าด้วยเรื่องงานแสดงรถยนต์ใหญ่ๆประจำปี มีงานอะไร ไปชมกัน!

   หลายคนคงสงสัยว่างานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่ๆในแต่ละปีนั้นมันมีกี่งาน หรือว่างาน Motor Show และ Motor Expo ที่เราไปดูๆกันเนี่ยใช่เจ้าของงานเดียวกันหรือเปล่า ผมเลยพยายามรวบรวมเกี่ยวกับงานแสดงรถยนต์ใหญ่ๆที่สำคัญมาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน จะมีงานไหนที่น่าสนใจบ้าง ลองเลื่อนไปอ่านกันได้เลย


Bangkok International Motor Show

   งานแสดงรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ครั้งใหญ่ในช่วงต้นปี ช่วงหลังๆงานมักจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี งานบางกอกมอเตอร์โชว์นั้นถูกขึ้นโดยบริษัทกรังปรีซ์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ก่อตั้งโดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา งานบางกอกมอเตอร์โชว์ครั้งแรกถูกจัดขึ้นในวันที่ 2-6 เมษายน 1979 ที่สวนลุมพินี โดยมีผู้เข้าชมงานกว่า 380,000 คน ต่อมาครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นปลายปี 1980 ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาที่สวนอัมพรแทน ในปี 1998 ย้ายสถานที่จัดงานมาที่ไบเทค บางนาจนมาถึงปี 2011 ได้ย้ายมาจัดที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีจนมาถึงปัจจุบัน

   โดยงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุดนั้นจัดว่าเป็นครั้งที่ 38 โดยจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม ถึง 9 เมษายน 2017 สถาที่จัดงานคือ Hall 1-3 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี วันธรรมดา เวลาจัดงาน 12.00-22.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาจัดงาน 11.00-22.00 น. ค่าบัตรเข้าชมงาน 100 บาท

Bangkok International Auto Salon

   งานนี้เป็นงานที่แสดงรถแต่งและอุปกรณ์แต่งรถ โดยได้ลิขสิทธิ์การจัดงานมาจากโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ผู้จัดงานในไทยนั้นคือบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำสื่อกีฬาเมืองไทยร่วมกับ บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัดใน เครือสยามสปอร์ตฯมีหัวเรือใหญ่ของการจัดงานก็คือ นายวิลักษณ์ โหลทอง งานมักจัดขึ้นในช่วงกลางปี ภายในงานก็จะมีการขนรถแต่งจากประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงภายในงาน รวมทั้งรถแต่งของประเทศไทย และอุปกรณ์โมดิฟายก็มาภายในงานด้วย งานจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน – วันที่ 1 กรกฎาคม 2012 ที่ Hall 3 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

   ส่วนในปีนี้งานจะจัดเป็นครั้งที่ 5 โดยจัดขึ้นในวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2017 ที่ Hall 3 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีเช่นเคย เวลาจัดงาน 12.00-21.30 น. ในวันธรรมดา และเวลา 11.00-21.30 น.ในวันเสาร์อาทิตย์ ค่าบัตรเข้าชมงาน 100 บาท

FAST Auto Show Thailand
   อีกหนึ่งงานแสดงรถยนต์ที่อาจจะมีสเกลเล็กกว่างาน Bangkok Motor Show และ Motor Expo นิดหน่อย เป็นงานที่จัดแสดงรถรุ่นใหม่(อาจจะมาไม่ครบทุกค่าย) รถยนต์มือสอง และอุปกรณ์ประดับยนต์ทั้งหลาย จัดขึ้นภายใต้บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด (King of Auto Product Co., Ltd.) ภายใต้การนำของนายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ที่ปัจจุบันก็เป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสาร Autocar งานจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม 2012 ที่ไบเทค บางนา ช่วงปีหลังๆจะย้ายไปจัดในช่วงมิถุนายน-กรกฎาคมแทน 

   ในปีนี้งานจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม ที่ไบเทค บางนา ในเวลา 10.00-21.00 น. สามารถเข้าชมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

Big Motor Sale 
   งานนี้มีชื่อเต็มว่า Bangkok International Grand Motor Sale เป็นงานที่ถูกขนานนามว่า "มหกรรมยานยนต์เพื่อขายใหญ่ที่สุดในอาเซียน" งานนี้ถือว่าใหญ่น้องๆ Bangkok Motor Show และ Motor Expo เลยก็ว่าได้ ด้วยตัวงานที่ถูกจัดขึ้นที่ไบเทค บางนา ทำให้หวนคิดถึงเมื่อครั้งที่งาน Bangkok Motor Show เคยจัดขึ้นที่นี่เลย งานนี้ก็ไม่ได้ต่างจากงาน Bangkok Motor Show และ Motor Expo สักเท่าไหร่ เพียงแต่ชูจุดเด่นว่าเป็นงานสำหรับการขายโดยเฉพาะ ไม่เหมือน 2 งานดังกล่าวที่อาจจะมีการโชว์รถต้นแบบหรือนวัตกรรมใหม่ๆด้วย ภายในงานก็จะมีทั้งรถรุ่นใหม่ๆหลายค่าย รถนำเข้า รถมอเตอร์ไซค์ รถมือสอง รวมทั้งอุปกรณ์ประดับยนต์ต่างๆมากมาย งานนี้จัดขึ่นโดยนิตยสารในกลุ่มยานยนต์-นักเลงรถ บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ภายใต้การนำของนายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป งานจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม-23 สิงหาคม 2014 

   ในปีนี้งานจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยจัดขึ้นวันที่ 19-27 สิงหาคม 2017 ที่ไบเทค บางนา เวลา 12.00 น. - 21.30 น. ทุกวัน ส่วนในวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2560 จะเพิ่มรอบมิดไนท์เซลเวลา 21.30-23.00 น. ค่าบัตรเข้าชมงาน 100 บาท


Thailand International Motor Expo
   งานแสดงรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ครั้งใหญ่ช่วงปลายปี งานมักจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนไปถึงเดือนธันวาคม โปรดอย่าสับสนกับงาน Bangkok Motor Show ต้นปี เพราะผู้จัดงานคนละเจ้ากัน จำง่ายๆว่าต้นปีคือ "Motor Show" ปลายปีคือ "Motor Expo" งานนี้จะต่างจาก Bangkok Motor Show คือ สามารถให้ผู้นำเข้ารถอิสระเข้ามาโชว์ในงานได้ทุกรุ่น ต่างจากงาน Bangkok Motor Show ที่สามารถให้ผู้นำเข้ารถอิสระมาจัดแสดงได้เช่นกันแต่เอามาขายชุดแต่งรถหรูเท่านั้น งานนี้จัดขึ้นโดยบริษัท สื่อสากล จำกัด ภายใต้การนำโดยนายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด 

และในงานนี้มักจะมีกิจกรรมหลายอย่างให้ร่วมสนุก ไม่ว่าจะเป็น ซื้อรถ ชิงรถ, ซื้อบัตร ชิงรถ, SMS ชิงรถ, ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ชิงบิกไบค์, ซื้อสินค้า ชิงรางวัล งานจัดขึ้นครั้งแรกตอนไหนไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

  และในปีนี้งานจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 34 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2017 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี วันธรรมดาในเวลา 12.00-22.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการในเวลา 11.00-22.00 น. ค่าบัตรเข้าชมงาน 100 บาท

   และทั้งหมดนี้ก็คืองานแสดงรถยนต์ทั้งหลายที่ผมรวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน ข้อมูลบางอย่างอาจจะขาดตกบกพร่องไปก็ขออภัยด้วยครับ และหวังว่าข้อมูลนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

All-New Ssangyong Rexton อเนกประสงค์พี่ใหญ่ของซันยองเปิดตัวแล้ว

   ค่ายรถแดนโสมอย่าง Ssangyong ได้ทำการเปิดตัวรถ SUV พี่ใหญ่โฉมใหม่หมดจดอย่าง All-New Ssangyong Rexton ภายในงาน Seoul Motor Show 2017 เป็นที่เรียบร้อย 

   ดีไซน์ภายนอกแทบจะถอดมาจากรถต้นแบบ LIV-2 Concept ที่เผยโฉมเมื่อปีก่อนเลย ออกแบบให้มีความทันสมัยมากขึ้นและพลิกโฉมจากรุ่นก่อนค่อนข้างมากทีเดียว ไฟหน้าจะออกแบบให้ดูเรียวขึ้นจากรุ่นที่แล้ว เส้นสายกระจังหน้ามีความคล้ายกับรุ่น Tivoli เพียงแต่ใน Rexton โฉมใหม่จะมีการออกแบบตะแกรงกระจังหน้าเข้ามาด้วย กันชนหน้ามีดีไซน์ที่ค่อนข้างดุดันและบึกบึน เส้นสายด้านข้างดูมีเหลี่ยมคมและดูมีมัดกล้ามตามสไตล์ SUV ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบไฟท้ายเป็นทรงแนวนอน แม้ดีไซน์จะแอบชวนให้นึกถึงด้านท้ายเพื่อนร่วมสัญชาติบ้างแต่ก็ถือว่าค่อนข้างสวยใช้ได้

   ภายในห้องโดยสารถือเป็นอีกจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แม้จะมีดีไซน์ที่ค่อนข้างเรียบง่ายธรรมดา่แต่มีการตกแต่งภายในให้หรูหราและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ภายในยังคงคอนเซ็ปต์กว้างขวางนั่งสบายรวมทั้งยังรองรับการขนของ ตรงกลางเป็นที่ตั้งของชุดหน้าจอสัมผัสขนาด 9.2 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบนำทางมาให้ นอกจากนี้ยังมีระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนซ้าย-ขวา,ช่องต่อไปขนาด 220V/115V และ ระบบการเปิด-ปิดฝาท้ายแบบ "Smart Tailgate" โดยสามารถเปิด-ปิดฝาท้ายผ่านกุญแจรถเมื่อกดปุ่มค้างไว้ประมาณ 3 วินาที

   สำหรับขุมพลังนั้นจะมากับทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลความจุ 2.2 ลิตรเทอร์โบ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขสมรรถนะแต่ระบบส่งกำลังจะมากับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดเทคโนโลยีจาก Mercedes-Benz นอกจากนี้ยังมีทางเลือกเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดจาก Aisin มากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ และมัลติลิงก์ที่ด้านหลัง

   สำหรับระบบความปลอดภัยก็จะมีการติดตั้งระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking) , ระบบเตือนการเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist) , ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert) , ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection) และ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา

   All-New Ssangyong Rexton จะจำหน่ายในเกาหลีช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่วนตลาดประเทศอื่นๆนั้นจะเปิดตัวและจำหน่ายภายในก่อนสิ้นปี 2017 ครับ

ที่มา Carscoops

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

หรือนี่จะเป็นรถทดสอบของ Honda Jazz/Fit Minor Change

  Honda Jazz ถือว่าเป็นหนึ่งในรถที่หลายคนต่างถามหาข่าวค่อนข้างบ่อยมากในช่วง 1-2 เดือนนี้แต่ก็ไร้คำตอบเพราะไม่มีความเคลื่อนไหวออกมาจนกระทั่งล่าสุดเมื่อมีทวิตเตอร์ของผู้ใช้ญี่ปุ่นรายหนึ่งได้โพสต์ภาพของรถทดสอบ Honda Jazz หรือ Fit  รุ่นใหม่ออกมาให้หลายๆคนได้เห็นกันแล้ว

   ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้ใช้ชื่อว่า なおP ได้ทำการโพสต์ภาพรถทดสอบ Honda Jazz หรือ Fit รุ่นใหม่ที่อยู่ในระหว่างการทดสอบในญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดคงจะเป็นกันชนหน้าที่ดูแล้วน่าจะมีการออกแบบใหม่ รวมทั้งอาจจะมีการปรับปรุงรายละเอียดกระจังหน้า เส้นสายด้านข้างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนด้านท้ายอาจจะมีการปรับรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่และกันชนท้ายใหม่ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่ด้วย ส่วนภาพภายในห้องโดยสารยังไม่มีออกมาตอนนี้

  ส่วนรายละเอียดเรื่องเครื่องยนต์และขุมพลังตอนนี้ ยังไม่มีข้อมูลออกมาซึ่งก็คาดว่าจะเหมือนเดิมแต่อาจจะปรับอะไรเล็กๆน้อยๆ

  คาดว่าการเปิดตัว Honda Jazz/Fit Minor Change น่าจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนในไทยน่าจะมีขึ้นราวๆกลางปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุดครับ ถ้ามีความคืบหน้าเมื่อไหร่จะรีบมาแจ้งให้ทราบทันที

ที่มา Twitter
 มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Like Box