ก่อนหน้านี้ Mitsubishi ได้ทำการเปิดตัวต้นแบบ XM Concept ภายในงาน 2016 Gaikindo Indonesia International Auto Show และนำมาเปิดตัวในไทยที่งาน Motor Expo 2016 และได้บอกว่าจะมีการผลิตจำหน่ายจริง รวมทั้งเมืองไทยก็จะนำเข้ามาขายด้วย ซึ่ง Mitsubishi ก็ได้นำรถรุ่นขายจริงมาวิ่งทดสอบเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว
และภาพชุดนี้คือภาพแอบถ่ายล่าสุดของเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงต้นแบบ Mitsubishi XM ที่ยังคงวิ่งทดสอบอยู่ และคราวนี้ดูเหมือนว่าจะมีการนำคู่แข่งอย่าง Honda BR-V มาวิ่งทดสอบเปรียบเทียบอยู่ข้างๆด้วย
แม้ตัวรถจะยังคงพรางหนาแน่น แต่ก็พอมองได้ว่าเวอร์ชั่นขายจริงนั้นจะยังคงยกดีไซน์และสัดส่วนต่างๆมาจากต้นแบบเป๊ะๆ โดยเฉพาะหน้าที่มีเค้าโครงความคล้ายต้นแบบอยู่พอตัว ทาง Mitsubishi อ้างว่าเวอร์ชั่นผลิตจริงจะมีความคล้ายคลึงกับต้นแบบมากถึง 80% เลยทีเดียวล
Mitsubishi XM ก็คือรถที่ผสานแนวคิดระหว่าง MPV 7 ที่นั่งและครอสโอเวอร์เหมือน Honda BR-V ซึ่งจะมีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับสัมภาระได้เยอะ สามารถรับมือกับสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวยและพอลุยน้ำได้ โดยรถคันนี้จะมากับขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร โดยไม่มีเครื่องดีเซลหรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาให้
Mitsubishi จะเปิดตัวเวอร์ชั่นขายจริงของ XM Concept ในงาน 2017 Gaikindo Indonesia International Auto Show ที่จะเริ่มขึ้น 10 สิงหาคม-20 สิงหาคม โดยจะมีการเปิดจองในเดือนกรกฎาคม ส่วนลูกค้าชาวไทยคาดว่าน่าจะได้สัมผัสอย่างเร็วสุดคือปลายปีนี้ราวๆงาน Motor Expo 2017 ครับ
ที่มา Indianautosblog
อัพเดตข่าวรถใหม่ 2022-2023 เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวในวงการยานยนต์เมืองไทยและต่างประเทศ
วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
มาชม Mitsubishi Lancer Limited Edition รุ่นพิเศษในตลาดอเมริกา
แม้ว่า Mitsubishi Lancer ที่ขายในอเมริกา ณ ปัจจุบันนั้นใกล้จะถึงคราวยุติการขายแล้ว แต่ทาง Mitsubishi ก็ขอส่ง Lancer Limited Edition รุ่นพิเศษเพื่อทิ้งทวนกันเสียหน่อย และพร้อมจำหน่ายในอเมริกาปลายเดือนนี้
Mitsubishi Lancer รุ่นพิเศษนี้จะใช้พื้นฐานของรุ่นย่อย ES ภายนอกจะมากับการพ่นสีดำรอบคันทั้งบริเวณกระจังหน้า กระจกมองข้าง หลังคา และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ติดตั้งหลังคาซันรูฟมาให้ ด้านท้ายแปะโลโก้ Limited Edition เพื่อเพิ่มความพิเศษ
ภายในห้องโดยสารจะเป็นโทนสีดำรอบคัน บุหนังและเดินด้ายตะเข็บสีแดงรอบคันทั้งบริเวณพวงมาลัย หัวเกียร์ เบรกมือ รวมทั้งบริเวณแผงประตู นอกจากนั้นแล้วยังมากับแป้นเหยียบอะลูมิเนียมและพรมปูพื้นสีดำ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำวาวรอบคันรถ มีหน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว มีระบบ Infotainment ที่รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
Mitsubishi Lancer Limited Edition จะวางขายในตลาดอเมริกาด้วยราคาค่าตัว 19,975 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 685,401 บาทไทย และจะผลิตไปเรื่อยๆจนกว่าจะยุติการขายที่อเมริกาในอนาคตอันใกล้นี้
ภาพจาก Paultan
Mitsubishi Lancer รุ่นพิเศษนี้จะใช้พื้นฐานของรุ่นย่อย ES ภายนอกจะมากับการพ่นสีดำรอบคันทั้งบริเวณกระจังหน้า กระจกมองข้าง หลังคา และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ติดตั้งหลังคาซันรูฟมาให้ ด้านท้ายแปะโลโก้ Limited Edition เพื่อเพิ่มความพิเศษ
ภายในห้องโดยสารจะเป็นโทนสีดำรอบคัน บุหนังและเดินด้ายตะเข็บสีแดงรอบคันทั้งบริเวณพวงมาลัย หัวเกียร์ เบรกมือ รวมทั้งบริเวณแผงประตู นอกจากนั้นแล้วยังมากับแป้นเหยียบอะลูมิเนียมและพรมปูพื้นสีดำ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำวาวรอบคันรถ มีหน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว มีระบบ Infotainment ที่รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
Mitsubishi Lancer Limited Edition จะวางขายในตลาดอเมริกาด้วยราคาค่าตัว 19,975 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 685,401 บาทไทย และจะผลิตไปเรื่อยๆจนกว่าจะยุติการขายที่อเมริกาในอนาคตอันใกล้นี้
ภาพจาก Paultan
วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
แอบถ่าย 2019 All-New BMW 1-Series โฉบเฉี่ยวขึ้นและเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มขับหน้า
ค่ายใบพัดฟ้าขาวได้เริ่มทำการทดสอบรถแฮตซ์แบ็คท้ายตัดของค่ายอย่าง BMW 1-Series เจเนเรชั่นใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสื่ออย่าง Carscoops ก็สามารถแอบถ่ายภาพรถทดสอบมาให้ได้ชมกันครับ
ดูจากรูปทรงแล้วก็พอรู้ว่า 1-Series โฉมใหม่น่าจะมีความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลบภาพโฉมก่อนหน้าที่ดูธรรมดาและเชยๆไปนิด เผลอๆอาจจะลบภาพอนุรักษ์นิยมเหมือนใน BMW รุ่นอื่นๆด้วย และนอกจากนี้แนวกระจกบานประตูข้างออกแบบให้มีความลาดเอียงขึ้นจนไปถึงด้านท้าย
แต่ประเด็นสำคัญก็คือ 1-Series โฉมใหม่นั้นจะละทิ้งแพลตฟอร์มเดิมที่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังมาใช้แพลตฟอร์ม UKL อันเป็นแพลตฟอร์มระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้การเปลี่ยนการวางตำแหน่งเครื่องยนต์จะเปลี่ยนเป็นแบบวางตามขวาง และยังส่งผลให้มีพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
จากภาพรถทดสอบอาจจะเป็นรถสมรรถนะสูงสังเกตจากท่อไอเสียท้ายขนาดใหญ่ และจานเบรกขนาดใหญ่รวมถีงล้อรถทดสอบขนาดใหญ่ด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ชื่อ M140i วางตำแหน่งเป็นคู่แข่ง Ford Focus RS และ Mercedes-AMG A45 ด้วยพละกำลังที่ไม่ต่ำกว่า 400 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลึ่อน 4 ล้อ
และแน่นอนว่ารุ่นธรรมดาก็น่าจะมีทางเลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มรุ่น Plug-In Hybrid เข้ามา รวมทั้งรุ่นพลังงานไฟฟ้าเพียวๆด้วย
และนอกจากนี้ BMW ยังขอเดินตามรอยผู้ผลิตรายอื่นด้วยการยกเลิกตัวถัง 3 ประตูและวางขายแค่รุ่น 5 ประตูเท่านั้น
คาดว่า BMW จะเปิดตัว 1-Series ในตลาดโลกราวๆปี 2018 ครับ ส่วนเมืองไทยทาง BMW Thailand จะเอามาขายหรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา Carscoops
ดูจากรูปทรงแล้วก็พอรู้ว่า 1-Series โฉมใหม่น่าจะมีความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลบภาพโฉมก่อนหน้าที่ดูธรรมดาและเชยๆไปนิด เผลอๆอาจจะลบภาพอนุรักษ์นิยมเหมือนใน BMW รุ่นอื่นๆด้วย และนอกจากนี้แนวกระจกบานประตูข้างออกแบบให้มีความลาดเอียงขึ้นจนไปถึงด้านท้าย
แต่ประเด็นสำคัญก็คือ 1-Series โฉมใหม่นั้นจะละทิ้งแพลตฟอร์มเดิมที่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังมาใช้แพลตฟอร์ม UKL อันเป็นแพลตฟอร์มระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้การเปลี่ยนการวางตำแหน่งเครื่องยนต์จะเปลี่ยนเป็นแบบวางตามขวาง และยังส่งผลให้มีพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
จากภาพรถทดสอบอาจจะเป็นรถสมรรถนะสูงสังเกตจากท่อไอเสียท้ายขนาดใหญ่ และจานเบรกขนาดใหญ่รวมถีงล้อรถทดสอบขนาดใหญ่ด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ชื่อ M140i วางตำแหน่งเป็นคู่แข่ง Ford Focus RS และ Mercedes-AMG A45 ด้วยพละกำลังที่ไม่ต่ำกว่า 400 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลึ่อน 4 ล้อ
และแน่นอนว่ารุ่นธรรมดาก็น่าจะมีทางเลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มรุ่น Plug-In Hybrid เข้ามา รวมทั้งรุ่นพลังงานไฟฟ้าเพียวๆด้วย
และนอกจากนี้ BMW ยังขอเดินตามรอยผู้ผลิตรายอื่นด้วยการยกเลิกตัวถัง 3 ประตูและวางขายแค่รุ่น 5 ประตูเท่านั้น
คาดว่า BMW จะเปิดตัว 1-Series ในตลาดโลกราวๆปี 2018 ครับ ส่วนเมืองไทยทาง BMW Thailand จะเอามาขายหรือไม่ต้องติดตาม
ที่มา Carscoops
วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
Exclusive News : เจาะข้อมูล Toyota Camry MY2017 รุ่นปรับอุปกรณ์ก่อนเปิดตัวครึ่งปีหลังของปี 2017
ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017 น่าจะเป็นช่วงที่ค่ายยักษ์ใหญ่โหมกระหน่ำเปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายรุ่น ซึ่งเท่าที่ได้ข่าวมาจะเน้น "การปรับอุปกรณ์" เสียส่วนใหญ่ ก็จะมี "บางรุ่นที่มีการปรับโฉมและเพิ่มตัวถังใหม่เข้ามา" แต่ใครจะคาดคิดล่ะครับว่า Toyota Camry จะปรับอุปกรณ์อีกครั้งในปีนี้
ขนาดผมเองซึ่งได้ข่าวมาก็ยังแอบเงิบเล็กน้อยว่า "เฮ้ย..จะปรับอีกแล้วเหรอ" หลังจากที่ Camry เพิ่งจะปรับอุปกรณ์ไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2016 ที่ผ่านมา แต่วงในที่ส่งข่าวมาบอกว่าเนื่องจากรถมียอดขายที่ไม่ค่อยดีนักหรือบอกตรงๆคือ "ขายไม่ออก" จึงต้องมีการปรับอุปกรณ์อีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นการปรับครั้งสุดท้ายแล้วก่อนที่ Camry โมเดลใหม่หมดจดจะมาถึงในปี 2018
ข้อมูลต่อไปนี้นั้นเป็นข้อมูลที่อ้างอิงมาจากสเปคที่ทางวงในส่งมาให้ เนื่องจากว่าไม่สามารถเอามาลงแบบตรงๆได้ เพราะจะมีปัญหากับวงในที่ได้ข้อมูลมา ผมจึงเอามาเรียบเรียงใหม่เหมือนเช่นที่ได้ข่าวทุกครั้งมาเช่นเคย ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่วิจารณญาณของทุกท่าน แต่ถ้าใครติดตามเพจน่าจะรู้ดีว่า ข้อมูลจะมีความถูกต้องมากแค่ไหน
Toyota Camry MY2017 ยังคงมีทางเลือก 5 รุ่นเหมือนเดิม ได้แก่ รุ่น 2.0 G , รุ่น 2.0 Extremo , รุ่น 2.5 G , รุ่น HV Navigator และรุ่น HV Premium สีตัวถังจะมีให้เลือก 6 สีเช่นเดิม แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยคือ สี Phantom Brown Metallic เดิมจะเปลี่ยนสีเป็นสี Dark Brown Mica Metallic เหมือนใน Fortuner รุ่นล่าสุดนั่นเอง
การเปลี่ยนแปลงภายนอกนั้นจะมีแค่รุ่น Hybrid และ Extremo เท่านั้น รุ่นอื่นๆไม่ว่าจะเป็น 2.0 G และ 2.5 G ยังคงเหมือนเดิม
สำหรับรุ่น Hybrid ทุกรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวคือ "ล้ออัลลอยใหม่แบบเคลือบเงา"
ส่วนรุ่น Extremo จะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
1. ไฟหน้าแบบ LED Dual Projector รมดำ
2. ชุดแต่งสเกิร์ตกันชนหน้า-หลัง Extremo
3. ชุดแต่งสเกิร์ตด้านข้าง Extremo
4. สปอยเลอร์หลัง Extremo
5. ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่พร้อมยาง 215/55 R17
สำหรับภายในห้องโดยสารจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกรุ่นย่อย ซึ่งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
1. พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังพร้อมลายไม้แบบ Carbon Wood
2. ลายไม้แบบ Carbon Wood
3. เบาะนั่งสีใหม่เป็นสีน้ำตาล Kogane (ยกเว้นรุ่น Extremo)
ส่วนเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแต่อย่างใด คาดว่าการเปิดตัว Camry Model Year 2017 น่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017 เป็นต้นไป ตามข่าวที่ได้มาคือน่าจะเปิดตัวราวๆเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2017 ครับ
ขนาดผมเองซึ่งได้ข่าวมาก็ยังแอบเงิบเล็กน้อยว่า "เฮ้ย..จะปรับอีกแล้วเหรอ" หลังจากที่ Camry เพิ่งจะปรับอุปกรณ์ไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2016 ที่ผ่านมา แต่วงในที่ส่งข่าวมาบอกว่าเนื่องจากรถมียอดขายที่ไม่ค่อยดีนักหรือบอกตรงๆคือ "ขายไม่ออก" จึงต้องมีการปรับอุปกรณ์อีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นการปรับครั้งสุดท้ายแล้วก่อนที่ Camry โมเดลใหม่หมดจดจะมาถึงในปี 2018
ข้อมูลต่อไปนี้นั้นเป็นข้อมูลที่อ้างอิงมาจากสเปคที่ทางวงในส่งมาให้ เนื่องจากว่าไม่สามารถเอามาลงแบบตรงๆได้ เพราะจะมีปัญหากับวงในที่ได้ข้อมูลมา ผมจึงเอามาเรียบเรียงใหม่เหมือนเช่นที่ได้ข่าวทุกครั้งมาเช่นเคย ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่วิจารณญาณของทุกท่าน แต่ถ้าใครติดตามเพจน่าจะรู้ดีว่า ข้อมูลจะมีความถูกต้องมากแค่ไหน
Toyota Camry MY2017 ยังคงมีทางเลือก 5 รุ่นเหมือนเดิม ได้แก่ รุ่น 2.0 G , รุ่น 2.0 Extremo , รุ่น 2.5 G , รุ่น HV Navigator และรุ่น HV Premium สีตัวถังจะมีให้เลือก 6 สีเช่นเดิม แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยคือ สี Phantom Brown Metallic เดิมจะเปลี่ยนสีเป็นสี Dark Brown Mica Metallic เหมือนใน Fortuner รุ่นล่าสุดนั่นเอง
การเปลี่ยนแปลงภายนอกนั้นจะมีแค่รุ่น Hybrid และ Extremo เท่านั้น รุ่นอื่นๆไม่ว่าจะเป็น 2.0 G และ 2.5 G ยังคงเหมือนเดิม
ส่วนรุ่น Extremo จะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
1. ไฟหน้าแบบ LED Dual Projector รมดำ
2. ชุดแต่งสเกิร์ตกันชนหน้า-หลัง Extremo
3. ชุดแต่งสเกิร์ตด้านข้าง Extremo
4. สปอยเลอร์หลัง Extremo
5. ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่พร้อมยาง 215/55 R17
สำหรับภายในห้องโดยสารจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกรุ่นย่อย ซึ่งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
1. พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังพร้อมลายไม้แบบ Carbon Wood
2. ลายไม้แบบ Carbon Wood
3. เบาะนั่งสีใหม่เป็นสีน้ำตาล Kogane (ยกเว้นรุ่น Extremo)
ส่วนเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแต่อย่างใด คาดว่าการเปิดตัว Camry Model Year 2017 น่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017 เป็นต้นไป ตามข่าวที่ได้มาคือน่าจะเปิดตัวราวๆเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2017 ครับ
Mitsubishi วางแผนเปิดตัวรถเก๋งและกระบะในตลาดลุงแซม
นาย Trevor Mann ประธานฝ่ายปฏิบัติการของแบรนด์ Mitsubishi คนใหม่ล่าสุด กำลังมีแผนการของทิศทางตลาดในอนาคตของค่าย และตอนนี้ก็กำลังคิดวางแผนการนำรถเก๋งและกระบะรุ่นใหม่ไปเปิดตัวในตลาดสหรัฐอเมริกาด้วย
Mann เปิดเผยว่าตลาดสหรัฐอเมริกา จีน และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นกำลังหลักในการฟื้นตัวของแบรนด์สามเพชรอย่างต่อเนื่อง หลังจากถูกเทคโอเวอร์โดยบริษัท Renault และ Nissan
โดยทาง Mitsubishi กำลังมีแผนสร้างกระบะรุ่นใหม่ที่ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Nissan (เป็นกระบะขนาดตัวเท่า Toyota Tacoma หรือ Tundra นั้นยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่โฉมใหม่ของ Nissan Navara และ Mitsubishi Triton ยังไงก็จะสร้างบนพื้นฐานเดียวกันแน่นอน) รวมทั้งมีการสร้างซีดานรุ่นใหม่ภายใต้การช่วยเหลือของบริษัท Renault-Nissan เพื่อมาชดเชยแทน Lancer ที่จะยุติการขายไปด้วย
ในขณะที่ตลาดทั่วโลกรวมถึงบ้านเรามีการวางขายกระบะ Mitsubishi Triton ซึ่งก็มียอดขายที่เอาตัวรอดได้ คาดว่าหาก Mitsubishi จะสร้างกระบะขนาดใกล้เคียงกันนี้ไปขายในอเมริกาน่าจะสร้างยอดขายที่เป็นกอบเป็นกำมากขึ้นให้กับแบรนด์ได้
นอกจากนี้ Mann มีแผนที่จะเปิดโรงงานผลิตในอเมริกาเหนืออีกครั้ง หลังจากปิดไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่อาจจะขอใช้โรงงาน Nissan ช่วยผลิตแทน
ที่มา Carscoops
Mann เปิดเผยว่าตลาดสหรัฐอเมริกา จีน และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นกำลังหลักในการฟื้นตัวของแบรนด์สามเพชรอย่างต่อเนื่อง หลังจากถูกเทคโอเวอร์โดยบริษัท Renault และ Nissan
โดยทาง Mitsubishi กำลังมีแผนสร้างกระบะรุ่นใหม่ที่ใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Nissan (เป็นกระบะขนาดตัวเท่า Toyota Tacoma หรือ Tundra นั้นยังไม่ค่อยแน่ใจ แต่โฉมใหม่ของ Nissan Navara และ Mitsubishi Triton ยังไงก็จะสร้างบนพื้นฐานเดียวกันแน่นอน) รวมทั้งมีการสร้างซีดานรุ่นใหม่ภายใต้การช่วยเหลือของบริษัท Renault-Nissan เพื่อมาชดเชยแทน Lancer ที่จะยุติการขายไปด้วย
ในขณะที่ตลาดทั่วโลกรวมถึงบ้านเรามีการวางขายกระบะ Mitsubishi Triton ซึ่งก็มียอดขายที่เอาตัวรอดได้ คาดว่าหาก Mitsubishi จะสร้างกระบะขนาดใกล้เคียงกันนี้ไปขายในอเมริกาน่าจะสร้างยอดขายที่เป็นกอบเป็นกำมากขึ้นให้กับแบรนด์ได้
นอกจากนี้ Mann มีแผนที่จะเปิดโรงงานผลิตในอเมริกาเหนืออีกครั้ง หลังจากปิดไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่อาจจะขอใช้โรงงาน Nissan ช่วยผลิตแทน
ที่มา Carscoops
วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
หลุดโบรชัวร์ Honda Jazz/Fit Minor Change ของญี่ปุ่น คาดเปิดตัวในไทยกลางปีนี้
เป็นอีกหนึ่งรถ Honda ที่หลายคนต่างถามหาและเฝ้ารอคอย นั่นก็คือ Honda Jazz Minor Change หลังจากที่ City ได้นำร่อง Minor Change ก่อนแล้ว หลายคนก็ต่างเฝ้ารอว่า Jazz จะมีการ Minor Change เมื่อไหร่ และจะหน้าตาเป็นอย่างไร
ล่าสุดตอนนี้ก็มีภาพหลุดของ Honda Jazz Minor Change ออกมาให้เห็นกันแบบไม่ต้องคาดเดากันต่อไปแล้ว โดยภาพเหล่านี้เป็นภาพที่หลุดจากทางโบรชัวร์ของประเทศญี่ปุ่น (ใช้ชื่อทำตลาดว่า Fit) ซึ่งเป็นตัวยืนยันชัดเจนว่ายังไงก็ไม่ใช่ภาพตัดต่อหรือมโนขึ้นมาแน่นอน
จากภาพ ภายนอกจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนบริเวณกันชนหน้าที่ดูสปอร์ตดุดันมากยิ่งขึ้น และมีการออกแบบรายละเอียดกระจังหน้าใหม่ รวมทั้งไฟหน้าแบบ LED เช่นเดียวกับ City รุ่นล่าสุด ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบรายละเอียดโคมไฟท้ายและกันชนท้ายใหม่ให้ดูดีขึ้น นอกจากนี้ในตลาดญี่ปุ่นยังมีสีตัวถังใหม่มาด้วย ส่วนภายในยังไม่มีภาพหลุดออกมา แต่คาดว่าน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
เครื่องยนต์ในตลาดญี่ปุ่นก็จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตรและ 1.3 ลิตร นอกจากนี้ยังมีระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC Atkinson ขนาด 1.5 ลิตรมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ Dual-Clutch 7 สปีดและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
คาดว่าเมืองไทยก็น่าจะใช้เครื่องยนต์เหมือน City นั่นคือ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC พละกำลัง 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้ EarthDreams Technology และยังรองรับเชื้อเพลิง E85
รายละเอียดที่ออกมายังไม่มีการเอ่ยถึงเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรเทอร์โบ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาในรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจดที่จะเปิดตัวในช่วงปี 2019-2020 และระบบความปลอดภัยของรถอาจจะมีการใส่ระบบ Honda Sensing มาให้
Honda Jazz/Fit Minor Change จะเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนตลาดเมืองไทยนั้นก็น่าจะมีการเปิดตัวภายหลัง Mobilio Minor Change (ที่จะเปิดตัวในไทย 9 พ.ค.) อาจจะเป็นเดือนมิถุนายนหรือหลังจากนั้นครับ
ภาพจาก Paultan และ Twitter
ล่าสุดตอนนี้ก็มีภาพหลุดของ Honda Jazz Minor Change ออกมาให้เห็นกันแบบไม่ต้องคาดเดากันต่อไปแล้ว โดยภาพเหล่านี้เป็นภาพที่หลุดจากทางโบรชัวร์ของประเทศญี่ปุ่น (ใช้ชื่อทำตลาดว่า Fit) ซึ่งเป็นตัวยืนยันชัดเจนว่ายังไงก็ไม่ใช่ภาพตัดต่อหรือมโนขึ้นมาแน่นอน
จากภาพ ภายนอกจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนบริเวณกันชนหน้าที่ดูสปอร์ตดุดันมากยิ่งขึ้น และมีการออกแบบรายละเอียดกระจังหน้าใหม่ รวมทั้งไฟหน้าแบบ LED เช่นเดียวกับ City รุ่นล่าสุด ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบรายละเอียดโคมไฟท้ายและกันชนท้ายใหม่ให้ดูดีขึ้น นอกจากนี้ในตลาดญี่ปุ่นยังมีสีตัวถังใหม่มาด้วย ส่วนภายในยังไม่มีภาพหลุดออกมา แต่คาดว่าน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
เครื่องยนต์ในตลาดญี่ปุ่นก็จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตรและ 1.3 ลิตร นอกจากนี้ยังมีระบบไฮบริดที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC Atkinson ขนาด 1.5 ลิตรมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ Dual-Clutch 7 สปีดและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
คาดว่าเมืองไทยก็น่าจะใช้เครื่องยนต์เหมือน City นั่นคือ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร i-VTEC พละกำลัง 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้ EarthDreams Technology และยังรองรับเชื้อเพลิง E85
รายละเอียดที่ออกมายังไม่มีการเอ่ยถึงเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรเทอร์โบ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาในรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมดจดที่จะเปิดตัวในช่วงปี 2019-2020 และระบบความปลอดภัยของรถอาจจะมีการใส่ระบบ Honda Sensing มาให้
Honda Jazz/Fit Minor Change จะเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนตลาดเมืองไทยนั้นก็น่าจะมีการเปิดตัวภายหลัง Mobilio Minor Change (ที่จะเปิดตัวในไทย 9 พ.ค.) อาจจะเป็นเดือนมิถุนายนหรือหลังจากนั้นครับ
ภาพจาก Paultan และ Twitter
วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
Nissan อาจมีแผนขยายแบรนด์ Nismo ไปสู่รถกระบะและรถมินิแวน
หลายท่านคงจะรู้จัก Nismo ในฐานะของสำนักแต่งคู่บุญและผลิตรถสมรรถนะสูงของแบรนด์ Nissan ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่า Nismo อาจจะมีแผนขยายไปสู่รถกระบะหรือรถมินิแวนในอนาคตข้างหน้า
สำนักข่าว Automotive News รายงานว่า Nissan มีแผนเพิ่มยอดขายของรถภายใต้ Nismo ให้ได้ 6 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า นั่นหมายความว่าต้องมียอดขายสูงสุดถึง 100,000 คันต่อปีเมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2016 ที่ 15,000 คัน
และเมื่อพูดถึงแผนการของ Nismo ในอนาคต นาย Takao Katagiri หัวหน้าผู้บริหารของ Nissan Motorsports กล่าวว่า ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงในตลาดนั้นเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นราวๆ 5-10% ในทุกๆตลาด และ Nismo ก็มีความสนใจจะขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ พวกเขาเริ่มเห็นถึงศักยภาพในการขยาย Nismo ไปสู่รูปแบบตัวถังอื่นบ้าง โดยจะไม่ยืดติดว่าต้องเป็นตัวถัง Hatchback , Sedan หรือ Coupe อีกต่อไปแล้ว
นอกเหนือจากแผนการขยาย Nismo ไปสู่รถตัวถังอื่นๆแล้ว Nissan ยังมีแผนขยายตัวแทนจำหน่ายของ Nismo เพิ่มขึ้่นทั่วโลก จากที่มี 26 สาขาในประเทศญี่ปุ่น
ที่มา Carscoops
สำนักข่าว Automotive News รายงานว่า Nissan มีแผนเพิ่มยอดขายของรถภายใต้ Nismo ให้ได้ 6 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า นั่นหมายความว่าต้องมียอดขายสูงสุดถึง 100,000 คันต่อปีเมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2016 ที่ 15,000 คัน
และเมื่อพูดถึงแผนการของ Nismo ในอนาคต นาย Takao Katagiri หัวหน้าผู้บริหารของ Nissan Motorsports กล่าวว่า ความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงในตลาดนั้นเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นราวๆ 5-10% ในทุกๆตลาด และ Nismo ก็มีความสนใจจะขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ พวกเขาเริ่มเห็นถึงศักยภาพในการขยาย Nismo ไปสู่รูปแบบตัวถังอื่นบ้าง โดยจะไม่ยืดติดว่าต้องเป็นตัวถัง Hatchback , Sedan หรือ Coupe อีกต่อไปแล้ว
นอกเหนือจากแผนการขยาย Nismo ไปสู่รถตัวถังอื่นๆแล้ว Nissan ยังมีแผนขยายตัวแทนจำหน่ายของ Nismo เพิ่มขึ้่นทั่วโลก จากที่มี 26 สาขาในประเทศญี่ปุ่น
ที่มา Carscoops
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

























