วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เปลี่ยนอีกละ! Toyota Innova Minor Change 2013 ปรับครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนโฉมปี 2015

 Toyota Innova จะทำการเปลี่ยนโฉมใหม่หมดในปี 2015 โดยโฉมปัจจุบันซึ่งปรับโฉมครั้งล่าสุดเมื่อปี 2011 ดังนั้นโตโยต้าจึงต้องหาอะไรทำเพื่อยืดอายุตลาดและเพิ่มความสดใหม่ให้ Innova อีกสักครั้ง แม้ว่าโฉมปัจจุบันก็ดูหรูและลงตัวแล้ว แต่ท่าทางโตโยต้าจะยังไม่พอใจกับหน้าตาปัจจุบัน

   ล่าสุด ช่างภาพอินโดนีเซียได้แอบถ่าย Toyota Innova Minor Change ไว้ได้ การเปลี่ยนแปลงหลักๆอยู่ทีกระจังหน้ารถ ที่ปรับให้ใหญ่กว่าเดิมมาก หน้าตาแอบคล้ายรถรุ่นใหม่ๆของ Chrysler รวมทั้งเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่ ชายล่างกันชนและกรอบไฟตัดหมอกแอบคล้ายๆ Vios โฉมใหม่เล็กน้อยนะครับเนี่ย มองไปมองมากระจังหน้าก็แอบคล้าย Hilux Vigo Champ นะครับ
   ส่วนด้านท้ายก็ปรับเปลี่ยนในส่วนคิ้วฝากระโปรงท้ายใหม่ โดยรถคันนี้ไม่ได้รับอิทธิพลการออกแบบสไตล์ Keen Look แม้แต่นิดเดียวครับ
   การเปิดตัวคาดว่าจะเปิดตัวในงาน Indodesia International Motor Show 2013 เดือนกันยายนนี้ ส่วนเมืองไทยเราจะปรับปรุงแบบนี้หรือไม่ รอชมกันครับ
ภาพจาก autonetzmag.com
  

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Mercedes-Benz GLA-Class เอสยูวีอนุกรมใหม่จากค่ายดาวสามแฉก

   ได้ฤกษ์เสียทีสำหรับการเผยโฉม Mercedes-Benz GLA-Class เอสยูวีใหม่ล่าสุดจากค่ายดาวสามแฉกแห่งสตุทการ์ท ถือเป็นเอสยูวีรุ่นที่ 5 ของค่ายนี้ และเป็นคันที่ 3 ที่แตกออกมาจากอนุกรม A-Class ซึ่งการเผยโฉมครั้งนี้เผยโฉมก่อนเปิดตัวจริง 10 ก.ย. ที่งาน Frankfurt Motorshow 2013 ครับ
   หน้าตาของรถได้รับอิทธิพลมาจาก GLA-Class Concept เพียงปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้นในรุ่นขายจริง ตัวรถมีอิทธิพลมาจาก A-Class ซึ่งใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน ปรับหน้าตา รูปร่างให้ดูแข็งแรง บึกบัน ดูมีมัดกล้ามที่แข็งแรง สมกับเป็นเอสยูวี แฝงไปด้วยความสปอร์ตปราดเปรียวเข้าไปด้วยตามแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ยุคใหม่
   Mercedes-Benz GLA-Class ถือเป็นคอมแพกต์เอสยูวีที่จะแย่งส่วนแบ่งตลาดส่วนนี้ที่มีอัตราเติบโตสูง ตัวรถมีสัดส่วนอยู่ที่ ยาว 4,417 มม. กว้าง 1,804 มม. สูง 1,494 มม. ด้วยความที่ออกแบบมาสปอร์ต ปราดเปรียว ทำให้มันมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.29 เท่านั้นครับ ส่วนภายในห้องโดยสารยกมาจาก A-Class ทั้งดุ้น แต่ปรับรายละเอียดให้ดูหรูขึ้นเท่านั้น
    ด้านพละกำลังมีให้เลือกสรรกันพอสมควร ประเดิมด้วย 
1. GLA200 CGI เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,250-4,000 รอบต่อนาที 
2. GLA250 CGI เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ให้กำลัง 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายใน 6.5 วินาที ท็อปสปีด 233 กม./ชม. 
3. GLA200 CDI เครื่องดีเซล 4 สูบ 2.2 ลิตร พละกำลัง 136 แรงม้าที่ 3,600-4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตรที่ 1,400-4,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองแค่ 23.2 กม./ลิตร 
4. GLA220 CDI เครื่องดีเซล 4 สูบ 2.2 ลิตร พละกำลัง 170 แรงม้าที่ 3,600-4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 1,600-3,200 รอบต่อนาที ทั้งหมดนี้มีระบบส่งกำลังให้เลือกคือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์ 7G DCT

    Mercedes-Benz GLA-Class จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ Frankfurt Motor Show 2013 พร้อมเปิดให้ลูกค้าได้จับจองกันปลายปีนี้ และพร้อมส่งมอบรถปี 2014 ส่วนเมืองไทยมีความเป็นไปได้สูงที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จะนำเข้ามาขายครับ
 
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Ford Everest Concept ว่าที่ PPV ใหม่ของฟอร์ดเปิดตัวแล้วที่ออสเตรเลีย ผลิตขายจริง 1 - 2 ปีข้างหน้านี้

  ข่าวการพัฒนา Ford Everest โฉมใหม่ของ Ranger รหัสตัวถัง T6 ถือว่าเงียบเอามากๆ หลังจากที่มีภาพหลุดรถทดสอบอยู่เมื่อช่วงกลางปีมาพักหนึ่ง ผ่านพ้นตอนนั้นก็แทบไม่มีข่าวเลย วันนี้เรามีข่าวอัพเดตล่าสุดของ Ford Everest โฉมใหม่มาฝากครับ
   เมื่อไม่นานมานี้ Ford Australia ได้ทำการเผยโฉม Ford Everest Concept ใหม่แบบชนิดสายฟ้าแลบ น่าจะสร้างความฮือฮาแก่พวกเราไม่น้อย ซึ่งต่างคนต่างพากันวิจารณ์ตัวรถกันใหญ่เลยครับ (แฟนเพจผมเพิ่งเจอมาเอง 555)
   หน้าตาของรถถือว่าฉีกแนว Ford Ranger อย่างสิ้นเชิง โดย Ford ใช้วิธีแบบ Toyota Fortuner คือ ออกแบบงาน PPV ของตนให้ต่างกับกระบะของตนที่ใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน ให้ต่างมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ Ford นั้นเล่นออกแบบให้แตกต่างแทบจะยกหน้า Ford Ranger ใหม่หมดเลย
   หน้าตาของรถนั้นออกแนวเท่ บึกบึน ทันสมัย รอบคันรถเลย หน้าตาได้รับอิทธิพลมาจาก EcoSport มาอยู่บ้าง ส่วนท้ายรถนั้นแหวกแนวไม่เหมือนใครเลย
   เชื่อมั้ยครับว่า มีชิ้นส่วน 2 ชิ้นเท่านั้นที่ใช้ร่วมกับ Ford Ranger ได้ นั่นคือ แก้มด้านข้าง และ ประตูหน้า นอกนั้นใช้ไม่ได้เลย เว้นเสียแต่เครื่องยนต์ที่คาดว่าจะวางเครื่องดีเซล 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร บล็อกเดียวกันกับ Ranger ครับ
   การเปิดตัวรุ่นผลิตจริงคาดว่าจะเปิดตัวใน 1 - 2 ปีข้างหน้าครับ
 Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ISUZU D-Max เตรียมวางเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร ในปี 2015

   น้ำมันนับวันยิ่งแพงขึ้นทุกวัน ทำให้เราหมดค่าใช้จ่ายไปกับการเติมน้ำมันมากมาย ค่ายรถยนต์ต่างประเทศหลายค่ายจึงตอบสนองโดยทำวางเครื่องบล็อกเล็ก ลดขนาดสูบ แต่ติดเทอร์โบแทน เพื่อส่งผลให้ประหยัดน้ำมันขึ้น ซึ่งอะไรแบบนี้ก็กำลังจะมีในรถกระบะอย่าง Isuzu แล้วเช่นกันครับ
   ตอนนี้ Isuzu กำลังจะมีแผนพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตรใหม่ที่เล็กลง ซึ่งจะมาทำตลาดแทนเครื่อง 2.5 ลิตร ถึง 3.0 ลิตรที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยเครื่อง 1.9 ลิตร จะมีสมรรถนะเทียบเท่าเครื่อง 2.5 เลยทีเดียว แล้วยังส่งผลให้ประหยัดน้ำมันด้วย กรณี BMW เคยทำกับ 528i มาแล้ว โดยหันมาใช้เครื่อง 2.0 ลิตร 4 สูบ แทน 6 สูบ และ Ford อีโคบูส เครื่อง 1.0 ลิตร แต่สมรรถนะพอๆกับรถเครื่อง 1.5 ลิตรเลยทีเดียวครับ ยังไงเครื่องยนต์ดังกล่าวอาจจะมาให้เราได้ใช้กันในปี 2015 ครับ
   ยอดขายรถ Isuzu ในปี 2012 นั้นทำได้ถึง 410,000 คัน และทางค่ายจะเพิ่มเป้าเป็น 500,000 คันในปี 2016 ครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อัพเดตความคืบหน้า Toyota Yaris Eco Car (9 ส.ค. 2556)

   เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายคนคงกำลังเฝ้ารออีโคคาร์คันใหม่จากโตโยต้าอย่าง Toyota Yaris อยู่นะครับ วันนี้ผมมีข่าวจะมาอัพเดตให้พวกท่านครับ
   เนื่องจากผมมีญาติทำงานอยู่ที่ Toyota ซึ่งผมได้สอบถามในเรื่องความคืบหน้าของ Toyota Yaris Eco Car ซึ่งผมก็ได้ข้อมูลมาว่า
   สาเหตุที่เลื่อนเปิดตัว Toyota Yaris Eco Car นั้น เป็นเพราะยังไม่ผ่านภาษี รัฐบาลยังไม่อนุมัติในเรื่องภาษี ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ได้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เพราะแผงประตูกับเครื่องยนต์ที่เผยแพร่กันในโลกออนไลน์แต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุกลับไม่ตรงกันเลยครับ
  ส่วนรูปร่างหน้าตารถนั้นก็เหมือนกับในรูปเลยครับ ในส่วนหนวดหน้ารถนั้นเป็นสีดำ ตามรูปเลยนะครับ  อาจมีรายละเอียดเล็กน้อยที่อาจไม่เหมือนในรูป ซึ่งถ้า Toyota Yaris Eco Car คันนี้ได้เปิดตัวเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็น "อีโคคาร์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย" เบียด Suzuki Swift เลยละครับ
  เครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะวางเครื่องในความจุ 1290 ซีซี. ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ส่วนราคาคาดว่าจะเริ่มต้นประมาณ 450,000 บาทครับ
  ส่วนการเปิดตัวนั้นญาติผมบอก "อีกไม่นาน" ซึ่งผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่คาดว่าจะเป็นช่วง ส.ค. - ก.ย. นี้ ยังไงก็อดใจรอนะครับ
(ปล.ข่าวทั้งหมดที่เผยแพร่อาจไม่เป็นจริง 100% ฉะนั้นท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและเสพข่าวอย่างมีสติด้วยครับ)
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความชิ้นนี่เผยแพร่ลงในเว็บไซด์ บล็อกหรือช่องทางออนไลน์อื่น โดยไม่ขออนุญาต หากเผยแพร่ควรอ้างอิงเว็บไซด์นี้ด้วย
ลงวันที่ 9 ส.ค. 56 Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Honda Brio Amaze สมการความสุขที่ลงตัว(เกือบ)ทุกอย่าง

  Honda เปิดตัวอีโคคาร์คันแรกในนาม "Brio" ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับยังไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องด้วยจุดด้อยหลายอย่างในตัวรถ ประกอบกับช่วงนั้นเจอมหาอุทักภัย ทำให้ Brio แย่เข้าไปใหญ่ และให้หลังไป 1 ปีกว่าๆ Honda ก็เปิดตัว Brio Amaze นั่นคือคือ Brio ในแบบซีดาน ซึ่งนำเอาจุดด้อยของ Brio มาปรับปรุงให้ดีขึ้น ว่ากันง่ายๆครับ มาช่วยแก้หน้าให้ตัวแฮตซ์แบ็คนั่นเองครับท่านผู้อ่าน
   Honda Brio Amaze เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปลายปี 2012 ที่ผ่านมา ซึ่ง Honda ได้เปิดตัวก่อนกำหนดการเปิดตัวจริงถึง 6 เดือน จุดประสงค์เพื่อให้ทันเข้าโครงการรถคันแรกไงละครับ ซึ่งงานนี้เนี่ยได้พรีเซนเตอร์อย่าง "บี้ เดอะ สตาร์" มาช่วยเป็นพรีเซนเตอร์แนะนำรถให้อีกด้วยครับ
    Honda Brio Amaze เป็นอีโคคาร์ซีดาน 4 ประตูซึ่งต่อยอดมาจาก Brio 5 ประตู ซึ่งทำให้ทั้งสองคันนี้แชร์โครงสร้างและอะไหล่ร่วมกันได้หลายชิ้น Brio Amaze ถือกำเนิดมาเพื่อมาไล่บี้กับจ่าฝูง Nissan Almera และ ยังมีคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง Mitsubishi Attrage เข้าร่วมวงแจมอีกคันหนึ่ง
   หน้าตาของรถก็ดูละม้ายคล้าย Brio Hatchback แต่ปรับให้แตกต่างจากเดิม โดยเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ให้ดูเด่นขึ้น กันชนหน้าพ่นสีเดียวกับตัวรถ ท้ายรถออกจะสั้นๆกุดๆไปหน่อย แต่เส้นสายโดยรอบถือว่าลงตัวดูดีมากๆ ล้ออัลลอยก็ใช้ลายใหม่แตกต่างจากตัว 5 ประคู โดยรวมแล้วถือว่าโอเค
    ภายในรถยกมากจาก Brio ทั้งดุ้น ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีพื้นที่ด้านหลังที่กว้างสบาย แม้มองจากข้างนอกจะดูเล็กก็ตาม คันนี้ยังได้ปรับปรุงวัสดุภายในให้ดีกว่า Brio ไม่มีเหล็กตัวถังตรงแผงข้างประตูให้เห็นอีกต่อไปแล้ว
   เครื่องยนต์ยังคงใช้บล็อกเดียวกับ Brio คือเครื่องเบนซิน 1.2 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังพอเหมาะที่ 90 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 110 นิวตัน-เมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกใช้ตั้งแต่เกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ CVT ช่วงล่าง ระบบกันสะเทือนใช้แบบพิมพ์นิยม หน้าแม็กเฟอร์สันสตรัทอิสระพร้อมเหล็กกันโคลง หลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape
    อัตราสิ้นเปลืองรถนั้นทางฮอนด้าเคลมมาไว้ที่ 20 กม./ลิตร บางคนอาจทำได้มากกว่านั้นด้วยซ้ำ ใครที่เป็นพวกขาซิ่ง เหยียบคันเร่งจมก็น่าจะมีโอกาสได้เห็นเลขแถวๆ 15 - 16 กม./ลิตรบ้างละครับ 
   Honda Brio Amaze มีให้เลือก 4 รุ่นได้แก่ รุ่น S M/T ราคา 454,000 บาท รุ่น S A/T ราคา 493,000 บาท รุ่น V M/T ราคา 482,000 บาทและรุ่น V A/T ราคา 521,000 บาทครับ
   คู่แข่งตัวสำคัญในตลาดก็เห็นจะมี Nissan Almera และ Mitsubishi Attrage ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นคู่แข่งที่แข่งแกร่งโดยเฉพาะ Nissan สำหรับ Brio Amaze นี้สำหรับผม ผมก็ชอบมันอยู่พอสมควร แต่ว่าตัวเลือกยังน้อยไปหน่อย และแยกรุ่นยากเล็กน้อยเพราะทุกรุ่นสวมล้ออัลลอยลายเดียวกันหมด สังเกตได้ตรงกระจกมองข้างเท่านั้น อันที่จริงรุ่นล่างอย่าง S น่าจะใส่ฝาครอบนะครับ เพราะยี่ห้ออื่นๆก็มีให้เลือกกันหมด ด้วยหน้าตาที่เกือบดูดี หน้าตายังไม่ทันสมัยเหมือนยี่ห้ออื่น (เหมือนจะเอาใจชาวโรตีมากกว่า) ทำให้ Brio Amaze คันนี้ยังเป็นแค่สมการความสุขที่ยังไม่ลงตัวพอ แต่ถ้าใครมีใจกับตัว H สัญชาติยุ่นคันนี้ ขอแนะนำเลยครับ
Update ทุกความเคลื่อนไหวไปกับเรา ได้ที่ Facebook ข้างล่างนี้
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Mercedes-Benz CLA-Class ใหม่ เปิดตลาดซีดานคูเป้คอมแพกต์แนวใหม่ ในราคา 2.64 ล้านบาท

 เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา Mercedes-Benz ประเทศไทยได้ทำการเปิดตัว Mercedes-Benz CLA-Class รถซีดานคูเป้รุ่นเล็กน้องเล็กของ CLS ซึ่งถือว่าเปิดตัวได้ฉับไวส่งตรงมาจากการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ดีทรอยด์เมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
   Mercedes-Benz CLA-Class ถือเป็นอนุกรมใหม่ล่าสุดของค่ายดาวสามแฉกในเมืองไทย มากับรูปโฉมที่ดูเย้ายวนใจ ดูคล่องตัวด้วยสัดส่วนมิติตัวรถมีความยาว 4,630 มม. กว้าง 1,777 มิลลิเมตร และสูง 1,432 มม. ด้วยเส้นสายที่โค้งเว้ารอบคัน ทำให้รถคันนี้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอยู่ที่ 0.22 เท่านั้นครับ
   เส้นสายของรถได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นพี่ CLS-Class อย่างเด่นชัด วิศวกรสรรสร้างรถคันนี้มาเพื่อจุดประสงค์ให้เป็น CLS ในขนาดเท่า C-Class เอาใจลูกค้าหนุ่มสาวที่ชอบรถสปอร์ตซีดานในราคาที่ย่อมเยา    
   รูปโฉมรถก็อย่างที่บอกครับ มันทั้งโฉบเฉี่ยว เย้ายวน ปราดเปรียวดัง CLS โดยพัฒนาต่อยอดมาจาก Concept Style Coupe ที่โชว์ตัวในบ้านเราที่งานมอเตอร์โชว์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กระจังหน้ารถใช้แบบ Diamond Grille กันชนหน้าแลดูคล้าย A-Class ไฟหน้าทรงสวยมาแบบ LED พร้อมไฟวิ่งกลางวัน เสริมความสปอร์ตไปอีกขึ้นด้วยชุดแต่งจาก AMG ไล่ตั้งแต่กันชนหน้า สเกิร์ตข้าง กันชนท้าย ท่อปลายดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน สัญลักษณ์ดามสามแฉกบนคาลิปเปอร์และล้ออัลลอยจาก AMG 18 นิ้ว
   ห้องโดยสารคอนโซลหน้ายกมาจาก A-Class ทั้งดุ้น ยังคงความสปอร์ต ล้ำสมัยด้วยมาตรวัดทรงกลมสีเงิน เบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังคุณภาพเยี่ยม ช่องแอร์ทรงกลมพร้อมจอขนาดใหญ่คล้ายไอแพดติดอยู่กลางคอนโซล เครื่องเสียงเป็นแบบ Audio 20 พร้อมเครื่องเล่นซีดีและช่องเชื่อมต่อ AUX-in และ USB 
   เครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องเบนซิน 1,999 ซี.ซี. 4 สูบเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูง 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดที่ 350 นิวตัน-เมตรที่ 1,200 - 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งทันใจ 0-100 กม. ในเวลา 6.7 วินาที ท็อปสปีด 240 กม./ชม อัตราสิ้นเปลือง 16-16.39 กม./ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ 7G DCT พร้อมแพดเดิลชิฟท์เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย มาพร้อมกับฟังก์ชัน ECO Start/Stop ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น
   Mercedes-Benz CLA-Class ยังจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครบถ้วนตามแบบฉบับค่ายดามสามแฉก เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, กล้องมองหลังช่วยถอย, ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP - Electronic Stability Program, ระบบช่วยเบรก BAS - Brake Assist ทำงานร่วมกับ ABS, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATtention Assist, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR - Acceleration skid control, ระบบล๊อคความเร็ว cruise control, ระบบจำกัดความเร็ว Speedtronic และระบบเบรก Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น HOLD ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า โดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา
   Mercedes-Benz CLA-Class มีจำหน่ายรุ่นเดียวคือ Mercedes-Benz CLA250 AMG Sport มีค่าตัวที่ 2,640,000 บาทถือว่าคุ้ม และสมเหตุสมผลครับ
 
และอีกหนึ่งแฟนเพจครับ New Cars Around The World Fan Page

Like Box