วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

All-New MINI Clubman เปลี่ยนความแปลกสู่ประโยชน์ที่มากขึ้น

   หลายท่านอาจจะคุ้นชินชื่อของ MINI Clubman ในมาดของรถ MINI ประตูท้ายตู้กับข้าว ซึ่งรุ่นก่อนก็ทำประตูคือ ด้านข้างแบบประหลาดๆ ฝั่งคนขับจะมีประตูหลังซึ่งเป็นประตูเล็กๆ ที่เข้าออกทางด้านหลัง ซึ่งค่อนข้างจะลำบาก แต่ในเจเนเรชั่นใหม่ของเจ้า Clubman นี้ ค่าย MINI ได้ยกระดับขนาดและความหรูหราของตัวรถขึ้นไปอีก

   และนี้ก็คือโฉมใหม่ของ MINI Clubman ที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ซึ่งเปลี่ยนจากความแปลกในรุ่นที่แล้ว มาเป็นอรรถประโยชน์ที่น่าจะมีมากขึ้นกว่าเดิม โดยหน้าตาได้รับการปรับเปลี่ยนกันชนใหม่เล็กน้อย ให้ต่างจากรุ่นปกติ ออกแบบล้ออัลลอยให้แตกต่าง ไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มประตูคู่หลังบานใหญ่ ที่น่าจะเข้าออกง่ายกว่า MINI 5 ประตูที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ MINI ก็ยังคงเอกลักษณ์บานประตูตู้กับข้าวด้านท้ายไว้เช่นเคย และออกแบบไฟท้ายหลอดใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นอื่นอย่างสิ้นเชิง โดยรวมถือว่าสวยงามมีเอกลักษณ์มาก

   ขนาดตัวของมันมีความยาว 4,253 มม. (+จากรุ่นที่แล้ว 270 มม.) ความกว้าง 1,800 มม. (+จากรุ่นที่แล้ว 73 มม.) และสูง 1,441 มม. มาพร้อมกับฐานล้อยาว 2,670 มม. และตัวรถมีความยาวกว่ารุ่น Hatch 5 ประตู ถึง 270 มม. และกว้างกว่า 90 มม. มีฐานล้อยาวกว่า 100 มม. 

   ภายในห้องโดยสารก็ได้ออกแบบคอนโซลให้แตกต่างจากรุ่นปกติเล็กน้อย ใช้วัสดุและหนังคุณภาพสูงในการตกแต่งห้องโดยสาร โดยรถคันนี้สามารถโดยสารได้ 5 ที่นั่งด้วยกัน โดยมีพื้นที่จุของด้านหลังถึง 360 ลิตร มากกว่ารุ่น Hatch 82 ลิตร และมากกว่า Countryman 1 ลิตร และเมื่อพับเบาะแถว 2 ที่มีอัตราส่วนการพับ 60:40 ลงไป จะทำให้มีพื้นที่มากขึ้นเป็น 1,250 ลิตร หรือจะพับเบาะในอัตราส่วน 40:20:40 ก็ได้

   สำหรับขุมพลังของรถนั้นก็เป็นการยกทัพขุมพลัง 3 และ 4 สูบที่ใช้กับ MINI รุ่นอื่นๆมาใช้ ซึ่งประกอบด้วย
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 3 สูบที่มากับพละกำลัง 136 แรงม้าที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตรที่ 1,250 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 205 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 18.87-19.6 กม./ลิตร อัตราการปล่อย CO2 เฉลี่ย 118-123 กรัม/กม. 

- เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ TwinPower Turbo 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตรที่ 1,750 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ใน 8.6 วินาที (8.5 วินาทีในเกียร์อัตโนมัติ) ความเร็วสูงสุด 212 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 22.72-24.39 กม./ลิตร อัตราการปล่อย CO2 เฉลี่ย 109-115 กรัม/กม.

- เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ TwinPower Turbo 2.0 ลิตร มากับพละกำลัง 192 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตรที่ 1,250 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 7.2 วินาที (7.1 วินาทีในเกียร์อัตโนมัติ) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.87-16.13 กม./ลิตร อัตราการปล่อย CO2 เฉลี่ย 134-137 กรัม/กม.
ทั้งหมดส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งมีเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 และ 8 สปีดให้เลือกเป็นออปชั่น โดย MINI จะเริ่มวางขาย Clubman ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ในตลาดยุโรป ส่วนตลาดไทยก็รอดูกันต่อไปครับว่าจะมาเมื่อไหร่
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบมวยคู่เดือด ตอนที่ 40 : Toyota Hilux Revo 2.8 G 4x4 VS. Ford Ranger Wildtrak 3.2 4x4

  ศึกตลาดกระบะในปี 2015 ถือเป็นปีที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะพวกเราหลายๆคนน่าจะรู้ๆกันอยู่ว่าปีนี้เป็นปีที่การเปิดตัวของกระบะรุ่นใหม่หลายๆรุ่น โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญที่หลายคนรอกันมาข้ามปีนั่นก็คือ Toyota Hilux Revo นั่นเอง แต่นี่เป็นเพียงแค่ความสนุกช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนี้ก็ยังมีไฮไลต์เด็ดๆอีกหลายคันรอเปิดตัวอยู่

   แต่ไฮไลต์เด็ดๆสะระตี่อีกคันที่หลายคนรอคอยไม่แพ้กัน นั่นก็คือกระบะสายพันธุ์อเมริกันภายในโลโก้แบรนด์วงรีสีฟ้าอย่าง Ford Ranger ที่ในปีนี้ได้ทำการปรับโฉมครั้งใหญ่ให้สดใหม่กว่าเดิม โดยจัดงานเปิดตัวสุดอลังการกลางกรุงเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งคนไทยหลายคนก็ให้ความสนใจและไปจับจองเป็นเจ้าของกันหลายคนแล้ว ด้วยความที่หน้าตามันถูกจริตคนไทยค่อนข้างมาก เผลอๆคนไทยชอบหน้าตามากกว่า Revo ด้วยซ้ำ แต่ไฉนยอดขาย Revo กลับมากกว่า และด้วยราคาค่าตัวในรุ่นท็อปสุดที่เท่ากัน เราก็เลยอยากจะลองจับมาเทียบว่า 2 คันนี้มันมีความแตกต่างอย่างไรกันบ้าง และคันไหนน่าจะคุ้มค่าต่อการลงทุน ไปชมกันเลย

   เริ่มที่หน้าตาของ Toyota Hilux Revo ที่ออกแบบหน้าตาตามแนว Keen Look ซึ่งทำให้มันแลดูคล้าย Altis แต่มาแนวถึกๆแบบกระบะ มาพร้อมไฟหน้า Projector LED สวยงาม ซึ่งมีแต่ในรุ่นท็อปๆ แต่ความไม่ค่อยลงตัวมันอยู่ที่กันชนหน้าที่ออกแบบช่องระบายอากาศที่ออกแบบคล้ายๆว่าอ้าปากหวอ และอีกทั้งยังมีช่วงหน้าที่ค่อนข้างยาว และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วที่ติดมา ลายก็ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ ซึ่งล้อขนาด 16 นิ้วในรุ่นตัวเตี้ยยังจะสวยซะกว่า แต่อย่างไรก็ตามถ้าไม่สนจุดนี้ มันจะเป็นกระบะที่มีหน้าตาดุดันคันหนึ่งเลยก็ว่าได้

ส่วนทาง Ford นั้นจะมากับหน้าตาที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและดุดันไม่แพ้กัน มากับไฟหน้าแบบ Projector HID ตั้งแต่รุ่น XLT แต่ไมมี DRL แบบ LED โดยเฉพาะในรุ่น Wildtrak ที่มากับกระจังหน้าและกันชนหน้าสีดำซึ่งทำให้มันดูดุดัน แต่ดูจะลงตัวกว่า Revo เพราะหน้ามันไม่ยาวแบบ Revo และยังมีชุดแต่งรอบคันอีก ยิ่งเสริมความดุเข้าไปกันใหญ่ แต่ในรุ่น XLT จะมากับกระจังหน้าโครเมียมที่แอบให้อารมณ์คล้ายรถบรรทุกหัวลาก ส่วนล้ออัลลอยในรุ่น Wildtrak จะมากับขนาด 18 นิ้วที่ลายดูดีมีชาติตระกูลมาก ต่างจากล้อขนาด 17 นิ้วใน XLT ที่ลายคล้ายฝาครอบล้อกระทะ แต่ก็เป็นกระบะที่น่าจะถูกใจใครๆหลายคน

  เข้ามาดูในห้องโดยสารนั้น ค่าย Toyota ได้ออกแบบภายในให้ดูล้ำสมัยกว่ารุ่นที่แล้วมาก ซึ่งเป็นภายในที่ดูหวือหวาและน่าสัมผัส แม้ใครบางคนจะไม่ชอบจอสัมผัสแบบประหลาดก็ตามเถอะ แต่ก็มีฟังก์ชันหลายอย่างพร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงข้อมูล MID แบบ 3 มิติขนาด 4.2 นิ้ว ปุ่มสตาร์ทและ Smart Entry จอสัมผัส 7 นิ้วพร้อมระบบนำทาง ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth  USB AUX ช่องรักษาความเย็น Cool Box ช่องต่อไฟฟ้ากระแสสลับ 220 V ระบบปรับอากาศตอนหลัง ก็ถือว่าครบถ้วน

ส่วนใน Ford นั้นก็ได้ออกแบบภายในใหม่แทบทุกชิ้น ซึ่งจะมาแนวเรียบง่ายไม่เบื่อตา และดูดีมีชาติตระกูลมาก คอนโซลเดินด้ายตะเข็บแท้ๆ ไม่หลอกแบบ Revo และมากับหน้าจอแบบ Dual TFT สุดล้ำ พร้อมการตกแต่งภายในที่ดูหรูหรา หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เล่น CD MP3 ได้แต่เล่น DVD ไม่ได้ และไม่มีระบบนำทาง แต่รองรับการสั่งการด้วยเสียงด้วยระบบ SYNC 2 ได้ สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth USB AUX กุญแจเป็นแบบกุญแจบิด ไม่มีปุ่มสตาร์ทกับ Smart Entry เหมือน Toyota นะครับ นอกนั้นก็จะมีช่องต่อไฟฟ้ากระแสสลับ 230 V ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกซ้ายขวา ก็ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์

ด้านขุมพลังนั้น Toyota จะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร มากับพละกำลัง 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อม Sequantial Shift 

ส่วนขุมพลังของ Ford จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 3.2 ลิตร 5 สูบ แถวเรียง 20 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มากับพละกำลัง 200 แรงม้าที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด



  สำหรับระบบความปลอดภัยของรถนั้นทางค่ายสามห่วงก็จัดมาเต็มๆ ในรุ่นท็อป ซึ่งก็จะมี
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC
- ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน DAC
- ระบบล็อคเฟืองท้าย Diif-Lock
- กล้องมองหลัง
- ถุงลมนิรภัย 7 จุด

ส่วน Ford นั้น ในรุ่น Wildtrak ก็จัดมาให้แบบเต็มๆ ชนิดที่ใครๆหลายคนต้องชอบใจแน่นอน
- ABS/EBD
- ถุงลมนิรภัย 6 จุด
- ระบบควบคุมการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
- ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน Hill Launch Assist
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control

- ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง
- ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ

- ระบบเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน
- สัญญาณเตือนระยะะถอยหลัง
- สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า
- กล้องมองหลัง


สำหรับราคาค่าตัวของทั้ง 2 คันนี้ มากับราคาเท่ากันเลย นั่นก็คือ 1,139,000 บาท ซึ่งทั้งหมดนี้ก็แล้วแต่ท่านแล้วละครับว่า คันไหนจะคุ้มค่าเงินในกระเป๋ามากกว่ากัน ชอบแบบไหนก็ซื้อไปเลยครับ เงินเรา เราชอบแบบไหนก็ไม่ผิด



Function

Toyota Hilux Revo 2.8 G 4x4 6AT
Ford Ranger Wildtrak 3.2 4x4 6AT
สัดส่วนตัวรถ (ยาว/กว้าง/สูง)
5330/1855/1815
5362/1860/1815
ไฟหน้า
LED Projector
Projector HID
ไฟ Daytime Running Lights
แบบ LED
-
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
มี
มี
ช่องต่อไฟ 12 Volt พื้นกระบะท้าย
-
มี
ระบบปรับไฟหน้าสูงต่ำอัตโนมัติ
มี
มี
ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
-
มี
Push Start / Smart Entry
มี
-
กระจกมองหลัง
แบบปรับลดแสงสะท้อน
แบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
Cruise Control
มี
มี
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
มี
แบบแยกซ้าย-ขวา
ระบบปรับอากาศตอนหลัง
มี
-
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
มี
มี
Cool box
มี
มี
โหมดการขับขี่ Eco Mode / Power Mode
มี
-
Start Stop
มี
-
ช่องต่อไฟ AC
220 V
230 V
มาตรวัด
แบบ Optitron
มี
จอ TFT
แบบ 3 มิติ ขนาด 4.2 นิ้ว
แบบ Dual TFT
ระบบเครื่องเสียง
เครื่องเล่น CD DVD MP3 จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
เครื่องเล่นCD MP3 จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว
ระบบนำทาง
รองรับ T-Connect
-
ระบบสั่งการด้วยเสียง
ระบบโทรออกด้วยเสียง
มี
ช่องเชื่อมต่อ USB / AUX / SD Card
มี
มี
Bluetooth
มี
มี
ลำโพง (ตัว)
6
6
Engine
เครื่องยนต์
ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว VN Turbo Intercoloer
ดีเซล Duratorq 5 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว VG Turbo Intercooler
ความจุ (ซีซี.)
2755
2776
พละกำลัง (แรงม้า/รอบต่อนาที)
177/3400
200/3000
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร/รอบต่อนาที)
450/1600-2400
470/1750-2500
ระบบส่งกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
Safety
ABS EBD
มี
มี
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
มี
มี
ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และ ม่านถุงลมด้านข้าง
มี
มี
ถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับ
มี
-
ระบบเสริมแรงเบรก BA
มี
-
ระบบควบคุมการทรงตัว
มี
มี
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
มี
มี
ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย
มี
-
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
มี
มี
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน
มี
มี
ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ
-
มี
ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง
-
มี
ระบบเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน
-
มี
สัญญาณเตือนกะระยะขณะถอยจอด และ หน้า-หลัง
-
มี
กล้องมองหลัง
มี
มี
Price
ราคา (บาท)
1,139,000
1,139,000


   สรุป...Toyota Hilux Revo รุ่นท็อปสุด และ Ford Ranger Wildtrak รุ่นท็อปสุด ต่างมีดีกรีความเทพไม่แพ้กันเลย ด้าน Toyota มีความเด่นด้านชื่อเสียงและความไว้เนื้อเชื่อใจ ทำให้หลายคนเลือกที่จะเดินเข้าโชว์รูมและเซ็นใบจองกันแบบไม่ลังเล ส่วน Ford นั้น เรื่องศูนย์บริการยังคงต้องพัฒนากันต่อไป จนกว่าจะลบค่านิยมฝังหัวต่างๆที่คนไทยบางคนยังมีอยู่ออกไปให้ได ้ เพราะรถของเขาก็มีหน้าตาหล่อเหลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอ Minor Change ยิ่งทำให้หน้าตาดีใหญ่เลย อีกทั้งมากับออปชั่นครบถ้วนและราคาที่สมเหตุสมผล พอไปเทียบกับ Toyota Hilux Revo ที่ราคาเทียบกับสิ่งที่ติดรถมาบางอย่าง อาจจะทำให้ดูราคาสูงไปนิด หลายคนอาจคิดว่าทำไมถึงบอกว่า Toyota แพง แต่ Ford ถูก ก็ต้องดูรายการออปชั่นที่สาธยายไว้ข้างบนครับว่าใครคุ้มราคากว่ากัน และท่านที่กำลังคิดในใจจะซื้อ 2 รุ่นนี้อยู่ ก็อยากให้คิดว่า ซื้อแบบไหนจะคุ้มราคากว่ากัน ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่าอะไรต่างๆนานา และรสนิยมความชอบ เพราะรถจะอยู่กับเราไปอีกนาน เลือกตามความชอบของเราก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย แต่สุดท้ายด้วยความสมบูรณ์แบบและอีกหลายปัจจัย ทำให้การเทียบครั้งนี้ขอยกให้ Ford ชนะครับ

      Score        
รูปร่างหน้าตา 5
4
5
ฟังก์ชัน 5
4.5
5
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง 5
4
4.5
ระบบความปลอดภัย 5
4.5
5
ราคา 5
4.5
5
ศูนย์บริการ 5
5
3
รวม 30
26.5
27.5

 
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Like Box