วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มาแล้ว Honda BR-V Prototype ว่าที่รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ที่มาไทยแน่ๆ

   และในวันนี้ Honda ก็ได้ใช้พื้นที่ของงาน GAIKINDO Indonesia International Auto Show (GIIAS) 2015 ของประเทศอินโดนีเซียเพื่อนบ้านเรา เป็นสถานที่เผยโฉมต้นแบบรถรุ่นใหม่จากค่ายอย่าง Honda BR-V เป็นครั้งแรกในโลก

   Honda BR-V จะมีที่นั่ง 7 ที่นั่ง และเป็นรถที่มาแทรกกลางตลาดระหว่าง Mobilio และ HR-V ซึ่งแน่นอนว่า Honda BR-V นั้นจะเป็นรถที่ทำออกมาเอาใจกลุ่มตลาดครอบครัว และวางขายในเขตอาเซียน และแน่นอนที่สุดเลยคือรถรุ่นนี้นั้นมีวิศวกรไทยร่วมพัฒนาในโปรเจคต์นี้ด้วย นั่นก็น่าจะทำให้ Honda BR-V ใหม่นั้นออกมาตรงใจลูกค้าไทยหลายๆคนแน่นอน


  หน้าตาของรถนั้นยังคงนำเอาแนวการออกแบบ Exciting H Design!!! มาประยุกต์ใส่ในรถรุ่นนี้ ออกแบบกันชนหน้าให้ดูสปอร์ตและเข้ากับกระจังหน้าของรถ เส้นสายด้านข้างนั้นไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่ายกมาจาก Honda Mobilio ซึ่งยังคงใช้ประตูคู่หน้าร่วมกับ Honda Brio แต่ได้กระจกมองข้างที่ใช้ร่วมกันกับ Honda City/Jazz นั่นเอง ตัวถังนั้นถูกทำให้ยกสูงขึ้นจาก Mobilio และตกแต่งขอบล้อด้านข้างให้ดูบึกบึนขึ้น เส้นด้านท้ายมีการออกแบบไฟท้ายให้ดูทันสมัย สวยงามและโฉบเฉี่ยว โดยรวมคิดว่าน่าจะสวยถูกใจชาวไทยไม่น้อย

   ภายในห้องโดยสารนั้น บอกได้เลยว่าจะต่างจากรถที่ใช้พื้นฐาน Brio รุ่นอื่นๆ เพราะรถคันนี้จะออกแบบภายในให้ต่างจาก Brio ธรรมดาแบบทิ้งไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว ซึ่งก็มีแนวการออกแบบภายในที่ผสมผสานการออกแบบจาก Honda Jazz/City น่าจะดูดีเพื่อได้เห็นภาพที่ชัดขึ้น

   สำหรับขุมพลังนั้น รถคันนี้จะมากับขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร ที่มากับพละกำลัง 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ส่วนระบบความปลอดภัยเด่นๆนั้นก็จะมี ABS EBD และ VSA ให้ใช้ด้วย

   Honda BR-V จะเริ่มผลิตขายจริงในอินโดนีเซียช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ส่วนเมืองไทยนั้นก็น่าจะมีการเปิดตัวตามมาในปีหน้าและน่าจะผลิตในไทยเหมือน Mobilio ครับ

ที่มา Worldcarfans / Paultan / Autonetmagz

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Toyota Land Cruiser 200 Minor Change ยกหน้าครั้งใหม่ไฉไลกว่าเดิม

  รถ SUV รุ่นใหญ่ๆนั้นจะมีกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่ได้มากมายอะไรนัก ฉะนั้นค่ายรถเลือกที่จะทำรถกลุ่มนี้ให้มีอายุตลาดยาวๆ เพราะจะได้ไม่ต้องมาทุ่มงบพัฒนาโฉมใหม่ ซึ่งแน่นอนว่า Toyota Land Cruiser 200 ซึ่งรุ่นปัจจุบันก็มีอายุตลาดกว่า 7 ปีแล้ว แต่ทาง Toyota ก็ยังเลือกที่จะปรับโฉมให้กับรถ SUV รุ่นใหญ่รายนี้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อยืดอายุตลาดต่อไป

   และแน่นอนว่าการปรับปรุงครั้งใหม่นั้น ได้มีการออกแบบกระจังหน้าชุดใหม่ที่ทำให้รถดูดีและสดใหม่ ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเหมือน Ford Everest เลย ไปลอกเลียนแบบเขาหรือเปล่า..คำตอบคือ หน้าตาของ Toyota Land Cruiser 200 นั้นเป็นไปในแนวทางนี้นานแล้ว นานกว่าที่ Ford Everest ตัวปัจจุบันจะมีการเปิดตัวเสียอีก ฉะนั้นแล้ว Toyota ไม่ได้เลียนแบบ Ford ครับ

   กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมใหม่ที่ทำให้รถดูแข็งแกร่งและดูดุดันกว่าเดิม และนอกจากนี้ยังใส่ลูกเล่นทำแกนกระจังหน้าให้เสียบทะลุไฟหน้าที่ออกแบบตัวโคมใหม่เช่นกัน ซึ่งดูรูปแล้วตัวรถดูดีขึ้นและสดใหม่ขึ้นมากทีเดียว นอกจากนี้ Toyota ยังลงทุนปรับเปลี่ยนฝากระโปรงใหม่เพื่อให้รับกับกันชนหน้ารถอีกด้วยครับ ส่วนในด้านท้ายของรถนั้นก็ได้มีการออกแบบรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่กับฝากระโปรงท้ายใหม่ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่ Copper Brown Mica และ Dark Blue Mica.

   ภายในห้องโดยสารนั้นมีการปรับเปลี่ยนบริเวณคอนโซลกลางใหม่ ออกแบบปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศ ออกแบบหน้าจอสัมผัสใหม่ให้ดูใช้งานง่ายกว่าเดิม ออกแบบมาตรวัดและเข็มวัดรอบใหม่พร้อมจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว ให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเข้าไปด้วย และยังมีแท่นชาร์จไร้สายมาให้ในรุ่นย่อย Sahara ตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีน้ำตาลที่ทำให้ดูหรูหรา

   สำหรับขุมพลังนั้น Toyota มีขุมพลังเดียวให้เลือกใช้คือ เครื่องยนต์เบนซิน 4.6 ลิตร V8 ที่มากับพละกำลัง 318 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุด 460Nm ที่ 3,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราสิ้นเปลืองตามโหมด JC08 ของญี่ปุ่นอยู่ที่ 6.9 กม./ลิตร

  ส่วนในตลาดออสเตรเลียหรือภูมิภาคอื่นๆจะมีเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 4.5 ลิตรที่มากับพละกำลัง 272 แรงม้าให้เลือก พร้อมแรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-เมตร ซึ่งได้ปรับปรุงให้ประหยัดน้ำมันขึ้นราวๆ 8 % ซึ่งจะมีอัตราสิ้นเปลืองราวๆ 10.53 กม./ลิตร

   สำหรับระบบความปลอดภัยของรถนั้น Toyota ก็จัดระบบความปลอดภัยมาให้แบบไม่มีกั๊ก ไล่ตั้งแต่ระบบตรวจสอบการชนคนเดินเท้า ระบบ Dynamic Radar Cruise Control ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนเลน ระบบปิดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบเตือนมุมอับสายตา

   Toyota Land Cruiser 200 Minor Change จะวางขายในญี่ปุ่นในราคา 4,728,437 เยน หรือราวๆ 1,353,765 บาทไทย โดยตั้งเป้ายอดขายในญี่ปุ่น 250 คัน/เดือนครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เผยโฉม All-New Mercedes-Benz C-Class Coupe สวยสง่าประดุจรุ่นพี่

   และในที่สุดค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ก็ได้ฤกษ์แก่การเผยโฉมหน้าของคูเป้รุ่นใหม่ของพวกเขาอย่าง Mercedes-Benz C-Class Coupe เสียที หลังจากซุ่มวิ่งทดสอบบนถนนมานาน และทำให้เราได้เห็นแนวการออกแบบที่สวยงามจากค่ายดาวสามแฉกอีกครั้ง

   ซึ่งดูจากการออกแบบแล้ว ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจะนำเอาเส้นสายและแนวการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง S-Class Coupe มาใส่ให้กับคูเป้รุ่นน้องคันนี้ แน่นอนว่ารุ่นพี่ที่มีความสวยแบบไหน รุ่นน้องก็มีความหรูหราและความสวยงามตามแบบฉบับรุ่นพี่สืบทอดมาจนถึงรุ่นน้องกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าก็ยกระดับความสวยงามจาก C-Class Coupe ตัวที่แล้วอีกด้วย

   หน้าตาของรถนั้นครึ่งคันหน้านั้นก็มีหน้าตาไม่ต่างจาก C-Class รุ่นซีดานและวากอนเลย แต่ทว่าตั้งแต่ประตูคู่หน้าจรดท้ายนั้นเป็นอะไรที่แตกต่างจาก C-Class สองรุ่นดังกล่าวทั้งหมดเลย เส้นสายด้านข้างที่ออกแบบใหม่ให้ดูปราดเปรียวและเพรียวลมกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด และออกแบบหลังคาให้ลาดเทกว่ารุ่นเดิม และด้วยความที่นำเอาแนวของ S-Class Coupe มาด้วย ซึ่งแม้แต่ท้ายรถนั้นก็มีแนวการออกแบบที่ถอดแบบกันมาเลย ซึ่งจะว่าไปแล้ว C-Class Coupe โฉมใหม่ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการนำ S-Class Coupe จับมาย่อให้มีขนาดเล็กลง และออกแบบหน้าตากันใหม่นั่นเอง

   ภายในห้องโดยสารนั้นยกคอนโซลมาจาก C-Class รุ่นปกติกันมาเลย แต่มีการออกแบบการตกแต่งบริเวณแผงประตูกันใหม่และตกแต่งโทนห้องโดยสารเป็นสีดำแดงซึ่งเพิ่มความหรูหราได้มากทีเดียว และยังยกระดับคุณภาพในห้องโดยสารที่มากกว่ารุ่นที่แล้วแบบชัดเจน

   สำหรับขุมพลังนั้นก็ยกชุดขุมพลังมาจาก C-Class รุ่นปกติมาใช้ ไล่ตั้งแต่รุ่นย่อย C180 ที่จะมากับเครื่องยนต์เบนซินที่มากับพละกำลัง 156 แรงม้า ตามด้วนรุ่น C200 ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบที่มากับพละกำลัง 184 แรงม้า ตามด้วยรุ่น C250 ที่จะมากับขุมพลังบล็อกเดียวกับ C200 แต่ขยับแรงม้าเป็น 211 แรงม้า ปิดท้ายด้วยรุ่นบนสุด C300 ที่ขยับแรงม้าจากรุ่น C250 เป็น 245 แรงม้า

   ส่วนในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลนั้น จะมาในรุ่น C220d ที่จะมากับพละกำลัง 170 แรงม้า และ C250d ที่จะมากับพละกำลัง 204 แรงม้าที่มาพร้อมเทคโนโลยี มีเทคโนโลยี SCR ecofriendly (Selective Catalytic Reduction) ส่วนในรุ่นขุมพลังแรงอย่างเวอร์ชั่น AMG จะตามออกมาในภายหลัง

ขุมพลังทั้งหมดนั้นรองรับาตรฐานไอเสีย EURO6 มีการติดตั้ง ECO start / stop function เป็นมาตรฐานการประหยัดน้ำมัน ซึ่งจะช่วยจะช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นได้ราวๆ 20% จากรุ่นที่แล้ว

   ทางด้านระบบความปลอดภัยต่างๆนั้น ทางค่ายก็ยังคงจัดเต็มระบบแบบเต็มๆให้กับคูเป้สุดหรูคันนี้ ที่มาีทั้งระบบช่วยเบรก ระบบช่วยรักษาตัวรถในเลน ระบบช่วยจอด ระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ และใหม่ล่าสุดกับระบบปรับอากาศอัจฉริยะ ทำงานร่วมกับระบบนำทาง เพื่อปิดระบบหมุนเวียนอากาศภายนอกเมื่อพบว่ากำลังขับผ่านอุโมงค์ นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็น ECO”, “Comfort”, “Sport”, “Sport +” และ “Individual

   Mercedes-Benz จะเริ่มวางขายและส่งมอบรถ C-Class Coupe ให้กับชาวยุโรปภายในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ส่วนในตลาดอเมริกานั้นจะมีการวางขายช่วงปีต้นปีหน้า ส่วนตลาดพวงมาลัยขวาและเมืองไทยยังไม่มีข่าวความคืบหน้าครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Isuzu D-Max Minor Change กับความคืบหน้าที่แทบไม่มีคำตอบ

  แน่นอนว่าในปีนี้มีกระบะใหม่ๆเปิดตัวสู่สายตาประชาชนหลายรุ่นทีเดียว แต่ก็มีอีกหนึ่งไฮไลต์จากแบรนด์รองแบรนด์ใหญ่แบรนด์นี้ที่หลายคนให้ความสนใจและติดตามกันมากพอสมควรว่าจะมาเมื่อไหร่ และกระบะที่เรากำลังกล่าวถึงก็คือ Isuzu D-Max นั่นเอง

   เชื่อว่าหลายท่านน่าจะรู้ดีนะครับว่าค่ายใหญ่ๆอย่าง Isuzu นั้น เป็นค่ายที่ค่อนข้างยากต่อการปล่อยไก่ เพราะฉะนั้นข้อมูลหน้าตาและภาพหลุดต่างๆนั้น แทบจะเป็นอะไรที่ใครต่อใครคงจะคาดเดากันไม่ได้เลย คนที่รู้เห็นหน้าตาและข้อมูลตอนนี้ก็น่าจะมีแต่คนในโรงงาน Isuzu รวมทั้งฝ่ายการพัฒนาและฝ่ายการตลาดเท่านั้นหละครับที่จะรู้ถึงข้อมูลของกระบะรุ่นนี้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทางทิศไหนบ้าง

   ซึ่งหลายเดือนก่อนหน้านี้ หลายคนคงจะจำได้ว่ามีภาพหลุด Isuzu D-Max รุ่นใหม่ที่มองภายนอกแล้ว เหมือนกับรุ่นเดิมเลย แต่ทว่ารายละเอียดภายในรถและงานวิศวกรรมบางอย่างนั้นกลับถูกเปลี่ยนใหม่ ซึ่งนั่นก็เป็นประเด็นที่หลายคนต่างบอกว่า น่าจะเป็นการนำตัวถังของรุ่นเก่านั้นแต่งานวิศวกรรมและการตกแต่งภายในบางส่วนนั้นใช้ของรุ่นใหม่เพื่อทดสอบพรางตัว ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะมีหน้าตาออกมาอย่างไรนั่นเอง ซึ่งคาดว่ารุ่นที่ออกแบบหน้าตาใหม่นั้นน่าจะแอบซุ่มทดสอบกันในโรงงานก็เป็นได้

   ส่วนภายในห้องโดยสารนั้น สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงอีกหนึ่งสิ่งก็คือ ชุดมาตรวัดชุดใหม่ที่ออกแบบเข็มวัดความเร็วและหน้าจอแสดงผลการขับขี่ที่ดูทันสมัยกว่าเดิม ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นนั้นคงต้องรอให้ถึงช่วงเวลาเปิดตัว และอีกหนึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ชุดเกียร์ธรรมดาชุดใหม่ที่เปลี่ยนมาใช้แบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเหมือนคู่แข่งรายอื่นๆเสียที ส่วนในเกียร์อัตโนมัติก็คาดว่าจะว่าจะเปลี่ยนเป็น 6 สปีดเช่นกัน ก็รอดูต่อไปครับ...

   สำหรับขุมพลังนั้นก็มีข้อมูลออกมาก่อนหน้านี้ว่า Isuzu กำลังพัฒนาเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1.9 ลิตร ซึ่งก็ทำให้หลายคนต่างเดากันว่า Isuzu ใหม่น่าจะมากับขุมพลังที่เล็กลงกว่าเดิม ซึ่งน่าจะมีความจุราวๆ 2.0 ลิตร แต่มีประสิทธิภาพความแรงที่พอๆกับเครื่อง 2.5-3.0 ลิตร แต่ประหยัดน้ำมันมากกว่านั่นเอง ซึ่งความจุที่แน่นอนก็ยังไม่มีใครตอบได้ ก็ต้องรอเช่นกัน..

   สำหรับการเปิดตัวนั้น ถ้าเทียบตามธรรมเนียมการเปิดตัวรถใหม่ของ Isuzu แล้วนั้น ในปีนี้ Isuzu จะต้องมีการปรับโฉมใหญ่ให้ D-Max และ MU-X ตามมา ซึ่งช่วงเวลาเปิดตัวนั้นก็น่าจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนในปี 2558 นี้ครับ

และนี่ก็คือความคืบหน้าทั้งหมดที่เรามีครับ เพราะฉะนั้นรอกันไปก่อนครับ..

ขอบคุณภาพจาก Carrecent

มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หลุด All-New Mazda CX-9 ออกมาวิ่งทดสอบบนถนนแล้ว

  หลังจากที่ Mazda ได้เปิดตัวและเปิดขายรถอเนกประสงค์อย่าง CX-5 ตามด้วยน้องเล็กอย่าง CX-3 และก็ถึงคิวของพี่ใหญ่ที่ใกล้จะหมดอายุตลาดอย่าง CX-9 ที่จะต้องมีเจเนเรชันใหม่ออกมาแล้ว ซึ่งล่าสุดก็มีช่างภาพมือดีแอบถ่ายรถอเนกประสงค์รุ่นใหญ่คันนี้ได้ระหว่างกำลังวิ่งทดสอบอยู่บริเวณทางเหนือของแคลิฟอร์เนียร์

   ซึ่งดูจากรูปลักษณ์เมื่อมองผ่านลายพรางแล้ว ไม่ต้องเดาให้ลำบากเลย เพราะมันก็ยังคงนำเอาแนวการออกแบบ Kodo Design ที่เหมือนๆพี่น้องรุ่นอื่นๆมาใส่ในรถรุ่นนี้ ซึ่ดูเหมือนว่าจะมีกลิ่นอายหน้าตาจาก Mazda CX-5 Minor Change กับ Mazda CX-3 เข้ามาผสมด้วย ออกแบบไฟหน้าที่ดูเรียวกว่าเดิม ส่วนเส้นสายด้านข้างนั้นแม้จะอ้างอิงจากรุ่นเดิมบ้าง แต่ก็ดูปราดเปรียวและดูพลิ้วขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย คาดว่าตัวจริงน่าจะออกมาสวยงามแน่นอน

   สำหรับขุมพลังนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะวางเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จความจุ 2.5 ลิตร 4 สูบลงไปในรถคันนี้ ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้จะไปสถิตในตระกูลแรงของ Mazda อย่าง MazdaSpeed อีกด้วยครับ

   การเปิดตัวนี้น่าจะอยู่ในช่วงงาน Los Angeles Auto Show 2015 และน่าจะวางขายในตลาดโลกช่วงต้นปีหน้าครับ

ที่มา Worldcarfans
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ชมโฉม Toyota Avanza Minor Change ปรับลุคใหม่แบบนี้ผ่านมั้ย?

  หลังจากรถ Mini MPV อย่าง Toyota Avanza ที่มีอายุในตลาดอินโดนีเซียกว่า 4 ปี ส่วนเมืองไทยก็ขายได้ไม่มากเท่าไหร่นักแต่ก็ขายได้เรื่อยๆ แน่นอนว่าหลังจากคู่แข่งอย่าง Honda Mobilio เข้ามาแย่งซีนขอส่วนแบ่งยอดขายไปมากโขทีเดียว ฉะนั้นถึงเวลาแล้วสำหรับการปรับหน้าตาใหม่ให้กับ MPV คันเล็กจากค่ายสามห่วงรุ่นนี้


   โดยการมาคราวนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะมี 2 โฉม 2 สไตล์ให้ลูกค้าได้เลือกกันตามใจชอบเลย ซึ่งก็จะมี Toyota Avanza รุ่นธรรมดาที่เน้นภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา ส่วน Avanza Veloz จะเน้นภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ตดุดัน ส่วนเมืองไทยนั้นจะนำเข้ามาขายทั้ง 2 เวอร์ชั่นหรือไม่นั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป

   รูปโฉมได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หน้าตาที่ไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนร่วมกับของเดิมได้เลย  ในเวอร์ชั่นธรรมดาจะมากับกระจังหน้าแบบใหม่ขนาดเขื่องพร้อมกับไฟหน้าชุดใหม่ที่ออกแบบให้เชื่อมติดกระจังหน้าตามแนวรถยุคใหม่ ออกแบบกันชนหน้าใหม่ให้ดูทันสมัยและเข้ากับหน้าตาของรถ  กระจกมองข้างมาพร้อมกับไฟเลี้ยวในตัว ล้ออัลลอยลายใหม่ ส่วนด้านท้ายก็ได้ออกแบบชุดไฟท้ายใหม่และเสริมลูกเล่นแผงทับทิมท้ายบริเวณฝากระโปรงท้ายด้วย

   ส่วนในเวอร์ชั่น Veloz ที่จะเน้นความสปอร์ตมากกว่ารุ่นปกติ จะมากับไฟหน้าทรงใหม่ที่มาแบบไฟ Projector ออกแบบกระจังหน้าแบบโครเมียม และออกแบบกันชนใหม่ให้ดูสปอร์ตเข้ากับกระจังหน้าของรถ ติดตั้งสปอยเลอร์รอบคัน กระจกมองข้างมาพร้อมกับไฟเลี้ยวในตัว และมีล้ออัลลอยลายใหม่ที่ดูสปอร์ตกว่ารุ่นปกติ ส่วนด้านท้ายก็ได้ออกแบบชุดไฟท้ายใหม่และเสริมลูกเล่นแผงทับทิมท้ายบริเวณฝากระโปรงท้ายด้วยเช่นกัน

    ภายในห้องโดยสารได้รับการเพิ่มเติมอะไรใหม่ๆ อย่างเช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 6.1 นิ้วตรงกลาง ออกแบบและตกแต่งหัวเกียร์ใหม่ ไฟแสดงผลการขับขี่ ECO เพิ่มความหรูหราด้วยแผงประตูด้านข้างสีเงิน เบาะแถว 2 นั้นเพิ่มเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด และมีจุดยึดเบาะ isofix ทางด้านหลัง โทนสีในห้องโดยสารรุ่นปกติจะเป็นสีน้ำตาล ส่วนรุ่น Veloz จะเป็นสีดำ

    สำหรับขุมพลังของทั้ง 2 คันนี้จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร Dual VVT-i มากับพละกำลัง 96 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 12.3 กิโลกรัมเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที และเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร  Dual VVT-i มากับพละกำลัง 104แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 13.9 กิโลกรัมเมตรที่4,200 รอบต่อนาที ซึ่งทาง Toyota บอกว่าจะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีกว่าเครื่องเดิมราวๆ 15%

   Toyota Avanza Minor Change เริ่มวางขายในประเทศอินโดนีเซียแล้ว ส่วนเมืองไทยคาดว่าน่าจะได้เจอกันไม่ปลายปีนี้ก็ปีหน้าครับ

ภาพจาก Toyota และข้อมูลบางส่วนจาก Headlightmag
    
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เปิดตัวแล้วในมะกัน Honda Accord Minor Change โชว์ชัดๆทั้งซีดานและคูเป้

 เมื่อปลายเดือนก่อนนั้น Honda ก็ได้เผยโฉมหน้าของ Honda Accord Minor Change กันในโฉมซีดานแล้ว และล่าสุดตอนนี้ Honda ก็ได้เผยโฉมของ Honda Accord Coupe Minor Change กันต่อเลย และมาพร้อมกับข้อมูลและสเปคคร่าวๆ

   ในตัวถังซีดาน การเปลี่ยนแปลงภายนอกมีให้เห็นอย่างชัดเจน ไฟหน้าของรถที่ถูกออกแบบใหม่ให้ดูล้ำกว่าเดิมและดูหรูหรากว่าเดิม พร้อมปรับกันชนหน้าให้ดูมีมิติมากกว่าเก่า บวกกับกระจังหน้าโครเมียมที่ออกแบบให้เข้ากับ Design Language ก็คือ Excited H Design!!! นั่นเอง มีการใช้ฝากระหน้าแบบอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก พร้อมกันนี้ยังเสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์ด้านข้าง ล้ออัลลอยลายงามขนาด 19 นิ้ว พร้อมทั้งออกแบบไฟท้ายใหม่ที่ดูสวยงามกว่าเดิม และแอบนึกถึง E-Class W221 ตัวก่อน Minor Change ด้วย ติดสปอยเลอร์ท้ายกับกันชนท้ายใหม่ที่ดูดีกว่าเดิม โดยรวมก็ดูสวยขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย

   ส่วนตัวถังคูเป้ก็ได้ออกแบบชุดไฟหน้าใหม่ที่มาในรูปแบบที่ล้ำและหรูหรากว่าเดิมเฉกเช่นเดียวกับตัวซีดาน และมีการใช้ฝากระหน้าแบบอะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักด้วย กระจังหน้าชุดใหม่ที่สอดรับกับกันชนหน้าทรงใหม่ที่ดูสปอร์ตเตะตากว่าเดิมและดูมีมิติมากขึ้น  ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วแบบดียวกับตัวซีดานที่ให้อารมณ์สไตล์ยุโรปได้เป็นอย่างดี ส่วนเด้านท้ายก็เปลี่ยนไฟท้ายใหม่และออกแบบกันชนท้ายให้ดูมีมิติกว่าเดิม

    ภายในห้องโดยสารของทั้งสองตัวถังแทบไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรเลย มีการออกแบบกรอบช่องแอร์ใหม่ตรงกลางใหม่เล็กน้อย และปุ่มปรับแอร์สี Piano Black โดในรุ่นซีดานจะเน้นการตกแต่งที่ดูหรูกว่าตัวคูเป้ที่เน้นสปอร์ต จุดเด่นสำคัญจริงๆก็คือ การเพิ่มเติมระบบอินโฟเทนเมนต์นิดหน่อย มีหน้าจอแบบ Advance Touch แบบบางรุ่นย่อยในเมืองไทยเลย แต่ที่สำคัญระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่จะสามารถรองรับ Apple Carplay และรองรับ Android Auto ได้อีกด้วย

    สำหรับขุมพลังจะมีให้เลือก 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ที่มากับพละกำลัง 185 แรงม้า หรือ 189 แรงม้าในรุ่นย่อยสปอร์ต และเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 ที่มากับพละกำลัง 278 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ CVT (เฉพาะรุ่นเครื่อง 2.4) หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (เฉพาะรุ่นเครื่อง 3.5 V6)

   Honda Accord Minor Change เริ่มจำหน่ายในอเมริกาแล้วตอนนี้ ส่วนรุ่นไฮบริดจะตามมาในปีหน้า ส่วนเมือไทยรอชมได้เลยช่วงปี 2016 ครับ

ที่มา Carscoops
   
มาร่วมพูดคุยกันสนุกๆเรื่องรถยนต์ประดุจเพื่อนข้างกาย 
พร้อมเกาะติดข่าวการเปิดตัวรถใหม่กันแบบฉับไว
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Like Box