วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

หลุด All-New Suzuki Swift ในรูปแบบของโบรชัวร์

   ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมามีภาพหลุดของโบรชัวร์ All-New Suzuki Swift รถเล็กคันเก่งของค่ายที่เปลี่ยนโฉมใหม่หมดจด ออกมาให้พวกเราเห็นกันแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีภาพหลุดเต็มคันสีแดงออกมา (อ่านข่าวได้ที่ หลุด All-New Suzuki Swift แบบไร้การอำพรางตัว) ซึ่งก็น่าจะมีหลายคนที่ชอบและไม่ชอบปนๆกันไป

   รูปลักษณ์ภายนอกก็ยังคงมีดีไซน์และกลิ่นอายแบบรุ่นปัจจุบันแต่ปรับให้ดูทันสมัยและสปอร์ตดุดันยิ่งขึ้น ดีไซน์แนวกระจกด้านข้างมาแนว Floating Roof และมีการซ่อนมือจับประตูหลังแบบเดียวกับ Nissan Juke / Honda HR-V ในส่วนของด้านท้ายจะมาแนวเรียบๆทันสมัยและออกแบบฝาท้ายให้มีมิติมากขึ้น

   ภายในห้องโดยสารจะต่างจากรุ่นเดิมชัดเจน มากับพวงมาลัยทรงใหม่ที่สะดุดตากว่าเดิม ออกแบบช่องแอร์แบบทรงกลม รวมทั้งติดตั้งหน้าจอสัมผัสมาให้ตามยุคสมัย

   ขุมพลังของ Swift เจเนเรชั่นใหม่จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร BoosterJet จาก Baleno เช่นเดียวกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร DualJet ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเฉพาะรุ่น 1.0 ลิตรจะเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้ด้วย และนอกจากนี้รุ่น 1.2 ลิตรจะมีทางเลือกเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้

   นอกจากนั้นแล้ว Swift โฉมใหม่จะมีรุ่นขุมพลังแบบไฮบริดเช่นเคย (ในญี่ปุ่นมีวางขายนานแล้ว) และที่ขาดไม่ได้คือตัวแรง Swift Sport ที่น่าจะมากับขุมพลังเบนซินเทอร์โบชาร์จ และยังไม่มีการกล่าวถึงตอนนี้

   หลุดมาเสียขนาดนี้แล้ว น่าจะมีการเผยโฉมและข้อมูลราวๆเดือนมกราคมปีหน้า ส่วนเมืองไทยน่าจะมาถึงในฐานะอีโคคาร์เฟส 2 "อย่างช้า" ต้นปี 2018 หรือเร็วสุดภายในปลายปีหน้าครับ

ที่มา Paultan
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559

รุ่นผลิตจริงของ Mitsubishi XM Concept วิ่งทดสอบแล้ว

   หลังจากที่ Mitsubishi ได้ทำการเปิดตัวต้นแบบ MPV Crossover อย่าง XM Concept ไปแล้วที่งาน Gaikindo Indonesia International Auto Show 2016 จัดขึ้นในอินโดนีเซียและเพิ่งนำมาโชว์ตัวใน Motor Expo 2016 ที่เมืองไทยไม่นานมานี้เอง ซึ่ง Mitsubishi วางแผนที่จะผลิตขายในอินโดนีเซียและส่งไปขายที่เมืองไทยกับฟิลิปปินส์ด้วย

   และตอนนี้ Mitsubishi ก็ได้นำรถรุ่นผลิตจริงของ XM Concept ออกวิ่งทดสอบแล้ว โดยผู้อ่านของ 
Autonet Magz ประเทศอินโดนีเซียสามารถแอบถ่ายรถทดสอบคันดังกล่าวได้

   จากภาพจะเห็นว่าเส้นสายตัวรถไม่ได้มีความแตกต่างจากต้นแบบ XM Concept มากเท่าไหร่นัก ค่อนข้างสอดคล้องกับที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่ารุ่นผลิตจริงจะเหมือนต้นแบบราว 80% แต่แน่นอนว่าอาจจะมีการปรับรายละเอียดการออกแบบบางจุดเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการวางจำหน่ายจริงมากขึ้น 

   Mitsubishi XM Concept จะเป็นการผสานการออกแบบระหว่างรถ MPV และรถอเนกประสงค์ Crossover คาดว่ารุ่นผลิตจริงจะวางขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร มากับที่นั่ง 7 ที่นั่ง และแน่นอนที่สุดว่าผู้ท้าชิงของ XM Concept ก็หนีไม่พ้น Honda BR-V

   การเปิดตัวเวอร์ชั่นขายจริงของ Mitsubishi XM Concept จะมีขึ้นในปีหน้าที่อินโดนีเซียและคาดว่าเมืองไทยน่าจะเปิดตัวตามหลังมา แต่ชื่อที่ใช้ทำตลาดนั้นยังไม่มีใครทราบ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ 

ที่มา Autonetmagz
   
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

อยากจะกราบ! MINI John Cooper Works Clubman สายโหดพลังแรงพร้อมระบบขับสี่

   ค่าย MINI ปล่อยรายละเอียดของตัวแรงคันใหญ่ MINI John Cooper Works Clubman ที่พกพาพละกำลังมากว่า 231 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ถือว่าเป็นรุ่นท็อปสุดของตัวถัง Clubman เลยก็ว่าได้

   รถคันนี้ติดตั้งขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ พละกำลัง 231 แรงม้า PS และเป็นครั้งแรกในรุ่น JCW Clubman ที่มีการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ All-4 ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นมาตรฐาน หรือจะเลือกออปชั่นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 238 กม./ชม.

   อุปกรณ์มาตรฐานของรถจะมากับชุดไฟหน้าแบบ LED , ระบบปรับแต่งการขับขี่  MINI Driving Modes , ระบบควบคุมระยะการจอดรถ Park Distance Control , ระบบกล้องที่ทำงานร่วมกับ Active Cruise Control และ ระบบเบรก นอกจากนี้ตัวรถยังได้รับการติดตั้งชุดเบรกขนาดใหญ่จาก Brembo ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตเป็นมาตรฐาน (ระบบปรับช่วงล่าง Adaptive Dampers จะเป็นออปชั่นให้จ่ายเพิ่ม) , ท่อไอเสียคู่ และ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

   ภายนอกมากับชุดแต่งภายนอกจาก John Cooper Works ที่มากับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูดุดันพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่  กระจังหน้าลายรังผึ้งใหม่พร้อมโลโก้ JCW ส่วนใครอยากได้สีพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของ JCW อย่างสี Rebel Green พร้อมหลังคาสีแดงต้องจ่ายเงินเพิ่ม

   ภายในห้องโดยสารมากับชุดแป้นเหยียบสแตนเลส ติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอขนาด 6.5 นิ้วเป็นมาตรฐาน ส่วนขนาดใหญ่ 8.8 นิ้วเป็นออปชั่นต้องจ่ายเงินเพิ่ม

   ใครอยากได้คงต้องสั่งนำเข้ามาเอง เพราะดูท่าทางว่า MINI Thailand ไม่น่าเอามาง่ายๆครับ

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

มาดู All-New Volvo XC60 กำลังวิ่งทดสอบที่สวีเดน

  ค่าย Volvo กำลังซุ่มทดสอบ All-New Volvo XC60 อยู่ในขณะนี้ หลังจากที่รุ่นปัจจุบันอยู่ในตลาดมากว่า 8 ปี และมันจะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ SPA เหมือนที่ใช้ใน XC90 , S90 , V90 และ V90 Cross Country ด้วย

   และภาพแอบถ่ายล่าสุดนี้จะเห็นว่า All-New Volvo XC60 กำลังวิ่งทดสอบท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นทางตอนเหนือของสวีเดน จากรถทดสอบที่เห็นนั้น จะเห็นว่าตัวรถค่อนข้างคล้ายคลึง XC90 ที่เอามาย่อส่วนลง โดยจะนำแนวการออกแบบยุคใหม่ของ Volvo ที่เห็นในรุ่นใหม่ๆมาใช้ และที่เห็นเด่นชัดเลยคือไฟหน้า LED ทรง "ค้อนเทพเจ้าธอร์" อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ไปแล้ว และออกแบบโคมไฟท้ายใหม่ทรงตั้งให้ดูล้ำสมัยมากขึ้น
 
   ดูผิวเผินแล้วรถจะใหญ่ขึ้นพอสมควร ซึ่งน่าจะส่งผลต่อพื้นที่ห้องโดยสารที่มากขึ้น และผลจากการใช้แพลตฟอร์มใหม่จะทำให้รถมีน้ำหนักตัวที่เบาลงและส่งผลต่อประสิทธิภาพต่างๆของรถให้ดีขึ้นด้วย
 
    Volvo XC60 โฉมใหม่จะถูกวางตำแหน่งทางการตลาดเพื่อแข่งขันกับ BMW X3 , Audi Q5 รวมทั้ง Mercedes-Benz GLC-Class

   ภายในห้องโดยสารยังไม่มีภาพออกมา แต่คาดว่าน่าจะมาแนวเดียวกับ XC90 และ S90 รวมทั้งยกเทคโนโลยีใหม่ๆและระบบความปลอดภัยต่างๆจาก XC90 และ S90 เข้ามาใส่ด้วย ส่วนขุมพลังก็น่าจะมีให้เลือกทั้งดีเซล เบนซิน และ ปลั๊กอินไฮบริด

   ส่วนการเปิดตัวนั้นยังไม่ชัดเจนว่าจะเปิดตัวตอนไหน เนื่องด้วยการนำเสนอที่ต่างกันของสื่อต่างประเทศแต่ละเจ้า แต่คาดว่า XC60 โฉมใหม่น่าจะเผยโฉมให้ชาวโลกได้เห็นช่วงปีหน้าเป็นอย่างเร็วที่สุดครับ

ที่มา Motor1.com
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Exclusive News : ชมข้อมูลและสเปคแบบเจาะลึก Toyota Vios Minor Change ก่อนเปิดตัวเมืองไทยปีหน้า

   เป็นอีกคันที่ควรรอคอยไม่แพ้กันเลยสำหรับ Toyota Vios Minor Change ปี 2017 ที่ได้ข่าวมาว่าอาจจะเปิดตัวภายในเดือนมกราคมนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าจะเปิดตัวเดือนเดียวกับคู่แข่ง Honda City Minor Change เลย งานนี้สนุกแน่นอน

(ภาพประกอบเกือบทั้งหมดคือ Toyota Vios Minor Change เวอร์ชั่นประเทศจีนครับ)
   ล่าสุดผมเพิ่งได้รับข้อมูลสเปคของ Vios Minor Change จากสายข่าวของเรา ดังนั้นผมจึงไม่รอช้ามารีบอัพเดตข้อมูลให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อรถของทุกท่านครับ

สีทอง Silky Beigh Metallic แบบในรูปจะไม่มีอีกแล้วในรุ่น Minor Change
   Toyota Vios Minor Change ใหม่จะยังคงมี 4 รุ่นย่อยเหมือนเดิม ได้แก่ รุ่น 1.5 J , 1.5 E , 1.5 G และ 1.5 S ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทางด้านสีตัวถังรถจะยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ตัดสีทอง Silky Beigh Metallic ออก คงเพราะไม่ค่อยมีคนซื้อสีนี้กัน

   ภายนอกของรถทุกรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนกระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะอ้างอิงโฉมจากประเทศจีน โดยไฟหน้าออกแบบใหม่ สำหรับรุ่น G และ S จะได้ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์รมดำพร้อมแถบไฟ LED Light Guiding และไฟ LED Daytime Running Lights  รุ่น E และ G จะได้ไฟตัดหมอกหน้าเพิ่มเติมเข้ามา และรุ่น J จะเพิ่มกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ทุกรุ่นจะเปลี่ยนโคมไฟท้ายใหม่แบบ LED ในส่วนของล้ออัลลอยนั้นก็จะมีการเปลียนลายใหม่ รุ่น E และ G จะได้ 15 นิ้ว และรุ่น S ได้ขนาด 16 นิ้วเท่าเดิม แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรงจะมีให้ตั้งแต่รุ่น J ขึ้นไป จากเดิมที่ไม่มีในรุ่น J

   ภายในห้องโดยสารจะมีการออกแบบและตกแต่งคอนโซลใหม่ รวมทั้งตกแต่งใหม่บริเวณแผงประตู พวงมาลัย หัวเกียร์ ฐานเกียร์ แผงควบคุมกระจกไฟฟ้า สำหรับเบาะนั่งนั้นทุกรุ่นจะได้โทนสีดำหมด ในส่วนของรุ่น E G จะมีสีเบจให้เลือกด้วย ตั้งแต่รุ่น J ขึ้นไปจะได้เบาะผ้าพร้อมลายกราฟิกใหม่ ส่วนรุ่น S จะอัพเกรดเป็นเบาะหนัง

   ทางด้านระบบเครื่องเสียงในคราวนี้รุ่น G และ S ได้อัพเกรดเป็นวิทยุ DVD CD MP3 WMA หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องตอ USB HDMI SD Card และ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth

   สำหรับระบบความปลอดภัยนั้นในรุ่น G และ S จะติดตั้งกล้องมองหลังเพิ่มเข้ามา รุ่น E ขึ้นไปจะได้สัญญาณกะระยะถอยหลังด้านท้ายรถ

ส่วนด้านล่างนี้จะเป็นสเปคของ Toyota Vios Minor Change 2017 ครับ ทุกรุ่นจะใช้เครื่องยนต์เดิมคือ เครื่องเบนซิน 2NR-FBE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ความจุ 1.5 ลิตร 1496 CC. มากับพละกำลัง 108 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift

รุ่น 1.5 J CVT
-ระบบเบรกหน้าดิสก์/หลังดรัม
- ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้ว สวมยาง 185/60 R15
- ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์
- กระจังหน้าสีดำ
- ไฟท้ายแบบ LED
- คิ้วฝากระโปรงท้ายสีเดียวกับตัวรถ
- ที่ปัดน้ำฝนแบบธรรมดา
- กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
- มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
- วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลหน้าสีดำ
- วัสดุตกแต่งแผงประตูสีดำ
- วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าสีดำ
- วัสดุตกแต่งหัวเกียร์ยูรีเทน
- วัสดุตกแต่งฐานเกียร์เมทัลลิก
- เบาะผ้า
- พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับสูงต่ำได้ แบบยูรีเทน
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนึบด้านคนขับ
- คอนโซลกลางพร้อมกล่องเก็บของ
- กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านผู้โดยสาร
- เบาะนั่งด้านคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
- มือเปิดประตูด้านในสีดำ
- สีภายในสีดำ
- มาตรวัดแบบ Analog
- ไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด Eco Meter
- กุญแจรีโมท
- วิทยุ AM FM CD MP3 WMA พร้อมช่องต่อ AUX
- ช่องเชื่อมต่อ USB
- ลำโพง 2 ตัว
- ระบบส่องสว่างภายในห้องโดยสารอัตโนมัติ
-เซ็นทรัลล็อค
- ระบบละลายฝ้ากระจกหลัง
- ระบบเบรก ABS/EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
- เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening)
- กุญแจนิรภัย Immobilizer

รุ่น 1.5 E CVT (สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น 1.5 J CVT)
- ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว สวมยาง 185/60 R15
- กระจังหน้าสีดำเงา เปียโนแบล็ก
- ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงและปรับตั้งเวลาได้
- วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลหน้าสีโรสโกลด์ (ภายในสีเบจ-จะตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก)
- วัสดุตกแต่งแผงประตูสีโรสโกลด์ (ภายในสีเบจ-จะตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก)
- วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าสีดำ (ภายในสีเบจ-จะตกแต่งด้วยสีเบจ)
- วัสดุตกแต่งหัวเกียร์ยูรีเทน
- วัสดุตกแต่งฐานเกียร์เปียโนแบล็ก
- พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับสูงต่ำได้ แบบยูรีเทนตกแต่งด้วยแถบเปียโนแบล็ก
- กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านคนขับ-ผู้โดยสาร
- แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าด้านคนขับ
- มือเปิดประตูด้านในสีดำ/เบจ
- สีภายในสีดำ/เบจ
- ลำโพง 4 ตัว
- ไฟตัดหมอกหน้า
- สัญญาณกะระยะถอยหลัง
- ไฟเบรกดวงที่สาม
- ระบบเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)

รุ่น 1.5 G CVT (สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น 1.5 E CVT)
- ระบบเบรกแบบดิสก์หน้า-หลัง
- ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์รมดำ พร้อมด้วย LED Light Guiding
- กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
- วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าสีโรสโกลด์ (ภายในสีเบจ-จะตกแต่งด้วยสีเมมัลลิก)
- วัสดุตกแต่งหัวเกียร์เปียโนแบล็ก
- พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับสูงต่ำได้หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยแถบเปียโนแบล็ก
- มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
- จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
- วิทยุ DVD CD MP3 MP4 WMA หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย Bluetooth
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
- ไฟส่องสว่างกลางวัน LED Daytime Running Lights
- กล้องมองหลัง

รุ่น 1.5 S CVT (สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น 1.5 G CVT)
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สวมด้วยยาง 195/50 R16
- คิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม
- มือจับประตูด้านนอกโครเมียม
- วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลหน้าสีแดง
- วัสดุตกแต่งแผงประตูสีแดง
- วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าเปียโนแบล็ก
- เบาะหนังและหนังสังเคราะห์
- เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต
- มือเปิดประตูด้านในสีเมทัลลิค
- ภายในสีดำ
- Push Start / Smart Entry
- มาตรวัดแบบ Sport

   และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลและสเปคของ Toyota Vios Minor Change ปี 2017 ที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเร็วที่สุดเดือนมกราคมปี 2017 อันเป็นเดือนเดียวที่ City Minor Change ต้องรอชมว่า Vios จะเปิดตัววันไหนเดือนไหน และจะมีราคาเท่าไหร่ ถ้ามีความคืบหน้าจะรีบมาบอกครับ

--------------------------------------------------------------

Update ล่าสุด วันที่ 6 ม.ค. 60 ได้รับการยืนยันแล้วครับว่า Toyota Vios Minor Change จะเปิดตัวในไทยภายในวันที่ 23 มกราคม ส่วนหน้าตายังไม่ทราบว่าจะได้หน้าแบบไหน (แต่น่าจะโฉมเดียวกับจีน) 

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

All-New Mercedes-Benz E-Class Coupe สวยขึ้น หรูขึ้น ล้ำขึ้น

  สิ้นสุดการรอคอยแล้วเมื่อค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ทำการเปิดเผยโฉมของ All-New Mercedes-Benz E-Class Coupe โฉมใหม่หมดจด ก่อนจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน Detroit Motor Show 2017 เดือนมกราคมปีหน้า

   ด้านหน้าที่คุ้นตาอันเป็นเพราะยกมาจาก E-Class ตัวถังซีดานมาเลย แต่ในส่วนของกระจังหน้ามีการปรับเปลี่ยนตะแกรงเป็นลายคล้ายเพชรซึ่งทำให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น และมีการใส่ลูกเล่นแถบนูนบนฝากระโปรงหน้าสองแถบ

ในส่วนด้านข้างของรถดูโฉบเฉี่ยงโค้งมนขึ้น และยังไม่ละทิ้งการออกแบบกระจกบานท้ายอันเป็นเอกลักษณ์ของ E-Class Coupe รุ่นก่อนด้วย

ในส่วนของด้านท้ายนั้นยกการออกแบบมาจาก C-Class Coupe และ S-Class Coupe เลย แต่ทว่ามีการปรับรายละเอียดภายในโคมไฟท้ายเพื่อให้แตกต่างจากรุ่นพี่รุ่นน้องบ้าง

   ภายในห้องโดยสารก็ยกคอนโซลจาก E-Class โฉมซีดานมาเลย แต่มีการปรับเปลี่ยนบริเวณช่องแอร์ใหม่ให้ดูหรูหรามากขึ้นซึ่งดูเหมือนได้รับแรงบันดาลในมาจากเครื่องยนต์เครื่องบินเจ็ท และแน่นอนว่าของเล่นล้ำๆอย่างหน้าปัดดิจิตอลและจอแสดงผลขนาดใหญ่ขนาด 12.3 นิ้ว ก็ยกมาใส่ในคูเป้ด้วยเช่นกัน

   E-Class Coupe โฉมใหม่มีความยาว 4,826 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 123 มิลลิเมตร) กว้าง 1,860 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 74 มิลลิเมตร) สูง 1,430 มิลลิเมตร (สูงขึ้น 32 มิลลิเมตร) และฐานล้อยาว 2,873 มม. (เพิ่มขึ้น 113 มิลลิเมตร)โดยรวมเมื่อเทียบกับโฉมเก่าแล้วถือว่าใหญ่ขึ้นกว่าในทุกมิติ ซึ่งน่าจะส่งผลต่อภายในห้องโดยสารที่กว้างมากขึ้นด้วย

   ทางด้านขุมพลังนั้นเบื้องต้น E-Class Coupe จะมีให้เลือก 4 แบบด้วยกัน
- E220d เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 194 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 25 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  106 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 242 กม./ชม.

- E200 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 184 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตรที่ 1,200-4,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.67 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  136 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

- E300 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 245 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-4,400 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.625 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  147 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

- E400 4Matic เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร พละกำลัง 333 แรงม้าที่ 5,250-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-4,000 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12.35 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  183 กรัม/กม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic

ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic
   ในอนาคตนั้น E-Class Coupe อาจจะมีทางเลือกพลังแรงแปะป้าย E50 AMG ที่จะมากับพละกำลังมากกว่า 400 แรงม้า หรือหากแรงไม่พอก็จะมี E63 AMG ที่จะมากับเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบพละกำลัง 571 แรงม้า

   ใน E-Class Coupe โฉมใหม่ ลูกค้าสามารถปรับระดับช่วงล่างได้ 3 แบบ และมีการติดตั้งระบบช่วยเข้าโค้ง Dynamic Body Control เหมือนใน S-Class Coupe รวมทั้งติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบ Air Body Control ส่วนระบบความปลอดภัยทั้งหลายก็ยกมาจาก E-Class ซีดานและวากอน

   All-New Mercedes-Benz E-Class Coupe จะเริ่มลงโชว์รูมในยุโรปและอเมริกาช่วงฤดูร้อนปีหน้า(ราวๆกลางปี) ส่วนเมืองไทยก็น่าจะตามหลังไม่กี่เดือนครับ

ที่มา Carscoops
มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

การเปลี่ยนแปลงคร่าวๆใน Honda City Minor Change ที่จะเปิดตัวต้นปีหน้า

  เป็นรถที่หลายคนถามหาข่าวกันมามากพอสมควรว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง สำหรับ Honda City ที่ตอนนี้มีอายุตลาดครบ 3 ปีแล้วซึ่งก็ได้เวลาสำหรับการปรับโฉมหน้าตาเพื่อความสดใหม่


   ข่าวล่าสุดของอินเดียมีรายงานมาว่า Honda City Minor Change จะมีแนวการออกแบบจมูกด้านหน้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง Accord แต่งเติมด้วยโครเมียมเพิ่มความหรู รวมทั้งจะมีการติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ และมีการออกแบบล้ออัลลอยลายใหม่แบบปัดเงา นอกจากนี้อาจจะมากับไฟท้ายแบบ LED ด้วย

   ส่วนภายในห้องโดยสารจะมีการใช้วัสดุนุ่มบุบริเวณคอนโซลหน้า ระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ที่รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto ถุงลมนิรภัย 6 ใบในรุ่นท็อป ยังมีหลังคาซันรูฟเช่นเคย (ในเวอร์ชั่นอินเดีย) และมีการหุ้มเบาะหนัง ส่วนแผงหน้าปัดยังคงใช้โทนสีดำเช่นเดียวกับรุ่นปัจจุบัน

   สำหรับขุมพลังนั้นก็น่าจะเป็นขุมพลังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC 4 สูบ ส่วนในตลาดอินเดียจะมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 1.5 ลิตร i-DTEC ให้เลือกด้วยเช่นกัน ระบบส่งกำลังคาดว่าจะมีการปรับปรุงเกียร์ธรรมดาใหม่ให้เป็นแบบ 6 สปีด ส่วนเมืองไทยต้องลุ้นว่าจะมีรุ่นเกียร์ธรรมดาขายอยู่หรือไม่

   Honda City Minor Change (รุ่นปรับโฉมใหม่) เตรียมเปิดตัวในไทยราวๆเดือนมกราคมปีหน้าครับ อีกไม่นานเราน่าจะได้เห็นกัน จะเป็นอย่างไรต้องรอติดตาม

ที่มา Indianautosblog

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่นี่ครับ 

Like Box