แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟอร์ด มัสแตง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟอร์ด มัสแตง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

Ford Mustang Mach-E ม้าป่าพลังแรงที่มาในมาดครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้า

 ค่ายวงรีฟ้า Ford ได้ทำการเผยโฉม Ford Mustang Mach-E รถครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าล้วนคันแรกของค่าย ด้วยแนวการออกแบบที่ได้ต่อยอดมาจาก Ford Mustang นั่นเอง

  Mach-E เป็นครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าที่ค่อนข้างมีสไตล์ด้วยด้านหน้าที่ดุดันและกระจังหน้าที่ไร้ช่วงระบายอากาศ ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED เรียวและกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต ด้านข้างตัวรถมากับแนวหลังคาที่ลาดเทสไตล์คูเป้ ประตูรถที่ออกแบบให้ซ่อนมือจับประตูไว้แบบแนบเนียน ต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายนำเอากลิ่นอายจาก Mustang เต็มๆ นั่นคือในส่วนของไฟท้ายรถ และกันชนท้ายที่ดูบึกบึนตามสไตล์ครอสโอเวอร์

  ภายในห้องโดยสารเป็นจุดที่ฉีกแนว Mustang คูเป้มากที่สุด เข้ามาจะพบกับพวงมาลัยพร้อม Mustang แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.2 นิ้วที่เป็นกรอบเหลี่ยมดูโดดเด่น ที่โดดเด่นกว่าเห็นจะเป็นระบบ Infotainment ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 15.5 นิ้ววางในแนวตั้ง จัดวางภายใต้ดีไซน์แดชบอร์ดที่ทันสมัยพร้อมช่องระบบปรับอากาศทรงเพรียวบาง

  ภายในยังมีออปชั่นให้เลือกซื้อมากมาย รวมถึงระบบเครื่องเสียงจาก Bang & Olufsen จำนวน 10 ลำโพง, หลังคาแก้ว Panoramic และไฟเสริมบรรยากาศ Ambient Light อีกทั้งยังมีระบบอุ่นพวงมาลัย, เบาะนั่งด้านหน้าพร้อมระบบอุ่นและแป้นคันเร่งและเบรกทำจากอัลลอย

   ในแง่ของพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ Mach-E มีช่องเก็บสัมภาระที่ฝากระโปรงหน้า 136 ลิตร  ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังอยู่ที่ 821 ลิตร  แต่สามารถขยายได้ถึง 1,688 ลิตร โดยการพับที่นั่งด้านหลังลง

   Ford Mustang Mach-E จะมี 5 เกรดที่แตกต่างกัน โดยเกรดเริ่มต้น Select จะมีราคาเริ่มที่ 43,895 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,324,000 บาท) มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 75.7 kWh พละกำลัง 259 แรงม้า (PS) รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังนั้นจะมีแรงบิดประมาณ 414 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะมีแรงบิดมากถึง 565 นิวตันเมตร

รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังจะสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลาที่ต่ำกว่า 6 วินาที และสามารถวิ่งได้ระยะทาง 370 กม. ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะทำเวลาอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ลดลงเหลือราวๆ 5 วินาทีกลางๆ แต่ระยะทางวิ่งก็ลดลงเหลือ 338 กม.

   ถัดขึ้นไปจะเป็น Mach-E Premium ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 50,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,527,000 บาท) มีให้เลือกทั้งแบบ Standard Range และ Extended Range รวมทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ ใน Standard Range จะมีขุมพลังเหมือนกับ Mach-E ทุกประการ ส่วน Extended Range จะมีขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นเป็น 98.8 kWh

Extended Range ยังมีพลังมากขึ้นอีกด้วยโดยรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังจะมีพละกำลังราวๆ 286 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 414 นิวตันเมตรสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ได้ราวๆ 6 วินาทีกลางๆ และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 483 กม. ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อนั้นจะมีพละกำลังมากขึ้นเป็น 338 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 565 นิวตันเมตร ลดเวลาการทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. เหลือราวๆ 5 วินาทีกลางๆ และยังลดระยะทางที่วิ่งได้เหลือ 435 กม.

  ถัดไปจะเป็นเกรด Mach-E California Route 1 ราคา 52,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,581,000 บาท) เป็นรุ่น Extended Range มีให้เลือกแค่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น  นั่นคือรถจะมากับพละกำลังที่ 286 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 414 นิวตันเมต และสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 483 กม.

   ขึ้นไปอีกจะเป็น Mach-E First Edition ราคา 59,900 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,807,000 บาท) เป็นรุ่น Long Range ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นั่นหมายความว่ารถจะมากับพละกำลัง 338 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 565 นิวตันเมตร ระยะทางที่วิ่งได้สูงสุด 435 กม.

  และเกรดท็อปสุดคือ Mach-E GT รุ่นสมรรถนะสูงสุดซึ่งจะมีราคาเริ่มต้น 60,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,825,000 บาท) เป็นรุ่นที่ทางบริษัทยังคงทำการเก็บข้อมูลภายในอยู่ แต่ก็บอกคร่าวๆว่าจะสามารถสร้างพละกำลังได้ราวๆ 465 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 830 นิวตันเมตร มีให้เลือกเฉพาระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและมีแบตเตอรี่ 98.8 kWh เมื่อมีพละกำลังมากขนาดนี้ ระยะทางวิ่งได้สูงสุดก็จะลดลงเหลือ 378 กม. และสามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ราวๆ 3 วินาทีกลางๆ

  ทางด้านระบบการชาร์จนั้น Mustang Mach-E สามารถชาร์จผ่านเต้าเสียบไฟบ้าน 240V ซึ่งมากพอที่จะให้รถวิ่งได้ 35 กม. เมื่อชาร์จเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือลูกค้ายังสามารถซื้อตู้ชาร์จเสริม Ford Connected Charging ก็ได้ ซึ่งใช้เต้ารับ 240V เหมือนกัน แต่เมื่อชาร์จไว้ 1 ชม. จะสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 51 กม.

  Ford ยังกล่าวอีกว่า Mustang Mach-E สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลาประมาณ 38 นาที (คำนวณจาก Standard Range) โดยใช้ระบบ Fast Charge เครื่องชาร์จกระแสตรง 150 kW

   Ford Mustang Mach-E สามารถวางเงินจองเงินด้วยมัดจำ 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 15,000 บาท) อย่างไรก็ตามนั้นลูกค้าที่ต้องการเลือกจองรถตามเกรดต่างๆ ตั้งแต่ Select จนถึง GT คงต้องรอไปก่อนเพราะรถอาจจะยังไม่ได้ส่งมอบทันปลายปีนี้ 2020 หรืออาจจะต้องรอจนกว่าจะมีการเปิดตัวในปี 2021

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562

Ford Mustang Shelby GT500 ม้าป่าพันธุ์แรงสุดเท่าที่ Ford เคยสร้างมา

   ภายในงาน Detroit Auto Show 2019 ที่กำลังจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ ค่ายวงรีสีฟ้า Ford ได้ทำการเปิดตัว Ford Mustang Shelby GT500 โฉมใหม่ ถือว่าเป็นม้าป่าพันธุ์แรงสุดในตระกูล Mustang เท่าที่ Ford เคยสร้างมาเลยก็ว่าได้

   Ford ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของ GT500 ใหม่ เพียงแต่บอกว่าสามารถสร้างพละกำลังได้มากกว่า 700 แรงม้า สามารถเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ได้ในเวลาราวๆ 3.5 วินาที และในระยะควอเตอร์ไมล์ได้ 11 วินาที โดยเป็นขุมพลังเบนซิน 5.2 ลิตร V8 ซูเปอร์ชาร์จ

   ระบบส่งกำลังจะใช้เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ Tremec 7 สปีด ซึ่งส่งกำลังไปทางเพลาขับด้านหลังที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อันเป็นเอกลักษณ์ อ้างอิงข้อมูลจาก Ford เกียร์ลูกนี้สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วในเวลา 100 มิลลิวินาที อีกทั้งยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกหลายโหมด ได้แก่ normal, sport, drag และ track

 และเพื่อให้สามารถควบคุมพลังมหาศาล แซสซีส์ของเจ้า Shelby GT500 ใหม่นั้นจะมาพร้อมกับช่วงล่างใหม่ ชุดคอยล์สปริงที่น้ำหนักเบาลง ใช้โช้คอัพของ MagnaLife รุ่นใหมล่าสุด และชุดพวงมาลัยเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ และยังมากับชุดจานเบรกขนาดใหญ่ 420 มม. พร้อมด้วยชุดคาลิปเปอร์เบรก Brembo แบบ 6 ลูกสูบ

   Ford Mustang Shelby GT500 ใหม่จะมาพร้อมแพ็คเกจการขับขี่ 2 รูปแบบให้เลือก อย่างแรกก็คือ Handling Package ที่มากับชุดสตรัทปรับระดับได้และสปอยเลอร์หลังพร้อมครีบ Gurney อย่างที่สองที่เพิ่มความฮาร์ดคอร์ขึ้นไปอีกก็คือ Carbon Fiber Track ซึ่งมากับล้อคาร์บอนขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 , สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่แบบปรับระดับได้ , ลิ้นกันชนหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และ ภายในห้องโดยสารที่ไม่มีเบาะหลัง

  ทางด้านการออกแบบตัวถังของ Ford Mustang Shelby GT500 เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับวิศวกรของ Ford Performance ด้วยการออกแบบด้านหน้าที่มีความดุดันและเกรี้ยวกราดกว่ารุ่นปกติ ส่งผลให้ส่วนหน้ารถดูดอากาศได้มากขึ้น 50% เมื่อเทียบกับรุ่น GT350 

  ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพีถันและดูพิเศษขึ้นกว่าเดิม ด้วยแผงหน้าปัดคาร์บอนไฟเบอร์ แผงประตูตกแต่งด้วยหนังกลับสีเข้มพร้อมเดินด้ายตะเข็บเสริมรายละเอียด ลูกค้ายังสามารถสั่งออปชั่นเบาะนั่ง Recaro ดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยหนังกลับพร้อมทั้งฟังก์ชั่นปรับไฟฟ้าอีกด้วย

   Ford Mustang Shelby GT500 จะเริ่มในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ราวๆเดือนกันยายน) โดยทาง Ford จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมและราคาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

ที่มา Carscoops

Like Box