แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มินิ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มินิ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562

MINI John Cooper Works GP รถที่เร็ว แรง และทรงพลังสุดเท่าที่ MINI เคยสร้างมา!

  MINI ได้เปิดตัว  John Cooper Works (JCW) GP Special Edition เป็นตัวแรงของค่ายที่ขับขี่บนถนนได้แบบถูกกฎหมาย ซึ่งกลายเป็นรถที่เร็วที่สุดของแบรนด์ตลอดกาลและทรงพลังที่สุดในกลุ่มคู่แข่งด้วย

  ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ที่สร้างพละกำลังได้ทั้งหมด 306 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร สามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.2 วินาทีและความเร็วสูงสุดที่ไม่มีการจำกัดเลยที่ 265 กม./ชม. กำลังจะถูกส่งไปยังล้อหน้าด้วยระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีดพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย

  งานออกแบบภายนอกนั้นจะถูกต่อยอดจากรุ่น Cooper S JCW ให้มีความดุดันและพิเศษมากขึ้น ด้วยการติดตั้งบังโคลนหน้าเพิ่มเติมที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) บริเวณแก้มด้านข้างและซุ้มล้อ, สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบริเวณด้านท้าย, ออกแบบครีบรีดอากาศด้านท้ายพร้อมท่อไอเสียใหม่ที่ติดตั้งตรงกลาง กระจังหน้ารถ และรอบๆคันมีการแต่งเติมด้วยสีแดง และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายพิเศษพร้อมยาง 225/35 Hankook นอกจากนี้ยังมีหมายเลข "2020" บริเวณแผงซุ้มล้อหน้าอันเป็นจุดที่บ่งบอกหมายเลขรถเพราะรถผลิตจำนวนจำกัดนั่นเอง

   JCW GP ถูกแบบการจัดวางที่นั่งแบบ 2 ที่นั่งโดยแทนที่ตำแหน่งเบาะหลังไว้ให้มีที่ว่างสำหรับโรลเคจ เบาะหน้าทรงใหม่แบบสปอร์ตพร้อมการตัดเย็บด้วยโทนสีตัดกันเตรียมด้วยตรา GP บริเวณพนักพิงแบบ, เข็มขัดนิรภัยสีแดง, โลโก้ "GPXXXX" บ่งบอกหมายเลขรถบริเวณคอนโซลหน้า เส้นกะระยะพวงมาลัยในตำแหน่ง 12 นาฬิ และยังมีมาตรวัดแบบดิจิตอลด้วย อีกทั้งภายในรถยังมีโลโก้ GP อยู่มากมายรอบคัน

  MINI John Cooper Works GP จะผลิตจำนวนจำกัดที่ 3,000 คัน ทั้งหมดจะถูกผลิตที่โรงงานของ บริษัทในอ๊อกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร ล็อตแรกนั้นจะถูกส่งมอบในเดือนมีนาคม 2563 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $ 45,750 (ประมาณ 1.38 ล้านบาท)

ที่มา Carscoops
 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

MINI Cooper SE ไอ้ตัวจิ๋วพลังงานไฟฟ้าล้วนคันแรกของค่าย

  ค่ายรถเล็กจากแดนผู้ดี MINI ได้ทำการเปิดตัว MINI Cooper SE ที่ถือเป็นรถ MINI รุ่นแรกของค่ายที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน 100% 
   MINI Cooper SE ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 184 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร กำลังจะถูกส่งไปยังล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Stage โดยสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ใน 7.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 150 กม./ชม. และด้วยตำแหน่งแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งพื้นตัวถังรถจึงทำให้ไม่มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่เก็บสัมภาระ ส่งผลให้ความจุสัมภาระท้ายเท่ากับเวอร์ชั่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เลย นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบเลียนเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงเพื่อให้ความรู้สึกเสมือนขับรถเครื่องยนต์ ICE อีกด้วย

  รถได้พลังงานมาจากแบตเตอรี่ขนาด 32.6 kWh สามารถชาร์จจนถึง 80% ของความจุทั้งหมดภายในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งโดยใช้สายชาร์จมาตรฐานหรือสายชาร์จ 3 เฟส (สำหรับสถานีชาร์จสาธารณะ) แต่หากต้องการชาร์จจนเต็ม 100% จะใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง อย่างไรก็ตามหากใช้ระบบชาร์จแบบกระแสตรง DC จะสามารถชาร์จได้ 80% ในเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น เมื่อชาร์จจนเต็มจะสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 235-270 กิโลเมตร ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ Sport, MID, Green และ Green+

  การออกแบบภายนอกมีหลายจุดที่แตกต่างจากรุ่นปกติ ไม่ว่าจะเป็นจุดเสียบปลั๊กชาร์จ (ตำแหน่งเดียวกับฝาถังน้ำมันในรุ่นปกติ) พร้อมโลโก้ MINI Electric แบบนูน นอกจากนี้โลโก้ MINI Electric ยังถูกพบได้อีกรอบๆคัน ไล่ตั้งแต่กระจังหน้า ตำแหน่งไฟเลี้ยวด้านข้าง และฝาท้าย

  บริเวณกระจังหน้ายังตกแต่งด้วยแถบสีเหลือง เช่นเดียวกับกระจกมองข้างที่เป็นสีเหลืองเช่นเดียวกัน ไฟหน้าแบบ LED จะถูกติดตั้งเป็นมาตรฐาน ส่วนล้ออัลลอยลายพิเศษ 17 นิ้วดังรูปจะมีให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม

  ส่วนภายในห้องโดยสารบูกค้าจะได้รับเบาะผ้า Double Stripe Carbon Black เป็นมาตรฐาน (Trim S) หากต้องการเบาะผ้าสลับหนังจะต้องเลือกการตกแต่งในแพ็คเกจ Trim M หรือ Trim L ในขณะเดียวกันเบาะหนังแบบ MINI Yours Lounge Carbon Black จะอยู่ในแพ็คเกจ Trim XL

   ในแง่ของเทคโนโลยีมีติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียมเป็นมาตรฐาน พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ได้ อีกหนึ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือการติดตั้งชุดหน้าปัดแบบดิจิตอลมาให้เป็นรุ่นแรกของ MINI, เบรกมือไฟฟ้า เป็นต้น ลูกค้ายังสามารถจ่ายเพิ่มเพื่ออัปเกรดเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว และมีระบบชาร์จไฟไร้สายให้เลือกด้วย

  และตามที่กล่าวก่อนหน้านี้ว่า MINI Cooper SE จะมีตำแหน่งแบตเตอรี่ที่ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งพื้นตัวถังรถ นั่นทำให้ความจุสัมภาระด้านหลังเท่ากับรุ่น ICE คือ 211 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงก็จะเพิ่มความจุขึ้นเป็น 731 ลิตร รถยังถูกออกแบบให้มีความสูงมากกว่ารุ่น ICE ราวๆ 18 มิลลิเมตรเพื่อเพิ่มระยะห่างจากพื้นรถจากแบตเตอรี่ที่ติดบริเวณพื้นตัวถังนั่นเอง

  จากแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งมาให้นั้น MINI Cooper SE จะมีน้ำหนักมากกว่า MINI Cooper S พร้อมเกียร์อัตโนมัติ Steptronic อยู่ราวๆ 145 กิโลกรัม

  MINI Cooper SE เริ่มเปิดรับจองแล้วที่อังกฤษในราคาเริ่มต้นที่ 24,400 ปอนด์ หรือประมาณ 949,000 บาทไทย (ไม่รวมภาษีสรรพสามิตในไทย) และจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนมีนาคมปี 2020

ที่มา MINI
   
   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

MINI JCW Clubman LCI (Minor Change) และ JCW Countryman MY2020 ปรับขุมพลังใหม่ พกพาความแรง 302 แรงม้า

  ค่ายรถเล็กแดนผู้ดีอย่าง MINI ได้ทำการแนะนำ 2 ตัวแรงใหม่ อย่าง MINI John Cooper Works Clubman รุ่นปรับโฉมใหม่ และ MINI John Cooper Works Countryman รุ่นปี 2020 ที่มาพร้อมกับสมรรถนะและความแรงมากที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาเลยก็ว่าได้

  ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จ ที่มากับพละกำลังทั้งหมด 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าถือว่ามีแรงม้าเพิ่มเข้ามา 74 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 100 นิวตัน-เมตร 

   และขุมพลังดังกล่าว ส่งผลให้ John Cooper Works Clubman สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ ชม. ในเวลา 4.9 วินาทีเท่านั้น (เร็วขึ้น 1.4 วินาที) ความเร็วสูงสุดถูกล็อคด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 250 กม./ชม. ทางด้าน John Cooper Works Countryman สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ ชม. ได้ในเวลา 5.1 วินาทีและจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 250 กม./ชม. เช่นเดียวกัน ทั้งคู่จะส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic sports 8 สปีดซึ่งมีผลให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ดีขึ้นและเงียบ ชุดเกียร์ยังมีระบบล็อคเฟืองท้ายแบบกลไกบูรณาการซึ่ง “ทำงานในแนวตามขวางเพื่อลดการชดเชยความเร็วระหว่างล้อคู่หน้า” ตามที่ผู้ผลิตกล่าวไว้  โดยระบบการทำงานของระบบล็อคเฟืองท้ายจะมีผลมาจากการถ่ายโอนแรงบิดขณะขับขี่ไปยังล้อแต่ละล้อหากล้อหน้าใดล้อหนึ่งเริ่มหมุน

  รถทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเน้นส่งกำลังไปยังล้อหน้าเป็นหลัก แต่สามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังได้ภายในเสี้ยววินาทีหากรถเกิดอาการลื่นไถล

   การปรับปรุงอื่นๆของรถ ยังรวมถึงระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ , ระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ตใหม่และระบบเบรกใหม่ที่แป้นหนักขึ้น ด้วยการติดตั้งคาลิปเปอร์เบรกหลังแบบ 4 ลูกสูบพร้อมจานดิสก์ขนาด 13 นิ้ว (330 มม.)

   ดีไซน์ภายนอกนั้น JCW Countryman MY2020 ไม่ได้มีการปรับอะไร แต่ในJCW Clubman มีการปรับเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ โคมไฟหน้า โคมไฟท้าย และกันชนหลังใหม่ตามรอยรุ่นปกติ มีการออกแบบกันชนท้ายให้รองรับท่อไอเสียที่ใหญ่ขึ้นอีกด้วย

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2562

MINI Clubman LCI (Minor Change) อัปเดตดีไซน์ใหม่เล็กน้อยให้ทันสมัยขึ้น

   หลังจากที่ MINI ได้มีการปรับโฉมในตัวถัง Hatchback 3 และ 5 ประตู , รุ่นเปิดประทุนไปแล้ว คราวนี้ก็เป็นคิวของรุ่น Clubman ที่มีประตูฝาท้ายแบบตู้กับข้าวอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งก็ได้ปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยขึ้น หรือที่ตามภาษา BMW Group มักเรียกว่า LCI (Life Cycle Impulse)

  การปรับปรุงโฉมนั้นก็จะมีทิศทางเดียวกับรุ่นอื่นๆที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยจะมากับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่จะมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันในรุ่นปกติและรุ่น S , โคมไฟหน้า LED  ใหม่แบบวงแหวนเต็มวง , ไฟตัดหมอกหน้าที่มีวงแหวนเต็มวงเช่นกัน , โลโก้ MINI ดีไซน์ใหม่แบบ 2 มิติดูเรียบง่ายกว่าเดิม และด้านท้ายที่มากับโคมไฟท้ายแบบ LED เป็นมาตรฐานซึ่งลูกค้าสามารถสั่งออปชั่นเป็นไฟลายธงยูเนียนแจ็คของอังกฤษได้


  สำหรับล้ออัลลอยจะมีให้เลือกในขนาด 16 หรือ 17 นิ้วเป็นมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถสั่งออปชั่นล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 และ 19 นิ้วได้ นอกจากนี้ลูกค้าที่ซื้อ MINI Clubman ยังสามารถเลือกออปชั่นระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตซึ่งลดความสูงของรถลงได้ 10 มิลลิเมตร รวมทั้งระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive ที่สามารถปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือก 

  ส่วนสีตัวถังภายนอกจะมีการแนะนำสีใหม่ ได้แก่ สีแดง Indian Summer Red metallic, สีเขียว British Racing Green Metallic และสีดำ MINI Yours Enigmatic Black metallic นอกจากนี้ยังสามารถเลือกตกแต่ง Piano Black บริเวณรอบๆไฟหน้า ไฟท้ายและกระจังหน้าได้ด้วย 


   ทางด้านภายในห้องโดยสารมากับพวงมาลัย 3 ก้านพร้อมโลโก้ MINI ดีไซน์ใหม่ และปรับปรุงรูปแบบการตกแต่งภายในใหม่ให้ดูดียิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหนังหุ้มเบาะใหม่และพื้นผิวคอนโซลและแผงประตูใหม่ด้วย ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 6.5 นิ้วมาให้เป็นมาตรฐาน  แต่ลูกค้าสามารถเลือกออปชั่นหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้วพร้อมระบบนำทางได้  อีกทั้งยังมีแพ็คเกจการตกแต่ง MINI Yours ที่สามารถเลือกแต่งได้ตามใจชอบ


  นอกจากนั้นแล้วยังมีการอัปเดตระบบ MINI Connected ให้มีฟีเจอร์ใหม่ๆหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์บริการ , ระบบผู้ช่วยส่วนตัว , MINI Online ซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขับขี่ข้อมูลสภาพอากาศและราคาน้ำมันในท้องถิ่นนั้นๆ ทั้งยังรองรับ Apple CarPlay อีกด้วยเช่นกัน


  MINI Clubman จะมีทางเลือกทั้งหมด 8 รุ่นย่อย ได้แก่
  •  MINI One Clubman เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลัง 102 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 11.3-11.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 17.86-18.18 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 124-128 กรัม/กม. 
  • MINI Cooper Clubman เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลัง 136 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 9.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 205 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 17.54-18.87 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 120-129 กรัม/กม.
  • MINI Cooper S Clubman เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 192 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 7.2-7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 228 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 15.38-18.18 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 125-147 กรัม/กม.
  • MINI Cooper S Clubman ALL4 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พละกำลัง 192 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 16.13-16.39 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 139-141 กรัม/กม.
  • MINI One D Clubman เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร พละกำลัง 116 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 10.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 192 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 23.81-25 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 105-110 กรัม/กม.
  • MINI Cooper D Clubman เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 150 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 8.6-8.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 212 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 22.73-23.81 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 111-114 กรัม/กม.
  • MINI Cooper SD Clubman เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 190 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 22.73-23.81 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 113-114 กรัม/กม.
  • MINI Cooper SD Clubman ALL4  เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 190 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ใน 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 21.28-21.74 กม./ลิตร ค่าการปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 อยู่ที่ 121-122 กรัม/กม.
  • ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด , เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ Dual Clutch ลูกใหม่ล่าสุด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
  สำหรับสาวก MINI ก็ต้องติดตามครับว่า MINI Clubman รุ่นใหม่จะมาเปิดตัวในไทยเมื่อไหร่

ภาพจาก Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

Like Box