แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ็มพีวี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ็มพีวี แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563

Suzuki Ertiga MY2020 ปรับเพิ่มอุปกรณ์ให้ครบครันขึ้น

  Suzuki ประเทศไทยได้ทำการกระตุ้นตลาดกลุ่ม MPV ด้วยการเปิดตัว Suzuki Ertiga MY2020 ที่ได้รีบการปรับเพิ่มออปชั่นใหม่ๆ ให้ครบครันยิ่งขึ่น สอดคล้องกับที่ประเทศอินโดนีเซียได้ทำการเปิดตัวรุ่นปรับอุปกรณ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงภายนอก
- ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทน 185/65 R15 (เฉพาะรุ่น GX)
- เพิ่มไล่ฝ้ากระจกบังลมหลัง

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงภายใน
- เพิ่มจอระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อมระบบ Bluetooth (เฉพาะรุ่น GX)
- เพิ่มระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto (เฉพาะรุ่น GX)
- เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น GX)
- เพิ่มช่องต่อไฟ HDMI (เฉพาะรุ่น GX)
- เพิ่มมือจับผู้โดยสารจาก 3 เป็น 5 ตำแหน่ง
รายละเอียดความปลอดภัยที่เพิ่มเติม
- เพิ่มเซ็นเซอร์ขณะถอยหลัง
- เปลี่ยนจาก "เข็มขัดนิรภัยแถวสอง ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุดตรงกลาง 1 ตำแหน่ง" เป็น "เข็มขัดนิรภัยแถวสอง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง"
- เพิ่มกล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น GX)

สีตัวถังมีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีแดงอมม่วง Pearl Burgundy Red (สีใหม่), สีแดง Pearl Radiant Red , สีขาว Pearl Snow White , สีเทา Metallic Magma Gray และสีดำ Cool Black Metallic
มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยเหมือนเดิม
- GL AT ราคา 659,000 บาท (+4,000 บาท)
- GX AT ราคา 725,000 บาท (+30,000 บาท)
   
รายละเอียดสเปคและออปชั่นของแต่ละรุ่นย่อย
รายละเอียดทางเทคนิค
* มิติตัวถังยาว 4,395 มิลลิเมตร กว้าง 1,735 มิลลิเมตร สูง 1,690 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,740 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร ความสูงใต้ท้องรถ 180 มิลลิเมตร
* ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 45 ลิตร
* ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน
* ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
* ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรกแบบฝักนำและฝักตาม
* ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมคอยล์สปริง
* ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยล์สปริง
* เครื่องยนต์เบนซินรหัส K15B ขนาด 1.5 ลิตร มากับพละกำลังสูงสุดที่ 108 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

GL AT ราคา 659,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
- กระจังหน้าโครเมียม
- ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
- ไฟท้าย LED
- กระจกสีตัดแสง
- กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถปรับไฟฟ้า
- มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
- ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา 2 จังหวะพร้อมที่ฉีดน้ำ
- ที่ปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา 1 จังหวะพร้อมที่ฉีดน้ำ
- วัสดุตกแต่งประตูท้ายโครเมียมพร้อมไฟส่องป้ายทะเบียน
- ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 185/65 R15
- ยางอะไหล่ ล้อกระทะขนาด 185/65 R15 

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
- พวงมาลัย 3 ก้าน เป็นพาวเวอร์ไฟฟ้าปรับระดับสูง-ต่ำได้
- ปุ่มระบบสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัย
- เครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth 
- ลำโพง 4 ตำแหน่ง
- ช่องเชื่อมต่อ USB AUX
- กระจกไฟฟ้าด้านคนขับปรับขึ้นอัตโนมัติ
- กระจกไฟฟ้าด้านหลัง
- ระบบเซ็นทรัลล็อค
- กุญแจรีโมทแบบไฟกะพริบและเสียงสัญญาณตอบรับ
- ระบบกรองอากาศ
- ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
- ระบบปรับอากาศบริเวณที่นั่งผู้โดยสารแถวหลัง
- เบาะแถวหน้า
 * เบาะปรับเลื่อนหน้า-หลังพร้อมฟังก์ชั่นปรับเอนเบาะ
 * ช่องเก็บของหลังที่นั่งผู้โดยสารข้างคนขับ
 * พนักพิงศีรษะแบบแยกส่วน 2 ตำแหน่ง
- เบาะแถวสอง
 * ปรับพับได้แบบ 60:40 
 * เบาะปรับเลื่อนหน้า-หลังพร้อมฟังก์ชั่นปรับเอนเบาะ
 * พนักพิงศีรษะแบบแยกส่วน 2 ตำแหน่ง
- เบาะแถวสาม
 * ปรับพับได้แบบ 50:50
 * พนักพิงศีรษะแบบแยกส่วน 2 ตำแหน่ง
- มาตรวัดความเร็วและรอบเครื่อง
- จอแสดงผลระดับน้ำมัน / อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง / ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันต่อระยะทาง / ระยะเดินทาง / ตำแหน่งเกียร์
- สัญญาณไฟเตือนบนหน้าจอ 
 * เตือนระบบเบรก ABS / ถุงลมนิรภัย / การทำงานระบบ ESP / เตือนเมื่อประตูปิดไม่สนิท / เตือนเมื่อระดับน้ำมันใกล้หมด / เตือนเมื่ออุณหภูมิน้ำหล่อเย็นสูง
- เสียงสัญญาณเตือน
 * เตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารข้างคนขับพร้อมไฟเตือน / เตือนเมื่อลืมปิดไฟหน้า / เตือนเมื่อลืมกุญแจ
- ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารบริเวณห้องโดยสารด้านหน้าและกลางห้องโดยสาร
- แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกแต่งหน้าฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า
- มือจับผู้โดยสาร 5 ตำแหน่ง
- ช่องเก็บของประตูคู่หน้า-หลัง
- ช่องวางเครื่องดื่มบริเวณคอนโซลหน้าด้านล่าง 2 ตำแหน่ง
- ช่องวางเครื่องดื่มบริเวณข้างประตูคู่หน้า-คู่หลังและที่นั่งผู้โดยสารแถวสาม 6 ตำแหน่ง
- กล่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้ห้องเก็บสัมภาระพร้อมฝาเปิด-ปิดแบบอิสระ 50:50
- ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V บริเวณคอนโซลหน้าด้านล่างและคอนโซลกลาง

ระบบความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
- ระบบป้องกันล้อล็อค ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
- ระบบช่วยเบรก Brake Assist
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control
- คานกันกระแทกด้านข้าง
- เข็มขัดนิรภัยด้านหน้า ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ
- เข็มขัดนิรภัยแถวสอง ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยแถวสาม ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
- ระบบล็อคนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง
- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง
- ระบบกุญแจนิรภัย Immoblizer
- ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
- ระบบสัญญาณเตือนภัย
- เซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน

GX AT ราคา 725,000 บาท (เพิ่มเงิน 66,000 บาทจากรุ่น GL AT)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มเติมจาก GL AT)
- ไฟตัดหมอกคู่หน้า
- ไฟท้าย LED แบบ Light Guides
- กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
- มือจับประตูด้านนอกแบบโครเมียม
- ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยแบบทูโทนขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 185/65 R15

อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจาก GL AT)
- พวงมาลัย 3 ก้านแบบหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
- จอระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว เครื่องเล่นวิทยุ MP3 และ WMA พร้อมระบบ Bluetooth
- ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto 
- ช่องต่อ USB HDMI
- กุญแจรีโมทพร้อมไฟกะพริบและเสียงสัญญาณตอบรับ
- ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Keyless Entry
- Keyless Push Start
- เบาะแถวหน้า
 * เบาะนั่งด้านคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
 * ช่องเก็บของหลังที่นั่งคนขับและผู้โดยสารข้างคนขับ
- คอนโซลหน้าและแผงประตูตกแต่งด้วยลายไม้
- มือจับประตูด้านในโครเมียม
- ช่องวางเครื่องดื่มบริเวณคอนโซลหน้าด้านล่างพร้อมช่องเป่าลมเย็น 2 ตำแหน่ง
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจาก GL AT)
- กล้องมองหลัง

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ



วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เจาะสเปค Toyota Sienta Minor Change เวอร์ชั่นไทย ก่อนเปิดตัวเร็วๆนี้

   Toyota Sienta รถ Mini MPV 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์จากค่าย Toyota ได้ทำการเปิดตัวครั้งแรกในไทยช่วงเดือนสิงหาคมปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีอายุตลาด 3 ปีภายในปีนี้แล้ว ก็น่าจะได้เวลาสำหรับการปรับปรุงโฉมเพิ่มความสดใหม่ และเพิ่มความสามารถในการแข่งกับคู่แข่งมากหนาหลายตาที่ต่างเปิดตัวรุ่นใหม่ๆกันในช่วงปีที่ผ่านมา

   ล่าสุดทาง Car News Update ได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับข้อมูลของ Toyota Sienta Minor Change เวอร์ชั่นไทย ซึ่งจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมบ้าง จะชี้แจงให้ทราบกันในย่อหน้าถัดไปครับ

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงใน Toyota Sienta รุ่น 1.5 G
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่
  • เบาะผ้าสีดำ ดีไซน์ใหม่
  • วัสดุหุ้มแผงประตูแบบผ้าดีไซน์ใหม่
  • เพิ่มที่พักแขน 3 ตำแหน่ง (ด้านผู้ขับขี่ 1 ด้านหลัง 2)
  • เครื่องเสียงจากเดิม "เครื่องเล่น CD 1 แผ่น" เปลี่ยนเป็น "หน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้วพร้อมระบบ T-Link"
  • เพิ่มกล้องมองภาพด้านหลัง

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงใน Toyota Sienta รุ่น 1.5 V
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่
  • กันชนหน้าดีไซน์ใหม่
  • เบาะหนังและวัสดุกึ่งสังเคราะห์สีดำ ดีไซน์ใหม่
  • วัสดุหุ้มแผงประตูแบบผ้าดีไซน์ใหม่
  • เพิ่มที่พักแขน 3 ตำแหน่ง (ด้านผู้ขับขี่ 1 ด้านหลัง 2)
  • เครื่องเสียงจากเดิม "หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว" เปลี่ยนเป็น "หน้าจอสัมผัสขนาด 6.8 นิ้วพร้อมระบบ T-Link"
  • เพิ่มกล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • เพิ่มกล้องบันทึกภาพด้านหน้า-หลัง
  • เพิ่มสัญญาณกะระยะถอยหลัง 2 ตำแหน่ง (จากเดิมที่มีแค่รุ่น 1.5 G)
--ระบบเชื่อมต่อ T-Link--

- เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับเครื่องเสียงบนรถยนต์ พร้อมภาพแสดงผล
- ระบบทั้งระบบ iOS และ Android
- สามารถใช้งาน Application นำทาง เช่น Google Maps , Waze และฟังเพลงชั้นนำจากโทรศัพท์มือถือได้ ผ่านแอพ เช่น Joox , Spotify หรือ Youtube Music

ภายในห้องโดยสารของรุ่นปัจจุบัน
  ทางด้านขุมพลังน่าจะเหมือนเดิม โดยจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2NR-FE ความจุ 1.5 ลิตร มากับพละกำลัง 108 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,200 รอบ/นาที รองรับเชื้อเพลิงสูงสุดถึง E20 ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด

  เช่นเดียวกับระบบความปลอดภัยซึ่งจะเป็นไปตามนี้
- ถุงลมนิรภัย 3 จุด (คู่หน้า+เข่าคนขับ)
- ระบบกันขโมย
- ระบบป้องกันล้อล็อค ABS
- ระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS
- ระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี Drive-Start Control
- สัญญาณกะระยะถอยหลัง 2 ตำแหน่ง
- กล้องมองภาพด้านหลัง (รุ่น 1.5 G)
- กล้องมองภาพรอบทิศทาง (รุ่น 1.5 V เท่านั้น)

 Toyota Sienta Minor Change จะมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ 
- สีส้ม Orange Metallic  (ยกเลิก)
- สีเขียว Citrus Mica Metallic สีใหม่
- สีขาว Super White II 
- สีเทา Silver Metallic 
- สีดำ Attitude Black Mica

  คาดว่า Toyota Sienta Minor Change จะมีการเปิดตัวในไทยอีกประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง 

เรียบเรียงข้อมูลโดย Car News Update
------------------------------------------------------------------------------
อัปเดตล่าสุดคือ Toyota Sienta Minor Change เวอร์ชั่นไทยจะมีดีไซน์ด้านหน้าที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ซึ่งจะเหมือนกับเวอร์ชั่นอินโดนีเซียที่กำลังจะเปิดตัว และเห็นว่าเริ่มมาลงโชว์รูมที่ไทยแล้วด้วย
ภาพจาก automotive.uzone.id

   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ส่อง Honda BR-V Minor Change โฉมอิเหนา ไทยเจอกันเร็วๆนี้

   ไม่นานมานี้ค่าย Honda ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ได้ทำการเปิดตัว Honda BR-V ที่ได้รับการปรับโฉม Minor Change ใหม่ให้มีความทันสมัยขึ้น จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองไปชมกันครับ

  การเปลี่ยนแปลงภายนอกก็จะมีกระจังหน้าใหม่สีดำออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม , ไฟ LED Daytime Running Lights ภายในโคมไฟหน้า , กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ , กรอบไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ , กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ และ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว

  ภายในห้องโดยสารยังคงไม่ปรับเปลี่ยนดีไซน์คอนโซลหน้า พวงมาลัยยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีการตกแต่งรายละเอียดบนคอนโซลหน้าใหม่ เพิ่มลำโพงทวีตเตอร์บริเวณประตูคู่หน้ารถ ตกแต่งห้องโดยสารรอบคันด้วยโทนสีดำและแดง บริเวณแผงประตู พวงมาลัย หัวเกียร์มีการเดินด้ายตะเข็บสีแดง พร้อมกันนี้เบาะนั่งคนขับสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้แล้ว และในเวอร์ชั่นอินโดนีเซียจะมีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อวิทยุ AM/FM , MP3/WMA, Bluetooth, Smartphone , AUX  และ USB

   ขุมพลังยังคงมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร SOHC 16 วาล์ว i-VTEC พละกำลัง 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT 

  ทางด้านระบบความปลอดภัยของรถเวอร์ชั่นประเทศอินโดนีเซีนจะมีการติดตั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า , ระบบป้องกันล้อล็อค ABS , ระบบกระจายแรงเบรก EBD , ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA , กล้องมองหลัง , จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX , ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเสียงเตือน , เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ


   Honda BR-V Minor Change เวอร์ชั่นอินโดนีเซียจะมีทางเลือกสีตัวถัง ได้แก่ สีแดง Coffee Cherry Red Metallic , สีน้ำตาล Premium Amber Metallic , สีดำ Crystal Black Pearl , สีเทา Modern Steel Metallic , สีเงิน Lunar Silver Metallic และสีขาว Tafetta White มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 238,000,000-279,500,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 531,000-624,000 บาทไทย

  สำหรับเมืองไทยนั้น Honda BR-V Minor Change คาดว่าจะมีการเปิดตัวภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ รายละเอียดตัวรถจะเป็นอย่างไร จะมีอะไรแตกต่างจากอินโดนีเซียมากน้อยแค่ไหนต้องติดตาม

ที่มา Honda Indonesia



ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

Like Box