วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ส่องสเปค Honda HR-V Euro Spec มากสารพัดเทคโนโลยีจนคนไทยต้องอิจฉา

   หลังจากการเปิดตัวในเมืองไทยนั้น ก็สามารถทำยอดขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือนสำหรับ Honda HR-V ที่ยอดขายแซงคู่แข่งในระดับเดียวกันในเวลาอันรวดเร็ว ขายดีจนทั่วประเทศต้องปิดรับจองรุ่นท็อป เพราะ ผลิตหลังคา Panoramic Roof ไม่ทันนั่นเอง


   และล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่า Honda HR-V ครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพกต์สุดเฟี้ยวฟ้าวคันนี้เตรียมไปโกอินเตอร์ที่ยุโรป หลังจากที่เคยเผยโฉมตัวโปรโตไทป์เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ได้เวลาลงตลาดขายจริงกันเสียที โดยเวทีที่จะโชว์ตัวก็คือ งาน Geneva Motor Show 2015 ช่วงเดือนมีนาคมที่กำลังจะถึงนั่นเอง


  ซึ่งดูๆแล้วหน้าตาของรถก็ไม่ต่างจากเวอร์ชั่นที่ขายในเมืองไทยเลย มีทั้งไฟหน้า Projector พร้อม DRL ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว หลังคา Panoramic Roof อาจมีรายละเอียดต่างกันหน่อยที่ขอบกันชนหน้า ด้านข้าง และด้านหลังแบบสีดำ และมีแร็คหลังคาติดตั้งด้วยครับ

  ภายในห้องโดยสารก็ไม่ได้มีอะไรต่างจากเมืองไทยเช่นกันครับ ซึ่งก็จะมากับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หน้าจอขนาด 7 นิ้ว Honda Connect Touchscreen ในตัวท็อป ส่วนตัวล่างๆก็จะได้หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับตั้งแต่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0.4 ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อได้สารพัดทั้ง USB AUX HDMI Bluetooth Wi-Fi และ MirrorLink


    ในด้านการออกแบบภายในห้องโดยสาร Honda ยังได้ออกแบบถังน้ำมันให้หลบไปอยู่ใต้เบาะนั่งคู่หน้าทำให้เบาะหลังมีพื้นที่ในการโดยสารกว้างขวางกว่าใครๆไม่ว่าจะเป็นพื้นที่วางขา ช่วงหัว และไหล่ ด้านหลังรถมาพร้อมที่เก็บสัมภาระ 543 ลิตร ซึ่งถ้าพับเบาะหลังลงจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 1,026 ลิตรกันเลยทีเดียว 

   ด้านขุมพลังนั้นต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง และมีขุมพลัง 2 แบบให้เลือกใช้ เริ่มที่ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร (เดาว่าน่าจะเป็นตัว EarthDream Technology) มากับพละกำลัง 130 แรงม้า และที่สำคัญ เชื่อว่าคนไทยต้องอยากได้ เพราะมันมีขุมพลังดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC มากับพละกำลัง 120 แรงม้า ซึ่งเครื่องยนต์สองตัวนี้ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา หรือจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ CVT ก็ได้ และเครื่องสองตัวนี้ยังผ่านมาตรฐาน Euro6 อีกด้วย


   ด้านระบบความปลอดภัยนั้น เชื่อว่าถ้าคนไทยได้เห็นรายการออปชั่นเหล่านี้ คนไทยจะต้อง โอ้โห อื้อหือ กันแน่นอน ซึ่งออปชั่นระบบความปลอดภัยที่เด็ดๆก็ได้แก่ Intelligent Speed Assist, City Brake Active Assist, Forward Collision Warning, Lane Departure Warning, Traffic Sign Recognition System และ  High-beam Support System 

   Honda HR-V เตรียมไปโชว์ตัวที่ยุโรปภายในงาน Geneva Motor Show 2015 และจะวางขายในช่วงฤดูร้อนของปีนี้ โดยราคายังไม่มีการประกาศออกมาครับ 
ที่มา : Worldcarfans
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

BMW 2-Series Grand Tourer มินิแวน 7 ที่นั่งจากค่ายใบพัดฟ้าขาว

 ช่วงหลังๆมารู้สึกว่าค่ายใบพัดฟ้าขาวเริ่มจะทำรถที่แปลกแหวกแนวมากกว่าเดิม เพราะเริ่มไปเจาะตลาดกลุ่มครอบครัว ด้วยการเปิดตัว BMW 2-Series Active Tourer ที่ว่าแปลกๆและเริ่มเข้ารกเข้าพงพอแล้ว แต่เราก็ต้องเจอความแหวกแนวยิ่งกว่าเมื่อพบกับ BMW 2-Series Gran Tourer 


   ซึ่ง BMW 2-Series Gran Tourer จะว่าไปแล้วก็คือ 2-Series Active Tourer เพิ่มความยาวก้นให้กลายเป็นรถมินิแวนสุดหรูขนาด 7 ที่นั่งนั่นเอง ซึ่งแน่นอนที่สุดครับว่า BMW ทำรถรุ่นนี้ออกมาเพื่อเจาะตลาดครอบครัวที่ต้องการรถหรูๆ แต่ไม่ใช่ระดับ Mercedes-Benz V-Class ซึ่งใหญ่ไป พอมาเจอกับ
2-Series Gran Tourer ดูเล็กกว่าและดูสปอร์ตเปรี้ยวปราดเปรียวกับเยอะ  รูปร่างหน้าตาภายนอกก็ไม่ได้ต่างจากตัว 5 ประตู แต่ต่อตูดเท่านั้นฉะนั้นไม่ต้องกล่าวรายละเอียดลงลึกมาก




   ภายในห้องโดยสารก็ไม่ได้ต่างเช่นกัน แต่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมนั่นคือพื้นที่ด้านหลังที่เพิ่มเบาะแถว 3 เข้ามา ซึ่งมันก็คงเหมาะกับลูกเด็กเล็กแดงเสียมากกว่าครับ แต่อย่างไรก็ตามรถคันนี้ก็มีประโยชน์มากในเรื่องพื้นที่ด้านหลังที่จุได้ราวๆ 645-805 ลิตร แต่เมื่อพับเบาะลงก็จะมีเนื้อที่ถึง 1,905 ลิตร เลยทีเดียวครับ ซึ่งในเวอร์ชั่นของเยอรมันบ้านเกิดนั้น มีแอพพลิเคชั่น myKIDIO เอาใจเด็กๆด้วยหนัง ละครดัง สมุดเสียงและเสียงเพลงที่เชื่อมต่อกับ iPad สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยผู้ปกครองที่นั่งหน้านั้น สามารถควบคุมเนื้อหาที่จะชมหรือฟังได้ผ่าน iDrive และหน้าจอสั่งงานนั่นเอง


   ด้านเครื่องยนต์นั้นก็จะมากับขุมพลังแบบตัว Active Tourer เป๊ะๆ ซึ่งก็มีขุมพลังตั้งแต่ 3 สูบจนถึง 4 สูบ ที่ให้พละกำลังตั้งแต่ 116-192 แรงม้า สำหรับบางประเทศจะมีรุ่น BMW 220d xDrive Gran Tourer เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อให้เลือกใช้ด้วยครับ

  BMW 2-Series Gran Tourer จะเปิดตัวภายในงาน Geneva Motor Show 2015 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ ส่วนโอกาสที่จะมาขาย บอกเลย ยาก!!! เว้นแต่เกรย์จะนำเข้ามาขาย
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

All-New Mitsubishi L200/Triton เตรียมไปเปลี่ยนความเชื่อที่ยุโรป พร้อมออปชั่นบางอย่างที่มากกว่าไทยเรา

  คนไทยหลายคนคงจะฉงนใช่มั้ยครับว่าทำไมรถที่ส่งออกต่างประเทศหลายคันหลายรุ่นนั้นทำไมมันมีออปชั่นหลายอย่างที่มากกว่าเราอีก ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องโลกแตกของวงการยานยนต์ที่ยังคงเป็นเรื่องที่หยิบยกมาคุยการตลอด ซึ่งบางทีก็อาจก่อเกิดเป็นประเด็นดราม่าได้เลย นี่หละครับ Thailand Only ชอบรถดีๆของเล่นเยอะๆ ก็ขอราคาถูกไว้ก่อน

   และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีสำหรับ All-New Mitsubishi Triton ใหม่ที่เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งก็ได้ผลตอบรับจากคนไทยกันมากพอสมควรด้วยยอดจองสะสม 3,000 กว่าคัน ซึ่งตอนนี้ทางค่ายสามเพชรเตรียมส่งเจ้าตัวใหม่ไปโกอินเตอร์(ส่งออก) ขาย 150 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในโซนยุโรปจะได้รับช่วงต่อการเปิดตัวต่อจากเมืองไทยและอาเซียน 

   ซึ่ง Mitsubishi จะใช้เวทีงาน Geneva Auto Show 2015 ในการเปิดตัวกระบะ Triton ใหม่ หรือชื่อที่ใช้ในตลาดยุโรป L200 ซึ่งจะชูจุดเด่นในด้านค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่มีแค่ 0.40 และยังปรับปรุงเรื่องความเงียบในห้องโดยสารด้วยวัสดุซับเสียงแบบมีคุณภาพ รวมทั้งแชสซีส์ที่มีความแข็งแกร่งขึ้น 7% เมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้ว

   รูปร่างหน้าตาของรถนั้นก็ไม่ได้ต่างจากเวอร์ชั่นไทยซึ่งมากับไฟหน้า Projector พร้อมไฟ DRL ระบบกุญแจ KOS พร้อมปุ่ม Pust Start และยังมี Cruise Control ระบบปรับอากาศแบบแยกซ้าย-ขวา แต่ในเวอร์ชั่นยุโรปอาจมีอะไรที่มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสีที่น่าจะมีสีที่แปลกใหม่กว่า โป่งล้อสีเทาตัดกับสีตัวถังรถเพื่อสร้างความเด่น และที่คนไทยจะต้องเจ็บกระดองใจ เพราะในตัวส่งนอกจะมีทั้งถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย รวมถุงลมนิรภัยใต้เข่าคนขับ และยังมี Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยด้วยละครับผม

   และยังมีอีกเรื่องนั่นคือด้านขุมพลัง ซึ่งก็ได้ขุมพลังใหม่แบบเราก็คือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 Mivec แต่....ของเขามีขุมพลัง 2 ระดับให้เลือก นั่นคือ พละกำลัง 154 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร และเวอร์ชั่น 181 แรงม้าแรงบิด 430 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดพร้อมโหมด Tronic +/- ด้านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อนั้นใช้ระบบ Super Select 4WD II

   All-New Mitsubishi L200/Triton จะเริ่มวางขายในยุโรปช่วงฤดูร้อนปีนี้ ทั้งตัวถังแค็บและ 4 ประตูครับ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

เผยโฉมหน้า All-New Honda Pilot : เขาบอกว่าผมคือ CR-V ชุบแป้งทอด

  เราข้ามมาดูความเคลื่อนไหวตลาดยานยนต์ต่างแดนกันบ้างดีครับ โดยข้ามมาที่ทางฝั่งอเมริกา ซึ่งค่ายรถยนต์รายใหญ่จากแดนซามูไรอย่าง Honda ที่ล่าสุดได้ทำการเผยโฉมรถ SUV ขนาดใหญ่โฉมใหม่อย่าง Honda Pilot ที่ยกระดับหน้าตาของรถให้หรูหราและดูดีกว่าเดิม


   รูปร่างหน้าตาของรถนั้นถือว่าโฉบเฉี่ยวและน่ามองกว่าเดิม ลบภาพความเหลี่ยมจากโฉมที่แล้วได้หมดจดเกลี้ยงเกลา หน้าตาของรถนั้น เชื่อว่าคนไทยหลายคนที่ได้เห็นหน้าตาของรถคันนี้ผ่านทางโลกโซเชียล หลายคนคงคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า เฮ้ย...นี่มัน CR-V ขยายร่างหรือนี่ แหม..ก็เพราะว่าหน้าตาของรถมันชวนให้คล้ายกับ CR-V ตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์ได้ดีจริงๆ แต่มันก็มากับโคมไฟหน้า LED Projector ที่ปรับระดับไฟสูงอัตโนมัติและ DRL LED กันชนหน้าออกแบบให้ดูแข็งแกร่ง ทะมัดทะแมงแต่ดูเชยไปนิด เส้นสายรถดูเรียบง่าย ไม่เบื่อตา มองได้นาน มาพร้อมล้ออัลลอยลายสปอร์ต ด้านท้ายมากับไฟท้ายแดงทั้งแผงที่รูปร่างเหมือน Honda HR-V ไม่มีผิด โดยรวมก็ใช้ได้
    ภายในห้องโดยสารถือว่ามากับความหรูหรา โอ่โถ่ง กอปรไปด้วยวัสดุภายในคุณภาพชั้นเยี่ยม คอนโซลหน้าดูสวยงามน่าใช้ตามสไตล์ Honda มีกลิ่นอายจากรถยุโรปมานิดๆ พวงมาลัยทรงคุ้นตาที่หลายคนคงได้จับใน Accord ถูกยกมาใส่ในรถคันนี้ และยังมีไฟส่องแผนที่แบบ LED ด้วย ความบันเทิงในห้องโดยสารและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกติดให้มาครบครัน ไม่ว่าจะเป็น SB Port จ่ายกำลังไฟ 2.5 แอมป์, HDMI Port สำหรับอุปกรณ์เกม, แจ๊คหูฟัง 2 ช่อง, ที่จ่ายกำลังไฟ 12 โวลต์และ 115 โวลต์ ตามด้วยจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว รองรับระบบปฏิบัติการ Android พร้อมติดตั้งชิปประมวลผลมาพร้อมกับระบบแผนที่นำทางในตัวสามารถแสดงผลภาพการจราจร อาคารและป้ายจราจร 3 มิติ ปรับปรุงให้ระบบมีการแนะนำเลน live search และเรียกเจ้าหน้า 911 อยากได้มากกว่านี้ก็จัดระบบ HondaLink ที่ติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ DVD/Bluray ได้ด้วยละครับ

    ด้านเครื่องยนต์นั้นมากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร เอิร์ธดรีมเทคโนโลยี  i-VTEC ฉีดตรง พร้อมระบบพักกระบอกสูบ Variable Cylinder Management™ (VCM™) ติดตั้งระบบ idling stop มาด้วย ไม่มีตัวเลขพละกำลังแต่ส่งกำลังด้วยเกียร์ที่มีให้เลือก 2 แบบคืออัตโนมัติ 9 สปีดและ 6 สปีดที่มีหลักการเดียวกันคือ ตอบสนองทันใจและเน้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่โดดเด่น ระบบขับเคลื่อนก็มีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ


   ด้านระบบความปลอดภัยนั้นก็จัดมาครบถ้วนครับ มีทั้ง ระบบเตือนเปลี่ยนเลน, ระบบมุมกล้องหลายทิศทาง, เตือนจุดบอด, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเบรกอัตโนมัติ, ระบบตรวจสอบไฟจราจรหน้า, ระบบหมุนพวงมาลัยให้เข้าเลนอัตโนมัติ รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆคงต้องรออีกหน่อย ส่วนจะมาขายไทยไหม? บอกเลย ฝันไปเถอะ
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

First Meeting EP.5 Chevrolet Trailblazer MY2015 : แทบทุกอย่างชนะใจผู้บริโภค เหลือแค่ศูนย์ที่บริการ

  ในปีนี้ต้องขอบอกเลยว่า จะเป็นหนึ่งในปีที่การแข่งขันของตลาดในกลุ่มรถพื้นฐานกระบะ ทั้งกระบะ และกระบะดัดแปลง PPV จะมีการแข่งขันที่สนุกกันแบบสุดๆ เพราะ จะในแต่ละค่ายจะมีการเปิดตัวทั้งกระบะขนของและกระบะดัดแปลง PPV รุ่นใหม่ๆออกมาหลายรุ่นกันเลยทีเดียว ฉะนั้นทุกค่ายที่ทำตลาดในกลุ่มนี้จะต้องหาทางกระตุ้นตลาดเพื่อรับมือกับคู่แข่งและเพื่อกระตุ้นยอดขายของตัวเองให้ดีขึ้นด้วย


   และตอนนี้เราจะมาพูดถึงรถ PPV ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือ Chevrolet TrailBlazer ที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นปรับปรุงอุปกรณ์ปี 2015 ออกมา ซึ่งเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มันจะเปิดตัวรุ่นยกหน้าใหม่ออกมาหรือไม่ เพราะคู่แข่งก็นำไปหลายโขเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในค่าย Chevrolet ในเมืองไทยต้องบอกว่าน่าสงสารและน่าหดหู่พอสมควร เพราะรถบางรุ่นบางคันที่ยอดไม่ถึงเป้า ก็จำต้องตัดออกไป อย่าง Colorado ตัวตอนเดียวและรุ่น 4X4 ที่ค่ายโบว์ไทน์จำต้องถอนออกจากตลาดเมืองไทยแบบไม่มีทางเลือก ซึ่งช่วงนั้นผู้เขียนกำลังปลื้มใจที่ได้ยินข่าวว่า Chevrolet กำลังพัฒนาศูนย์บริการให้ดีขึ้น(อีกนิด) แต่เจอข่าวนี้ กลับมาเซ็งกับค่ายนี้อีกครั้งเลย เพราะ รุ่นตอนเดียวกับรุ่น 4x4 ก็ถือว่าหน้าตาดีไม่น้อย ไฉนจึงขายไม่ถึงเป้า น่าสงสัยจริงๆ 

   เขวไปนอกเรื่องมาพอละ คราวนี้ได้เวลามาเริ่มต้นกันแล้วครับ เนื่องจากว่าเราไม่เคยมานั่งวิจารณ์หรือมาร่ายสรรพคุณรถรุ่นนี้มาก่อนเลย เพิ่งมารีวิวเป็นครั้งแรก เลยจะขอพูดถึงรายละเอียดทั้งหมด ไม่ว่าจะหน้าตารถ ภายนอก ภายใน บอกกันให้หมดเลย...เอาละ มาดูที่หน้าตาของมันก่อนเลย ถ้าพูดถึงหน้าตาของเจ้า Trailblazer เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่เลย มากับกระจังหน้าแบบ Dual Port สองชั้นอันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าลดเหลี่ยมมุมและมิติลงจากตัว Colorado เพื่อเพิ่มความหรูหราเข้าไป เอาเข้าจริงๆ ผู้เขียนว่าหน้าตามันดูลงตัวกว่า Isuzu MU-X คงจะเป็นเพราะว่ามันออกแบบเสร็จก่อนและเผยโฉมมาก่อน มันเลยดูเข้าท่ากว่า แต่พอ MU-X ออกตามมา ด้วยชั้นเชิงความเป็นอีซูซุ เลยขายดีกว่า



   ถ้าพูดถึงเส้นสายด้านข้างของรถ มันดูโฉบเฉี่ยว ดุดันและดูปราดเปรียวพอสมควร ไปๆมาๆเส้นสายอาจจะดูดีกว่า Toyota Fortuner นิดๆ ก็ไม่แปลกนี่นา เพราะ Fortuner มันจะ 10 ปีแล้วนี่ แต่พูดถึง Fortuner เส้นสายมันดูลงตัวสุดในกลุ่มแม้จะผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว และยิ่งรุ่นปัจจุบันนั้นก็ถือว่าหน้าตาดีพอสมควร แต่ยังไงก็ตามถ้าเอามาเทียบกับฝาแฝดอย่าง MU-X ไปๆมาๆ หลายคนอาจจะคิดว่าเจ้า Trailblazer ดูหล่อเหลากว่า เพราะมันดูแมน และดูมีความเป็นอเมริกันจ๋ามากด้วย

  ส่วนด้านท้ายของรถนั้น ได้รับการออกแบบให้ดูสวยงามและทันสมัย และโดดเด่นกว่าใครเพื่อนด้วยไฟท้ายแบบ LED ที่ช่วยเปล่งราศีให้รถดูดีได้พอสมควร และยิ่งเพิ่มสีเทาใหม่เมื่อล่าสุด ก็ช่วยเพิ่มความสวยงามและหรูหราของตัวรถได้เหมือนกัน ตัวรถมีให้เลือกทั้งล้อขนาด 17 และ 16 นิ้วตามรุ่นย่อยครับ

   มาดูภายในห้องโดยสารกันบ้างดีกว่าครับ ซึ่งแน่นอนมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก MU-X มากเท่าไหร่นัก มีเพียงแค่โลโก้เท่านั้นที่ต่าง แต่ในรุ่นปรับปรุงใหม่คราวนี้ ได้ตกแต่งใหม่เพื่อยกระดับความหรูหราภายในห้องโดยสารเข้าไปอีก ด้วยการเพิ่มวัสดุเสริมสีดำมันเงา Piano Black บนแผงแดชบอร์ด คอนโซลกลาง และพวงมาลัย ซึ่งมันก็ช่วยเพิ่มความหรูหราเข้าไปได้มากทีเดียว และยังมีการปรับสีเบาะนั่งใหม่โทนสี Brown Stone ให้อารมณ์แบบรถหรูๆเลยทีเดียว 


   ฟีเจอร์เด็ดๆในห้องโดยสารก็ถือว่าให้มาครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารทั้ง 3 แถว รุ่น LTZ1 มากับลำโพง 6 ตัว หน้าจอสีแบบทัชสกรีน และระบบนำทางผ่านดาวเทียมในตัว สามารถแสดงหน้าปกอัลบั้ม วีดีโอ ภาพ และเล่นดีวีดีได้ รุ่น LTZ มีวิทยุ BYOM สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน USB และ AUX ได้ เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะมีการแสดงเมนู ได้แก่ เพลง, รูปภาพและวิดีโอ,โทรศัพท์, สมาร์ทโฟน ที่สำคัญเจ้าคันนี้มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วยนะครับ แต่ใน Isuzu กลับไม่มีมาให้ 

นอกจากนี้ Chevrolet ยังมีฟังก์ชันใหม่ๆมาให้คนไทยได้เล่น ผู้ขับยังสามารถตรวจสอบความประหยัดน้ำมันผ่านหน้าจอแสดงผล Eco Index ซึ่งมีหน้าจอสถิติที่แสดงอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงในช่วง 50 กิโลเมตรที่ผ่านมา โดยหน้าจอจะแสดงผลเป็นรูปใบไม้หากมีการขับที่ประหยัดน้ำมัน ซึ่งระบบจะวัดค่าจากการกดคันเร่ง


แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชอบในรถคันนี้ก็คือมาตรวัดของมันที่ออกแบบให้ดูเท่ และสปอร์ตกว่า MU-X อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพอดูๆแล้วมาตรวัดของเจ้า Trailblazer ก็ทำให้แอบนึกถึงมาตรวัดของ Chevrolet Camaro เลยละครับ ซึ่งดูๆแล้วมันดูเท่ไม่น้อยเลยนะนั่น

ด้านห้องโดยสารด้านหลังนั้น แถวสองถือว่านั่งสบายพอสมควร เบาะไม่ได้ดันหัวมากเท่าไหร่นัก ส่วนแถว 3 ไม่ทราบเหมือนกันเพราะไม่เคยไปลองนั่ง ตรงนี้ดูจะไม่สำคัญมาก แต่อีกจุดขายหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากเลยนั่นคือการพับเบาะ นั่นคือ เบาะแถวที่ 2 และ 3 นั้นสามารถพับเก็บแบบราบเรียบได้เลย ซึ่งต่างจาก Fortuner ที่มีการพับเบาะแถวที่ 3 แบบอินดี้คือพับขึ้นไปทางด้านข้าง 


   ด้านเครื่องยนต์นั้นมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ได้แก่เครื่องดีเซล Duramax 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที และเครื่องดีเซลความจุ ความจุ 2.5 ลิตร ให้พละกำลัง 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 380 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด 

   ทางด้านระบบความปลอดภัยก็ใส่มาให้มากพอสมควร ด้วยยระบบถุงลมนิรภัยคู่ (SRS) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน (HAS) ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองหลัง (Rear view Camera) พร้อมเสียงสัญญาณช่วยเตือน (Parking Sensor) เมื่อมีวัตถุอยู่ใกล้ตัวรถในระยะที่อาจเกิดความเสียหาย หรืออันตรายได้ เปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อด้วยระบบไฟฟ้า (4WD Control Button)


    ในด้านราคาค่าตัวนั้น สำหรับรุ่นปัจจุบันมีการขึ้นราคานิดหน่อย โดยมีราคาดังนี้ครับ 
- Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่น LT - 1,095,000 บาท
 - Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่น LT - 1,129,000 บาท
 

- Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่น LTZ - 1,289,000 บาท
  - Chevrolet Trailblazer เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ รุ่น LTZ1 - 1,465,000 บาท

   สรุป...Chevrolet Trailblazer ใหม่ เท่าที่ดูผิวเผินก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายอย่างที่หลายคนคิดไว้ แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้อคติตัวรถมากเท่าไหร่หรอก เท่าที่ดูแล้วเจ้า Trailblazer นั้นถือว่าสอบผ่านทั้งหน้าตาและออปชั่นของตัวรถที่ไม่ได้น้อยหน้าใครๆเขาเลย บางทีแอบๆจะมากกว่าใครด้วยซ้ำ ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วที่ว่าค่ายที่ไม่ใช่เจ้าตลาดต้องพยายามให้อะไรที่มากกว่าเพื่อหาจุดยืนในตลาดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งทาง Chevrolet ก็พยายามทำอยู่ แต่แน่นอนหละครับ คนไทยยังคงมั่นในแบรนด์ใหญ่ๆ ก็เพราะศูนย์บริการที่น่าไว้ใจกว่าหลายขุม ดูอย่างบางค่ายสิครับ ต่อให้คนไทยในโซเชียลเชียร์นักหนาว่ารถดีเทพแค่ไหน แต่ศูนย์บริการก็ไม่ได้เทพอย่างเจ้าใหญ่ๆหลายเจ้าเลย สุดท้ายก็ต้องหันมาคบรถตลาด ซ่อมง่ายไม่จุกจิกแทน สำหรับค่าย Chevrolet นั้นเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมาก็มีข่าวออกมาในทางลบหลายเรื่องพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับขวัญใจรถยก รถย้อมแมว หรือไม่ก็เรื่องที่ขับรถลูกค้าไปคว่ำ (อันนี้สมาชิกเพจเล่าให้ฟัง) ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็บั่นทอนความเชื่อถือผู้บริโภคไปมากพอสมควร และนี่คือสิ่งที่ Chevrolet ต้องหาทางแก้กันต่อไป ...
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ลาก่อย!!! เมื่อ MINI ปิดสายการผลิต Coupe และ Roadster ในยุโรป

 อะไรที่ทำแล้วดีก็จงทำต่อไป อะไรที่ทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จก็ต้องตัดทิ้งไป นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวงการยานยนต์บ่อยครั้งพอสมควร และนี่ก็เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับค่ายรถเล็กแดนผู้ดีอย่าง MINI นั่นเอง


   เพราะล่าสุด MINI ก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า MINI ได้เตรียมแผนยุติสายการผลิต MINI Coupe และ MINI Roadster ที่โรงงานใน Oxford เป็นที่เรียบร้อยครับ เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่า "รถทั้งสองรุ่นได้สิ้นสุดภาระหน้าที่ตามแผนของ MINI " แต่ถ้าให้ว่ากันง่ายๆเพราะว่ารถสองรุ่นนี้ไม่ได้สร้างยอดขายให้กับค่ายเสียเท่าไหร่เลย ไม่เหมือนกับโฉม 3 และ 5 ประตู ซึ่งอันที่จริงแล้ว MINI อาจจะไม่ได้ตั้งใจปั้น 2 รุ่นนี้ให้แจ้งเกิดเสียเท่าไหร่ คงจะเอามาฆ่าเวลาเพื่อรอเปิดตัว MINI Cooper F56 ก็เท่านั้น

   อย่างไรก็ตาม MINI Coupe และ Roadster ก็ยังมีข้อดีอยู่นั่นคือ การเป็นรถที่ขับสนุกเหมือนกับการขับรถโกคาร์ท ด้วยเหตุผลคือ การออกแบบให้มีศูนย์ถ่วงต่ำ รวมทั้งปรับปรุงช่วงล่างในแบบฉบับเฉพาะตัว และติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายที่สามารถทิศทางได้อัตโนมัติขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงอีกด้วย และยังได้รับ
ได้รับการยกย่องให้เป็นรถยอดเยี่ยมประจำปี 2015 จากผู้อ่านนิตยสาร auto, motor und sport อีกด้วยครับ


   และแน่นอนหลังจากเลิกผลิต 2 รุ่นนี้แล้ว MINI ก็จะนำไลน์ผลิตส่วนนี้มาเพิ่มกำลังการผลิตให้รุ่น 3 ประตูและ 5 ประตูแทน ส่วนชาวมินิในไทยอย่าเพิ่งเสียใจ ใครมีกำลังทรัพย์ก็รีบซื้อไว้ก่อนที่ของจะหมดเลย
อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ชัวร์! Toyota Camry Minor Change เตรียมเปิดตัวในไทยวันที 16 มีนาคมนี้

    ตอนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่ Toyota กำลังกวาดล้างสต็อก Camry ตัวปัจจุบันกันอย่างสนุกสนานกันเลยทีเดียว ก็เพราะเพื่อเตรียมรับการมาของรุ่น Minor Change ใหม่ที่อีกไม่นานก็จะได้ฤกษ์เปิดตัวในประเทศไทยเพื่อกระตุ้นตลาดและเพื่อรับมือกับคู่แข่งที่น่ากลัวอย่าง Honda Accord ด้วย (ส่วน Nissan Teana ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่)


   และตอนนี้ก็เป็นที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า Toyota Camry Minor Change จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยวันที่ "16 มีนาคม 2558" ครับ สถานที่เปิดตัวนั้นยังไม่มีบอกแน่ชัดว่าที่ไหน แต่เดาว่าอาจจะเป็นที่เซ็นทารา แกรนด์@เซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ก็อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานีก็ได้ ยังไงก็รอดูกันต่อไปครับ

   ออปชั่นอย่างไม่เป็นทางการนั้น แน่นอนว่างานนี้ Toyota จัดเต็มเพื่อมาเอาคืน Honda และ Nissan เต็มๆ ซึ่งก็น่าจะทำให้หนาวๆบ้าง ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง เริ่มที่ รุ่น 2.0 G รุ่นล่างสุดที่ได้รับการยืนยันว่าจะได้รับการวางเครื่องยนต์บล็อกใหม่ 6AR-FSE ซึ่งแรงม้านั้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 167 แรงม้า แรงบิด 199 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังเปลี่ยนใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ออปชั่นในรุ่น 2.0 ลิตรที่เพิ่มเข้ามาจากตัวปัจจุบัน ก็มีดังนี้ครับ
- ไฟ Daytime Running Lights (บางคนเรียกเอาฮา DRL ขี้ตา 555+)
- เซนเซอร์ 4 จุด
- ระบบช่วยเตือนขณะถอย (RCTA)
- ไฟเรืองแสงบริเวณมือจับ และพื้นรถ
- ถุงลมด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
- ไฟเบรกฉุกเฉิน (ESS)
- ระบบช่วยเตือนในจุดอับสายตา ฺBlind Spot (BSM)
- ระบบออกตัวบนทางลาดชัน (HAC)
- แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (มีทุกรุ่นย่อย)
- ม่านหน้าต่างแถวหลัง

รุ่น 2.5 G
เปลี่ยนคือลำโพง เป็น JBL 10 ตำแหน่ง
เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0G คือ
- จอ DVD พร้อมระบบนำทางกล้องมองหลัง
- ถุงลมด้านข้าง 2ตำแหน่ง
- ถุงตรงตำแหน่งหัวเข่าผู้ขับ
- ถุงลมม่านด้านข้าง 2 ตำแหน่ง

2.5HV CD เพิ่มจากรุ่น 2.5 G
- เปลี่ยนเบาะหนัง เป็นแบบ Smooth Leather
- ระบบปรับอากาศเป็น แบบ Nano

2.5HV NAVI  (เพิ่มจากรุ่น 2.5 HV CD) แค่เพิ่มระบบนำทางมาให้จากรุ่น DVD เดิม

2.5HV Premium ที่เพิ่มจากรุ่น 2.5HV Navi
- ระบบควบคุมระยะห่างจากคันหน้า Radar Cruise Control
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto-hight Beam
- ระบบเตือนเมื่ออกนอกเลน Lane Departure Alert (LDA)
- ระบบเตือนก่อนการชน Pre Crash Brake Assist

มีสีเพิ่มเข้ามา 2 สีคือ สีฟ้ากับสีน้ำตาล ส่วนท่อคู่จะมีในรุ่น Extremo ส่วน VSC TRC Push Start ยังมีอยู่ทุกรุ่นนะครับ อย่างที่บอกว่าออปชั่น "เพิ่มจากรุ่นปัจจุบัน" ฉะนั้นอ่านดีๆก่อนนะครับ สรุปคือ วันที่ 16 มีนาคม มันมาแน่ๆ ฉะนั้นนั่งร้องเพลงรอกันเลยครับผม

อยากติดตามข่าวสารรถใหม่ อัพเดตเร็วทันใจ คุยสารพัดเรื่องรถ 
กดไลค์แฟนเพจของ Cars New Update ด้านล่างได้เลยครับ!!!
   

Like Box