แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถหรู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รถหรู แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563

Lexus LC Coupe MY2021 สปอร์ตหรูล้ำกับการปรับปรุงสเปคใหม่

   เมื่อไม่นานมานี้ทาง Lexus ได้เผยโฉม Lexus LC Coupe รุ่นปรับปรุงปี 2021 (MY2021) ที่ได้รับการปรับปรุงสเปคใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองไปชมกันครับ

  ภายนอกไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรมากมาย โดยตัวถังภายนอกจะมีการเพิ่มทางเลือกสีใหม่ 2 สี ได้แก่ สีส้ม Cadmium Orange และสีเขียว Nori Green Pearl พร้อมกันนี้ ในส่วนของล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วยังมีการปรับปรุงที่มาพร้อมสี  Dark Graphite นอกนั้นก็จะยังคงดีไซน์ที่สวยล้ำสมัยเช่นเดิม

   เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารที่ไม่ได้ปรับปรุงอะไรมากเช่นกัน โดยในส่วนของระบบ Infotainment ขนาด 10.3 นิ้วได้รับการปรับปรุงให้รองรับ Android Auto จากเดิมที่รองรับได้เพียงแค่ Apple CarPlay เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วยังมีการปรับปรุงตัวเลือกเบาะ โดยยกเลิกเบาะหนังสีขาวแบบ Bespoke White  และนอกจากนี้ยังมีเบาะสีแดงใหม่ Flare Red แทนที่สี Rioja Red เดิม

   อีกหนึ่งความน่าสนใจของ LC Coupe MY2021 ก็คือวิศวกรสามารถลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นของรถได้ราวๆ 10 กิโลกรัม อันเป็นผลมาจากการติดตั้งระบบกันสะเทือนใหม่ คอยล์สปริงใหม่ทำจากจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงสูง และล้อหลังที่มีน้ำหนักเบาลง

   โดยระบบกันสะเทือนได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เกาะถนน มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งด้านหน้าและหลัง เช่นเดียวกับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Active Cornering Assist ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าโค้งของรถได้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ยังปรับปรุงการทำงานของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่ทำงานราบรื่นขึ้นและช่วยในการเร่งได้ดีขึ้นด้วย

ท้ายสุด แต่ไม่ท้ายสุดระบบส่งความเร็วอัตโนมัติ 10 ระดับของ LC 500 ได้รับการติดตั้ง shift shift แบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มีความเร็วสูงขึ้นก่อนเปลี่ยนเกียร์ Lexus กล่าวว่าพวกเขามุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เรียกว่า“ active zone” ซึ่งเป็น“ ที่ซึ่งผู้ขับขี่ส่วนใหญ่พบตัวเองในช่วงเค้น 50-70%”

   ทางเลือกของเครื่องยนต์นั้นจะมีขุมพลังเบนซินขนาด 5.0 ลิตร V8 ที่ให้พละกำลัง 478 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 539 นิวตันเมตร ช่วยให้ LC 500 สามารถเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที

  ส่วนลูกค้าที่มองหาขุมพลังที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็ต้องไป LC 500h ซึ่งจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ปล่อยพละกำลังรวมทั้งระบบที่ 359 แรงม้า (PS)

   Lexus LC Coupe MY2021 ยังไม่มีการเปิดราคาจำหน่ายออกมา โดยตลาดสหรัฐฯ จะเปิดตัวช่วงฤดูร้อนหรือเดือนมิถุนายนนี้ 

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ




/

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

ลือ Lexus เตรียมเปิดตัว "Lexus LQ" Flagship SUV คันใหม่ในปี 2022

  Lexus LS ถือเป็นรถซีดานระดับ Flagship ของค่ายที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน แต่ทางค่ายนั้นยังขาดรถ SUV ระดับ Flagship อย่างที่แบรนด์หรูหลายๆ ค่ายมี แต่ดูเหมือนว่าจะมีข่าวคราวล่าสุดของรถแนวที่ว่านี้ของ Lexus แล้ว ซึ่งรถที่ว่านี้อาจจะมาในชื่อ "Lexus LQ"


  อย่างที่รู้ว่ารถ SUV เป็นหนึ่งในรถที่ผู้ใช้ทั่วโลกให้การตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีหยุด ค่ายรถหรู ดังนั้น LQ จะมาช่วยเติมเต็มไลน์อัพของพวกเขาให้ครบครันขึ้น คาดว่าตัวรถจะมีดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบ Lexus LF-1 Limitless Concept และใช้พื้นฐานหลายๆ อย่างร่วมกับ Lexus LS โฉมปัจจุบัน

     โดยเมื่อ 2 ปีก่อนนั้นทาง Lexus ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อ "LQ" ไว้ที่สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายหลังการเปิดตัวต้นแบบ LF-1 ที่งาน Detroit Auto Show 2018 

   เมื่อใช้พื้นฐานร่วมกับ LS จะทำให้ Lexus LQ จะมากับขุมพลังเช่นเดียวกับ LS ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.5 ลิตร Twin-Turbo V6 พละกำลัง 416 แรงม้าจาก LS 500 และขุมพลัง Hybrid เบนซิน 3.5 ลิตร V6 ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พละกำลัง 354 แรงม้าใน LS 500h นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีตัวแรงรหัสพ่วงท้าย F ที่อาจจะมากับเครื่องเบนซิน Twin-turbo V8 พละกำลังไม่ต่ำกว่า 600 แรงม้า

   แน่นอนว่า Lexus LQ จะมาเป็นผู้ท้าชิงของ Mercedes-Benz GLS, BMW X7  รวมทั้ง Range Rover การเปิดตัวคาดว่าอาจจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2022 โดยราคาอาจจะอยู่ราวๆ 80,000-100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 2.6 ล้าน-3.2 ล้านบาท) ยังไงก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

ที่มา Caranddriver

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ




/

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563

All-New Audi A3 Sedan ซีดานหรูน้องเล็กจากแบรนด์สี่ห่วง

   Audi ได้เปิดผ้าคลุมของ All-New Audi A3 Sedan เจเนเรชั่นที่ 2 ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามติด Audi A3 Sportback ที่เปิดตัวเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

   แน่นอนว่า A3 Sedan จะสร้างบนพื้นฐานเดียวกันกับ A3 Sportback มีความแตกต่างในส่วนของครึ่งคันหลังเป็นต้นไป ซึ่งยังคงออกแบบตามแนวทางของ Audi ยุคใหม่ เสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมขุมพลังใหม่ๆ

  All-New Audi A3 Sedan โฉมใหม่สร้างขึ้นแพลตฟอร์ม MQB Evo โดยจะมีความยาวกว่ารุ่นก่อน 40 มิลลิเมตร ส่งผลมให้มีความยาวรวมที่ 4,500 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร (+20 มิลลิเมตร) สูง 1,430 มิลลิเมตร (+10 มิลลิเมตร) ส่วนความยาวฐานล้อยังคงเท่ารุ่นเก่า เทียบกับรุ่น Sportback ตัวซีดานจะยาวกว่า 150 มิลลิเมตร

   ด้วยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และวางตำแหน่งเบาะนั่งคนขับให้ต่ำลง ส่งผลให้มีเนื้อที่ข้อศอกด้านหน้าเพิ่มขึ้นอีก 20 มิลลิเมตร ส่วนความจุสัมภาระท้ายยังคงเท่าเดิมที่ 425 ลิตร

   ภายในห้องโดยสาร แน่นอนว่าจะถูกออกแบบให้เหมือนกับ A3 Sportback ที่มีมาพร้อมกับแผงหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว ช่องระบบปรับอากาศทรงเหลี่ยมที่ล้อมรับฝั่งคนขับที่ค่อนข้างให้อารมณ์เหมือน Lamborghini เอามากๆ หน้าจอระบบความบันเทิงแบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10.1 นิ้วออกแบบให้เอียงเข้าหาคนขับเล็กน้อย ในรุ่นใหม่ถูกวางตำแหน่งไว้บนคอนโซลเหมือนเดิมรวมทั้งยังมีปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศดีไซน์ใหม่ แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้วและหน้าจอสัมผัส MMI กลางขนาด 10.1 นิ้วเอียงไปทางคนขับเล็กน้อย ทางค่ายยังมีการอัปเดตระบบการเชื่อมต่อให้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบนำทาง MMI และออปชั่นเสริมทั้งหลาย

   ช่วงแรกของการเปิดตัว All-New Audi A3 Sedan จะมีทางเลือกขุมพลัง 2 แบบ ได้แก่
-  35 TFSI เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,500-3,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรืออัตโนมัติ S Tronic 7 สปีดแบบ Dual Clutch อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 8.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 232 กม./ชม. สำหรับใครที่เลือกใช้เกียร์อัตโนมัติ S Tronic จะมีการติดตั้งระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์เป็นมาตรฐานด้วย 
- 35 TDI มากับเครื่องดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่  3,000-4,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,750 รอบ/นาที มีทางเลือกระบบส่งกำลังเดียวคืออัตโนมัติ S Tronic 7 สปีดแบบ Dual Clutch h อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 8.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 232 กม./ชม. เท่ารุ่นเบนซิน

   สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จะมีการติดตั้งระบบ Audi Pre Sense front, ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน adaptive cruise assist, efficiency assist, exit warning, ระบบแจ้งเตือนเมื่อถอยหลังจากที่จอด และอีกหลายรายการ

   All-New Audi A3 Sedan จะเริ่มจำหน่ายก่อนสิ้นเดือนเมษายนในเยอรมนีและตลาดยุโรปอื่น ๆ พร้อมกำหนดการส่งมอบในช่วงฤดูร้อน (ราวๆเดือนมิถุนายน) ราคาเริ่มต้นที่ 29,800 ยูโร (ราวๆ 1,051,000 บาทไทย) 

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ




วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2563

All-New Genesis G80 ซีดานหรูคันใหม่ล่าสุดจากแดนกิมจิ

  ค่ายรถหรูเกาหลีเครือเดียวกับ Hyundai อย่าง Genesis ได้ทำการเปิดตัว Genesis G80 รถซีดานขนาดกลางสุดหรูเจเนเรชั่นใหม่ล่าสุด ถือว่าเปลี่ยนโมเดลใหม่รวดเร็วสุดๆ เพราะโฉมก่อนหน้าทำตลาดแค่ 4 ปีเท่านั้นเอง

  Genesis G80 ใหม่นั้นถูกออกแบบภายใต้นิยาม “Athletic Elegance" มากับรูปโฉมที่ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวกับรุ่นก่อน ดีไซน์ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าใหม่ขนาดใหญ่โตขึ้น ไฟหน้าทรงใหม่แบบ 2 ชั้นเหมือนกับ Genesis GV80 ด้านข้างมีการออกแบบให้ช่วงหลังคารถด้านท้ายมีความลาดเท ให้ความเป็นสปอร์ตซีดานคล้ายกับ Audi A7 Sportback เสริมความหรูด้วยล้อขนาดใหญ่ 20 นิ้ว และท่อไอเสียคู่

  มิติตัวถังรถจะมีขนาดความยาว 4,995 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร สูง 1,465 มิลลิเมตร ซึ่งหมายความว่าเมื่อเทียบกับ G80 รุ่นก่อนหน้าแล้ว ตัวใหม่จะยาวขึ้น 5 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 36 มิลลิเมตร และเตี้ยลงกว่าเดิม 15 มิลลิเมตร ส่วนความยาวฐานล้อยังคงเท่าเก่าคือ 3,010 มิลลิเมตร

  เข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบกับความหรูหราล้ำสมัย อีกทั้งยังปรับปรุงวัสดุการตกแต่งให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น แถมอัดเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพียบอีกด้วย

  เบาะนั่งของรถจะเป็นแบบ "ergo motion” ที่หุ้มด้วยหนังซึ่งมี Air cell 7 ตัวที่ปรับตามโหมดการขับขี่ที่เราเลือก ตัวเบาะยังมีฟังก์ชั่นปรับตามท่าทางอัตโนมัติและโหมดการยืดที่ช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ขณะเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี

  เมื่อผู้ขับขี่นั่งลงบนเบาะนั่งสุดไฮเทคแล้ว มองไปรอบๆ จะสะดุดตากับแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้วพร้อมเทคโนโลยี 3 มิติแบบไม่ต้องใส่แว่นตา ถัดจากหน้าปัดจะเป็นหน้าจอระบบ Infotainment ขนาด 14.5 นิ้วซึ่งสามารถ Update ซอฟท์แวร์แบบไร้สายได้ รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay ได้ด้วย

  ถัดลงมาจะพบกับการตกแต่งด้วยลายไม้สุดหรู ช่องระบบปรับอากาศดีไซน์เรียวที่ลากยาวชวนนึกถึงคอนโซล Mazda 2 ตัวคอนโซลยังหุ้มหนังและเดินด้ายตะเข็บด้วย รถคันนี้ยังมีจอ Heads-up Display, ไฟบรรยากาศภายในห้องโดยสารหรือ Ambient Lighting และตัวปรับเกียร์แบบหมุน นอกจากนั้นแล้วยังมีเบาะนั่งพร้อมระบบอุ่นและปล่อยลมเย็นได้ และแม้ตัวรถจะเตี้ยลง แต่ได้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ศีรษะและขาที่กว้างขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ Genesis ได้ลดความสูงของเบาะแถวที่สองเพื่อเพิ่มขนาดภายในห้องโดยสาร
 
  G80 โฉมใหม่สร้างบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหลังแบบเอกสิทธิ์เฉพาะซึ่งใช้ร่วมกันกับ GV80 ทางค่ายไม่ได้ให้รายละเอียดมากแต่ก็บอกไปว่าราวๆ 19 % ของชิ้นส่วนตัวถังทำจากอลูมิเนียมและสิ่งนี้ช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 110 กิโลกรัม นอกเหนือจากน้ำหนักเบาแล้วก็ยังถูกออกแบบให้มีความสะดวกสบายมากขึ้นเนื่องจากมีคุณสมบัติของฉนวนกันเสียงที่ดีขึ้น, ซีลประตูที่ได้รับการปรับปรุงและลดเสียงสะท้อนจากล้อที่ขับขี่บนถนน

  Genesis G80 โฉมใหม่ยังมีระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเทคโนโลยีแสดงภาพพื้นผิวถนนซึ่งใช้กล้องด้านหน้าเพื่อตรวจจับความไม่สมบูรณ์ของถนน เช่น หลุมบ่อและลูกระนาด เมื่อตรวจพบสิ่งกีดขวางระบบจะปรับการหน่วงโดยอัตโนมัติเพื่อให้การขับขี่ราบรื่นและสะดวกสบายขึ้น

  ภายใต้ฝากระโปรงของ G80 ติดตั้งเครื่องยนต์สี่สูบ 2.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จที่มากับพละกำลัง 304 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 421 นิวตันเมตร หรือจะเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตร V6 เทอร์โบชาร์จ พละกำลังสูงสุด 380 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบ พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร

   Genesis ยังไม่ได้บอกอะไรไปมากกว่านี้ แต่ยืนยันว่ารุ่นจะมีทางเลือกระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อด้วย

  ทางด้านระบบความปลอดภัยนั้น G80 ใหม่มีการอัปเกรดระบบ Highway Driving Assist II ที่ควบคุมการบังคับเลี้ยว การเร่งความเร็วและการเบรกของรถเพื่อรักษาระดับความเร็วที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ในขณะที่ยังรักษารถไว้ที่กึ่งกลางของเลนอีกทั้งยังรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าด้วย

  ผู้ขับขี่ยังจะได้พบกับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบใหม่พร้อมเทคโนโลยีการเรียนรู้ machine learning technology ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อเรียนรู้วิธีการขับรถของเราและจะทำซ้ำ

   คุณสมบัติด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ได้แก่ ระบบช่วยการหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้าพร้อมระบบตรวจจับคนเดินเท้า  Forward collision-avoidance assist with pedestrian detection และระบบตรวจจับจุดบอดและช่วยป้องกันการชน Blind-spot collision avoidance assist system นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะระยะไกลซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ “Smaht Pahk” ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการจอดรถเข้าหรือออกจากที่จอดได้โดยผู้ขับขี่ยืนควบคุมนอกรถ

  All-New Genesis G80 เริ่มวางจำหน่ายที่เกาหลีใต้เรียบร้อยแล้ว ขณะที่สหรัฐฯและแคนาดาจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


Like Box