แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอเวอร์เรสต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอเวอร์เรสต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

Ford Everest Sport รุ่นย่อยใหม่แต่งเติมเสริมความเท่และสปอร์ต ในราคาช่วงเปิดตัว 1,399,000 บาท

   Ford ขอกระตุ้นตลาดรถอเนกประสงค์ปลายปีด้วยการแนะนำ "Ford Everest Sport" รุ่นย่อยใหม่ ที่มาแทรกกลางระหว่าง  2.0 Turbo Titanium 2WD และ 2.0 Turbo Titanium+ 2WD วางจำหน่ายในราคา  1,399,000 บาทซึ่งเป็นราคาพิเศษช่วงเปิดตัว จากราคาปกติ 1,469,000 บาท 

   ภายนอกจะมากับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบตะแกรงรังผึ้ง พร้อมทั้งโลโก้คำว่า "EVEREST" บนฝากระโปรง ชุดแต่งกันชนหน้าและหลังใหม่แบบสีดำ ราวหลังคาสีดำ ด้านท้ายมากับแถบฝากระโปรงท้ายสีดำเงา สัญลักษณ์ SPORT บริเวณข้างตัวถังและท้ายรถ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วสีดำพร้อมยางขนาด 265/50 R20 

  ส่วนภายในห้องโดยสารมากับการตกแต่งที่สปอร์ตขึ้นจากรุ่นปกติ รวมทั้งเบาะหนังเดินด้ายสีน้ำเงินและโลโก้ SPORT บนเบาะ

     ขุมพลังผิดคาดที่คิดว่าจะมีให้เลือก 2 แบบ แต่มีรุ่นเดียวคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตรที่ 1,750 - 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา

  Ford Everest Sport จะมีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก Arctic White , สีบรอนซ์เงิน Aluminum Metallic และสีดำ Absolute Black Metallic

ข้อมูลและสเปค 2.0L Turbo Titanium 4x2 10AT - SPORT
มิติภายนอก : ยาว 4,903 มิลลิเมตร กว้าง 1,869  มิลลิเมตร สูง 1,837  มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อ 2,850  มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 225 มิลลิเมตร
ระบบกันสะเทือนหน้า : แบบอิสระปีกนก 2 ชั้นพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง : แบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์และเหล็กกันโคลง
ระบบพวงมาลัย : พาวเวอร์แบบช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
ระบบเบรกหน้า : ดิสก์เบรก มีช่องระบายความร้อน
ระบบเบรกหลัง : ดิสก์เบรก
เฟืองท้าย : แบบมาตรฐาน
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
  • ชุดแต่งภายนอกสปอร์ต
  • ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี
  • มือจับประตูภายนอก / กระจกมองข้าง : สีเดียวกับตัวรถ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ราวหลังคาและบันไดข้าง
  • ไฟตัดหมอกด้านหน้า
  • ไฟท้าย LED
  • ไฟวิ่งกลางวันแบบ LED
  • ไฟหน้า : แบบ LED โปรเจกเตอร์
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • กุญแจอัจฉริยะและปุ่มสตาร์ท
  • ชุดชายบันไดสแตนเลส
  • ชุดแต่งภายในสปอร์ต
  • ช่องต่อไฟ 12 V
  • ช่องเก็บแว่นตา
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบปรับอุณภมิแยกได้
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • ระบบเปิด-ปิดกระจกสัมผัสเดียว : เฉพาะด้านคนขับ
  • เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน
  • เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง : ด้านคนขับ
  • เบาะหนัง : สีดำลายสปอร์ต
  • เบาะแถวที่2 ปรับเอนและสามารถเลื่อนต่ำแหน่งหน้า-หลังได้
  • เบาะแถวที่ 3 พับได้
  • แผงบังแดดพร้อมที่เสียบนามบัตร
  • ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในรถ
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC3 ภาษาไทยพร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wi-fi
  • ลำโพง 9 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์และแอมพลิฟลายเออร์
  • วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD / MP3 และช่องต่อ USB 2 จุด
  • หน้าจอ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว
  • รองรับ Apple Carplay และ Android Auto
ระบบความปลอดภัย
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด
  • จำนวนถุงลมนิรภัย : ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / หัวเข่าฝั่งคนขับ / และม่านถุงลมนิรภัย
  • จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
  • ระบบป้องกันล้อล็อค ABS และกระจายแรงเบรค EBD
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TC และ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
  • ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ
  • สัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจนิรภัย
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Ford Everest Titanium+ 4x4 กับออปชั่นและราคาเท่าเดิม เพิ่มเติมคือมีเบาะสีใหม่ (เฉพาะสีขาวมุก)

  ค่าย Ford ได้แนะนำ Everest รุ่นปรับอุปกรณ์ปี 2019 ที่มีการปรับเพียงเล็กน้อยเฉพาะตัวท็อปสุดอย่าง Titanium+ 4x4 เท่านั้น โดยจะมีการแนะนำภายในสีใหม่ "สีน้ำตาลคอนยัค (Cognac)" ซึ่งมีให้เฉพาะ Everest สีขาวมุก Arctic White เท่านั้น ส่วนรุ่นอื่นยังคงภายในสีดำเหมือนเดิม

   ขุมพลังของรถนั้นยังคงติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกใหม่ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พละกำลัง 213 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,750-2000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

  ส่วนระบบความปลอดภัยก็ยังคงเหมือนเดิม ได้แก่
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด
  • ถุงลมนิรภัย 7 จุด (คู่หน้า+ด้านข้าง+หัวเข่าฝั่งคนขับ+และม่านถุงลมนิรภัย)
  • จุดยึดสำหรับเบาะนั่งเด็ก
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
  • ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด
  • ระบบตรวจจับรถในจุดบอด
  • ระบบตรวจจับลมยาง
  • ระบบป้องกันล้อล็อค ABS และกระจายแรงเบรค EBD
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
  • ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ
  • สัญญาณกันขโมย และระบบกุญแจนิรภัย
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน AEB
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ
  • ระบบแจ้งเตือนการขับขี่
  Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x4 ยังคงมีราคาจำหน่ายที่ 1,799,000 บาทครับ

   


   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box