แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563

ส่องข้อมูล Toyota Fortuner Minor Change ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

   สืบจากบทความก่อนหน้า เจาะข้อมูล Toyota Hilux Revo Minor Change ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้ ผมก็ยังมีข้อมูลของ Toyota Fortuner Minor Change ใหม่มาให้รับชมกันด้วย แน่นอนว่ารุ่นนี้ก็มีคนรอคอยไม่แพ้กระบะ Revo เช่นกัน จะมีอะไรน่าสนใจลองไปอ่านกันครับ

   Toyota Fortuner Minor Change จะปรับรุ่นย่อยใหม่ มีทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นพิเศษ แต่ "รุ่นพิเศษ" นั้นยังไม่ระบุว่ามีชื่อว่าอะไร รุ่นย่อยต่างๆ จะมีดังนี้
- 2.4 G
- 2.4 V
- 2.4 V 4WD
- 2.4 รุ่นพิเศษ
- 2.4 รุ่นพิเศษ 4WD
- 2.8 รุ่นพิเศษ
- 2.8 รุ่นพิเศษ 4WD

  ทางด้านเครื่องยนต์นั้น ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือการปรับปรุงสมรรถนะในเครื่องดีเซล 2.8 ลิตร ส่วนเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรจะปรับปรุงอัตราการกินน้ำมันให้ดีขึ้น
- เครื่องยนต์ดีเซล 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ปรับอัตราสิ้นเปลืองให้ดีขึ้น 5%
- เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร ปรับพละกำลังใหม่เป็น 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุดเพิ่มเป็น 500 นิวตันเมตร  ปรับอัตราสิ้นเปลืองให้ดีขึ้น 4%

การเปลี่ยนแปลงภายนอก จะมีดังนี้
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม (รุ่นพิเศษเป็นสีดำเงา)
- กันชนหน้าใหม่พร้อมชุดตกแต่ง
- ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-Beam LED Projector (รุ่นพิเศษเป็น LED Bi-Projector)
- ไฟท้ายแบบ LED (รุ่นพิเศษเป็นไฟท้าย LED แบบ Sequential)
- ล้อลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว (รุ่นพิเศษ 20 นิ้ว)
- กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ เฉพาะรุ่นพิเศษ
- บันไดข้างสีเงิน (รุ่นพิเศษเป็นสีดำ)
- คิ้วประตูท้ายสีดำเงา เฉพาะรุ่นพิเศษ
- ใหม่! ประตูท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated เฉพาะรุ่นพิเศษ

การเปลี่ยนแปลงภายในห้องโดยสาร
- รุ่นมาตรฐาน เปลี่ยนภายในเป็นสีดำทั้งหมด
- รุ่นพิเศษ 2.4 ลิตรทุกระบบขับเคลื่อน และ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ภายในทูโทนดำ/แดง Maroon
- รุ่นพิเศษ 2.8 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ  ภายในทูโทนดำ/เบจ Fromage
- ชุดมาตรวัดดีไซน์ใหม่
- หน้าจอเครื่องเสียงใหม่รองรับ Apple CarPlay (รุ่นมาตรฐาน 8 นิ้ว รุ่นพิเศษ 9 นิ้ว)
- ระบบ Telematic เพิ่มมาใน  ทุกรุ่นย่อย
- เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ทุกรุ่นย่อย
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ทุกรุ่นย่อย
- ใหม่! กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ รุ่น 2.4 V ขึ้นไป
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control รุ่น 2.4 V ขึ้นไป
- ใหม่! ช่อง USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 ช่อง  เฉพาะรุ่นพิเศษ
- ใหม่! แท่นชาร์จไร้สาย  เฉพาะรุ่นพิเศษ
- ใหม่! ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร  เฉพาะรุ่นพิเศษ
- ลำโพง JBL 11 ตัว พร้อมซับวูฟเฟอร์  เฉพาะรุ่นพิเศษ 2.8 ลิตร

ระบบความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ทุกรุ่นย่อย
- ใหม่! เซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน รุ่น 2.4 V ขึ้นไป
- ใหม่! กล้องมองภาพรอบคันพร้อมมุมมอง 3 มิติ เฉพาะรุ่นพิเศษ
- ใหม่! ชุดความปลอดภัย Toyota Safety Sense เฉพาะรุ่นพิเศษ 2.8 ลิตร
  * ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC 
  * ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS (Pre Collision System) 
 * ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA (Lane Departure Alert with Steering Assist)

  สีตัวถังจะมีให้เลือกทั้งหมด สีในรุ่นมาตรฐาน
- สีขาวมุก White Pearl Crystal 
- สีบรอนซ์เงิน Silver Metaliic 
- สีเทา Grey Metallic 
- ใหม่! สีแดง Emotional Red
- ใหม่! สีน้ำเงิน Dark Blue Metallic
- สีดำ Attitude Black Mica 
* ยกเลิก สีน้ำตาล Phantom Brown และ สีน้ำเงิน Nebula Blue 
 ส่วนรุ่นพิเศษ มี 3 สี ดังนี้
- สีดำ Attitude Black Mica 
- สีขาวหลังคาดำ White Pearl Crystal/Black Roof
-  ใหม่!  สีแดงหลังคาดำ Emotional Red/Black Roof

  ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเบื้องต้น  Toyota Fortuner Minor Change  ที่น่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ หากมีความคืบหน้าการเปิดตัวเมื่อไหร่ จะรีบแจ้งให้ทราบทันทีครับ

เรียบเรียงข้อมูลโดย Car News Update


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Toyota Fortuner MY2019 แนะนำรุ่นย่อยใหม่ 2.4 G 2WD AT ราคา 1,299,000 บาท

   ใครที่รอคอยการปรับโฉมของ Toyota Fortuner นั้น ตอนนี้ก็ต้องรอต่อไปเพราะว่าในปีนี้ Toyota ก็ยังคงไม่ได้ปรับโฉม แต่แค่มีการแนะนำรุ่นย่อยใหม่ 2.4 G AT เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เท่านั้น

   โดยรุ่นย่อย 2.4 G AT จะมาแทนที่ 2.4 G MT เกียร์ธรรมดาเดิม และยังมีการเพิ่มออปชั่นจากเดิมหลายรายการ เช่น ไฟหน้าเลนส์โปรเจคเตอร์แบบ Bi-Beam LED ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ , ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED , กุญแจรีโมท Smart Key , ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start , ระบบเครื่องเสียง วิทยุ FM/AM และเครื่องเล่น DVD จอสัมผัส  พร้อมช่องต่ออุปกรณ์ USB , กล้องมองหลัง เป็นต้น 

   เครื่องยนต์แน่นอนว่าจะติดตั้ง เครื่องดีเซลรหัส 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift

   สีตัวถังภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Pearl Crystal , สีเงิน Silver Metaliic , สีเทา Dark Grey Mica Metallic , สีดำ Attitude Black Mica , สีน้ำตาล Phantom Brown และ สีน้ำเงิน Nebula Blue 

  นอกจากการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.4 G AT แทนที่ 2.4 G MT แล้ว Toyota Fortuner MY2019 จะยกเลิกขุมพลังเบนซิน 2.7 ลิตรอีกด้วย ทำให้เหลือทางเลือกดังนี้

รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ
  • 2.4 G 2WD MT (ยกเลิกจำหน่าย)
  • 2.4 G 2WD AT ราคา 1,299,000 บาท (รุ่นย่อยใหม่)
  • 2.4 V 2WD AT ราคา 1,419,000 บาท
  • 2.7 V 2WD AT  (ยกเลิกจำหน่าย)
  • 2.8 V 2WD AT ราคา 1,593,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo 2WD AT ราคา 1,699,000-1,719,000 บาท
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
  • 2.4 V AT 4WD ราคา 1,499,000 บาท
  • 2.8 V AT 4WD ราคา 1,663,000 บาท
  • 2.8 TRD Sportivo AT 4WD ราคา 1,769,000-1,789,000 บาท
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รายละเอียดสเปคและออปชั่นของแต่ละรุ่นย่อย
รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ
* 2.4 G 2WD AT ราคา 1,299,000 บาท 
- มิติตัวรถยาว 4,795 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,835 มิลลิเมตร
- ความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร 
- ระดับต่ำสุดจากพื้น 193 มิลลิเมตร
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.8 เมตร
- เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift
- ระบบกันสะเทือนหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง
- ระบบกันสะเทือนหลัง แบบโฟร์ลิงค์คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน
- ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน
- ระบบบังคับเลี้ยวแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • กระจังหน้าโครเมียม
  • กันชนหน้า / กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
  • บันไดข้างสีเงิน
  • ไฟหน้าเลนส์โปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-me-home
  • ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัติ
  • ไฟท้ายแบบ Light Guiding
  • กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัย พร้อมแถบกรองแสง
  • กระจกมองข้าง ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวสีเดียวกับตัวรถ
  • มือเปิดประตูโครเมียม
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดแบบธรรมดา
  • ยางกันโคลนหน้าและหลัง
  • ราวหลังคา
  • ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบปรับตั้งเวลา 
  • ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยางขนาด 265/60R18
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน 
  • สีภายในสีดำ
  • สีเบาะนั่งสีน้ำตาล
  • วัสดุหุ้มเบาะนั่ง หนังและหนังสังเคราะห์
  • เบาะนั่ง แถวที่ 1 แบบสปอร์ต ปรับเลื่อน-เอนได้
  • เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เบาะนั่ง แถวที่ 2 แบ่งส่วน 60/40 พร้อมที่พักแขนแบบพับเก็บได้ และที่วางแก้วน้ำ
  • เบาะนั่ง แถวที่ 2 การปรับเลื่อน-เอนพร้อมระบบพับ และยกขึ้นจังหวะเดียว
  • เบาะนั่ง แถวที่ 3 แบ่งส่วน 50/50 ปรับเอนและพับเก็บได้
  • แผงคอนโซลหน้า หนังสังเคราะห์ และแถบสีเงิน
  • ช่องปรับอากาศด้านหน้า แถบสีเงิน และโครเมียม
  • แผงข้างประตู สีน้ำตาล บุหนังสังเคราะห์ ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน
  • แผงควบคุมข้างประตูสีดำเมทัลลิก
  • มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
  • ที่บังแดดด้านผู้ขับขี่มีที่เก็บนามบัตร
  • ที่บังแดดด้านผู้โดยสาร มีกระจก และฝาปิด
  • มือจับ 8 ตำแหน่ง
  • การปรับระดับพวงมาลัย ปรับได้ทั้ง สูง-ต่ำ และเข้า-ออก (Tilt & Telescopic)
  • วัสดุพวงมาลัย / การตกแต่ง หุ้มหนังพร้อมลายไม้ และแถบสีเงิน
  • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ และ MID ที่พวงมาลัย
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน
  • ฐานเกียร์ลายไม้ ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน
  • เบรกมือหุ้มหนัง ตกแต่งด้วยโครเมียม
  • มาตรวัดเรืองแสง Optitron
  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MID) จอสี แบบ TFT
  • ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร พร้อมไฟส่วนบุคคล
  • ไฟแสดงตำแหน่งกุญแจ ที่ปุ่ม Engine Start-Stop
  • ไฟส่องสว่างที่ประตู มีเฉพาะรีเฟล็กเตอร์
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
  • กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องการการหนีบทั้ง 4 บาน
  • กุญแจรีโมท Smart Key
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start
  • เซ็นทรัลล็อก แบบ Speed Auto Lock
  • สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ (Eco/Power)
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา ปรับทิศทางลม 5 รูปแบบ
  • ระบบปรับอากาศแถวที่ 2 และ 3 แบบธรรมดา
  • ช่องเก็บของด้านบนแบบ Cool Box
  • ช่องเก็บของด้านล่างแบบหน่วง พร้อมกุญแจล็อก
  • กล่องเก็บของมีฝาปิด หุ้มหนังสังเคราะห์
  • ช่องเก็บของที่แผงประตูพร้อมที่วางขวดน้ำ
  • ที่เก็บแว่นตา / ที่วางแก้ว
  • ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะคู่หน้า
  • ที่แขวนสัมภาระหลังเบาะคู่หน้า
  • ที่แขวนอเนกประสงค์
  • ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง DC 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง
  • ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 220 โวลต์ 1 ตำแหน่ง
  • ระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ
  • ช่องต่ออุปกรณ์ USB / วิทยุ FM/AM และเครื่องเล่นแผ่น DVD จอสัมผัส
  • การเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง
  • ระบบ T-connect
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • เสาอากาศแบบ Shark Fin
ระบบความปลอดภัย
  • ระบบเตือนการโจรกรรม และ Immobilizer
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • ไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • กล้องมองหลัง
  • เข็มขัดนิรภัย 3 จุด ทุกที่นั่ง พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ สำหรับเบาะคู่หน้า
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
  • ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพวงท้าย TSC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA คานเหล็กนิรภัยด้านข้าง
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านผู้ขับ ผู้โดยสาร และหัวเข่าผู้ขับ

* 2.4 V 2WD AT ราคา 1,419,000 บาท (เพิ่มเงิน 120,000 บาทจากรุ่น 2.4 G AT)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.4 G 2WD AT)
  • กระจกมองข้าง ระบบ Welcome Light
  • ประตูท้ายเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • คิ้วขอบหน้าต่างตกแต่งด้วยโครเมียม
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.4 G 2WD AT)
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล
  • ไฟส่องสว่างที่ประตูทั้ง 4 บาน
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับทิศทางลม 5 รูปแบบ
  • ระบบปรับอากาศ แถวที่ 2 และ 3 ปรับแรงลมอัตโนมัติ
  • ระบบโทรออกด้วยเสียง
  • ระบบนำทาง
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.4 G 2WD AT)
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านข้าง และม่านนิรภัย
* 2.8 V 2WD AT ราคา 1,593,000 บาท (เพิ่มเงิน 174,000 บาทจากรุ่น 2.4 V 2WD AT)
- เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร มากับพละกำลัง 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที 
- ระบบ Stop and Start พร้อม Evaporator เก็บความเย็น สำหรับระบบปรับอากาศ
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.4 V 2WD AT
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.4 V 2WD AT)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • ระบบ T-connect TELEMATICS 
    * Find My Car เช็คตำแหน่งรถคุณผ่านแอพพลิเคชั่น
    * Stolen Vehicle Tracking ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรมพร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง
    * SOS ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี
    * Packing Alert ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notificationเมื่อรถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่
    * Navigator ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร
    * Pay As You Drive ประกันภัย "ขับน้อย จ่ายน้อย" ให้คุณจ่ายตามการใช้งานจริง สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น
    *  My TOYOTA Wi-Fi กระจายสัญญาณ Wi-Fi ได้พร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ
    * OPS (Operator Service) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมบริการจองร้านอาหารชั้นน
ระบบความปลอดภัย ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.4 V 2WD AT

* 2.8 TRD Sportivo 2WD AT ราคา 1,699,000 บาท (หลังคาดำ Black Top 1,719,000 บาท) (เพิ่มเงิน 106,000-126,000 บาทจากรุ่น 2.8 V AT)
- ระบบกันสะเทือนหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ แบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ TRD Sportivo
- ระบบกันสะเทือนหลังแบบโฟร์ลิงค์คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ TRD Sportivo
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.8 V 2WD AT)
  • กระจังหน้าสีดำเมทัลลิก และโครเมียมแบบรมดำ
    • กันชนหน้า / กันชนหลัง / สเกิร์ตหน้า / สเกิร์ตหลัง เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
    • คิ้วประตูท้ายสีดำเมทัลลิก
    • ไฟส่องสว่างที่ประตูท้าย / สคัฟเพลท พร้อมไฟเรืองแสง / ปลายท่อไอเสีย พร้อมสัญลักษณ์ TRD
    • ป้ายสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ TRD Sportivo
    • ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว เฉพาะรุ่น TRD Sportivo พร้อมยางขนาด 265/50R20
    อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.8 V 2WD AT)
    • เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำสลับแดง พร้อมเดินด้ายสีแดง
    • แผงข้างประตูตกแต่งด้วยแถบสี Dark Silver และบุหนังสังเคราะห์สีแดง
    • ขอบประตูด้านหลังพร้อมสัญลักษณ์ TRD
    • พวงมาลัยหุ้มหนัง เดินด้ายสีแดงพร้อมลาย Carbon Kevlar และแถบสี Dark Silver
    • หัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยแถบสี Dark Silver
    • ฐานเกียร์ลาย Carbon Kevlar ตกแต่งด้วยแถบสี Dark Silver
    • เบรกมือหุ้มหนัง เดินด้ายสีแดง
    • มาตรวัดเรืองแสง Optitron สีแดง ลาย Carbon Kevlar เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
    • กุญแจรีโมท Smart Key เฉพาะรุ่น TRD Sportivo
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start สีแดง เฉพาะรุ่น TRD Sporttivo
    • เซ็นทรัลล็อก แบบ Speed Auto Lock พร้อมแบตเตอรี่สำรองของระบบ
    • ช่องเก็บของด้านบนแบบ Cool Box เดินด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ TRD
    • ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL
    • ลำโพง 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง (รวม Sub-Woofer)
    • ระบบ T-connect *ไม่มีระบบ TELEMATICS
    ระบบความปลอดภัย ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.8 V  2WD AT

    รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
    * รุ่น 2.4 V 4WD AT ราคา 1,499,000 บาท (เพิ่มเงิน 80,000 บาทจากรุ่น 2.4 V 2WD AT)
    - ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
    อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น  2.4 V 2WD AT
    อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
    ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.4 V 2WD AT)
    • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC
    • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
    * รุ่น 2.8 V 4WD AT ราคา 1,663,000 บาท (เพิ่มเงิน 70,000 บาทจากรุ่น 2.8 V 2WD AT)
    - ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
    อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.8 V 2WD AT
    อุปกรณ์มาตรฐานภายใน ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.8 V 2WD AT

    ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.8 V 2WD AT)
    • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC
    • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
    * รุ่น 2.8 TRD Sportivo 4WD AT ราคา 1,769,000 บาท (หลังคาดำ Black Top 1,789,000 บาท) (เพิ่มเงิน 70,000 บาทจากรุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD AT)
    - ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
    อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD AT
    อุปกรณ์มาตรฐานภายใน ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD AT

    ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น 2.8 TRD Sportivo 2WD AT)
    • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC
    • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC




        ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

          

        วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

        เจาะข้อมูล Toyota Fortuner MY2019 เตรียมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ "2.4 G AT" ก่อนเปิดตัวเร็วๆนี้

          เรียกได้ว่าเจ้าตลาดอย่าง Toyota แค่ขยับนิดๆหน่อยๆก็ยังคงขายได้เหมือนเดิม และสำหรับ Toyota Fortuner ที่ในปีนี้กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว และยังไม่มีการปรับโฉม Minor Change แบบกระบะ Hilux Revo เสียที และดูเหมือนว่าใครที่รอการ Minor Change ปีนี้ก็อาจจะต้องรอไปอีกยาวๆ เพราะข่าวล่าสุดที่เพิ่งได้มานี้ Fortuner จะยังไม่มีการปรับโฉมแต่อย่างใด แต่เป็นการปรับเพิ่มรุ่นย่อยเท่านั้น

          ใน Toyota Fortuner รุ่นปรับปรุงปี 2019 (MY2019) นั้น อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า "ยังไม่มีการปรับโฉม" แต่จะมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ นั่นคือ "2.4 G AT" ซึ่งจะเป็นรุ่นย่อยเริ่มต้นใหม่ที่จะมาแทนที่ 2.4 G MT นั่นเอง นั่นเท่ากับว่า อีกไม่นานนี้ Toyota จะไม่มีทางเลือกเกียร์ธรรมดาสำหรับ Fortuner อีกต่อไปแล้ว

          อุปกรณ์มาตรฐานของ Toyota Fortuner 2.4 G AT จะมีดังต่อไปนี้ง
        • เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift
        • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 265/60 R18
        • ไฟหน้าเลนส์โปรเจคเตอร์แบบ Bi-Beam LED ปรับระดับสูงต่ำอัตโนมัติ
        • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
        • กระจกมองข้างปรับและพับเก็บไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
        • คิ้วขอบหน้าต่างสีดำ
        • ประตูท้ายแบบธรรมดา
        • ไฟท้ายแบบ Light Guiding
        • ภายในห้องโดยสารสีดำ
        • เบาะนั่งหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์สีน้ำตาล
        • เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
        • เบาะนั่งแถวที่ 1 ปรับเลื่อน-เอนได้
        • ที่บังแดดด้านผู้ขับขี่มีที่เก็บนามบัตร
        • ที่บังแดดด้านผู้โดยสารมีกระจกและฝาปิด
        • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารพร้อมไฟส่วนบุคคล
        • ไฟส่องสว่างที่ประตูมีเฉพาะรีเฟลกเตอร์
        • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
        • มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron
        • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID เป็นจอสี TFT
        • กุญแจรีโมท Smart Key พร้อม Push Start
        • ระบบเครื่องเสียง วิทยุ FM/AM และเครื่องเล่น DVD จอสัมผัส พร้อมช่องต่ออุปกรณ์ USB
        • การเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์และการเล่นเพลง
        • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
        • ไฟ LED Daytime Running Lights
        • ไฟตัดหมอกแบบ LED
        • กล้องมองหลัง
        • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC / ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
        • ถุงลมนิรภัย 3 ใบ (คู่หน้า 2 + เข่าคนขับ 1)
        ภายในของเวอร์ชั่นต่างประเทศ รายละเอียดบางจุดอาจแตกต่างจากเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในไทย
          และถ้าใครกลัวว่าการเพิ่มรุ่น 2.4 G AT มันจะไปชนกับ 2.4 V AT หรือไม่ หรือคิดว่าออปชั่นบางรายการกั๊กไปหน่อย ควรจะเพิ่มบางอย่างเหมือน 2.4 V AT รายการต่อไปนี้คือสิ่งที่รุ่น 2.4 V AT จะต่างจาก 2.4 G AT ครับ 
        • กระจกมองข้างปรับและพับเก็บไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว พร้อมระบบ Welcome Light
        • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
        • คิ้วขอบหน้าต่างตกแต่งด้วยโครเมียม
        • เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
        • ที่บังแดดด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีที่เก็บนามบัตร กระจก ฝาปิด และไฟส่องสว่าง
        • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล
        • ไฟส่องสว่างที่ประตูทั้ง 4 บาน
        • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
        • ระบบนำทาง
        • ถุงลมนิรภัย 7 ใบ (คู่หน้า 2 + ด้านข้าง 2 + ม่าน 2 + เข่าคนขับ 1)
          เครื่องยนต์แน่นอนว่าจะติดตั้ง เครื่องดีเซลรหัส 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift

           สีตัวถังภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีขาวมุก White Pearl Crystal , สีเงิน Silver Metaliic , สีเทา Dark Grey Mica Metallic , สีดำ Attitude Black Mica , สีน้ำตาล Phantom Brown และ สีน้ำเงิน Nebula Blue 

          นอกจากการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 2.4 G AT แทนที่ 2.4 G MT แล้ว Toyota Fortuner MY2019 จะยกเลิกขุมพลังเบนซิน 2.7 ลิตรอีกด้วย ทำให้เหลือทางเลือกดังนี้

        รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ
        • 2.4 G MT (ยกเลิกจำหน่าย)
        • 2.4 G AT (รุ่นย่อยใหม่)
        • 2.4 V AT
        • 2.7 V AT (ยกเลิกจำหน่าย)
        • 2.8 V AT
        • 2.8 TRD Sportivo AT
        รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
        • 2.4 V AT 4WD
        • 2.8 V AT 4WD
        • 2.8 TRD Sportivo AT 4WD
          Toyota Fortuner MY2019 คาดว่าจะมีการเปิดตัวในช่วง 1-2 เดือนต่อจากนี้ ส่วนราคานั้นยังไม่ทราบว่าจะอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ถ้าให้ Car News Update คาดว่าน่าจะไม่เกิน 1.3 ล้านบาท หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบครับ

        เรียบเรียงข้อมูลโดย Car News Update

        ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

          

        Like Box