แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โตโยต้า ยาริส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โตโยต้า ยาริส แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2563

Toyota GR Yaris แฮตซ์แบ็คคันเล็กพลังแรงจากค่ายสามห่วง

   Toyota ประเทศญี่ปุ่นได้ทำการเปิดตัว "Toyota GR Yaris" ฮอตแฮตซ์พลังแรงของค่ายที่ไม่ใช่แค่ใส่ชุดแต่งแปะโลโก้ โดยมีการเปิดตัวภายในงาน Toyko Auto Salon 2020 ที่กำลังจัดขึ้นในขณะนี้

  ซูเปอร์มินิของญี่ปุ่นคันนี้นั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าคู่แข่ง  เมื่อเทียบกับ Ford Fiesta ST, Renault Clio RS และ Volkswagen Polo GTI อีกทั้งยังเพิ่มบางสิ่งบางอย่างที่คู่แข่งไม่มี นั่นคือ "ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ"

   สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้อย่างไร? ด้วยการรวมครึ่งหน้าของแพลตฟอร์ม GA-B ที่เปิดตัวใน Yaris รุ่นใหม่ล่าสุดเข้ากับครึ่งหลังที่ใช้แพลตฟอร์ม GA-C (ที่ใช้ใน Corolla Altis, Prius รวมทั้ง Camry) ทั้งหมดนี้ช่วยให้รองรับการใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ เช่นเดียวกับการออกแบบระบบช่วงล่างใหม่แบบติดตั้งปีกนกสองชั้นและสตรัทด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานบิด ระบบเบรกหน้าจะเป็นแบบดิสก์เบรกที่มีระบบระบายความร้อนขนาด 356 มม. (14 นิ้ว) พร้อมคาลิปเปอร์แบบ 4 ลูกสูบและดิสก์เบรกหลังแบบ 297 มม. (11.7 นิ้ว) พร้อมคาลิปเปอร์แบบ two-pot 

 
  กำลังของ GR Yaris คันนี้จะมาจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 3 สูบขนาด 1.6 ลิตรที่ให้กำลังสูงสุด 261 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร แต่เวอร์ชั่นญี่ปุ่นจะแรงกว่าโดยมีพละกำลัง 272 แรงม้า (PS) และแรงบิดที่มากกว่าเป็น 370 นิวตันเมตร

  เครื่องยนต์ได้รับการจับคู่กับระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและขับเคลื่อน 4 ล้อ หากเลือกซื้อแพ็คเกจ Circuit Pack จะได้ชุดเฟืองท้ายแบบ Torsen limited-slip 2 ชุด พร้อมการปรับแต่งช่วงล่างใหม่และล้อฟอร์จขนาด 18 นิ้วหุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4s 225/40

 
  GR Yaris มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดให้เลือกคือ Normal, Sport และ Track ซึ่งจะมีรูปแบบการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลัง 60:40, 30:70 และ 50:50 ตามลำดับ ในแต่ละโหมดจะปรับความสมดุลโดยอัตโนมัติซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพถนน พฤติกรรมของรถและรูปแบบการขับขี่ของคนขับ ดังนั้นจึงสามารถส่งแรงบิดได้สูงสุดถึง 100 เปอร์เซ็นต์ไปที่เพลาหน้าหรือล้อหลังในบางครั้ง และโหมดเหล่านี้ยังปรับการยึดเกาะถนนและช่วยให้เข้าโค้งได้เร็วขึ้นด้วย

  ด้วยน้ำหนักรถ 1,280 กิโลกรัม และอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 4.9 กิโลกรัมต่อ 1 แรงม้า PS ทำให้ GR Yaris ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 5.5 วินาทีและทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 230 กม./ชม.

   Toyota GR Yaris จะมากับตัวถังในรูปแบบ 3 ประตูพร้อมหลังคาที่ลาดเอียงและประตูที่ไร้กรอบ มากับการออกแบบด้านหน้าใหม่พร้อมช่องรับอากาศกันชนหน้าขนาดใหญ่ที่เพิ่มความดุดันและเกรงขามให้กับรถไม่น้อย ออกแบบซุ้มล้อให้รองรับล้อขนาด 18 นิ้ว ด้านท้ายมาพร้อมสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนหลังคา กันชนท้ายพร้อมครีบรีดอากาศดีไซน์ดุที่มาพร้อมกับท่อไอเสียคู่

  ทางด้านการตกแต่งภายในนั้นก็ยกระดับให้สปอร์ตขึ้น โดดเด่นด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มหนังสีดำและ Alcantara มาพร้อมกันโดยการเย็บสีแดง มีการสลักโลโก้ GR บริเวณพนักพิงศีรษะเบาะหน้า เช่นเดียวกับพวงมาลัย GR และยังมีกราฟิกแสดงผลสัญลักษณ์ GR บริเวณแผงหน้าปัดด้วย

   Toyota GR Yaris จะผลิตที่โรงงาน Motomachi ประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกับ GR Supra รายละเอียดเพิ่มเติมตัวรถและราคายังไม่มีการประกาศออกมา และแน่นอนรุ่นนี้ไม่มีขายในไทยครับ

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ 

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

Toyota Yaris MY2020 ปรับใหม่รับมือคู่แข่ง พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ผ่านเกณฑ์ Eco Car Phase 2

  หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ทาง Toyota ได้เปิดตัว Yaris ATIV โมเดลปี 2020 แล้ว คราวนี้ก็เป็นคิวของตัวถัง Hatchback 5 ประตูที่มีการเปิดตัวรุ่นปรับอุปกรณ์ตามมา ซึ่งแน่นอนว่าตัวรถจะปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ให้ผ่านมาตรฐาน Eco Car Phase 2 เช่นเดียวกับ ATIV 


  การปรับเปลี่ยนหลักๆก็จะเหมือนกับ ATIV นั่นคือ การปรับเพิ่มออปชั่นใหม่ จัดระเบียบรุ่นย่อยใหม่ และสำคัญสุดคือการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Eco Car Phase 2

  ภายนอกรถไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก   ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ดังต่อไปนี้
ทุกรุ่นจะได้กระจังหน้าด้านบนสีดำเงาตกแต่งด้วยโครเมียม และ กระจังหน้าด้านล่างสีดำเงา จากเดิมที่มีเฉพาะรุ่นท็อป
ทุกรุ่นได้วัสดุตกแต่งกรอบไฟตัดหมอกสีดำเงา (แต่ไฟตัดหมอกมีแค่รุ่นท็อป High)
- กระจกมองข้างในตัว Mid เปลี่ยนมาใช้สีดำ
- โลโก้ E G และ S ด้านท้ายหายไป เพราะเปลี่ยนการเรียกชื่อรุ่นย่อยใหม่ว่า "Entry" "Mid" และ "High"
- รุ่นเริ่มต้น Entry (รุ่น J เดิม) ได้ฝาครอบล้อกระทะลายใหม่
- รุ่นกลาง Mid (รุ่น E เดิมเพิ่มออปชั่น) ได้ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วปัดเงา

    ส่วนการเปลี่ยนแปลงภายในห้องโดยสารจะมีดังนี้
- ทุกรุ่นตัดเครื่องเบ่น CD ออกหมด เหลือเพียงเครื่องเสียงวิทยุ 2DIN FM/AM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX
- รุ่น Entry (J เดิม) ตัดเบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้ออก
- รุ่นท็อปสุด High (S+ เดิม) เพิ่มจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว (จากเดิมที่มีแค่ ATIV ตัวท็อป)
- รุ่นท็อปสุด High เปลี่ยนจอใหม่ เครื่องเล่น AM/FM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับระบบ Smart Device Link ซึ่งจอมีมาให้ในตัวกลาง Mid ด้วย

  แต่ไฮไลต์สำคัญสุดคงหนีไม่พ้น การติดตั้งขุมพลังรหัสใหม่ นั่นคือ เครื่องยนต์เบนซินรหัส 3NR-FKE (ESTEC :  Economy with Superior Thermal Efficiency) 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-iE ความจุ 1.2 ลิตร 1197 ซีซี. พละกำลังสูงสุดที่ 92 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 23.3 กม./ลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 100 กรัม/กม. ผ่านมาตรฐาน EURO5 ทุกรุ่นจะติดตั้งระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop & Start System) มาให้เป็นมาตรฐานด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ Yaris ผ่านเข้าโครงการ Eco Car Phase 2 ได้

    ระบบความปลอดภัยจะมีดังต่อไปนี้
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights) (เฉพาะรุ่น High)
  • ไฟตัดหมอกหน้า (เฉพาะรุ่น High)
  • ใหม่! กล้องบันทึกภาพหน้ารถ และหลังรถ (เฉพาะรุ่น High)
  • กล้องมองหลัง (ยกเว้นรุ่น Entry)
  • ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
  • ระบบเซ็นทรัลล็อก
  • ระบบละลายฝ้ากระจกหลัง
  • ระบบเบรก ABS/EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening)
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง พร้อมระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
  • เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง ELR 3 จุด 3 ที่นั่ง
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer (ยกเว้นรุ่น Entry)
  • ระบบเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System) (ยกเว้นรุ่น Entry)
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
  Yaris MY2020 จะมีสีตัวถัง 7 สีเท่าเดิม ได้แก่ 
  • สีเขียว Citrus Mica Metallic
  • สีส้ม Orange Metallic
  • สีแดง Red Mica Metallic
  • สีขาว Super White II
  • สีบรอนซ์เงิน Silver Metallic
  • สีเทาดำ Grey Metalic
  • สีดำ Attitude Black Mica
  มีทางเลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยมีการจัดระเบียบรุ่นย่อยใหม่ ได้แก่
- Entry ราคา 539,000 บาท
- Mid ราคา 589,000 บาท
- High ราคา 649,000 บาท


   พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ Yaris ตอนนี้จะได้รับสิทธิ์ซื้อชุดแต่ง Yaris Cross ในราคาพิเศษ 35,000 บาท  (รถสีดำ 30,000 บาท) ซึ่งชุดแต่งประกอบด้วย
- สเกิร์ตหน้า
- สเกิร์ตและชุดตกแต่งขอบประตูรถ
- หลังคาเคลือบฟิล์มดำ (กรณีรถสีดำไม่ต้องติดอันนี้ ลดราคาไป 5,000 บาท)
- สเกิร์ตท้ายและสัญลักษณ์ Cross ท้ายรถ
- ชุดสปริงและโช้คยกสูง (หน้าและหลัง) สูงขึ้น 30 มิลลิเมตร
- ล้ออัลลอยปัดเงาขนาด 16 นิ้วและคิ้วซุ้มล้อ

รุ่น Entry ราคา 539,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • ไฟหน้ามัลติรีเฟลกเตอร์
  • กระจังหน้าด้านบนสีดำเงาตกแต่งด้วยโครเมียม
  • กระจังหน้าด้านล่างสีดำเงา
  • วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอก สีดำเงา
  • ไฟท้ายแบบ LED Light Guiding
  • เสาอากาศแบบสั้น
  • คิ้วฝากระโปรงท้ายสีดำเงา
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบธรรมดา
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
  • มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า
  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 185/60R15
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • สีภายในสีดำ
  • เบาะผ้า
  • เบาะนั่งด้านหลังพับได้
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับสูง-ต่ำได้แบบยูรีเทน ตกแต่งด้วยแถบเมทัลลิก
  • วัสดุตกแต่งแผงคอนโซลหน้าสีดำ
  • วัสดุตกแต่งแผงควบคุมวิทยุ และเครื่องปรับอากาศสีเงินเมทัลลิก
  • วัสดุตกแต่งแผงประตูหุ้มผ้า บริเวณที่วางแขนคู่หน้า
  • วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าสีดำ
  • มือเปิดประตูด้านในสีดำ
  • วัสดุตกแต่งหัวเกียร์ยูรีเทน
  • วัสดุตกแต่งฐานเกียร์สีดำ
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบด้านคนขับ
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
  • ราวมือจับ 4 ตำแหน่ง
  • กล่องเก็บของที่คอนโซลกลางพร้อมฝาปิดหุ้มด้วยยูรีเทน
  • มาตรวัดแบบธรรมดา
  • ไฟแสดงการขับขี่แบบประหยัด
  • กุญแจรีโมท
  • เครื่องเสียงวิทยุ 2DIN FM/AM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX
  • ระบบเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง
  • ลำโพง 2 ตำแหน่ง
  • สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์บนพวงมาลัย
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
  • ระบบส่องสว่างภายในห้องโดยสารอัตโนมัติ
ระบบความปลอดภัย
  • ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
  • ระบบเซ็นทรัลล็อก
  • ระบบละลายฝ้ากระจกหลัง
  • ระบบเบรก ABS/EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย คู่หน้า/ด้านข้าง
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง พร้อมระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย
  • เข็มขัดนิรภัยเบาะหลัง ELR 3 จุด 3 ที่นั่ง
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening)
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
รุ่น Mid ราคา 589,000 บาท (เพิ่มเงิน 50,000 บาทจากรุ่น Entry)
 
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น Entry)
  • แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรง
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้
  • กระจกมองข้างสีดำเงา พร้อมไฟเลี้ยว
  • กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
  • กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า
  • ล้ออัลลอยปัดเงาแบบทูโทนขนาด 15 นิ้วพร้อมยาง 185/60R15
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น Entry)
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40  (เฉพาะ Yaris 5 ประตู)
  • กระเป๋าหลังเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า
  • วัสดุตกแต่งหัวเกียร์ยูรีเทนตกแต่งด้วยแถบเมทัลลิก
  • กระจกแต่งหน้าด้านคนขับและผู้โดยสารบริเวณแผงบังแดดคู่หน้า
  • แผงปิดห้องสัมภาระด้านท้ายรถ (เฉพาะ Yaris 5 ประตู)
  • มาตรวัดแบบเรืองแสง
  • จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ (MID)
  • เครื่องเสียงวิทยุ AM/FM พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับระบบ Smart Device Link ใหม่!
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
  • ระบบส่องสว่างภายในห้องโดยสารอัตโนมัติ
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น Entry)
  • กล้องมองหลัง
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบเตือนการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System)
รุ่น High ราคา 649,000 บาท (เพิ่มเงิน 60,000 บาทจากรุ่น Mid)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น Mid)
  • กระจังหน้าด้านบนสีดำเงาตกแต่งด้วยโครเมียม 
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมด้วย LED Light Guiding
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-Me-Home
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • มือจับประตูด้านนอกโครเมียม
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น Mid)
  • เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับสูง-ต่ำได้หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และแถบเมทัลลิก
  • วัสดุตกแต่งแผงควบคุมวิทยุ และเครื่องปรับอากาศสีดำเปียโนแบล็ค
  • วัสดุตกแต่งแผงประตูหุ้มหนัง ตกแต่งด้วยด้ายสีแดงบริเวณที่วางแขน
  • วัสดุตกแต่งแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าสีดำเปียโนแบล็ค
  • มือเปิดประตูด้านในสีเงิน
  • วัสดุตกแต่งหัวเกียร์หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยสีดำเปียโนแบล็ค
  • วัสดุตกแต่งฐานเกียร์สีดำเปียโนแบล็ค
  • กล่องเก็บของที่คอนโซลกลาง พร้อมฝาปิดหุ้มหนังสังเคราะห์ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว (ใหม่ใน Yaris ส่วน ATIV มีอยู่แล้ว)
  • ระบบ Smart Entry และ Push Start
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์บนพวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมจอแสดงผลการขับขี่
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น Mid)
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights)
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • กล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถและหลังรถ ใหม่!
 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เผยโฉม All-New Toyota Yaris เวอร์ชั่นตลาดโลก บนพื้นฐานแพลตฟอร์มใหม่ GA-B

   ค่าย Toyota ได้ทำการเผยโฉม All-New Toyota Yaris รถซับคอมแพ็กต์เจเนเรชั่นใหม่ของค่าย โดยโฉมนี้ก็คือโฉมตลาดโลกที่รุ่นก่อนหน้าวางจำหน่ายมากว่า 9 ปีเต็มๆ ไม่เกี่ยวกับโฉมเอเชียที่เมืองไทยจำหน่ายอยู่แต่อย่างใด

   Yaris โฉมตลาดโลก เจเนเรชั่นที่ 4 ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ต่อยอดมาจาก TNGA นั่นคือแพลตฟอร์ม GA-B ที่ส่งผลให้ให้ Yaris ใหม่สามารถยกระดับทั้งพื้นที่ภายในรถ ยกระดับงานดีไซน์ ยกระดับการใช้งาน ยกระดับงานวิศวกรรม รวมทั้งยกระดับเทคโนโลยีและความปลอดภัยอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดน้ำหนักรถยนต์จากเดิมได้มากถึง 50 กิโลกรัม

   Yaris โฉมใหม่ มีรูปโฉมที่ดูเร้าอารมณ์มากกว่ารุ่นก่อนโดยมากับสัดส่วนที่สั้นลง กว้างขึ้น และเตี้ยลง ตามเทรนด์ของรถยนต์ยุคใหม่ โดยตัวรถมากับความยาว 3,940 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร และสูง 1,500 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,550 มิลลิเมตร

  ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้น (ติดตั้งตำแหน่งเบาะนั่งต่ำลงเพื่อไม่ให้กระทบกับศีรษะ) และมีการขับขี่ที่คล่องตัวขึ้น ภายนอกมากับด้านหน้าที่ดูยื่นยาว กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงใหม่แบบ LED  กันชนหน้าใหม่ทรงสปอร์ตที่ออกแบบให้รับกับด้านหน้า ส่วนด้านข้างมากับซุ้มล้อขนาดใหญ่ เส้นสายประตูหลังที่ตวัดขึ้น เห็นข้างๆแล้ว..บางคนก็มโนไปไกลว่าโฉมนี้เอา Mazda 2 มาพัฒนาต่อยอด ตามจริงแล้วพัฒนาบนพื้นฐาน GA-B ที่ต่อยอดจาก TNGA ตามที่กล่าวข้างต้น ไม่ได้เอา Mazda 2 มาปรับดีไซน์ใหม่แต่อย่างใด ส่วนด้านท้ายมากับโคมไฟท้ายแบบ LED พร้อมแถบสีดำที่ลากเชื่อมระหว่างไฟท้าย

  การออกแบบตกแต่งภายในห้องโดยสารมากับคอนเซปต์ "น้อยแต่มาก" มีการตกแต่งโดยใช้วัสดุคุณภาพสูง บุด้วยสักหลาดบริเวณแผงประตูและแผงหน้าปัดพร้อมวัสดุ Soft Touch ตัวแดชบอร์ดนั้นมีขนาดเล็กลงและตั้งในตำแหน่งที่ต่ำลง ส่วนคอนโซลกลางจะกว้างขึ้นและตั้งสูงขึ้นและพวงมาลัยที่เล็กลงเพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น ตรงกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ที่รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto , จอแสดงผลข้อมูลแบบ Multi-Touch TFT ในแผงหน้าปัดขนาบข้างด้วยมาตรวัดดิจิตอลแบบคู่แลจอ Head-Up Display ขนาด 10 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย พวงมาลัยพร้อมระบบปรับอุ่นและไฟ Ambient Light โดยรอบห้องโดยสาร

  Yaris เจเนเรชั่นใหม่มี 3 ขุมพลัง ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Hybrid Dynamic Force , เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบขนาด 1.5 ลิตร และ 1.0 ลิตร โดยระบบ Hybrid เป็นเจเนเรชั่นที่ 4 เหมือนที่ติดตั้งใน Corolla, Camry และ RAV4

  รุ่นไฮบริดจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson แบบ  Dynamic Force 3 สูบขนาด 1.5 ลิตรพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 80 แรงม้า และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา ทาง Toyota อ้างว่าระบบส่งกำลังใหม่ช่วยลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO2 ของ Yaris Hybrid ได้มากกว่า 20 % และประสิทธิภาพดีขึ้น 15% เนื่องจาก Yaris Hybrid รุ่นก่อนมีพละกำลังที่ 100 แรงม้า (PS) นั่นแปลว่ารุ่นใหม่ต้องมีพละกำลังไม่ต่ำกว่า 115 แรงม้า (PS)

   รุ่นไฮบริดในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นจะมีการติดตั้ง E-Four (ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า) ซึ่งเป็นครั้งแรกสำหรับรถซับคอมแพ็คขนาด เมื่อพูดถึงการขับขี่ทาง Toyota กล่าวว่า Yaris โฉมใหม่นั้นมีความคล่องตัวและมีเสถียรภาพมากขึ้นด้วยน้ำหนักที่เบาลง และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง 15 มิลลิเมตรซึ่งช่วยสร้างตำแหน่งการขับขี่ที่น่าดึงดูดขึ้น ระยะแทร็คที่กว้างขึ้น และความแข็งแกร่งของโครงสร้างรถที่สูงขึ้น

 All-New Toyota Yaris  ยังมีการติดตั้งชุดระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense มาให้ด้วย โดยประกอบด้วย
- ระบบเตือนความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Collision Safety
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control with full-speed range
- ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Tracing Assist
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam (AHB)
- ระบบตรวจจับป้ายสัญญาณจราจร Road Sign Assist (RSA)

   All-New Toyota Yaris เตรียมนำไปแสดงตัวต่อสาธารณชนภายในงาน Tokyo Motor Show 2019 ช่วงเดือนตุลาคมนี้ ก่อนจะนำไปแสดงในโชว์รูมทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงธันวาคม และเริ่มจำหน่ายที่ญี่ปุ่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

  ส่วนเมืองไทยนั้นแม้จะมีการนำรถรุ่นนี้มาวิ่งทดสอบในไทย แต่ด้วยคันนี้เป็นโฉมสำหรับตลาดโลกและจำเป็นว่ารถทุกรุ่นที่มาวิ่งทดสอบในไทยจะต้องมาขายในไทยเสมอไป ขนาดตัวรถที่เล็กกว่าเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในไทยหลายขุม ดังนั้น All-New Toyota Yaris จะไม่มีการเอามาจำหน่ายในไทย 

  อย่างไรก็ตามปลายปีนี้ทาง Toyota ประเทศไทยเตรียมปรับสเปคให้กับ Yaris / ATIV โฉมปัจจุบัน โดยปรับจูนพละกำลังให้เข้าโครงการ Eco Car Phase 2 รายละเอียดตามนี้ เจาะข้อมูลก่อนเปิดตัว : Toyota Yaris / Yaris ATIV MY2019 เตรียมปรับใหม่เพื่อเข้าโครงการ Eco Car Phase 2
  

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box