แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไฮเปอร์คาร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไฮเปอร์คาร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

Bugatti Chiron Pur Sport สุดยอดไฮเปอร์คาร์ 1,500 แรงม้าตัวพิเศษ ผลิตแค่ 60 คัน

  ค่ายสุดยอดไฮเปอร์คาร์อย่าง Bugatti ได้ทำการเผยโฉม Bugatti Chiron Pur Sport รุ่นพิเศษที่ได้รับการอัปเกรดตัวรถหลายๆ อย่างให้พิเศษมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านอากาศพลศาสตร์ การลดน้ำหนักรถ และการกระจายพละกำลัง

   ด้วยเครื่องยนต์ Quad-turbo W16 ขนาด 8.0 ลิตร ได้รับการปรับปรุงให้เข้ากับเกียร์อัตโนมัติที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ยังคงมากับพละกำลังเท่าเดิมคือ 1,500 แรงม้า ปรับเรดไลน์ให้สูงกว่า Chiron รุ่นปกติ 200 รอบ/นาที โดยอยู่ที่ 6,900 รอบ/นาที นอกจากนี้ยังปรับอัตราส่วนทดเกียร์ให้ไวขึ้น 15% อันช่วยให้การส่งกำลังและตอบสนองของเครื่องยนต์ดีขึ้น ส่งผลให้ค่าความยืดหยุ่นดีขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ Chiron

   ทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวถังที่ได้รับการปรับปรุงเล็กน้อยพร้อมกับกระจังด้านหน้าที่ได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ กระจังหน้าโดดเด่นด้วยตัวเลข "16" สีฟ้า พร้อมทั้งกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ ที่ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ยาวถึง 1.9 เมตร เพื่อสร้างแรงกดอย่างสูงสุด นอกจากนี้ยังมากับท่อระบายอากาศที่มีน้ำหนักเบาและทนต่ออุณหภูมิสูงที่ทำจากไทเทเนียมขึ้นรูป 3 มิติ

   Chiron Pur Sport จะมากับล้อใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มการระบายความร้อนของเบรกและตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำจากโลหะผสมและหุ้มด้วยยางพิเศษที่พัฒนาโดย Michelin และสำหรับ Bugatti โดยเฉพาะ มาในชื่อยาง Bugatti Sport Cup 2 R ขนาด 285/30 R20 ที่ด้านหน้าและ 355/25 R21 ที่ด้านหลัง

   Bugatti Chiron Pur Sport ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบใหม่นั้นที่เพิ่มความเฟิร์มของสปริงที่ 65% ที่ด้านหน้าและด้านหลัง 33% และยังมีโช้คอัพที่แบบแปรผันที่ปรับตามสมรรถนะรถ ต้องขอบคุณผ้าเบรคไทเทเนียมใหม่พร้อมกับล้อใหม่ที่เบากว่าเดิม 16 กิโลกรัม  และดิสก์เบรกที่เบากว่าเดิม ส่งผลให้ Chiron Pur Sport ลดน้ำหนักลงอีก 50 กิโลกรัม จาก Chiron รุ่นปกติ

   Bugatti วางแผนที่จะผลิต Chiron Pur Sport แค่ 60 คันเท่านั้น  โดยแต่ละคันจะมากับราคา 3 ล้านยูโร (ประมาณ 106 ล้านบาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม การผลิตจะเริ่มในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 นี้

ที่มา Motor1
  

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

All-New Lotus Evija ไฮเปอร์คาร์สายพันธุ์อังกฤษ พร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว 2,000 แรงม้า

  ห่างหายจากการเปิดตัวรถโมเดลใหม่ๆมาเนิ่นนาน ล่าสุดค่ายรถอังกฤษอย่าง Lotus ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้ชายคาของบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Geely ก็เพิ่งแนะนำรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์คันใหม่ล่าสุดในชื่อ "Lotus Evija" 

   Lotus Evija จะขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวซึ่งจะสร้างพละกำลังสูงสุดถึง 2,000 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดอันมหาศาลถึง 1,700 นิวตันเมตร กลายเป็นรถไฮเปอร์คาร์พลังไฟฟ้าที่แรงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย โดยทาง Lotus บอกว่าด้วยขุมพลังดังกล่าวส่งผลให้ไฮเปอร์คาร์ของพวกเขาสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาน้อยกว่า 3 วินาที และสามารถทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดได้เกิน 320 กม./ชม.

  มอเตอร์ไฟฟ้าจะสะสมพลังงานผ่านทางแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ติดตั้งตรงกลางรถซึ่งจะช่วยให้รถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 400 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยใน Evija นั้นจะมี "แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟที่เร็วที่สุดในโลก" ซึ่งสามารถรองรับการชาร์จได้ถึง 800 kW แม้ว่าการชาร์จในระดับดังกล่าวยังไม่มีขายในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตามนั้น Evija สามารถชาร์จไฟด้วยประสิทธิภาพดังกล่าวในเวลาแค่ 9 นาทีเท่านั้น

  โดยระบบชาร์จเร็วที่สุดเท่าที่มีในปัจจุบันจะมีความจุ 350 kW อันจะส่งผลทำให้ Evija สามารถชาร์จจนถึง 80% ในเวลา 12 นาทีและชาร์จจนเต็มในเวลา 18 นาที ซึ่งก็ถือว่าใช้เวลาเร็วทีเดียว

  ส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพอันน่าประทับใจของ Evija นั้นมาจากชุดแซสซีส์โมโนค็อกที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษ แซสซีส์จะเป็นแบบชิ้นเดียวซึ่งถือเป็นครั้งแรกสำหรับค่าย Lotus โดยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 129 กิโลกรัม ส่งผลให้นัำหนักโดยรวมของรถอยู่ที่ 1,680 กิโลกรัม

  Lotus บอกว่า Evija ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบ "การผสมผสานที่ลงตัวของสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายบนถนน” ด้วยส่วนหนึ่งของเป้าหมายนี้ Evija จะได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบรถมอเตอร์สปอร์ตซึ่งมีโช้คสปูลวาล์วแบบปรับได้ 3 ระดับในแต่ละเพลา อีกทั้งยังมากับล้อทำจากแมกนีเซียมขนาด 20 และ 21 นิ้วหุ้มด้วยยาง Pirelli Trofeo R และติดตั้งชุดเบรกอลูมิเนียม AP Racing พร้อมดิสก์เบรกที่ทำจากคาร์บอนเซรามิก

  ด้วยความ Lotus คงจะรู้ว่ารถพลังงานไฟฟ้าอาจจะไม่เหมาะกับการวิ่งบนแทร็กนานๆเท่าไหร่นัก จึงมีการติดตั้งระบบหม้อน้ำ 4 ตัวที่ช่วยปรับระดับอุณหภูมิแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นผลให้รถสามารถ “ขับขี่อย่างเมามันส์โดยไม่หลุดจากสนามอย่างน้อย 7 นาทีเมื่อเปิดโหมด Track”

  Lotus Evija ถือว่าเป็นรถที่เริ่มต้นเปิดศักราชของการออกแบบรูปแบบใหม่ของค่าย ตัวรถมีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ มาพร้อมกับไฟหน้าทรงเรียวแบบเลเซอร์ กันชนหน้าดีไซน์ดุมาพร้อมลิ้นกันชนหน้าทั้งสองฝั่ง อีกทั้งยังมีซุ้มล้อที่ขนาดใหญ่โต เส้นสายตั้งแต่บริเวณกระจกหน้าจนถึงช่วงหลังคาดูมีความโค้งมนพลิ้วไหวสวยงาม ทุกคนอาจจะสังเกตว่ารถไม่ได้ติดตั้งกระจกมองข้างมาให้ ความจริงคือมันถูกแทนที่ด้วยกล้องส่องภาพซึ่งจะทำงานเมื่อปลดล็อครถ และจะมีกล้องอีกตัวบริเวณหลังคาโดยจะแสดงภาพ 3 มุมมองผ่านหน้าจอภายในห้องโดยสาร

  และด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์นี้เอง Lotus ยังติดตั้งชุดสปอยเลอร์ท้ายแบบแอคทีฟรวมทั้งชุดปีกหลังที่ปรับระดับได้ (Drag Reduction System) แบบรถแข่ง F1 ตัวรถยังมีอุโมงค์ Venturi ใต้ท้องรถที่ปรับการไหลของอากาศให้เหมาะสมโดยควบคุมผ่านทางตัวถังรถ

  อีกไฮไลท์ที่โดดเด่นก็คือ ครีบรีดอากาศหรือ diffuser ด้านหลังขนาดใหญ่และไฟท้าย LED ที่ดีไซน์ในแบบไม่ซ้ำใครซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปลายไอพ่นด้านท้ายเหมือนที่อยู่ในเครื่องบินขับไล่ไอพ่น นอกจากนี้ยังมีพอร์ตเสียบชาร์จแบตด้านหลังที่ซ่อนอยู่และโลโก้ตัวหนังสือ Lotus ด้านหลังพร้อมไฟส่องสว่างซึ่งทำหน้าที่เป็นไฟถอยหลัง

  ภายนอกก็ว่าล้ำแล้ว ภายในห้องโดยสารยิ่งมีการออกแบบที่ล้ำกว่า มีการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่มองเห็นได้และแดชบอร์ดดีไซน์แบบ "floating wing" มีการติดตั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลและพวงมาลัยที่หุ้มด้วยหนัง Alcantara ที่สามารถควบคุมทุกอย่างตั้งแต่สัญญาณไฟเลี้ยวไปจนถึงตัวเลือกโหมดการขับขี่ การออกแบบคอนโซลกลางมาในรูปแบบ "ski slope-style" ลากยาวเฉียงจากแดชบอร์ดลงมาและมีปุ่มควบคุมต่างๆสัมผัสที่ออกแบบให้ตอบรับไวเมื่อใช้งาน สำหรับเบาะนั่งจะมีโครงทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งหุ้มด้วยหนัง Alcantara  ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย 3 จุดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่มีเข็มขัดนิรภัย 4 จุดให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม

   เช่นเดียวกับรถรุ่นพิเศษอื่นๆที่มาค่าย Lotus บอกว่า Evija ยังมีแพ็คเกจที่เพิ่มความพิเศษให้กับตัวรถในแบบที่ไม่มีใครเทียบได้" นอกเหนือจากสีตัวถังและการตกแต่งภายในที่เลือกได้แล้ว ยังสามารถเลือกติดป้ายโลหะสั่งทำพิเศษได้ที่ความพิเศษก็คือ ป้ายโลหะพิเศษจะถูกฝังเป็นระนาบเดียวกับพื้นผิวบอดี้รถเพื่อให้ดูเนียนตาสวยงาม

  Lotus Evija จะผลิตจำนวนจำกัดแค่ 130 คันเท่านั้น โดยทางบริษัทได้ทำการเปิดรับจองแล้ว ซึ่งผู้จับจองต้องวางเงินมัดจำก่อน 250,000 ปอนด์ (ประมาณ 9,560,000 บาท) โดยรถคันแรกจะถูกผลิตในช่วงปีหน้าและมีราคาค่าตัวเริ่มที่ต้น 1.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 65 ล้านบาท)

ที่มา Carscoops

------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจออกรถ Mazda วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดหนักส่วนลด+ของแถม เพียงคุณแสดงตัวว่ากดติดตามเพจ Car News Update (แคปโพสต์ให้ดูด้วย) สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : anuntasooragath ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------


   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box