แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ nissan almera แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ nissan almera แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

All-New Nissan Almera พร้อมเขย่าตลาดด้วยเครื่อง 1.0 เทอร์โบ และความปลอดภัยจัดเต็ม!

   สิ้นสุดการรอคอยแล้วเมื่อทาง Nissan Thailand ได้ฤกษ์เปิดตัว All-New Nissan Almera ความหวังครั้งใหม่ของค่ายที่จะมาช่วยกอบกู้ยอดขายรถในค่ายให้เป็นกอบเป็นกำขึ้น และคราวนี้ก็มาในฐานะ Eco Car Phase 2 ด้วย อย่างที่รู้กันว่าปลายปีนี้ตลาดอีโคคาร์ค่อนข้างเดือดทีเดียว และการมาของ Nissan น่าจะเป็นการมาเขย่าตลาดได้มากทีเดียว


  รูปโฉมภายนอกมาในแนวทางของ Nissan ยุคใหม่ แอบมีความ Altima ย่อส่วน ด้านหน้าที่มากับกระจังหน้าทรง V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยไฟหน้าดีไซน์เฉียบคมและกันชนที่ออกแบบให้รับกับกระจังหน้า เส้นสายด้านข้างมีความเพรียวบาง และแน่นอนช่วงประตูท้ายบริเวณเสา C ที่ออกแบบแนวหลังคาในแบบ Floating Roof อันเป็นเอกลักษณ์ 


   ต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายที่มากับโคมไฟท้ายแนวนอนทรงเรียวที่ดูสวยงามสะกดสายตามากขึ้น พิเศษคือไฟท้ายเวอร์ชั่นได้ยังมีการออกแบบรายละเอียดให้แตกต่างจาก Versa ที่จำหน่ายในสหรัฐฯอีกด้วย โดยจะเป็นไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED


  ทางด้านล้อนั้น เมืองไทยจะได้ล้อที่มีขนาดใหญ่สุดแค่ 15 นิ้วเท่านั้น อันเนื่องมาจากต้องควบคุมค่าไอเสียไม่ให้เกินมาตรฐาน Eco Car Phase 2 อย่างไรก็ตาม Nissan มีทางเลือกล้อขนาด 16 นิ้วให้เป็นอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมในราคา 14,000 บาท




    ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบที่ค่อนข้างสวยงามและดูทันสมัย มากับพวงมาลัย 3 ก้านทรงคุ้นตาแบบฐานตัด แผงหน้าปัดวัดความเร็วแบบอนาล็อคพร้อมมาตรวัดรอบและจอแสดงผลดิจิตอลขนาดใหญ่ขนาด 7 นิ้วที่มัให้ในเกรด V และ VL นอกนั้นจะเป็นมาตรวัดเข็ม ในเกรดบนๆคอนโซลหน้าและแผงประตูมีการบุนุ่มมาให้ด้วย รุ่นรองลงไปก็จะมีการตกแต่งที่หรูหราน้อยลงไปตามแต่ละรุ่นย่อย  ส่วนตรงกลางแดชบอร์ดจะเป็นตำแหน่งของวิทยุโดยในเกรด V และ VL จะมากับหน้าจอสัมผัสที่ออกแบบให้ดูลอยตัวโดดเด่นบนคอนโซลขนาด 8 นิ้ว มาพร้อมการรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto 

  ขุมพลังของรถนั้น ทุกรุ่นจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส HRA0 ความจุ 1.0 ลิตร เทอร์โบ 999 ซีซี. แบบ DOHC Indirect Injection พละกำลังสูงสุด 100 แรงม้าที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตรที่ 2,400-4,000 รอบ/นาที ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTronic CVT with D-Step Logic (Hydraulic+Mechanical)

ระบบความปลอดภัยของรถค่อนข้างจัดมาเต็มทีเดียว ซึ่งประกอบด้วย
  • ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags) เฉพาะรุ่น VL
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Curtain Airbags) เฉพาะรุ่น VL
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค Anti-lock Braking System (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution System (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก Brake Assist (BA)
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • สัญญาณกันขโมย รุ่น E ขึ้นไป
  • ปุ่มควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อค
  • เข็มขัดนิรภัยคนขับ ELR แบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติแบบสองทิศทาง (Double Pre-tensioner with Load Limiter)
  • เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ELR แบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ (Single Pre-tensioner with Load Limiter)
  • เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลัง ELR แบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX
  • ระบบป้องกันเด็กเปิดประตูหลังจากภายในรถ
  • ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
  • ไฟเบรกดวงที่สาม

และที่ขาดไม่ได้คือชุดระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ NISSAN INTELLIGENT MOBILITY (NIM) - INTELLIGENT SAFETY ที่ประกอบไปด้วย

  • เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
  • เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW) รุ่น EL ขึ้นไป
  • เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ ทั้งบุคคลและยานยนต์ Intelligent Emergency Braking (IEB) รุ่น EL ขึ้นไป
  • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM) รุ่น V ขึ้นไป
  • เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) รุ่น V ขึ้นไป
  • เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning system (BSW) เฉพาะรุ่น VL
  • เทคโนโลยีตรวจจับวตถุด้านหลังรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert (RCTA) เฉพาะรุ่น VL

   All-New Nissan Almera มีสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีแดง Radiant Red, สีส้ม Monarch Orange, สีขาว Storm White, สีดำ Black Star, สีเทา Gun Metallic และสีเงิน Brilliant Silver

* สีขาว Storm White เพิ่มเงิน 7,000 บาท
* รุ่น E จะมีเฉพาะสีดำ Black Star, สีเงิน Brilliant Silver และ สีขาว Storm White
รุ่น S จะมีเฉพาะสีดำ Black Star และสีเงิน Brilliant Silver

  วางจำหน่ายทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ได้แก่

S CVT ราคา 499,000 บาท
E CVT ราคา 509,000 บาท
- EL CVT ราคา 559,000 บาท
V CVT ราคา 599,000 บาท
VL CVT ราคา 639,000 บาท


รายละเอียดสเปคและออปชั่นของแต่ละรุ่นย่อย
* ขนาดมิติตัวถัง ยาว 4,495 มิลลิเมตร กว้าง 1,740 มิลลิเมตร สูง 1,460 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,620 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 135 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร น้ำหนักรถโดยประมาณ 1,065-1,076 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 35 ลิตร
* ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง
* ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน / เบรกหลังดรัมเบรก
* ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมระบบพาวเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) 

1.0 L Turbo S CVT ราคา 499,000 บาท
 อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • กระจังหน้าแบบโครเมียม
  • กันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถ
  • มือจับประตูด้านนอกสีดำ
  • ไฟหน้าแบบฮาโลเจน
  • ไฟเลี้ยวด้านข้างบนตัวรถ
  • ไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้งเวลา
  • ล้อเหล็กขนาด 15"x5.5J พร้อมฝาครอบดุมล้อ หุ้มด้วยยาง 195/65 R15
  • ยางอะไหล่แบบชั่วคราว
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • ภายในสีดำ
  • เบาะผ้าสีดำ
  • เบาะนั่งคนขับปรับระดับสูง-ต่ำ
  • วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า - วัสดุขึ้นรูปสีดำ
  • วัสดุตกแต่งภายในบริเวณช่องแอร์ด้านข้าง - ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน
  • วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง - ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ
  • วัสดุตกแต่งภายในบริเวณหัวเกียร์ - ยูริเทน
  • พวงมาลัยทรงสปอร์ตตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินปรับได้ 4 ทิศทาง วัสดุหุ้มยูริเทน
  • มาตรวัดแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Analogue
  • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Multi-Information Display (MID)
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ
  • ที่บังแดดด้านหน้า พร้อมกระจกแต่งหน้า ด้านคนขับและผู้โดยสาร
  • ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะผู้โดยสารตอนหน้า
  • พนักพิงศีรษะสำหรับเบาะนั่งด้านหน้า
  • พนักพิงศีรษะสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง 3 ตำแหน่ง
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
  • ไฟห้องสัมภาระท้าย
  • ที่วางแก้วตอนหน้า 2 ตำแหน่ง
  • ช่องวางขวดน้ำบริเวณแผงประตูหน้าและหลัง 4 ตำแหน่ง
  • กล่องเก็บของด้านหน้า
  • มือจับด้านใน 3 ตำแหน่ง : ผู้โดยสารตอนหน้า 1 ตำแหน่ง, ผู้โดยสารตอนหลัง 2 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศแบบมาตรฐาน
  • ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V (2 ตำแหน่ง)
ระบบความปลอดภัย
  • เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • เทคโนโลยีออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
  • ถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค Anti-lock Braking System (ABS)
  • ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution System (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก Brake Assist (BA)
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • ปุ่มควบคุมระบบเซ็นทรัลล็อค
  • เข็มขัดนิรภัยคนขับ ELR แบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติแบบสองทิศทาง (Double Pre-tensioner with Load Limiter)
  • เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ELR แบบดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ (Single Pre-tensioner with Load Limiter)
  • เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลัง ELR แบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX
  • ระบบป้องกันเด็กเปิดประตูหลังจากภายในรถ
  • ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
  • ไฟเบรกดวงที่สาม
1.0 L Turbo E CVT ราคา 509,000 บาท (เพิ่มเงิน 10,000 บาทจากรุ่น S)


อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น S)

  • มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับด้วยไฟฟ้า
  • เสาอากาศแบบเสาสั้น
  • ล้อเหล็กขนาด 15"x5.5J พร้อมฝาครอบล้อ หุ้มด้วยยาง 195/65 R15


อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น S)

  • กุญแจรีโมท
  • ระบบเครื่องเสียง วิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายแบบ Bluetooth®
  • ลำโพง 4 ตัว
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น S)

  • สัญญาณกันขโมย
1.0 L Turbo EL CVT ราคา 559,000 บาท (เพิ่มเงิน 50,000 บาทจากรุ่น E)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น E)
  • เสาอากาศแบบฝังกระจกหลัง
  • ล้ออัลลอยขนาด 15"x5.5J 
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น E)
  • เบาะผ้าสีดำตกแต่งด้วยขอบสีเทา
  • วัสดุตกแต่งภายในบริเวณช่องแอร์ด้านข้าง - ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน และ วัสดุสีดำ เปียโน แบล็ค
  • วัสดุตกแต่งคอนโซลกลาง - ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ เปียโน แบล็ค
  • พนักวางแขนด้านหน้าพร้อมที่เก็บของและช่องจ่ายไฟแบบ USB 2 ตำแหน่ง
  • สวิตซ์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และรับโทรศัพท์บนพวงมาลัย
  • กุญแจรีโมทอัจริยะ (Intelligent Key - I-Key)
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button)
  • แผงประตูหน้าตกแต่งด้วยวัสดุหุ้มหนังสังเคราะห์
  • ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ( 1 ตำแหน่ง)
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น E)
  • เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW)
  • เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ ทั้งบุคคลและยานยนต์ Intelligent Emergency Braking (IEB)
1.0 L Turbo V CVT ราคา 599,000 บาท (เพิ่มเงิน 40,000 บาทจากรุ่น E)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • ไฟหน้าแบบ LED พร้อม LED Signature Light
  • ไฟเลี้ยวด้านข้างบนกระจกมองข้าง
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน (ไม่มีล้ออะไหล่)
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้า - หุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์สีเทา แบบเดินตะเข็บด้าย
  • วัสดุตกแต่งภายในบริเวณหัวเกียร์ - ยูริเทนตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน
  • สวิตซ์ควบคุมหน้าจอ แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT บนพวงมาลัย
  • มาตรวัดแบบเรืองแสง Fine Vision Meter แบบ Digital ผ่านหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
  • มาตรวัดอุณหภูมิภายนอก
  • แผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุหุ้มหนังสังเคราะห์ หน้า-หลัง
  • มือจับเปิดประตูด้านในแบบโครเมียม
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
  • ระบบข้อมูลและความบันเทิง Nissan Connect หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth®, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟน Apple CarPlay® (สำหรับระบบปฏิบัติการณ์ iOS)
  • ลำโพง 6 ตัว
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM)
  • เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD)
1.0 L Turbo VL CVT ราคา 639,000 บาท (เพิ่มเงิน 40,000 บาทจากรุ่น V)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • กระจังหน้าแบบโครเมียรมดำ
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • วัสดุตกแต่งภายในบริเวณหัวเกียร์ - หุ้มหนังตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน
  • พวงมาลัยทรงสปอร์ตตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินปรับได้ 4 ทิศทาง หุ้มด้วยหนัง
  • แผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุหุ้มหนังสังเคราะห์ - หน้า-หลัง แบบเดินตะเข็บ
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Airbags)
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning system (BSW)
  • เทคโนโลยีตรวจจับวตถุด้านหลังรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2562

ชมโฉม All-New Nissan Versa (หรือที่รู้จักในชื่อ Almera ) ว่าที่อีโคคาร์เฟส 2 เมืองไทยเจอกันปลายปี

  ค่าย Nissan ได้ฤกษ์ในการเปิดตัว All-New Nissan Versa หรือที่คนไทยคุ้นในชื่อ Almera โดยมีการเปิดตัวที่งาน Tortuga Music Festival ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ซึ่งคนไทยต้องจับตาดูให้ดีเพราะจะกลายเป็นอีโคคาร์เฟส 2 ที่จะเปิดตัวในไทยช่วงปลายปีนี้

  รูปโฉมนั้นเสมือนว่าเป็น Nissan Altima ย่อส่วนกันเลยทีเดียว ด้วยด้านหน้าที่มากับกระจังหน้าทรง V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยไฟหน้าดีไซน์เฉียบคมและกันชนที่ออกแบบให้รับกับกระจังหน้า เส้นสายด้านข้างมีความเพรียวบาง และแน่นอนช่วงประตูท้ายบริเวณเสา C ที่ออกแบบแนวหลังคาในแบบ Floating Roof อันเป็นเอกลักษณ์ ต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายที่มากับโคมไฟท้ายแนวนอนทรงเรียวที่ดูสวยงามสะกดสายตามากขึ้น

  ภายในห้องโดยสารจะใช้คอนโซลร่วมกับ Nissan Micra แทบทั้งดุ้น ซึ่งมีการออกแบบที่ค่อนข้างสวยงามและดูทันสมัย ในภาพจะเป็นเกรด SR ที่ถือเป็นรุ่นระดับท็อปของ Versa โดยจะมากับพวงมาลัย 3 ก้านทรงคุ้นตาแบบฐานตัดแบบหุ้มหนัง แผงหน้าปัดวัดความเร็วแบบอนาล็อคพร้อมมาตรวัดรอบและจอแสดงผลดิจิตอลขนาดใหญ่ คอนโซลหน้าและแผงประตูมีการบุนุ่มและเดินด้ายสีส้ม นอกจากนี้แผงประตูยังมีการตกแต่งด้วยวัสดุลายคาร์บอนไฟเบอร์ด้วย ส่วนตรงกลางแดชบอร์ดจะเป็นตำแหน่งของหน้าจอสัมผัสที่ออกแบบให้ดูลอยตัวโดดเด่นบนคอนโซล มาพร้อมการรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto 

  Nissan ยังไม่ได้ปล่อยรายละเอียดของตัวรถมามาก แต่ก็ยืนยันได้ว่าในรุ่นเริ่มต้นจะได้กุญแจ Keyless Entry , Remote Start และกระจกหน้าต่างไฟฟ้า ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อออปชั่นหลายอย่างเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นเบาะที่นั่งด้านหน้าปรับอุ่นได้ หรือ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

  ด้านระบบความปลอดภัย Nissan ยังมีการติดตั้งชุดระบบ Nissan Safety Shield 360 พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาด้านข้าง Blind Spot Warning , ระบบช่วยเตือนมุมอับด้านหลังขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert, ระบบเตือนคนขับอัจฉริยะเมื่อขับระยะทางไกล Intelligent Driver Alertness และ Intelligent Cruise Control สำหรับในรุ่นระดับท็อปจะมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม ได้แก่ ระบบเบรกอัตโนมัติและป้องกันการชนคนเดินถนน Automatic Emergency Braking with Pedestrian Detection, ระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง Rear Automatic Braking, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist

  ขุมพลังในสหรัฐอเมริกาจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตรเหมือนเดิมแต่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีพละกำลังอยู่ที่ 124 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

(สำหรับตลาดไทยนั้น ตามข้อกำหนด Eco Car Phase 2 ที่ให้ใช้เครื่องยนต์เบนซินไม่เกิน 1.3 ลิตร จึงเป็นไปได้ที่จะยกเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรเทอร์โบบล็อกใหม่ที่เพิ่งแนะนำใน Micra โฉมยุโรป มากับพละกำลังทั้งหมด 100 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ CVT และเป็นไปได้ว่าเมืองไทยอาจจะมีการปรับจูนเครื่องยนต์เพื่อให้ผ่านข้อกำหนดดังกล่าว)

   All-New Nissan Versa จะจำหน่ายในสหรัฐฯช่วงฤดูร้อนหรือประมาณเดือนมิถุนายนนี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 12,460 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 397,000 บาท สำหรับเมืองไทยรอติดตามความเคลื่อนไหวได้ในช่วงปลายปีนี้

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2562

Nissan Almera Sportech SV รุ่นย่อยใหม่เติมแต่งความสปอร์ตส่งท้ายก่อนโฉมใหม่จะมา

  แม้ว่าอีโคคาร์ซีดานรุ่นขายดีของค่ายเพื่อนที่แสนดีอย่าง Nissan Almera ใกล้จะเปลี่ยนโฉมเต็มแก่แล้ว และมีลุ้นว่าปลายปีนี้จะได้เห็นกันด้วย และล่าสุดทาง Nissan ขอกระตุ้นตลาดอีกครั้งด้วยการแนะนำ "Nissan Almera Sportech SV" รุ่นย่อยใหม่สุดพิเศษซึ่งน่าจะเป็นรุ่นทิ้งท้ายแล้ว

  Nissan Almera Sportech SV ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมจากรุ่น E Sportech โดยรายละเอียดที่มีการเพิ่มเติมเข้ามาก็จะมีดังนี้
- ชุดครอบกันชนหน้า และชุดครอบกันชนด้านล่างดีไซน์สปอร์ต
- สปอยเลอร์หลังสีดำ ดีไซน์สปอร์ตใหม่
- สเกิร์ตข้างใหม่พร้อมชุดครอบสเกิร์ตข้าง ดีไซน์สปอร์ต
- สเกิร์ตหลังใหม่พร้อมชุดครอบสเกิร์ตหลังดีไซน์สปอร์ต
- ชุดคิ้วบันไดสแตนเลส
โดยราคาค่าตัวนั้นจะอยู่ที่ 550,000 บาท เพิ่มจากรุ่น E Sportech 13,000 บาท

รายละเอียดของ Nissan Almera 1.2E Sportech SV ราคา 550,000 บาท
- เครื่องยนต์เบนซิน HR12DE ความจุ 1.2 ลิตร DOHC 3 สูบ พละกำลังสูงสุด 79 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT
- ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง / ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง
- ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า EPS
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน /ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรก
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
- ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วปัดเงาลายสปอร์ต พร้อมยาง 185/65 R15
- ไฟหน้าแบบฮาโลเจนภายในสีโครเมียมรมดำ
- ระบบไฟหน้า Follow-me-home
- กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถแบบสปอร์ต
- ไฟเลี้ยวด้านข้างบนกระจกมองข้าง
- ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา
- กระจังหน้าแบบโครเมียมรมดำ
- กระจกมองข้าง สีเดียวกับตัวรถ
- กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า
- สปอยเลอร์หลังสีดำ
- กระจกไล่ฝ้าหลัง
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Light)
- สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง
- สัญลักษณ์ Sportech ด้านท้ายรถ
- ชุดตกแต่งปลายท่อไอเสีย
- ชุดแต่ง Sportech SV Package
  • ชุดครอบกันชนหน้า
  • ชุดครอบกันชนหน้าด้านล่าง
  • ชุดครอบสเกิร์ตข้าง
  • ชุดครอบสเกิร์ตหลังดีไซน์ใหม่
  • สปอยเลอร์หลังสีดำ
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
- ตกแต่งภายในสีเงิน
- ชุดคิ้วบันไดสแตนเลส
- พวงมาลัยหุ้มหนังปรับสูง-ต่ำได้ ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน
- กระจกไฟฟ้า พร้อม Anti-jam Protection ด้านคนขับ
- กุญแจรีโมท (ประตูและกระโปรงท้าย)
- ระบบเซ็นทรัลล็อก
- มาตรวัด Analog แบบเรืองแสง
- มาตรวัดรอบและมาตรวัดแสดงอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
- มาตรวัดอัจฉริยะแสดงระยะเข้ารับบริการ
- นาฬิกาดิจิตอลบนหน้าปัด
- เสียงสัญญาณเตือนลืมปิดไฟหน้าและระบบเตือนลืมกุญแจ
- เบาะนั่งคนขับ ปรับสูง-ต่ำ เลื่อนหน้า-หลังและปรับเอนได้
- ไฟอ่านแผนที่และไฟห้องสัมภาระท้าย
- ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V
- ระบบเครื่องเสียง วิทยุ CD MP3 แบบ 1 แผ่น พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง
- วัสดุหุ้มเบาะ ผ้าสีดำแบบสปอร์ต พร้อมตะเข็บสีแดง

ระบบความปลอดภัย
- ถุงลม SRS คู่หน้า
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า แบบ ELR 3 จุด และเข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลังแบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่งและ 2 จุด 1 ตำแหน่ง
- ระบบเบรกกันล้อล็อค ABS พร้อม EBD และ BA
- สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลัง
- ประตูหลังมีระบบป้องกันเด็กเปิดจากภายในรถ
- ระบบโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย Zone Body Concept
- ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
   

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562

ครั้งแรกกับภาพรถทดสอบ All-New Nissan Versa / Almera วิ่งทดสอบที่สหรัฐฯ เมืองไทยเจอกันประมาณปลายปี!

    มีข่าวคราวว่าภายในช่วงปลายปีนี้นั้น จะมีการเปิดตัวอีโคคาร์ซีดานยอดนิยมอย่าง All-New Nissan Almera ในประเทศไทย ซึ่งมันก็สมควรแก่เวลาแล้วเพราะว่าโฉมปัจจุบันก็ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2011 ส่วนตลาดสหรัฐฯจะทำตลาดในชื่อ Nissan Versa และล่าสุดก็มีคนสามารถจับภาพรถทดสอบเจเนเรชั่นใหม่ของซับคอมแพกต์ซีดานคันนี้กันได้แล้ว

  จากภาพจะเห็นได้ว่ารถยังคงพรางด้วยสติ๊กเกอร์ที่ค่อนข้างหนาแน่น แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือส่วนท้ายที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Nissan Altima โฉมล่าสุด เช่นเดียวกับด้านหน้าที่ดูทรงแล้วก็รู้ว่าจะมากับการออกแบบที่เป็นไปตามแนวทาง Nissan ยุคใหม่ คล้ายกับ Nissan Micra หรือ Altima โฉมล่าสุดนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าจะมากับกระจังหน้า V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์

  ทรวดทรงตัวถังยังคงรักษาเอกลักษณ์เหมือนรุ่นปัจจุบัน กระจกมองข้างย้ายตำแหน่งติดตั้งมาไว้ที่ตัวประตูจากรุ่นปัจจุบันที่ติดตั้งแนวเดียวกับกระจก และมีแนวโน้มว่าประตูท้ายจะมาดีไซน์แนวหลังคาลอยหรือ Floating Roof แบบ Nissan รุ่นใหม่ๆอีกด้วย

  ภายในห้องโดยสารนั้นดูเหมือนว่าจะยกดีไซน์การออกแบบใน Nissan Micra มาแทบทั้งดุ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของช่องแอร์ตรงกลางและตำแหน่งการติดตั้งหน้าจอสัมผัส นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นพวงมาลัย 3 ก้านสหกรณ์แบบที่ใช้ใน Nissan ยุคใหม่ด้วย

  All-New Nissan Versa / Almera จะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม CMF-B เหมือนกับ Nissan Micra โฉมล่าสุด ดังนั้นในเมื่อเมืองไทยที่ดูทรงแล้วจะไม่เอา Nissan Micra โฉมล่าสุดมาขาย แต่อย่างน้อยเราก็ยังมีโอกาสได้ใช้ร่างทรงโฉมซีดานของ Almera แน่นอน เพราะรุ่นนี้ถือเป็นรถเก๋งรุ่นขายดีในไทยเลยก็ว่าได้ มีหรือจะพลาด!

  ทางด้านขุมพลังนั้น คาดว่าจะมีการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร 3 สูบเทอร์โบ ที่ยกมาจาก Micra มากับพละกำลังทั้งหมด 100 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 160 นิวตัน-เมตร และมีระบบส่งกำลังให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT

  การเปิดตัวนั้น คาดว่าจะมีขึ้นในตลาดจีนก่อนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนตลาดไทยนั้นคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ในฐานะ Eco Car Phase 2 ซึ่งจะมาท้าชนกับ All-New Honda City ทื่เตรียมเข้าโครงการ Eco Car Phase 2 ซึ่งต้องบอกเลยว่า งานนี้สนุกแน่นอน!

ที่มา Motor1

  

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box