แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซีวิค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซีวิค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เจาะข้อมูลสเปคและออปชั่นแต่ละรุ่นย่อยของ All-New Honda Civic เวอร์ชั่นไทย เปิดราคาจำหน่าย 964,900-1,199,900 บาท

ข้อมูลสเปคและออปชั่นแต่ละรุ่นย่อยของ All-New Honda Civic เจเนเรชั่นที่ 11
* ทุกรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC Turbo พละกำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,700-4,500 รอบต่อนาที ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT
* มิติตัวถังภายนอก ยาว 4,678 มิลลิเมตร กว้าง 1,802 มิลลิเมตร สูง 1,415  มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,733 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 126 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 47 ลิตร น้ำหนักรถ 1,312-1,334 กิโลกรัม
* ระบบพวงมาลัยแบบดูอัลพิเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (DP-EPS) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร
* ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน / ระบบเบรกหลังแบบดิสก์เบรก
* ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง / ระบบกันสะเทือนหลังมัลติลิงก์อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง

สีตัวถังภายนอกมีให้เลือก 6 สี ได้แก่
- สีแดง Ignite Red Metallic (เฉพาะรุ่น RS)
- สีฟ้า Morning Mist Blue Metallic (เฉพาะรุ่น EL และ EL+)
- สีขาวมุก Platinum White Pearl (บวกเพิ่ม 10,000 บาท)
- สีเทา Meteoroid Grey Metallic
- สีดำมุก Crystal Black Pearl (บวกเพิ่ม 6,000 บาท)
- สีเงิน Lunar Silver Metallic


รุ่น EL ราคา 964,900 บาท
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์
  • ไฟ LED Daytime Running Lights
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
  • มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลา
  • ท่อไอเสียแบบคู่
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • สีภายในสีเทาเบจ/ดำ (ขึ้นอยู่กับสีภายนอก)
  • เบาะผ้า
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท Remote Engine Start
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ One Push Ignition System
  • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ Honda Smart Key System
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • กระจกไฟฟ้าคู่หน้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ
  • พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advance Touch ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
  • ช่องต่อ USB 1 ตำแหน่ง
  • ลำโพง 4 ตัว
  • โหมดการขับขี่ ECON + NORMAL
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • มาตรวัดหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT 7 นิ้ว
ระบบความปลอดภัย
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Drive Attention Monitor
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่งปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX & Child Anchor
  • ระบบป้องกันล้อล็อคและระบบกระจายแรงเบรก ABS & EBD
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
  • ระบบล็อคประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed)
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immoblizer พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ชุดระบบความปลอดภัย Honda Sensing
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS)
    • ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS)
    • ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam (AHB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF)
    • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ Lead Car Departure Notification System (LCDN)

รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท (เพิ่มเงิน 45,000 บาทจากรุ่น EL)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • เบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 3 ตำแหน่ง
  • ลำโพง 8 ตัว
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น EL)
  • ไม่มีอะไรต่างจากรุ่น EL
รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท (เพิ่มเงิน 190,000 บาทจากรุ่น EL)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น EL+)
  • ไฟหน้าแบบ LED
  • มือจับประตูด้านนอกสีดำ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลา พร้อมระบบปรับน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ท่อไอเสียแบบคู่ พร้อมปลายท่อไอเสีย
  • สปอยเลอร์หลังแบบ Wing
  • เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น EL+)
  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งหุ้มหนังกลับและวัสดุหนังสังเคราะห์ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
  • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ Honda Smart Key System พร้อม Honda Smart Key Card
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวา
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger
  • แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แขข TFT 10.2 นิ้ว
  • ระบบนำทางเนวิเกเตอร์
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advance Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 4 ตำแหน่ง
  • ลำโพง 8 ตัว
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect
  • โหมดการขับขี่ ECON + NORMAL + SPORT
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น EL+)
  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda LaneWatch
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง




วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563

Honda Civic Type R Minor Change ปรับดีไซน์นิดหน่อย เน้นปรับด้านการขับขี่

  ภายหลังการปรับโฉมให้กับ Honda Civic ทั้งโฉมซีดาน แฮตซ์แบ็ค และตัวแรง Si แล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของตัวแรงสุดอย่าง Type R ที่ต้องปรับโฉมใหม่แล้วตามมา

   โดยรถมีการเปิดตัวภายในงาน Tokyo Auto Salon 2020 ที่ผ่านมา การปรับเปลี่ยนภายนอกจะมากับกระจังหน้าใหม่ที่มีช่องรับอากาศใหญ่ขึ้น ตกแต่งกันชนหน้าและกันชนท้ายใหม่ และยังมีสีภายนอกใหม่ สีน้ำเงิน Boost Blue ด้วย

   ภายในห้องโดยสาร (ไม่มีภาพปล่อยออกมา) ผู้ใช้จะพบกับพวงมาลัยใหม่ที่หุ้มด้วย Alcantara และหัวเกียร์ใหม่ที่มาพร้อมการเปลี่ยนเกียร์ที่สั้นลง ติดตั้งระบบสร้างเสียงเครื่องยนต์ปลอม Active Sound Control ที่เพิ่มความเร้าใจของเสียงเครื่องให้ดุดันขึ้นไปอีก และแน่นอนว่ายังติดตั้งชุดความปลอดภัย Honda Sensing มาให้เป็นมาตรฐานในทุกเกรดการแต่ง อันประกอบไปด้วย
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) 
  • ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS) 
  • ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam (AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF)
 ระบบช่วงล่างด้านหน้าที่ปรับเปลี่ยนใหม่นั้นมีผลให้แรงเสียดทานลดลงและปรับปรุงความรู้สึกของพวงมาลัยใหม่ด้วย นอกจากนั้นแล้วทาง Honda ยังปรับปรุงตัวหน่วงการสั่นสะเทือนให้นุ่มนวลขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะด้วยบูชด้านหลังที่แข็งแกร่งขึ้นด้วย

  เครื่องยนต์ยังคงเดิม โดยติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จเจอร์ 4 สูบความจุ 2.0 ลิตร พละกำลัง 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร  ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดพร้อมระบบระบบขับเคลื่อนและเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป

  โหมดการขับขี่ยังคงมีให้เลือก 3 โหมดเช่นเดิม ได้แก่ Comfort, Sport และ + R ในแต่ละโหมดจะปรับแต่งฮาร์ดแวร์ให้เหมาะกับสถานการณ์ต่าง ๆ  สามารถปรับช่วงล่างให้แข็งหรืออ่อนลงได้ รวมทั้งปรับน้ำหนักพวงมาลัย และการตอบสนองคันเร่งได้ด้วย

   Civic Type R ที่ได้รับการอัปเดตใหม่จะเปิดตัวในสหรัฐก่อนสิ้นฤดูหนาว (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์) และจะประกาศราคาค่าตัว ณ ตอนนั้น

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

Honda Civic Hatchback Minor Change ปรับโฉมเล็กน้อย จัดเต็มความปลอดภัย Honda Sensing

  หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเปิดตัว Honda Civic Hatchback Minor Change ไปเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดตอนนี้เมืองไทยก็ได้เปิดตัว Honda Civic Hatchback Minor Change เช่นกัน ในระยะห่างแค่ไม่ถึง 3 เดือนเท่านั้น

  การเปลี่ยนแปลงภายนอกถือว่าเล็กน้อยมากๆ คราวนี้ตัวรถได้ถูกยกระดับไปเป็นเกรด RS แล้ว ภายนอกมากับกันชนหน้าและท้ายใหม่ที่เติมเส้นเข้าไปเล็กน้อยเท่านั้น เสริมด้วยชุดแต่งภายนอกของ RS ทั้งโลโก้ RS ที่กระจังหน้า คิ้วขอบประตูปรับใหม่เป็นสีดำเงา มือจับประตูด้านนอกโครเมียมรมดำ และที่หลายคนอยากให้มีมากก็คือ ท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลางสไตล์สปอร์ต นอกจากนี้ยังได้ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วลายเดียวกับ Civic โฉมซีดาน 


  ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งเหมือน Civic Turbo RS โฉมซีดาน มีการเดินด้ายตะเข็บทีพวงมาลัยเบาะนั่งสีแดง เช่นเดียวกับมาตรวัดที่ปรับรายละเอียดใหม่เป็นสีแดงด้วย จอสัมผัสเพิ่มปุ่มกดแต่ยังคงเป็นจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ Advance Touch คราวนี้สามารถรองรับ Apple CarPlay ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับวัสดุการตกแต่งบนคอนโซลและแผงประตูใหม่ รวมทั้งแป้นคันเร่งและเบรกใหม่ดีไซน์สปอร์ต

  ขุมพลังยังคงมีทางเลือกเดียวคือ เครื่องยนต์เบนซินรหัส L15B7 เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ DOHC 16 วาล์ว พละกำลัง  173 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตรที่ 1,700 – 5,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันสูงสุด E20

  ระบบความปลอดภัยคราวนี้จะมีการติดตั้งชุดความปลอดภัย Honda Sensing มาให้ ซึ่งประกอบด้วย
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) 
  • ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS) 
  • ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam (AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF)
  Honda Civic Hatchback Minor Change  มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาโซนิค Sonic Gray Pearl (สีใหม่), สีแดง Rallye Red, สีขาว Platinum White Pearl, สีเทา Modern Steel Metallic และสีดำ Crystal Black Pearl,
*หมายเหตุ : สีเทาโซนิค (มุก), สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท และ สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

  โดย Honda Civic Hatchback Minor Change ยังคงมีทางเลือกเดียวคือ รุ่น TURBO RS ราคา 1,229,000 บาท (แพงกว่ารุ่นก่อน 60,000 บาท แพงกว่าตัวซีดาน 10,000 บาท)

  รายละเอียดและสเปครถอ่านได้ตามข้างล่างนี้ครับ
ข้อมูลสเปคและออปชั่น Honda Civic Hatchback Turbo RS ราคา 1,229,000 บาท
มิติตัวถังภายนอก ยาว 4,501 มิลลิเมตร กว้าง 1,799 มิลลิเมตร สูง 1,421 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,697 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 133 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 47 ลิตร
* ระบบพวงมาลัยแบบดูอัลพิเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (DP-EPS) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุเ 5.33 เมตร
* ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน / ระบบเบรกหลังแบบดิสก์เบรก
* ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง / ระบบกันสะเทือนหลังมัลติลิงก์อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก 
  • ไฟหน้าแบบ LED
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
  • มือจับประตูด้านนอกโครเมียมรมดำ
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลา พร้อมระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนหลัง
  • ท่อไอเสียแบบคู่ตรงกลางสไตล์สปอร์ต
  • ชุดตกแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ล้ออัลลอยขนาด 17x7J พร้อมยาง 215/50 R17
  • ขนาดยางอะไหล่ T125/80 D16 
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • สีภายในสีดำ
  • เบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์พร้อมตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง
  • วัสดุตกแต่งคอนโซลแบบ Piano Black
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ One Push Ignition System
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท Remote Engine Start
  • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ Honda Smart Key System
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
  • ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
  • เบาะหลังปรับพับ 60:40
  • ม่านปิดสัมภาระ
  • แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
  • ปุม ECON
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ Advance Touch รองรับ Apple CarPlay
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone
  • รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง
  • ช่องเชื่อมต่อ HDMI
  • ลำโพง 8 ตัว
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda Connect
ระบบความปลอดภัย
  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน Honda LaneWatch
  • กล้องมองภาพด้านหลังปรับได้ 3 ระดับ 
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ม่านถุงลมด้านข้าง
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่งปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX & Child Anchor
  • ระบบป้องกันล้อล็อคและระบบกระจายแรงเบรก ABS & EBD
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA
  • ระบบล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ Walk Away Auto Lock
  • ระบบล็อคประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed)
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immoblizer พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • ชุดความปลอดภัย Honda Sensing
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) 
    • ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS) 
    • ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam (AHB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF)

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2562

2020 Honda Civic Si ตัวแรงเวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ที่แน่นอนว่าไทยไม่มีขาย

  หลังจากที่มีการเผยโฉม  Honda Civic Hatchback Minor Change ไปแล้ว คราวนี้ก็เหลืออีกหนึ่งรหัสที่มีการปรับปรุงตามมาด้วย นั่นคือ "Civic Si" ที่มีพละกำลังความแรงเพิ่มขึ้นอีกระดับ (แรงสุดคือ Type R) ที่มีให้เลือกทั้งตัวถังซีดานและคูเป้

  ดีไซน์ภายนอกมีการปรับเล็กน้อยเท่านั้นเช่นเดียวกับ Civic Hatchback อีกทั้งยังมีการปรับปรุงการตอบสนองต่ออัตราเร่งให้ดีขึ้น และติดตั้งชุดระบบความปลอดภัย Honda Sensing เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น

  ภายนอกของรถจะปรับเพิ่มสีบริเวณแถบเส้นช่องกรอบไฟตัดหมอกให้เป็นสีเดียวกับตัวรถ กระจังหน้ายังคงเป็นสีดำเงาเหมือนเช่นเคย ส่วนไฟหน้าจะเป็นแบบ  Multi-Element LED ออกแบบให้ลำแสงส่องสว่างได้กว้างไกลขึ้น

  Civic Si ใหม่ยังมากับไฟตัดหมอก LED ใหม่และล้อสีดำเงาขนาด 18 นิ้วใหม่พร้อมยางแบบ all-season performance สำหรับตัวถังซีดานจะมีการปรับการตกแต่งบริเวณกันชนท้ายใหม่เล็กน้อยด้วย การตกแต่งภายในของ Civic Si ทั้งสองรุ่นมีเบาะนั่งแบบสปอร์ตที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยการเน้นสีแดงบริเวณตัวเบาะและแผงหน้าปัดที่แสดงรายละเอียดเป็นโทนสีแดง

  สำหรับเครื่องยนต์นั้น Honda ไม่ได้ปรับปรุงแต่อย่างใด โดยยังคงมากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบชาร์จ ความจุ 1.5 ลิตรที่ยังคงให้กำลังสูงสุด 205 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร การปรับปรุงนั้นจะอยู่ที่ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่ปรับให้มีอัตราทดสั้นลง ที่ทาง Honda เคลมว่า "ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่ดีขึ้น"

   ทางด้านระบบความปลอดภันั้น Civic Si ใหม่ได้รับการติดตั้งชุดความปลอดภัย Honda Sensing เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย ซึ่งประกอบด้วย
  • ระบบเตือนป้องการชนรถคันหน้า Forward Collision Warning (FCW)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและตรวจจับคนเดินถนนด้วยกล้องและเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรก Collision Mitigation Braking System (CMBS) 
  • ระบบแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist System (LKAS) 
  • ระบบแจ้งเตือนและช่วยเหลือเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam (AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF)
  Honda Civic Si ใหม่ยังติดตั้งระบบสร้างเสียงสงเคราะห์  Active Sound Control  ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสขึ้นในการขับขี่แบบหฤโหดอีกด้วย

  Honda Civic Si ใหม่จะมาถึงตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐฯวันที่ 6 กันยายนนี้ โดยมีราคาเริ่มต้นเท่ากันทั้งซีดานและคูเป้คือ 25,930 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 794,000 บาทไทย และแน่นอนว่ารุ่นนี้ไม่มีขายในไทยครับ

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ



Like Box