แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮูราคัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮูราคัน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2563

Lamborghini Huracan EVO RWD เวอร์ชั่นขับหลังของกระทิงดุจากอิตาลี

  เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่ Lamborghini เปิดตัว Huracan EVO หรือ Huracan รุ่น Minor Change ที่ได้รับการปรับปรุงโฉมและสมรรถนะใหม่  และล่าสุดทางค่ายก็ได้ทำการเปิดตัวเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลังของซูเปอร์คาร์ตัวแรงคันนี้ภายใต้ชื่อ "Lamborghini Huracan EVO Rear-Wheel Drive (RWD)"

  เห็นชื่อแล้วอาจจะดูแปลกๆ แต่ก็ไม่ใช่ชื่อที่แย่ที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถซุปเปอร์คาร์ของอิตาลี อย่างไรก็ตามทาง Lamborghini ให้สัญญาว่าจะ "ทำให้คนขับเป็นจุดศูนย์กลางของประสบการณ์การขับขี่" เช่นเดียวกับเจเนเรชั่นก่อนอย่าง Gallardo LP 550-2 ปี 2009 ที่นำระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD กลับมาสู่ไลน์อัพของ Lamborghini อีกครั้งในรอบหลายปี ต่อเนื่องมาจนถึง Huracan รุ่นก่อนปรับโฉม

    เครื่องยนต์ก็ยกมาจากรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อแต่นำมาปรับแต่งใหม่โดยใช้เครื่องเบนซิน V10 ที่ติดตั้งกลางลำตัวรถ เป็นเครื่องที่ไร้เทอร์โบ ความจุ 5.2 ลิตร สร้างพละกำลังสูงสุด 610 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 560 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังจะใช้เกียร์อัตโนมัติคลัตซ์คู่ 7 สปีดพร้อมระบบช่วยในการออกตัว Launch Control น้ำหนักตัวรถจะเบากว่ารุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ราวๆ 33 กิโลกรัม เหลือ 1,389 กิโลกรัม

  อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 3.3 วินาที (ช้ากว่า AWD 0.4 วินาที) และเร่งถึง 200 กม./ชม. ในเวลา 9.3 วินาที (ช้ากว่า AWD 0.3 วินาที) ส่วนท็อปสปีดจะอยู่ที่ 325 กม./ชม. เท่ากับ AWD

  Lamborghini กล่าวว่ารถขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้นทั้งในสภาพพื้นแห้งและเปียก สิ่งเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้ด้วยระบบควบคุมการลื่นไถล (P-TCS) ใหม่ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง โดยให้แรงบิดแม้ในขณะที่รถกำลังดริฟท์ก็ตาม

    ในขณะที่ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี "Normal" ช่วยในการแยกส่วนที่คมชัดและรอให้รถมีเสถียรภาพอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะส่งแรงบิดอีกครั้ง ระบบ P-TCS จะส่งแรงบิดล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดแรงบิดที่กะทันหันและทำให้แรงดึงดีขึ้นเมื่อออกจากหัวมุมเลี้ยว นอกจากนี้รถยังมีการนำเสนอโหมดการขับขี่ที่คุ้นเคย 3 โหมดที่เลือกผ่านปุ่มพวงมาลัย ได้แก่ โหมด “STRADA”  "SPORT" ละ "CORSA" 

    รุ่น RWD ที่มีการกระจายน้ำหนักด้านหน้า / ด้านหลัง แบบ 40/60 มาพร้อมกับสปริงเหล็กและตัวหน่วงไฮดรอลิก ทางด้านตัวหน่วงแม่เหล็กไฟฟ้า“ MagneRide” ก็มีให้เลือกเช่นกัน

   Lamborghini ได้ออกแบบดีไซน์ใหม่ให้กับ Huracan EVO RWD เล็กน้อยเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างรุ่นขับหลังกับขับสี่ โดยมากับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมลิ้นกันชนด้านหน้าขนาดใหญ่ กันชนหลังตกแต่งด้วยสีดำมันวาวสูงพร้อมครีบรีดอากาศใหม่ นอกจากนี้ยังได้ล้อขนาด 19 นิ้วลายใหม่หุ้มด้วยยาง Pirelli P Zero ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดยมีเบรกแบบระบายอากาศและ cross-drilled ในขณะที่ยังมีออปชั่นเพิ่มเติมเป็นล้อขนาด 20 นิ้วและเบรคคาร์โบเซรามิก

   ในสหราชอาณาจักร Huracan EVO RWD มีราคาเริ่มต้นที่ 137,000 ปอนด์ (ประมาณ 5,411,000 บาท) น้อยกว่ารุ่น AWD ประมาณ 28,000 ปอนด์ (ประมาณ 1,106,000 บาท)

   Lamborghini Huracan EVO RWD จะเริ่มส่งมอบในฤดูใบไม้ผลิหรือตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ส่วนตลาดไทยจะมีการเปิดตัวเมื่อไหร่ต้องติดตามครับ

ที่มา Carscoops
   
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ  

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

Lamborghini Huracan Evo Spyder กระทิงดุรุ่นใหม่เวอร์ชั่นเปิดหลังคา

  หลังจากการเปิดตัว Lamborghini Huracan Evo ตัวถัง Coupe หลังคาแข็ง ไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนมีนาคมนี้ทางค่ายกระทิงดุก็ได้เปิดตัว Lamborghini Huracan Evo Spyder ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นเปิดหลังคารับลมภายในงาน Geneva Motor Show 2019

  แน่นอนว่าซูเปอร์คาร์คันนี้จะมากับหลังคาผ้าใบที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าในเวลา 17 วินาทีขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม. ด้านหลังยังมีกระจกกั้นซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเปิดเพื่อรับฟังเสียงเครื่องยนต์ V10 อันทรงพลังก็ได้

  ก็เหมือนกับตัวถัง Coupe ในรุ่นเปิดประทุนจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 5.2 ลิตร V10 เหมือนเช่นเคย โดยมีพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรที่สูงสุดที่ 6,500  รอบ/นาที โดยมีน้ำหนักตัวถังไม่รวมของเหลวที่ 1,542 กิโลกรัม และอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก 2.41 กก./แรงม้า (PS)  มากับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.1 วินาที (ช้ากว่า Coupe 0.2 วินาที) หรือเร่งจนถึง 200 กม./ชม.ใน เวลา 9.3 วินาที (ช้ากว่า Coupe 0.3 วินาที) และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 325 กม./ชม. เท่าตัวถัง Coupe

  และเช่นเดียวกันนี้ ในรุ่นเปิดประทุนจะติดตั้งเทคโนโลยี Lamborghini Dinamica Veicolo Integrata (LDVI) ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลกลางที่ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ของรถในทุกแง่มุมได้ ซึ่งระบบนี้จะอาศัยการช่วยเหลือจากสมองกล Lamborghini’s Piattaforma Inerziale และยังรวมถึงระบบควบคุมพวงมาลัยที่ล้อหลัง , ระบบช่วยกระจายแรงบิดขณะเข้าโค้งที่ล้อทั้งสี่ล้อ , ระบบกันสะเทือนแบบแอคทีฟ megnetorheological ที่ปรับปรุงใหม่ , ระบบป้องกันการลื่นไถลแบบ Advance และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ได้รับการอัพเกรดใหม่

   Lamborghini Huracan Evo Spyder ยังมีการนำเสนอสีตัวถังใหม่ นั่นคือ สีเขียว Verde Selvans รวมทั้งล้อลายใหม่ขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง Pirelli P Zero

  ภายในห้องโดยสารมีการใช้วัสดุทั้งหนังแท้และหนัง Alcantara ผสมกัน โดยมีรายละเอียดการตกแต่งและการเดินด้ายตะเข็บตามสีตัวถังรถภายนอก ติดตั้งหน้าจอตรงกลางขนาด 8.4 นิ้ว สามารถควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวนิ้วหลายนิ้วได้ (multi-finger gesture control) รวมทั้งการรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานแบบสมาร์ทโฟนในตัว , เชื่อมต่อระบบนำทาง , วิทยุออนไลน์ และมีฮาร์ดดิสก์ความจุสูงในตัว อีกทั้งยังมีกล้องแบบ Dual-Camera Telemetry System

  Lamborghini Huracan Evo Spyder จะมีราคาเริ่มต้น 202,437 ยูโร หรือประมาณ 7,220,000 บาท ไม่รวมภาษีสรรพสามิตในไทย สุดท้ายสาวกต้องมารอดูกันว่ารุ่นนี้จะมาเปิดตัวในไทยเมื่อไหร่

ที่มา Carscoops
  

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562

Lamborghini Huracan Evo กระทิงดุมาดใหม่ พกพาม้า 640 ตัว 0-100 กม./ชม. 2.9 วินาที

  ค่ายกระทิงดุแห่งอิตาลี Lamborghini ได้ทำการเผยโฉม Huracan รุ่นปรับโฉมใหม่ ภายใต้ชื่อว่า "Huracan Evo" ที่มีการปรับโฉมภายนอกให้ภายในใหม่ เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ และอัปเกรดขุมพลังให้แรงขึ้นอีกด้วย

  ดีไซน์ภายนอกของรถมีการปรับปรุงงานออกแบบกันชนหน้าใหม่ที่มาพร้อมลิ้นสีดำ ออกแบบให้มีการไหลเวียนอากาศได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันช่องรับอากาศที่กันชนหน้ายังดีไซน์ในรูปแบบ Y-Shape อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญใน Lamborghini หลากหลายรุ่น นอกจากนี้ยังมีล้อลายใหม่ รวมทั้งช่องระบายอากาศด้านข้างดีไซน์ใหม่

  เช่นเดียวกับด้านท้ายที่มีการออกแบบใหม่ ตั้งแต่โคมไฟท้ายที่ปรับปรุงรายละเอียดใหม่ รวมทั้งดีไซน์กันชนท้ายให้มีความดุดันน่าเกรงขามขึ้น ท่อไอเสียมีการติดตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ด้านท้ายยังออกแบบให้มีสปอยเลอร์ในตัวเพื่อสร้างแรงกดให้กับรถเพิ่มขึ้น ด้วยการออกแบบทั้งหมดนี้ทางผู้ผลิตยังให้ข้อมูลว่า มันส่งผลต่อการสร้างแรงกดและมีแอโร่ไดนามิกที่ดีขึ้นถึง 5 เท่าตัวเมื่อเทียบกับ Huracan รุ่นแรก

  ภายในห้องโดยสารมีการหุ้มหนังแท้และหนัง Alcantara ในรูปมีรายละเอียดการตกแต่งแบบ Arancio Dryope  ซึ่งใช้โทนสีส้มรอบคัน เพื่อให้เข้ากับสีโปรโมทภายนอก สีส้ม Arancio Xanto นอกจากนี้ยังเลือกตกแต่งบริเวณคอนโซลกลางและแผงประตูด้วยลวดลายคาร์บอนผสมแบบพิเศษ Carbon Forged Composites หรือวัสดุคาร์บอนแบบพิเศษที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Lamborghini เพื่อให้เข้ากันกับไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับแต่งได้ หรือจะเลือกการตกแต่งภายในด้วยตัวเองโดยผ่านการตกแต่งโดย Ad Personam Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอของ Lamborghini

   อีกหนึ่งไฮไลต์ครั้งสำคัญคือการแทนที่ปุ่มต่างๆบริเวณคอนโซลกลางด้วยหน้าจอตรงกลางขนาด 8.4 นิ้ว สามารถควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวนิ้วหลายนิ้วได้ (multi-finger gesture control) รวมทั้งการรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานแบบสมาร์ทโฟนในตัว , เชื่อมต่อระบบนำทาง , วิทยุออนไลน์ และมีฮาร์ดดิสก์ความจุสูงในตัว อีกทั้งยังมีกล้องแบบ Dual-Camera Telemetry System

   ขุมพลังของรถจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 5.2 ลิตร V10 เหมือนเช่นเคย โดยมีพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรที่สูงสุดที่ 6,500  รอบ/นาที เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมถือว่ามีพละกำลังเพิ่มขึ้น 30 แรงม้า โดยมีน้ำหนักตัวรถไม่รวมของเหลวที่ 1,422 กิโลกรัม อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 2.9 วินาที หรือทะยานไปถึง 200 กม. / ชม. ในเวลา 9 วินาที  ในขณะที่การเบรกจาก 100 กม./ชม. จนหยุดนิ่งสามารถทำได้ในระยะ 31.9 เมตร ส่วนความเร็วสูงสุดของ Huracan EVO จะอยู่ที่ 325 กม./ชม

  Lamborghini Huracan Evo ยังมากับเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า Lamborghini Dinamica Veicolo Integrata (LDVI) ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลกลางที่ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ของรถในทุกแง่มุมได้ ซึ่งระบบนี้จะอาศัยการช่วยเหลือจากสมองกล Lamborghini’s Piattaforma Inerziale 

   คุณสมบัติด้านการขับขี่อื่นๆที่สำคัญก็จะมี ระบบควบคุมพวงมาลัยที่ล้อหลัง , ระบบช่วยกระจายแรงบิดขณะเข้าโค้งที่ล้อทั้งสี่ล้อ , ระบบกันสะเทือนแบบแอคทีฟ megnetorheological ที่ปรับปรุงใหม่ , ระบบป้องกันการลื่นไถลแบบ Advance และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ได้รับการอัพเกรดใหม่

    สำหรับราคาของ Lamborghini Huracan Evo จะมีราคาเริ่มที่ 261,274 ดอลลาร์หรือประมาณ 8,351,000 บาทไทย ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิต สำหรับเศรษฐีชาวไทยนั้นแน่นอนว่าทาง Lamborghini เมืองไทยไม่พลาดที่จะเอารุ่นนี้มาขายแน่นอน แต่จะมาเมื่อไหร่ต้องติดตาม

ที่มา Carscoops

Like Box