แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โฟล์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โฟล์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563

Volkswagen e-Bulli รถตู้ทรงคลาสสิกพลังไฟฟ้าที่ดัดแปลงมาจาก VW T1 Samba Bus

   ที่คุณเห็นอยู่นี้ก็คือ VW T1 Samba Bus รถตู้สุดคลาสสิกที่มีขุมพลังไฟฟ้าที่ทันสมัยจาก Volkswagen EV รุ่นล่าสุด ซึ่งมันจะไม่ได้ถูกทำออกมาแค่คันเดียว เพราะบริษัท eClassics ผู้เป็นพันธมิตรของ VW Commercial Vehicles กำลังวางแผนที่จะนำเสนอการแปลงรถตู้ T1 ธรรมดาให้กลายเป็นรถตู้ไฟฟ้าในชื่อ "e-Bulli" 

   ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 83 แรงม้า ซึ่งมาแทนที่เครื่องยนต์เบนซินแบบบ็อกเซอร์ 4 สูบพละกำลัง 44 แรงม้า (PS) มอเตอร์ไฟฟ้ายังให้แรงบิดสูงถึง 212 นิวตันเมตร มากกว่าเครื่องยนต์ดั้งเดิม (102 นิวตันเมตร) ถึง 2 เท่า

   e-Bulli จะมีความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 130 กม./ชม. เท่านั้นเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ทำงานหนักไป แต่ก็ยังถือว่าเร็วกว่า 105 กม. / ชม. ที่เป็นท็อปสปีดจากเครื่องดั้งเดิม

  มอเตอร์ไฟฟ้าเชื่อมต่อกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 1 สปีดที่มากับคันเกียร์ที่อยู่ระหว่างเบาะนั่งด้านหน้า โดยฐานเกียร์จะบอกตำแหน่ง P, R, N, D และ B สำหรับ "B" จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการกู้คืนพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่เมื่อเบรก

   เช่นเดียวกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์เก่า มอเตอร์ไฟฟ้าและระบบส่งกำลังจะติดตั้งที่ด้านหลังของ VW e-Bulli พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 45 kWh ที่ติดตั้งบนพื้นรถส่งผลให้รถสามารถวิ่งได้ในระยะทางมากกว่า 200 กิโลเมตร และสามารถชาร์จได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใน 40 นาทีโดยใช้การหัวชาร์จเร็วแบบกระแสตรงขนาด 50 kW

   อีกส่วนหนึ่งของ VW e-Bulli ที่ได้รับการดัดแปลงเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบร่วมสมัยมากขึ้นคือแชสซีส์ ที่ทางวิศวกรได้ออกแบบใหม่โดยใช้เพลาหน้าและหลังแบบมัลติลิงค์พร้อมโช้คอัพแบบปรับระดับได้และสตรัทแบบ Coil-over, นอกจากนี้ยังมีระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็คแอนด์พิเนียนและดิสก์เบรกเบรกพร้อมระบบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ

  VW e-Bulli ยังมีการปรับปรุงการออกแบบภายนอกและภายใน ด้านนอกมากับสีตัวถังสีทูโทน ส้ม Energetic Orange Metallic และทอง Golden Sand Metallic MATTE, ไฟหน้าทรงกลม LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights และไฟแสดงสถานะการชาร์จ LED ที่ด้านหลัง

   การตกแต่งภายในมาในสีทูโทน Saint Tropez และส้ม Saffrano Orange, พื้นรถที่ตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็ง, คันเกียร์อัตโนมัติดีไซน์ร่วมสมัย, ปุ่ม Start/Stop สำหรับมอเตอร์ไฟฟ้า, มาตรวัดความเร็วดีไซน์คลาสสิกผสมผสานกับจอบอกข้อมูลร่วมสมัย, จอแท็บเล็ตที่ติดตั้งบริเวณเพดานหลังคาและวิทยุสไตล์ย้อนยุคแต่ใข้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

  สำหรับค่าแปลงรถตู้คลาสสิกให้กลายเป็ย VW T1 e-Bulli EV อย่างที่เห็นนี้นั้น จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่  64,900 ยูโร (ประมาณ 2,358,000 บาท)

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

All-New Volkswagen Caddy รถเพื่อการพาณิชย์โฉมใหม่ ขนของก็ได้ ขนคนก็ดี

   ยักษ์ใหญ่เยอรมัน Volkswagen ได้เผยภาพของ All-New Volkswagen Caddy รถเพื่อการพาณิชย์ไซส์กะทัดรัดที่มีให้เลือกตั้งแต่เกรด Cargo และ Maxi Cargo รวมไปถึงถึงเกรดท็อป Caddy PanAmericana  และยังรวมถึงรถมินิ MPV สำหรับครอบครัวด้วย Caddy Life MPV 

  ภายนอกมากับแนวการออกแบบตามสไตล์ VW ยุคใหม่ มากับไฟหน้าใหม่แบบ LED ล้อมรอบกระจังหน้าเพรียวบางและโลโก้ VW ตรงกลาง นอกจากนี้ยังมีส่วนกระจังหน้าด้านล่างพร้อมช่องระบายอากาศ และกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศสีเดียวกับกันชนอีกทั้งยังมีตะแกรงแบบรังผึ้งด้วย

VW Caddy Life MPV
  ด้านท้ายมากับไฟท้าย LED ทรงบางเฉียบที่ยาวกว่าลากจรดไปจนถึงหลังคา Caddy ใหม่ยังมีทางเลือกล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้วเป็นครั้งแรก มีทางเลือกฝาท้ายขนาดใหญ่บานเดียวหรือหรือประตูตู้กับข้าวขึ้นอยู่กับเกรดรุ่นที่เลือก เช่นเดียวกับประตูหลังแบบสไลด์ที่มีทั้งแบบบานเดียวหรือ 2 บาน มีระบบช่วยเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าสำหรับฝาท้ายและประตูสไลด์ นอกจากนี้รถยังถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้นด้วยเนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานลดลงจาก 0.33 เป็น 0.30

VW Caddy Cargo
   Caddy ใหม่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม MQB ช่วยให้รถตู้ขนาดกะทัดรัดคันนี้เข้าถึงเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่หลากหลายมากขึ้นจาก VW Golf เครื่องดีเซล TDI ที่มีพละกำลังตั้งแต่ 75-120 แรงม้า (PS) ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น “หนึ่งในเครื่องยนต์ดีเซลที่สะอาดที่สุดในโลก” ต้องขอบคุณระบบหัวฉีดคู่ (ตัวแปลงปฏิกิริยา SCR สองตัวพร้อมระบบฉีด AdBlue สองครั้ง) ที่ลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์

   ทางด้านเครื่องยนต์เบนซินจะเป็นเครื่องเทอร์โบชาร์จเจอร์ TSI พละกำลัง 116 แรงม้า (PS)  และเครื่องยนต์ทเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ TGI ที่มีกำลังอัดมากแต่ยังระบุรายละเอียดชัดเจน เครื่องยนต์ทั้งหมดสอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ ยูโร 6 ปี 2021 และติดตั้งตัวกรองฝุ่นละอองอีกด้วย ทาง VW กล่าวว่าเครื่องเหล่านี้มีปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลดลงมากถึง 12 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ไม่มีการพูดถึงสายพันธุ์ไฮบริดอ่อนที่มีข่าวลือ 48 โวลต์หรือการทำซ้ำแบบไฟฟ้าทั้งหมดซึ่งอาจได้รับความอนุเคราะห์จาก ABT Sportsline

   Caddy รุ่นใหม่จะมีเพลาคานบิดแบบใหม่พร้อมสปริงเพื่อรับมือกับน้ำหนักบรรทุกที่มากขึ้น ซึ่งจะแทนที่เพลาแข็งของรุ่นก่อนหน้าด้วยแหนบ VW ยังให้คำมั่นสัญญาด้วยว่าจะเพิ่มพื้นที่รองรับได้ทั้งผู้โดยสารหรือสินค้าด้วยรุ่น Caddy Maxi ที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับพาเลทยูโร 2 ชิ้น

VW Caddy Maxi Cargo
  การเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มแบบ Modular ส่งผลให้ Caddy โฉมใหม่นั้นติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ใหม่ ๆ และระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ โดยติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่กว่า 19 ระบบซึ่งเป็นระบบใหม่ 6 ระบบ รวมไปถึง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Travel Assist adaptive cruise control พร้อมฟังก์ชั่น Stop & go, ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง Trailer Assist และ ระบบเตือนมุมอับด้านข้างพร้อมเตือนการชนจากทางด้านหลัง Side Assist with Rear Traffic Alert

   สำหรับหน้าจออินเทอร์เฟซมัลติมีเดียนั้น VW มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 6.5 นิ้วถึง 10 นิ้วและมีหน้าปัดดิจิตอล Digital Cockpit เป็นออปชั่นเสริม แดชบอร์ดได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น มากับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่ หัวเกียร์ดีไซน์ใหม่สำหรับเกียร์อัตโนมัติ เบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และปุ่ม "Light & Sight" ที่อยู่ทางด้านซ้ายของพวงมาลัย และสามารถใช้กุญแจ Keyless Access ได้เป็นครั้งแรก

   VW Caddy โฉมใหม่ทั้งหมดจะเปิดตัวในปลายปีนี้ในรูปแบบรถขนของ Cargo (หน้าต่างทึบ), รุ่นฐานล้อยาว Estate (พร้อมหน้าต่างห้องโดยสาร) และ MPV สำหรับโดยสารโดยเฉพาะ รวมทั้งเสนอรูปแบบการตกแต่ง 3 แบบ ได้แก่ Caddy, Life และ Style

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Volkswagen Golf GTI, GTE & GTD สามตัวแรง มีให้เลือกครบทั้งเบนซิน ดีเซล และ Plug-In Hybrid

  และในที่สุด VW ก็ได้เปิดผ้าคลุม Golf GTI เจเนเรชั่นที่ 8 รวมทั้งพี่น้องอย่าง GTE ที่เป็นขุมพลังแบบ Plug-In Hybrid  และรุ่นดีเซล GTD ซึ่งก่อนการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์อย่างเป็นทางการในงาน Geneva Motor Show

  ด้านหน้ารถมีการออกแบบกันชนหน้าใหม่ที่เป็นตะแกรงแบบรังผึ้งชิ้นเดียวที่โดดเด่น ที่โดดเด่นคงจะเป็นไฟตัดหมอกที่จัดวางในแบบ X-shaped ออกแบบการจัดวางให้เนียนไปกับกันชน ไฟหน้า LED จะได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐานแถบไฟ LED บาง ๆ ลากยาวเชื่อมไฟหน้า 2 ดวงเข้าด้วยกัน ในรุ่น GTI จะเป็นแถบไฟสีแดง , สีน้ำเงินสำหรับ GTE และ สีเงินสำหรับ GTD

   ล้ออัลลอยด์ริชมอนด์ขนาด 17 นิ้วลายใหม่จะถูกนำเสนอเป็นมาตรฐานสำหรับ Golf GTI แต่ VW ยังมีล้อขนาด 18 และ 19 นิ้วเป็นออปชั่นให้เลือกด้วย ขณะที่คาลิปเปอร์เบรคนั้นถูกพ่นด้วยสีแดงคลาสสิก และติดตั้งสเกิร์ตด้านข้างสีดำ

  ด้านท้ายของ VW Golf GTI ใหม่จะมากับ Diffuser ดีไซน์สปอร์ตพร้อมสปอยเลอร์บนหลังคา ไฟท้าย LED เป็นมาตรฐานและตัวอักษร GTI ใต้โลโก้ VW โดย Golf GTI, GTE และ GTD ใหม่นั้นมีความแตกต่างในรูปแบบการจัดวางท่อไอเสีย รุ่น GTI จะเป็นท่อคู่ซ้าย-ขวา, GTD จะได้ท่อคู่วางในตำแหน่งซ้ายและ GTE Plug-In Hybrid จะซ่อนท่อไว้แบบแนบเนียน

   พลังของ VW Golf GTI ใหม่นั้นมาจากเครื่องยนต์รหัส EA888 TSI ความจุ 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นมาตรฐาน แต่มีออปชั่นเป็นเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ Dual Clutch ให้เลือก ทาง VW ไม่ได้ปล่อยตัวเลขอัตราเร่งออกมาในตอนนี้และไม่ได้พูดถึงรุ่นตัวแรง TCR ที่มีข่าวลือว่าจะใช้เครื่องยนต์เดียวกันแต่ปล่อยพละกำลังออกมาได้ 295 แรงม้า (PS)

   Golf GTD ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร มีให้เลือกเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดแบบ Dual Clutch เท่านั้นและมีตัวแปลงเร่งปฏิกิริยา SCR 2 ตัวพร้อมหัวฉีด AdBlue แบบคู่

   ปิดท้ายด้วย Golf GTE ที่เป็นขุมพลังแบบ Plug-In Hybrid ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 1.4 ลิตร พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 112 แรงม้า รวมกำลังทั้งระบบ 242 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ DSG 6 สปีดเท่านั้น ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีขนาดใหญ่ขึ้น 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทาง VW อ้างว่าช่วยให้วิ่งด้วยโหมด ไฟฟ้าล้วนได้ในระยะทางถึง 60 กม. และยังทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 130 กม./ลืตร เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียวๆ

  สำหรับแชสซีส์รถนั้นมีการเพิ่มระบบควบคุมการขับเคลื่อนแบบไดนามิกใหม่ที่เรียกว่า "Vehicle Dynamics Manager" ระบบใหม่นี้จะควบคุมการดิฟล็อค XDS และระบบช่วงล่างแบบปรับระดับได้ DCC ซึ่งได้รับการแก้ไขสำหรับตระกูล Golf ตัวแรงทั้งหมดนี้โดยเฉพาะ โดย Golf GTI และ GTD จะมีความสูงที่เตี้ยกว่ารุ่นมาตรฐานราวๆ 0.6 นิ้ว

   ณ ตอนนี้ VW อนุญาตให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ได้ล่วงหน้าที่จะมีทั้งโหมด Comfort, Eco และ Sport สั่งการได้ผ่านปุ่มดิจิตอล รวมทั้งยังปรับให้สบายขึ้นหรือสปอร์ตขึ้นก็ยังได้ โดยจะปรับโช้คอัพรถให้เข้ากับโหมดที่เลือก

    การตกแต่งภายในของ Golf GTI, GTE และ GTD ใหม่นั้นจะประกอบไปด้วยพวงมาลัยทรงสปอร์ตใหม่พร้อมระบบควบคุมแบบสัมผัส หัวเกียร์ขนาดเล็ก และเบาะนั่งทรงสปอร์ต

  นอกจากนั้นแล้วยังมีแผงหน้าปัดดิจิตอล 10.25 นิ้ว ที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับระบบ Infotainment ขนาด 10 นิ้ว ปรับแสงสีภายในห้องโดยสารได้ถึง 30 สี อุปกรณ์มาตรฐานที่มีให้ยังครอบคลุมถึง ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินแบบอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจสอบคนเดินเท้า ระบบล็อคเฟืองท้ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ XDS และระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร Car2X

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

Like Box