แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ avant แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ avant แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562

Audi RS4 Avant Minor Change ปรับโฉมแวกอนเอาใจพ่อบ้านสายซิ่ง

  ค่ายสี่ห่วง Audi ได้ทำการเผยโฉมตัวแรงขวัญใจพ่อบ้านอีกหนึ่งคันนั่นคือ Audi RS4 Avant ที่ได้ทำการปรับโฉม Minor Change ตามรุ่นปกติ แต่เพิ่มความดุดันขึ้นตามสไตล์ตัวแรง RS

  ความแตกต่างของ RS4 Avant ที่มีการอัปเดตจากรุ่นก่อนหน้า แน่นอนคงหนีไม่พ้นก็คือไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่และมีไฟหน้าแบบ Matrix LED ให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม นอกจากนี้ยังมากับกระจังหน้าใหม่แบบ Singleframe ที่ออกแบบให้หน้ากว้างขึ้นและแบนลงพร้อมตะแกรงระบายอากาศลายรังผึ้งสีดำเงา

   ในส่วนของด้านข้างนั้นทาง Audi บอกว่าซุ้มล้อหน้าและล้อหลังนั้นถูกออกแบบให้กว้างกว่า A4 ปกติ 30 มิลลิเมตร สำหรับด้านหลังก็จะมากับโคมไฟท้ายใหม่แบบรุ่นปกติ กันชนท้ายใหม่ที่ดุขึ้นมาพร้อมกับครีบรีดอากาศสีดำใหม่

   การตกแต่งภายในนั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส MMI ขนาด 10.1 นิ้วของ Audi และชุดหน้าปัดดิจิตอล Audi Virtual Cockpit และมากับพวงมาลัย 3 ก้านดีไซน์สปอร์ตแบบฐานตัดหุ้มด้วยหนังอัลคันทาร่าและเดินด้ายตะเข็บสีแดง ที่ขาดไม่ได้คือเบาะนั่งทรงสปอร์ตเดินตะเข็บสีแดงพร้อมโลโก้ RS บริเวณตัวเบาะ

    Audi RS4 Avant Minor Change จะทำการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.9 ลิตร V6 แบบ twin-turbocharged สร้างพละกำลังได้สูงสุด 444 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม. ได้ในเวลาแค่ 4.1 วินาทีเท่านั้น
   
   Audi RS4 Avant Minor Change เริ่มจำหน่ายในยุโรปแล้ว และจะเริ่มส่งมอบรถล็อตแรกในเดือนธันวาคมโดยมีราคาเริ่มต้นที่ 81,400 ยูโร (ประมาณ 2,719,000 บาทไทย)

ที่มา Carscoops

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ชม Audi RS6 Avant แวกอนตัวแรงขวัญใจพ่อบ้านโฉมใหม่ล่าสุด พกพาความแรง 600 ม้า

  ค่ายสี่ห่วงเยอรมัน Audi ได้ทำการเผยโฉมรถแวกอนตัวแรงโฉมใหม่ล่าสุด RS6 Avant ก่อนจะมีการเปิดตัวต่อสาธารณชนภายในงาน Frankfurt Motor Show 2019 เดือนกันยายนที่กำลังจะมาถึง

  ด้วยขุมพลังความแรงที่มากับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ความจุ 4.0 ลิตรที่มากับพละกำลัง 600 แรงม้า 600 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ quattro สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.6 วินาที ก่อนที่จะทะยานไปยังความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. อันเป็นความเร็วที่ล็อคไว้ หากอยากได้ท็อปสปีดเพิ่มโปรดสั่ง Dynamic Package ที่จะเพิ่มเป็น 280 กม./ชม. หากยังไม่ได้ใจก็ต้องสั่ง Dynamic Package Plus ที่จะเพิ่มเป็น 306 กม./ชม.

   เครื่องบล็อกนี้ยังเป็นระบบ Mild-Hybrid ที่มากับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 48 โวลต์ซึ่งให้พลังงานกับระบบเทอร์โบไฟฟ้าเพื่อลดอาการรอรอบแบบเครื่องเทอร์โบทั่วไปด้วย

  เมื่อพูดถึงประสิทธิภาพแล้ว เจ้าแวกอนคันนี้มาพร้อมกับระบบกันช่วงล่างแบบถุงลม (Adaptive air suspension) และเฟืองท้ายแบบสปอร์ตที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งโดยการกระจายแรงบิดอไปยังล้อหลังแต่ละล้อ

  นอกจากนี้ยังมีระบบบังคับเลี้ยวที่ถูกปรับแต่งให้เหมาะสมซึ่งพวงมาลัยจะยิ่งคืนเร็วเมื่อหักเลี้ยวพวงมาลัยด้วยองศาที่มากขึ้น เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อระบบช่วงล่างสปอร์ต RS  Dynamic Ride Control ได้ด้วย

  Audi RS6 Avant มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 โหมดที่แตกต่างกัน ได้แก่ auto, comfort, dynamic ,efficiency และมีอีก 2 โหมดที่ไม่ซ้ำกันซึ่งใช้ชื่อว่า RS1 และ RS2 ที่สามารถกำหนดค่าได้อย่างอิสระและสามารถเรียกใช้โหมดเหล่านี้ได้ด้วยการกดปุ่ม RS Mode บนพวงมาลัย

   สำหรับการออกแบบภายนอกนั้น Audi ได้ยกระดับความดุดันเพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติ โดยมากับไฟหน้าทรง
เดียวกับ Audi A7 พร้อมกระจังหน้าแบบ Singleframe ตะแกรงรังผึ่งสีดำเงา เสริมด้วยช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ดีไซน์ดุ และลิ้นกันชนหน้าสีเงิน สเกิร์ตด้านข้างมีดีไซน์ที่ดูเกรี้ยวกราดขึ้น และสปอยเลอร์ท้ายรถดีไซน์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีล้อขนาดใหญ่พร้อมกับระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก ด้านท้ายมากับท่อไอเสียคู่และกันชนหลังดีไซน์ใหม่พร้อมครีบรีดอากาศหรือ diffuser ดีไซน์ดุดัน

   ห้องโดยสารยังคงพบกับแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ Infotainment พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วและจอแสดงผลควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 8.6 นิ้ว เบาะนั่งรถจะเป็นแบบสปอร์ตที่มีสัญลักษณ์ RS และพวงมาลัยฐานตัด มีการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน แป้นคันเร่งแบบโลหะผสมและติดตรา Quattro สีแดงบนแดชบอร์ด Audi ยังยืนยันอีกว่าหน้าปัดดิจิตอลนั้นยังถูกออกแบบการแสดงผลเฉพาะรุ่น RS ซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับแรงดันลมยาง, แรงบิด, กำลังเครื่องยนต์, อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง, แรงดันบูสท์, รอบเวลา, การวัดอัตราเร่ง และ แรงจี


ที่มา Carscoops

     ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box