วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Audi SQ7 TDI Minor Change เอสยูวีสี่ห่วงดีเซลพลังแรง

  ภายหลังการปรับโฉมใหญ่ให้กับ Audi Q7 รุ่นปกติไปแล้ว ก็ถึงคิวของตัวแรงอย่าง SQ7 TDI ที่มีการเปิดตัวตามมา  

  การเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปตาม Q7 รุ่นปกติ ความแตกต่างของการออกแบบภายนอกเมื่อเทียบกับรุ่นเก่านั้น ก็เห็นจะเป็นด้านหน้าที่มีการออกแบบใหม่ ทั้งในส่วนของไฟหน้า กระจังหน้าและกันชนหน้าเหมือนกับ Q7 รุ่นปกติ  กันชนท้ายมากับโคมไฟท้ายใหม่และแถบโครเมียมลากยาวเชื่อมไฟท้ายเข้าด้วยกัน ท่อไอเสียรุ่นเก่าซึ่งเป็นทรงสี่เหลี่ยมรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสถูกเปลี่ยนเป็นท่อทรงกลมและล้อลายใหม่

   เช่นเดียวกับภายในที่มีการเปลี่ยนคอนโซลยกใหญ่เหมือนกับ Q7 รุ่นปกติ ด้วยการเปลี่ยนคอนโซลหน้ายกเซตที่ยกมาจาก Q8 ซึ่งมากับการแสดงผลต่างๆแบบดิจิตอล โดยติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วซึ่งเป็นในส่วนของระบบ Infotainment หรือระบบนำทาง ถัดลงมาจะเป็นหน้าจอขนาด 8.7 นิ้วซึ่งเป็นที่ควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารและการตั้งค่าต่างๆภายในรถ และหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน หรือจะเลือกซื้อจอ Head-Up Display เพิ่มก็ได้

    ออปชั่นอื่นๆที่มีให้เลือกซื้อ ได้แก่ ระบบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัว Alexa, ฮอตสปอต Wi-Fi, ระบบสั่งการด้วยเสียง, ระบบแสดงจราจรแบบเรียลไทม์, ระบบการนำทางด้วย Google Earth, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน, ประตูปิดแบบ Soft Close, ระบบเครื่องเสียงคุณภาพจาก Bang & Olufsen ,แพคเกจควบคุมคุณภาพอากาศ, ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร Ambient Light ,ไฟหน้า LED HD Matrix และอื่น ๆอีกมากมาย

   ขุมพลังจะติดตั้ง  ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลความจุ 4.0 ลิตร V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ มากับพละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 900 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียงแค่ 1,000 รอบ/นาทีเท่านั้น โดยเอสยูวีสุดหรูพลังแรงคันนี้สามารถทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.8 วินาทีเท่านั้น ก่อนจะสิ้นสุดด้วยท็อปสปีดที่ถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 250 กม./ชม.  เครื่องบล็อกนี้ยังเป็นระบบ Mild-Hybrid ที่มากับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 48 โวลต์ซึ่งให้พลังงานกับระบบเทอร์โบไฟฟ้าเพื่อลดอาการรอรอบแบบเครื่องเทอร์โบทั่วไป

  นอกจากนี้ยังมากับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เป็นมาตรฐาน โดยส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Tiptronic  ติดตั้งระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อและเบรกคาร์บอนไฟเบอร์เป็นมาตรฐานทั้งหมด 4 ล้อ 
 
   Audi SQ7 Minor Change เปิดให้จองแล้วสำหรับลูกค้ายุโรป โดยรถจะมาถึงตัวแทนจำหน่ายทั่วยุโรปในช่วงปลายเดือนกันยายน ราคาในประเทศเยอรมนีจะเริ่มต้นที่ 94,900 ยูโร (ประมาณ 3,246,000 บาท) สำหรับรุ่น 5 ที่นั่งและ 96,420 ยูโร (3,298,000 บาท) สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง

ที่มา Carscoops

------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจออกรถ Mazda วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดหนักส่วนลด+ของแถม เพียงคุณแสดงตัวว่ากดติดตามเพจ Car News Update (แคปโพสต์ให้ดูด้วย) สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : anuntasooragath ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------


   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

All-New Toyota Majesty รถตู้สุดหรูค่ายสามห่วง คาดเปิดตัวเดือนสิงหาคมช่วงงาน Big Motor Sale 2019

 หลังจากเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Toyota ได้ทำการเปิดตัว All-New Toyota Commuter และ Hiace ใหม่ไปแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีเวอร์ชั่นหรูอีกหนึ่งเวอร์ชั่นตามมา นั่นคือ Toyota Ventury แต่ล่าสุดจากภาพรถทดสอบตามโซเชียลแล้วนั้น ยืนยันแล้วว่ารถตู้สุดหรูคันใหม่นี้จะมาในชื่อ "Toyota Majesty"

   หลายท่านคงคุ้นชื่อนี้กันพอสมควร เพราะว่าก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนปี 2006 ทาง Toyota ได้เปิดตัว Ventury Majesty ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร พร้อมเบาะภายในห้องโดยสารสุดหรูแบบ Exclusive Limousine Seat 7 ที่นั่งอีกทั้งยังเป็นเบาะหนังเกรด A และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในราคา 2,200,000 บาท แต่ก็ได้ยุติการจำหน่ายไปในปี 2010

  มาคราวนี้ชื่อ Majesty ได้ถูกปัดฝุ่นกลับมาอีกครั้ง! ตลาดไต้หวันจะใช้ชื่อว่า "Granvia" มีให้เลือกทั้งรุ่น 6 และ 9 ที่นั่ง ส่วนเมืองไทยอาจจะได้ 7 และ 11 ที่นั่งซึ่งอันนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน เอาเป็นว่าจะมาในรูปแบบไหนต้องติดตามครับ ด้านคู่แข่งสำคัญคงหนีไม่พ้น Hyundai H-1 และ Grand Starex

  ขุมพลังของรถในเวอร์ชั่นไต้หวันจะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV ความจุ 2.8 ลิตร มากับพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,400 - 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Sequential Shift ที่สำคัญยังมาพร้อมกับระบบช่วงล่างด้านหลังแบบคอยล์สปริง 4-link อีกด้วย

  ทางด้านระบบความปลอดภัยถือว่าค่อนข้างจัดเต็มมาก ซึ่งไทยจะมาเต็มแบบนี้หรือไม่ก็ต้องรอติดตาม แต่ที่ไต้หวันจะมีมาให้ดังนี้
ชุดระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ที่ประกอบด้วย 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control 
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB 
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS 
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ LKA 
นอกจากนั้นแล้วยังมี
  • ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS    
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD    
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA    
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC    
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC    
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ระบบ Brake Override System
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM    
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA    
  • กล้องมองภาพรอบคัน
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS

  และอีกเรื่องที่ทราบมาก็คือ All-New Toyota Majesty จะมีสีตัวถังให้เลือก 2 สี คือ สีดำ และ สีขาวมุก (ยกเว้นรุ่น Standard)  ภายในห้องโดยสารมี 2 สีคือ ดำ และ เบจ (เฉพาะรถสีดำเท่านั้น) พร้อมทางเลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่
- รุ่น Standard ราคาอย่างไม่เป็นทางการ 1,709,000 บาท 
- รุ่น Premium ราคาอย่างไม่เป็นทางการ 1,899,000 บาท
- รุ่น Grande ราคาอย่างไม่เป็นทางการ 2,199,000 บาท
* สีขาวมุกบวกเพิ่ม 12,000 บาท

  คาดว่าการเปิดตัวของ All-New Toyota Majesty จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมช่วงงาน Big Motor Sale 2019 ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

เรียงเรียงข้อมูลโดย Car News Update 
.
.
.
------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจออกรถ Mazda วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดหนักส่วนลด+ของแถม เพียงคุณแสดงตัวว่ากดติดตามเพจ Car News Update (แคปโพสต์ให้ดูด้วย) สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : anuntasooragath ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------



   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

ข้อมูลคร่าวๆ All-New Toyota Corolla Altis เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นในไทยช่วงสิงหาคม-กันยายนนี้ พร้อม 3 ขุมพลังทางเลือก

  ใกล้การเปิดตัวเข้าไปทุกที่สำหรับรถซีดานคอมแพกต์ยอดนิยมของ Toyota อย่าง All-New Toyota Corolla Altis ซึ่งล่าสุดทาง Car News Update ได้ทราบข่าวมาว่าซีดานขวัญใจมหาชนจากค่ายสามห่วงคันนี้อาจจะมีการเปิดตัวช่วงสิงหาคม - กันยายนนี้และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับสื่อมวลชน (Press Launch) ในวันที่ 3 กันยายนนี้
  
  สิ่งที่พอจะยืนยันได้แล้วตอนนี้ก็คือ All-New Toyota Corolla Altis จะมีขุมพลังเครื่องยนต์ทั้งหมด 3 แบบ นอกจากเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตรและ 1.8 ลิตรแบบรุ่นปัจจุบันแล้ว จะมีขุมพลังไฮบริดบล็อกเดียวกับ C-HR เข้ามาเสริมทัพด้วย 

ภาพประกอบคือเวอร์ชั่นไต้หวัน
อ้างอิงขุมพลังจาก Corolla Altis โฉมปัจจุบัน
- เครื่องยนต์เบนซิน 1ZR-FBE ความจุ 1.6 ลิตร มากับพละกำลัง 125 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 157 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด


โฉมยุโรป
และเครื่องยนต์ของ All-New Toyota Corolla Altis โฉมไต้หวัน
เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 2ZR-FE ความจุ 1.8 ลิตร พละกำลัง 140 แรงม้าที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด
- เครื่องยนต์เบนซิน 2ZR-FXE Atkinson cycle 1.8 ลิตร พละกำลังสูงสุด 96.5 แรงม้าที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร แบตเตอรี่แบบนิกเกิลเมทัลไฮไดรต์ รวมกำลังทั้งระบบ 122 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT 

  เห็นชัดว่ารอบนี้ All-New Toyota Corolla Altis จะไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว และมีข่าวว่าอาจจะมีการบังคับทำแท็กซี่เฉพาะรุ่น 1.6 J ซึ่งเป็นตัวเริ่มต้นเท่านั้น จะไม่ให้ทำตัว 1.6 G หรือ 1.8 GR Sport (หรือแม้กระทั่งตัว HV) ด้วยความที่ Toyota ต้องการล้างภาพลักษณ์เกี่ยวกับรถแท็กซี่ให้กับ Corolla Altis โฉมใหม่ โดยจะให้ทางกลุ่มแท็กซี่จองได้แค่ตัว 1.6 J เท่านั้น

ภาพประกอบคือเวอร์ชั่นไต้หวัน
  และที่ได้ทราบมาอีกอย่างก็คือ All-New Toyota Corolla Altis เวอร์ชั่นไทย จะมีทางเลือกทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ได้แก่

เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 และ 1.8 ลิตร
1.6 J 
ราคาจำหน่ายไม่เกิน 830,000 บาท
* ยังไม่มีข้อมูลสเปคและออปชั่นเบื้องต้น
1.6 G ราคาจำหน่ายไม่เกิน 870,000 บาท
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 1,598 ซีซี.
- เกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ Sequantial Shift
- ไฟหน้าแบบฮาโลเจน
- ไฟท้าย LED
- เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์สีทูโทน เบจ/น้ำตาล
- ระบบสตาร์ทรถแบบเปิดประตูอัจฉริยะ Push Start และ Smart Entry
1.8 GR Sport ราคาจำหน่ายไม่เกิน 1,000,000 บาท
สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น 1.6 G
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี.
- ไฟหน้าแบบ LED
- ไฟท้าย Full LED
- เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำแบบสปอร์ต
- กล้องมองหลัง
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM
- ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA

รุ่น Hybrid 1.8 ลิตร
HV Entry คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 950,000 บาท
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี.
- ไฟหน้าฮาโลเจนแบบ HV
- ไฟท้าย Full LED
- เบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำ
- ระบบสตาร์ทรถแบบเปิดประตูอัจฉริยะ Push Start และ Smart Entry
HV Mid คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 1,000,000 บาท
สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น HV Entry
- กล้องมองหลัง
HV High คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 1,100,000 บาท
สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่น HV Mid
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM
- ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA
- ระบบนำทาง Navigator
- Toyota Safety Sense
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control 
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB 
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS 
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ LKA 
*สีขาวมุก เพิ่มเงินอีก 10,000 บาท

   All-New Toyota Corolla Altis  เริ่มเปิดรับจองแล้ว หากจองก่อนวันที่ 31 ส.ค. จะได้รับหูฟังไร้สาย JBL Free X Truly wireless มูลค่า 5,990 บาท ฟรี โดยสามารถไปรับสิทธิ์การจองได้ที่ http://27.131.149.18:8082/buzz_power/frontend/web/registernews/register-newaltis-2019?fbclid=IwAR1zay95YU1GjQs3E66ldOB6AbD472ozX9azwM82z6Y2AQx0065sMjTkisg ครับ

   คาดว่า All-New Toyota Corolla Altis จะมีการเปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ (เป็นไปได้ว่าอาจจะเอาไปโชว์ตัวก่อนภายในงาน Big Motor Sale ที่จะเริ่มวันที่ 16 ส.ค.) และจะมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการรอบสื่อมวลชนในวันที่ 3 กันยายนนี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ
   
เรียงเรียงข้อมูลโดย Car News Update 
------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจออกรถ Mazda วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดหนักส่วนลด+ของแถม เพียงคุณแสดงตัวว่ากดติดตามเพจ Car News Update (แคปโพสต์ให้ดูด้วย) สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : anuntasooragath ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------

   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

All-New Chevrolet Corvette Stingray (C8) กระเบนพันธุ์ใหม่ที่มากับเครื่องวางกลางลำ

  สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก Corvette เมื่อทาง Chevrolet ได้ทำการเปิดตัว All-New Chevrolet Corvette Stingray (C8) ที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเป็น Corvette รุ่นแรกที่เปลี่ยนตำแหน่งการติดตั้งเครื่องยนต์มาไว้ตรงกลางลำ จากเดิมที่อยู่บริเวณด้านหน้า

  รูปทรงของ Corvette คันใหม่ยังคงไว้ซึ่งความดุดันเหมือนเดิม และด้วยตำแหน่งเครื่องยนต์ที่ย้ายไปไว้ตรงกลาง ทำให้รถดูมีทรวดทรงเป็น Supercar มากขึ้น ด้านหน้ามากับโคมไฟหน้าทรงเฉียบคมพร้อมกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ ด้านข้างบริเวณประตูมีการออกแบบเส้นบนตัวถังให้ดูมีมิติขึ้น เสริมความดุด้วยช่องระบายอากาศข้างตัวรถ และสเกิร์ตข้างที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ หลังคารถจะมาในรูปแบบ Double Bubble Roof สามารถถอดออกได้และนำไปเก็บไว้บริเวณฝากระโปรงหน้าหรือฝาท้ายที่มีความจุพอที่จะใส่กระเป๋าเดินทางและกระเป๋าแล็ปท็อปได้

  ส่วนด้านท้ายรถก็จะมากับฝาท้ายขนาดใหญ่พร้อมกระจกบานโตที่สามารถส่องเห็นเครื่องยนต์ V8 บล็อกโต เหนือกระจกบานใหญ่นี้ยังมีกล้องขนาดเล็กที่สามารถส่งวีดิโอเข้าไปภายในห้องโดยสารได้ นอกจากนั้นแล้วยังมากับไฟท้ายดีไซน์เอกลักษณ์ที่ดูล้ำขึ้น พร้อมกันชนท้ายดีไซน์ดุและท่อไอเสียคู่แบบ 4 ท่อ

  และเนื่องจาก Corvette มีระยะความสูงจากพื้นค่อนข้างเตี้ย จึงมีการติดตั้งระบบช่วงล่างด้านหน้าที่สามารถยกขึ้นได้อีก 40 มิลลิเมตรใน 2.8 วินาทีด้วยความเร็วไม่เกิน 39 กม./ชม. ความน่าสนใจคือระบบนี้สามารถเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติโดยพิกัด GPS ของตัวรถ

   ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบที่ดูสวยและล้ำสมัยขึ้น และที่น่าสนใจคือ Corvette โฉมนี้จะมีการผลิตเวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาออกมาด้วย โดยดีไซน์จะมากับพวงมาลัยแบบสองก้านดีไซน์ดุดัน มีแผงหน้าปัดใหม่แบบดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว พวงมาลัยยังมีปุ่ม Z ที่ให้เจ้าของรถสามารถปรับการตั้งค่าประสิทธิภาพตัวรถระหว่างการขับขี่ได้

    ถัดมาจะเป็นระบบ Infotainment พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งใช้งานได้เร็วและง่ายขึ้น ทาง Chevrolet ไม่ได้บอกถึงขนาดหน้าจอว่าใหญ่แค่ไหน เพียงแค่บอกว่าหน้าจอนั้นมีความละเอียดสูง

   ไฮไลท์อื่นๆที่มีได้แก่ การตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์หรืออลูมิเนียม เทคโนโลยีการจดจำเสียง และระบบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และยังมีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Near Field Communication (NFC) อีกด้วย

  ในด้านความบันเทิงนั้น Corvette ใหม่จะมากับชุดเครื่องเสียงจาก Bose พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน แต่ลูค้าสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่ออัปเกรดเป็นลำโพง 14 ตำแหน่งได้พร้อมตะแกรงลำโพงทำจากสแตนเลส ออปชั่นอื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่ พวงมาลัยพร้อมฟังก์ชั่นอุ่นร้อน, Memory Seat บริเวณเบาะคู่หน้าและเครื่องบันทึกสมรรถนะ (Performance Data Recorder) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

  สำหรับการตกแต่งภายในนั้น ทาง Chevrolet จะมีตัวเลือกเบาะนั่ง 3 แบบและโทนสีภายใน 6 สี ได้แก่ สีดำ Jet Black, สีเทา Sky Cool Gray, สีแดง Adrenaline Red, สี Natural / Natural Dipped, สีน้ำเงิน Two-Tone Blue และสีแดง Morello Red นอกจากนี้ยังมีเข็มขัดนิรภัยให้เลือกอีก 6 สี ได้แก่ สีดำ , สีน้ำเงิน , สี Natural, สีแดง Torch Red, สีเหลือง และสีส้ม

   ขุมพลังนั้นจะทำการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน LT2 V8 ขนาด 6.2 ลิตรแบบใหม่ซึ่งติดตั้งตรงกลางลำซึ่งให้กำลังสูวสุด 497 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 630 นิวตัน-เมตร อย่างไรหากเลือกสั่งแพ็คเกจ Z51 Performance Package จะเพิ่มพละกำลังเป็น 502 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 637 นิวตัน-เมตร น่าเสียดายที่ Corvette ใหม่จะไม่มีทางเลือกระบบส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 8 สปีดนั้นจะติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน และมาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง

   ทาง Chevrolet ยังไม่เปิดเผยข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพเครื่องยนต์ แต่ยืนยันว่า Corvette Z51 จะสามารถทำอัตราเร่งจาก (0-96 กม./ชม. ได้ในเวลาน้อยกว่า 3 วินาที

  Corvette ใหม่ถูกสร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังแบบคาร์บอนไฟเบอร์โมโนค็อก ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,530 กิโลกรัม ในความพยายามที่จะลดน้ำหนักตัวรถนั้นทางวิศวกรได้ใช้ชิ้นส่วนอลูมิเนียมหลายชิ้นกับตัวรถและคานกันชนท้ายที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ นอกจากนี้ชิ้นส่วนหลายชิ้นรวมถึงบริเวณแผงคอนโซล ห้องสัมภาระด้านหน้าและด้านหลังสร้างขึ้นด้วยวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษซึ่งได้มาจากไฟเบอร์กลาสและเรซิ่นแบบพิเศษเฉพาะ ทาง Chevrolet บอกว่าวัสดุมีน้ำหนักค่อนข้างเบาจนสามารถลอยในน้ำได้

  นอกเหนือจากการลดน้ำหนักแล้ว ตัวรถยังมีการปรับปรุงระบบช่วงล่าง/ระบบกันสะเทือนให้ดีขึ้นและพวงมาลัยที่ปรับปรุงอัตราทดใหม่ด้วยอัตราส่วน 15.7: 1 ติดตั้งล้อขนาด 19 และ 20 นิ้วที่หุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport ALS พร้อมเบรกจาก Brembo และดิสก์เบรกขนาด 12.6 นิ้ว (321 มิลลิเมตร) ที่ด้านหน้าและ 13.6 นิ้ว (339 มิลลิเมตร) ที่ด้านหลัง

  ส่วนแพ็คเกจตัวแรง Z51 Performance Package จะได้รับการอัปเกรดระบบช่วงล่างที่สปอร์ตขึ้น อัปเกรดระบบระบายความร้อนแบบท่อไอเสียแบบพิเศษสำหรับรถสมรรถนะสูง นอกจากนี้รถยังมาพร้อมยาง Gripper Michelin Sport Sport 4S และยังมีชุดคาลิปเปอร์เบรคแบบ Z51 พร้อมดิสก์เบรกขนาดใหญ่ที่มีขนาดบริเวณด้านหน้า 13.3 นิ้ว (345 มิลลิเมตร) และด้านหลัง 13.8 นิ้ว (350 มิลลิเมตร)

   All-New Chevrolet Corvette Stingray จะผลิตที่โรงงานประกอบรถโบว์ลิงกรีนในรัฐเคนตักกี้ช่วงปลายปีนี้ ซึ่งช่วงนั้นก็น่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดรถเพิ่้มเติม แต่ก็มีการยืนยันแล้วว่าราคาค่าตัวเริ่มต้นนั้นน่าจะไม่เกิน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,848,000 บาทไทย ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิต

  มามาดใหม่คราวนี้ แถมจะมีเวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาด้วย คงเข้าถึงประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวาได้ง่ายขึ้น งานนี้แอบหวังว่า Chevrolet Thailand จะนำเข้ามาขาย หรืออย่างไรก็ดี เกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามาขายกระจายแบบ Ford Mustang แน่นอน!

ที่มา Carscoops

------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจออกรถ Mazda วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดหนักส่วนลด+ของแถม เพียงคุณแสดงตัวว่ากดติดตามเพจ Car News Update (แคปโพสต์ให้ดูด้วย) สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : anuntasooragath ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------

   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box