วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

6 เรื่องน่าสนใจใน Ford Ranger Raptor

  การมาของ Ford Ranger Raptor ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวกกระบะบนโลกออนไลน์ไม่น้อยเลย ด้วยความที่รุ่นนี้จะมาสร้างเซกเมนต์ใหม่ให้กับกลุ่มกระบะในไทย และมีความพิเศษแปลกใหม่หลายอย่างที่อยู่ในกระบะคันนี้ และทำให้ต้องแลกกับค่าตัวที่ต้องสูงพอสมควร 

  ผู้เขียนจึงรวมเอาเรื่องน่าสนใจต่างๆที่มีการพูดถึงกันบนโลกโซเชียล รวมทั้งเรื่องที่หลายคนเข้าใจกันผิดๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ 6 ข้อมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน และน่าจะได้เข้าใจในตัวกระบะคันนี้ได้มากยิ่งขึ้นก่อนที่จะมีการวางขายจริงๆในเดือนกันยายนนี้โดยประมาณ
1. เปิดเซกเมนต์ใหม่ในตลาดกระบะไทย ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน
   การมาของ Ford Ranger Raptor ถือว่าเป็นการมาในฐานะกระบะสมรรถนะสูงที่ถูกพัฒนาโดย Ford Performance และมีการอัปเกรดภายนอก-ภายใน ระบบขับเคลื่อนและช่วงล่างให้แตกต่างจากรุ่นปกติและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วางตลาดไว้เหนือกว่า Ranger Wildtrak และบรรดาคู่แข่งทั้งหลายตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าในกลุ่มตลาดกระบะสมรรถนะสูงนี้ Ford ยังคงเป็นรายเดียวที่ทำตลาด ยังไม่มีคู่แข่งรายไหนทำออกมา

2. สร้างบนพื้นฐานของโฉม T6 เหมือนเดิม ไม่ใช่เจเนเรชั่นใหม่ แถมอัปเกรดไส้ในใหม่หลายจุด
  มีหลายคนไม่น้อยที่คิดว่า Ford Ranger Raptor ที่เปิดตัวคือ Ranger โฉมใหม่หมดจดและจะวางขายแทนรุ่นย่อยอื่นๆที่ขายตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่ครับ เพราะ Ranger Raptor คือการมาเพิ่มทางเลือกใหม่ ตลาดใหม่ดังที่อธิบายในข้อแรก และรุ่นย่อยอื่นๆก็ยังคงขายเหมือนเดิม

  และแน่นอนว่า Ford Ranger Raptor นั้นเป็นรถที่นำเอาตัวถัง T6 รุ่นปัจจุบันนี่แหละมาต่อยอดและอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม เห็นภายนอกนั้นหลายคนก็คงคิดว่ามันก็แค่ Ranger เอามาแต่งหน้าทาปากธรรมดานี่แหละ ไปแต่งข้างนอกเอาก็ได้ แต่ Ranger Raptor ไม่ใช่แบบนั้น เพราะ Ranger Raptor ได้รับการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมหลายอย่าง เช่น
- แซสซีส์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เสริมความแข็งแรงและเพิ่มจุดยึดใหม่ ทำจากเหล็ก High-strength Low-alloy (HSLA) หลายเกรด เพื่อรองรับการขับขี่บนเส้นทางโหดทุกรูปแบบ
- ชุดแต่งภายนอกผลิตด้วยวัสดุคอมโพสิต
- โช้คอัพ Fox Racing Shock ชุดเดียวกับ Ford F-150 Raptor (ว่ากันว่าโช้ครวม 4 ต้นราคาหลายแสน)
- ช่วงล่างแบบคอยล์สปริง 4 ล้อ ด้านหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อค มัลติลิงก์ และวัตต์ลิงก์ ควบคุมรถได้แม่นยำและขับสบายในทางออฟโรด
- เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดลูกเดียวกับ Ford F-150 และ Ford Mustang
- ปีกนกบนและล่างทำจากอะลูมิเนียม และการเปลี่ยนแปลงอีกหลายๆอย่างที่ไม่ได้พูดถึง

3. ชื่อ Raptor เสมือนเป็นตัวบอกความแรง ไม่ใช่เป็น F-150 ย่อส่วน!!!
   ก่อนที่ Ford Ranger Raptor จะมีการเปิดตัวนั้น หลายคนก็มีความเข้าใจผิดและสับสนว่า Ford Ranger Raptor จะเป็น F-150 Raptor ย่อส่วนลงมาเลยเข้าใจว่าจะต้องถอดแบบดีไซน์เปลี่ยนไฟหน้า-ท้ายให้คล้ายๆกันด้วย และเข้าใจว่าชื่อ Raptor ต้องเป็นตัวถัง F-150 เท่านั้น พอ Ranger Raptor เปิดตัวออกมาเลยถูกมองว่าเป็น Raptor ปลอม และคิดว่า F-150 Raptor นั่นแหละคือของแท้ ซึ่งที่คิดมาทั้งหมดนี้มันผิดอย่างมหันต์!

  ต้องบอกก่อนว่า Raptor นั้นเป็นเสมือนชื่อพ่วงท้ายที่บ่งบอกว่ารถคันนี้คือเวอร์ชั่นแรงในตระกูลกระบะของ Ford อารมณ์ประมาณแผนก AMG ของ Mercedes-Benz หรือแผนก M ของ BMW นั่นเอง อย่าง Ford F-150 รุ่นปกติก็จะมีทางเลือกเครื่องยนต์ตั้งแต่ขนาด 2.7-3.5 ลิตร EcoBoost V6 จนไปถึง 5.0 ลิตร V8 ส่วน F-150 Raptor จะได้เครื่องยนต์บล็อกแรงสุดนั่นคือ เครื่อง 3.5 ลิตร V6 ที่แรงกว่ารุ่นอื่นๆ ซึ่ง Ford Ranger Raptor ก็มาในทำนองเดียวกัน โดยวางเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบคู่ พละกำลัง 213 แรงม้า ซึ่งแรงกว่า Ranger รุ่นอื่นๆตอนนี้

F-150 รุ่นปกติกับ Raptor ก็ใช้ไฟหน้าและไฟท้ายทรงเดิม
  และที่หลายคนบ่นๆกันว่า Ford Ranger Raptor น่าจะมีการเปลี่ยนดีไซน์ไฟหน้าหรือไฟท้ายให้แตกต่างจากรุ่นปกติบ้าง เรื่องนี้ให้ย้อนขึ้นไปดูความต่างระหว่าง Ford F-150 ธรรมดากับ Raptor ว่าเขาเปลี่ยนไฟหน้าไฟท้ายใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้เปลี่ยน ฉะนั้น Ranger ธรรมดากับ Raptor ก็มาทำนองเดียวกันนี้แหละ

  สรุปอีกครั้งก็คือ Ford Ranger Raptor นั้นก็คือเวอร์ชั่นสมรรถนะสูงอีกหนึ่งคันที่มีชื่อ Raptor ต่อท้าย และนำเอาดีไซน์การตกแต่งสไตล์ Raptor จากรุ่นพี่ F-150 Raptor เข้ามาใส่ใน Ranger ด้วยนั่นเอง


4. ราคาสูงเพราะของแต่งทั้งหลาย แพงแบบมีเนื้อไม่ใช่มีแต่น้ำ!!!
  ที่บอกๆมาทั้งหมดนี้ หลายคนก็น่าจะพอรู้แล้วว่าราคาต้องแพงแน่นอน ซึ่งราคาของรถจะอยู่ในช่วง 1.5-1.7 ล้านบาท (เคยมีคนแคปภาพเว็บของวงในบอกราคารถไว้ที่ 1.7 ล้านบาทมีทอน)  ถ้ายึดติดว่าเป็นกระบะธรรมดาก็คงจะมองว่าแพงแต่ถ้าได้มองถึงเนื้อในก็จะเข้าใจว่าทำไมมันถึงต้องตั้งราคาแบบนี้

  ผมเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องภาษีรถมากนักแต่บอกได้เลยว่าราคาที่แพงของ Ranger Raptor มาจากที่ใช้ช่วงล่างแบบคอยล์สปริง 4 ล้อด้วย ซึ่งภาษีนั้นจะแพงกว่ากระบะที่ใช้ช่วงล่างหลังแบบแหนบ ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือ Ford มี Ranger ตอนเดียวช่วงสั้น 3.2 ลิตร ที่ใช้ช่วงล่างหลังคอยล์สปริง 4 ล้อ วางขายในราคา 949,000 บาทซึ่งแพงกว่ากระบะตอนเดียวทั่วๆไป Ford Ranger Raptor ก็ทำนองนั้น และแถมยังมีของแต่งและการอัปเกรดสารพัดที่ได้บอกไว้ในข้อ 2 ถ้าเอามารวมๆกันก็บวกได้หลายแสนทีเดียว จะแพงเกินไปหรือเปล่า ท่านก็ลองคำนวณดูว่าถ้าเอา Ranger Wildtrak 3.2 ลิตร ราคา 1.199 ล้านมาแต่งและอัปเกรดให้ได้เทียบเท่า Ranger Raptor จะต้องใช้เงินกี่แสน และพอๆกับราคา Ranger Raptor หรือเปล่า

สรุปก็คือ Ranger Raptor ก็ถือว่าราคาสูงแต่มีเนื้อเน้นๆ ไม่ใช่แพงแบบมีน้ำไร้สาระ...

5. รถสร้างขึ้นเพื่อเอาใจคนรักการขับขี่อย่างแท้จริง ไม่ได้เน้นการบรรทุกหรือขนผัก
  มีบางส่วนที่มองว่าราคา Ranger Raptor นั้นสูงเกินกระบะทั่วไป ที่หนักก็คือการเอากระบะ Ranger Raptor ไปเทียบกับกระบะทั่วไปที่มักซื้อมาใช้ทำมาหากินอย่างเช่นบรรทุกของหรือขนผักอะไรประมาณนี้ ที่จะบอกคือจุดประสงค์ของ Ranger Raptor นั้นไม่ใช่แบบนี้

ลองนึกภาพเวลาใส่หลังคาหรือคอกท้ายสิครับ!!!
   Ford Ranger Raptor นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเปิดตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่ อันเป็นลูกค้าที่มีเงินและชอบการขับขี่บนเส้นทางแบบออฟโรด และตัวรถนั้นติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานทุกอย่างที่เอาใจคนรักการขับขี่ อย่างเช่น การมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 6 โหมดตามสภาพภูมิประเทศ เป็นต้น เป็นกระบะที่แต่งครบจบจนแทบจะไม่ต้องแต่งเพิ่ม กลุ่มลูกค้าก็คงจะเป็นกลุ่มคนมีเงินที่อยากได้รถกระบะสายลุยมาขับ หรือบางคนที่อยากได้กระบะที่ไม่ธรรมดาแบบกระบะทั่วไป ลูกค้าเหล่านี้อาจจะเป็นเจ้าของไซส์ก่อสร้างหรือเจ้าของกิจการอะไรประมาณนี้ และด้วยช่วงล่างที่เป็นคอยล์สปริง 4 ล้อ ไม่ใช่กระบะมีแหนบ ดังนั้นความเหมาะสมที่จะบรรทุกอาจจะไม่ได้ดีเท่าแหนบ

  สรุปเลยก็คือ ถ้าคิดว่าราคาราวๆ 1.7 ล้านนั้นแพงเกินไปที่ลูกค้ากลุ่มบรรทุกของหรือขนผักจะซื้อ ก็กำเงินราวๆนี้ไปออกกระบะตอนเดียวมาบรรทุกดีกว่า เผลอๆซื้อได้ 2-3 คันด้วย เพราะรถที่สร้างขึ้นเพื่อการขับขี่อย่าง Ranger Raptor คงไม่มีใครเอาคอกไปติดด้านหลังเป็นกระบะขนผักผลไม้ หรือเอาไปใส่ท่อซิ่งแล้วดันรางอะไรพวกนี้

   
6. เปิดตัวมาแล้วแต่คนใช้รถยังไม่ตกรุ่น (แต่ก็ใกล้จะตกจริงๆตอนรุ่นย่อยอื่นๆทยอย Minor Change ตามมา)
  มีผู้ใช้รถ Ford หลายคนที่เข้าใจผิดว่าการมาของ Ranger Raptor จะทำให้รถตัวเองตกรุ่น แต่อย่างที่อธิบายไว้ในข้อก่อนๆว่า Ranger Raptor เป็นรุ่นย่อยใหม่ มาเปิดตลาดใหม่ แน่นอนว่ายังไงตอนนี้ก็ยังไม่ตกรุ่นแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามอีกไม่นานก็คงจะตกรุ่นแน่ สาวก Ford หลายคนน่าจะได้ตามข่าวเกี่ยวกับ Ranger Minor Change ที่จะมีการปรับโฉมหน้าตาอีกรอบ และมีการนำรถมาวิ่งทดสอบแบบไม่พรางตัวได้ระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งถ้ารถเหล่านี้เปิดตัวเมื่อไหร่ ก็เตรียมตกรุ่นกันจริงๆได้เลย

  และทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวที่น่าสนใจของกระบะ Ford Ranger Raptor ซึ่งก็หวังว่าหลายท่านน่าจะเข้าใจหลายๆอย่างในตัวรถมากขึ้นกว่าเดิมครับ

เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย Car News Update

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวรถได้
ห้ามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพนัน หรือสิ่งผิดกฎหมาย

Like Box