แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกีย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2563

ภาพถ่ายชุดล่าสุด All-New Kia Carnival/Sedona ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

  ภาพแอบถ่ายชุดใหม่ล่าสุดของของ All-New Kia Carnival รุ่นต่อไป (หรืออีกชื่อก็คือ Kia Sedona / บางตลาดเรียก Kia Grand Carnival) เผยให้เห็นชุดกระจังหน้าและกันชนท้าย รวมทั้งเผยรายละเอียดการตกแต่งภายในใหม่

  Kia Carnival เจเนเรชั่นใหม่จะมาพร้อมกับกระจังหน้าที่แตกต่างกัน 2 แบบ แบบแรกจะเป็นกระจังหน้าพร้อมรายละเอียดช่องตะแกรงเป็นเส้นแนวนอนเสริมด้วยโครเมี่ยมแนวนอน อีกแบบจะเป็นกระจังหน้าสไตล์ SUV ที่ดุดันพร้อมตะแกรงแนวตั้งตามภาพประกอบนี้

  เช่นเดียวกับกันชนหน้าที่อาจจะมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันซึ่งจะออกแบบให้รับกับกระจังหน้าแต่ละรูปแบบ กันชนในรูปจะเห็นแผ่นกันกระแทกใต้กันชนหน้าสีเงิน กรอบไฟตัดหมอกรูปตัว L และช่องระบายอากาศทรงตัว A ที่เพรียวบางลงจากเดิม ส่วนกันชนท้ายยังมีแผ่นกันกระแทกสีเงินที่โดดเด่นพร้อมทั้งทับทิมด้านท้ายที่เรียวยาว

    ไฟหน้าก็จะถูกออกแบบให้เพรียวบางลงพร้อมไฟวิ่งตอนกลางวันที่ออกแบบให้ลากลงจรดกระจังหน้า ทางด้านไฟท้ายรถ...แทนที่จะเป็นไฟท้ายแยกแบบธรรมดาในรถทดสอบที่เห็นนั้น จะเห็นไฟท้ายที่ลากยาวซ้ายจรดขวาซึ่งจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นของรถให้มากขึ้นไปอีก 

  สำหรับภายในห้องโดยสารของ Kia Carnival โฉมใหม่จะมาพร้อมกับแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาดใหญ่และระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ตกแต่งให้มีความประณีตผสนผสานกับความคลาสสิก หน้าปัดดิจิตอลและจอสัมผัสตรงกลางนั้นจะเป็นส่วนเดียวกันคล้ายๆกับหน้าปัดของ Mercedes-Benz  ทั้งหมดนี้จะเห็นแน่นอนในตัวท็อปๆ ส่วนรุ่นรองๆ ลงไปนั้นจะยังคงเป็นหน้าปัดแบบเข็มตามเดิม ด้านแผงระบบปรับอากาศและคอนโซลกลางมีการออกแบบที่เพรียวบางกว่าเดิม และยังมากับพวงมาลัยโฉมใหม่ที่ดูกะทัดรัดกว่าเดิมด้วย

  คาดว่า Kia วางแผนที่จะเปิดตัว Carnival โฉมใหม่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตรเท่านั้นในเบื้องต้น ส่วนเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตรในภายหลัง ก่อนหน้านี้ทาง IndianAutosBlog.com ได้เปิดเผยว่า Carnival โฉมใหม่มีความยาว 5,155 มิลลิเมตร กว้าง 1,995 มิลลิเมตร สูง 1,740 มิลลิเมตร และมีฐานล้อ 3,090 มิลลิเมตร 

  Kia จะเปิดตัว All-New Kia Carnival ที่เกาหลีใต้ในเดือนกรกฎาคมปีนี้ เป้าหมายการขายตั้งไว้ราวๆ 60,000 คัน/ปีสำหรับตลาดในประเทศและ 65,000 คันสำหรับยอดส่งออก ส่วนเมืองไทยก็เป็นไปได้ว่าน่าจะมีการเปิดตัวในปีหน้า หรือลุ้นให้เร็วที่สุดในปลายปีนี้

ที่มา Indianautosblog via. cafe.naver.com &  autospy.net

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563

All-New Kia Sorento อเนกประสงค์โฉมใหม่หมดจดจากแดนโสม

   หลายคนคงจำชื่อ Kia Sorento ใช้ เพราะเมืองไทยเคยนำเข้ามาจำหน่ายทั้งเจเนเรชั่นที่ 1 และ 2 จากนั้นก็ไม่มีมาจำหน่ายแล้ว ล่าสุด Kia Sorento ก็ได้เดินทางมาสู่เจเนเรเชั่นที่ 4 แล้ว
 
  All-New Kia Sorento ถือว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการออกแบบตามแนวทางของ Kia ยุคใหม่ ด้วยการออกแบบภายนอกที่โดดเด่น ซึ่งถือว่าฉีกแนวจากรุ่นก่อนหน้าอยู่มากทีเดียว

   นักออกแบบของ Kia มีแรงบันดาลใจจากแนวคิดในการพัฒนา Sorento โฉมใหม่ คือ "ความกล้าหาญที่มีความประณีต'  ด้านหน้าของรถ SUV คันนี้ยังคงมากับกระจังหน้าแบบ Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงไฟหน้าใหม่ที่มีไฟ LED Daytime Running Lights "Tiger Eye" และแผ่นกันกระแทกใต้กันชนหน้าเพิ่มความแกร่ง

   ด้านข้างจะเห็นได้ว่าสัดส่วนมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากรุ่นก่อนหน้า โดยมีความยาวเพิ่มขึ้น 10 มม. และมีระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าที่สั้นและด้านหลังที่สั้นกว่า องค์ประกอบการออกแบบที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ เสา D-wide ที่มีลักษณะเฉพาะ, ไฟท้ายแนวตั้งดีไซน์โดดเด่น และเส้นสายที่เด่นชัด สีตัวถังนั้นจะมีให้เลือกมากมายถึง 10 สี แล้วแต่ตลาด

  เข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบดับดีไซน์ที่ค่อนข้างสวยสะดุดตาทีเดียว ติดตั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้วทำงานร่วมกับระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วและระบบนำทาง มีปุ่มสัมผัสที่ไวต่อการสัมผัสอยู่รอบข้างจอ

  Kia ยังทุ่มเทมากกับการปรับปรุงวัสดุการตกแต่งรอบห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งด้วยวัสดุผิวสีเมทัลลิก เบาะนั่งหุ้มหนังคุณภาพสูง เบาะผ้าซาติน หรือผ้าสีดำผสมหนัง Nappa 

   All-New Kia Sorento สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ "N3" อันเป็นแพลตฟอร์มของ SUV ขนาดกลาง ส่งผลให้รถมีฐานล้อยาวขึ้น 35 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

  ขุมพลังสำหรับตลาดออสเตรเลียและยุโรป จะมีทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.2 ลิตร "Smartstream" พละกำลังสูงสุด 198 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Double Clutch 8 สปีดลูกใหม่ของ Kia

   แต่ความน่าสนใจคงหนีไม่พ้นการแนะนำขุมพลัง Smartstream Hybrid โดยจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 44.2 kW และชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลีเมอร์ 1.49 kWh มีพละกำลังรวม 227 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

 ทางด้านตลาดในอเมริกาเหนือนั้นจะมีขุมพลัง Smartstream Hybrid และเครื่องยนต์เบนซิน T-GDi ขนาด 2.5 ลิตรที่มีพละกำลัง 277 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 421 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 8 สปีด



   ระบบความปลอดภัยของ All-New Kia Sorento ก็ถือว่าค่อนข้างจัดเต็ม ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision-avoidance Assist
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาด้านข้าง Blind-spot View Monitor
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Surround View Mointor
  • ระบบ Blind-spot Collision-avoid Assist
  • ระบบช่วยจำกัดความเร็วอัตโนมัติ Intelligent Speed Limit Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Smart Cruise control with Stop & Go
  • ระบบช่วยประคองพวงมาลัยให้อยู่ในเลน Lane Following Assist
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Attention Warning
  • ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติบนถนนใหญ่ Highway Driving Assist
  • กล้องมองภาพด้านหลัง Rear View Monitor
  • ระบบช่วยเตือนการชนขณะถอยหลัง Reverse Parking Collision-Avoidance Assist
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross-traffic Collision-avoidance Assist
  อีกหนึ่งจุดเด่นของ All-New Kia Sorento ก็คือระบบ Remote Smart Parking Assist ของ Kia ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถเข้าหรือออกจากที่จอดรถได้อย่างอิสระด้วยกุญแจรีโมท

   All-New Kia Sorento จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานผลิต Hwasung ของ Kia ในเกาหลีและโรงงานผลิตของ Kia ในจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา โดยยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมาในขณะนี้

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2563

ภาพรถทดสอบ All-New Kia Carnival โฉมใหม่ของ MPV ยอดนิยมจากแดนกิมจิ

   นอกจาก Hyundai H-1/Starex ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมใหม่ ตามที่ได้เสนอไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งคันสายพันธุ์เกาหลีที่จ่อเปลี่ยนโฉมเช่นกัน นั่นคือ Kia Carnival ซึ่งก็มีตากล้องหลายคนสามารถจับภาพรถทดสอบเจเนเรชั่นใหม่ได้ตามที่ได้เห็นตามภาพด้านล่างนี้

   All-New Kia Carnival มีรหัสการพัฒนาหรือ Codename คือ KA4 ซึ่งแพลตฟอร์มของ Carnival ใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ใน Hyundai H-1/Starex เจเนเรชั่นใหม่ด้วย เมื่อดูจากรูปทรงแล้วจะเห็นว่าตัรถได้ออกแบบใหม่ให้เน้นเหลี่ยมสันขึ้นกว่าเก่า เพิ่มความบึกบึนและทะมัดทะแมงมากขึ้นกว่าเดิม 

  ด้านหน้าจะเป็นไปตามดีไซน์ของ Kia ยุคใหม่ มากับทรงไฟหน้าที่ดูเรียวสวยงามกว่าเดิม พร้อมด้วยกระจังหน้าใหม่ที่ดูใหญ่ขึ้น เส้นสายด้านข้างในส่วนประตูหน้าคาดว่าจะทำเสา A เป็นสีดำเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องของเส้นสายตั้งแต่ช่วงกรอบประตูหน้าไปจนถึงกระจกบานท้ายถัดจากประตูหลัง ด้วยความบึกบึนและทะมัดทะแมงขึ้นนั้น น่าจะดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่มองหารถแนว SUV ให้เข้ามาหา MPV มินิแวนหรูรุ่นนี้ได้ง่ายขึ้น

  ทางด้านภายในและขุมพลังเครื่องยนต์นั้นยังไม่มีข้อมูลชัดเจนมากนัก คาดว่าในตลาดโลกจะมีให้เลือกทั้งดีเซล เบนซิน และอาจมีไฮบริดด้วย 

   ส่วนการเปิดตัวนั้น จากดังรูปที่เห็นว่ารถจะวิ่งทดสอบจนถึงช่วงเดือนกันยายนของปีนี้ ทำให้คาดว่า All-New Kia Carnival/Sedona จะเปิดตัวช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุด ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นชาวไทยก็ลุ้นเปิดตัวช่วงปี 2021 ครับ

ภาพจาก SHMhttp://mas-sat.blogspot.com

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ  

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562

All-New Kia Soul EV โฉมใหม่ของรถพลังงานไฟฟ้าแดนกิมจิ เปิดตัวที่ไทยในราคา 2,387,000 บาท

  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Kia Thailand ได้แนะนำ Kia Soul EV รถพลังงานไฟฟ้าล้วน 100% ในตลาดไทย ซึ่งเอาตามตรงคือไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก แต่การมีจำหน่ายในไทยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนมองหารถ EV สักคัน แต่ทางค่ายก็ยังไม่ได้ถอดใจและล่าสุดก็ได้เปิดตัว Soul EV เจเนเรชั่นใหม่ในตลาดไทยแล้ว
  
  รูปโฉมภายนอกยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบรุ่นก่อนหน้านี้ไว้ครบ แต่ก็ได้ขัดเกลาดีไซน์ให้มีสวยงามทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิม เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารที่มีดีไซน์ดูเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความสวยงามทันสมัย สำหรับข้อมูลทางเทคนิค สเปคและออปชั่นของรถจะเป็นไปตามนี้ครับ
* มอเตอร์ไฟฟ้าประเภท AC Synchronous Permanent Magnet Motor กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 305 นิวตัน-เมตร ความเร็วสูงสุด 167 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.9 วินาที ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. 41.8 เมตร
* แบตเตอรี่ประเภท Lithium Ion Polymer Battery (IPO) ความจุ 64.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมง กำลังไฟสูงสุด 7.2 กิโลวัตต์ แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 356 โวลต์ 
* มิติตัวรถยาว 4,195 มิลลิเมตร กว้าง 1,800 มิลลิเมตร สูง 1,605 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ระดับต่ำสุดจากพื้น 155 มิลลิเมตร
* ปริมาตรห้องเก็บสัมภาระ  315 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะเพิ่มขึ้นมากถึง 1,339 ลิตร
* รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.3 เมตร
* ระบบบังคับเลี้ยว Motor Driven Power Steering (MDPS) 
* ระบบส่งกำลัง Gear Reduction Unit 
* ระบบช่วงล่างหน้า McPherson type Suspension 
* ระบบช่วงหลัง Multi-Link 
* ระบบเบรก Electric Booster (Regenerative Brake) หน้า Ventilated Disc / หลัง Solid Disc 
* ล้อขนาด 7.0 x 17 นิ้วพร้อมยาง 215/55 R17 
* ระยะทางที่วิ่งได้สูงสุดตามมาตรฐาน Worldwide Harmonised Light Vehicle Test Procedure (WLTP) 452 กิโลเมตร
* ระยะเวลาชาร์จแบบทริคเกิ้ล Trickle Charging (ไฟฟ้ากระแสสลับ-เต้าเสียบบ้าน) 2.6 kW ใช้เวลาชาร์จ เต็ม 100% ในเวลา 31 ชั่วโมง
* ระยะเวลาชาร์จปกติ Normal Charging (ไฟฟ้ากระแสสลับ-เครื่องชาร๋จวอลล์บ็อกซ์) 7.2 kW ใช้เวลาชาร์จ เต็ม 100% ในเวลา 9 ชั่วโมง 35 นาที
* ระยะเวลาชาร์จเร็ว Fast Charging (ไฟฟ้ากระแสสลับ-สถานีชาร๋จเร็ว) 100kW ใช้เวลา 54 นาทีในการชาร์จไฟ 80% / 50kW ใช้เวลา 75 นาทีในการชาร์จไฟ 80% **

**ระยะเวลาการชาร์จเป็นไปตามเงื่อนไขการทดสอบที่กำหนดอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและกำลังไฟฟ้าที่ได้รับจากแหล่งจ่ายไฟ

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • ไฟหน้า Dual LED โปรเจคเตอร์
  • ไฟวิ่งกลางวัน (Daytime Running Light) แบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED 
  • ไฟท้ายแบบ LED 
  • มือเปิดประตูด้านนอกแบบโครเมียม
  • กระจกมองข้างปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • สัญญาณไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง LED และไล่ฝ้า
  • แร็คหลังคาก้านปัดน้ำฝนหน้าแบบ Aerodynamics 
  • ก้านปัดน้ำฝนท้ายรถ
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • ภายในตกแต่งโทนสีดำและสีแดง
  • เบาะหนัง
  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ที่ดันหลังเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า (Lumbar Support) 
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง
  • พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้น-ลงและเข้า-ออก) 
  • ปุ่มปรับเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
  • ระบบ Regerative Braking with Paddle Shifter 
  • โหมดเลือกการขับขี่ (Drive Mode Select) 
  • ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-Up Display 
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Super Vision TFT 7" LCD และ Rheostat 
  • กล่องเก็บแว่นตา
  • ไฟส่องแผนที่และไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED 
  • ระบบ Sound Mood Lighting 
  • ปลั๊กจ่ายไฟที่ช่องเก็บสัมภาระด้านหลัง
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 
  • USB ชาร์จเจอร์ 2 จุด
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอากาศเฉพาะตำแหน่งผู้ขับขี่
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหน้าอัตโนมัติ (Auto Defog)
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • กระจกไฟฟ้าเลื่อนขึ้น-ลงอัตโนมัติ (คู่หน้า) 
  • พนักพิงศีรษะด้านหลังปรับขึ้น-ลง
  • พนักพิงศีรษะสำหรับเบาะหลังตำแหน่งกลาง
  • ที่วางแขนพร้อมที่วางแก้วสำหรับที่นั่งด้านหลัง
  • เบาะหลังพับแบบ 60:40 
  • ไฟส่องแผนที่และกล่องเก็บแว่นตาที่คอนโขลเหนือศีรษะ
  • ซันรูฟ
  • เครื่องเสียงพร้อมเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • รองรับระบบ Apple CarPlay/Android Auto 
  • ระบบบลูทูธ
  • ระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Voice Recognition) 
  • ช่องต่อ USB 
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
ระบบความปลอดภัย
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ Smart Key 
  • ระบบป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์ (Immobilizer) 
  • ปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ (Push Start) 
  • ระบบสัญญาณกันขโมย
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัย (Side Curtain Airbag) 
  • ระบบเบรก ABS และควบคมการกระจายแรงเบรก EBD 
  • ระบบเบรกมือแบบไฟฟ้า (EPB) 
  • ระบบ Auto Brake Hold 
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) 
  • ระบบเสริมแรงเบรก BAS (Brake Assist System) 
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS) 
  • ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน (HAC) 
  • ระบบช่วยเพื่อนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Detector) 
  • ระบบช่วยเตือนรถขณะถอย RCTA (Rear Cross Traffic Alert) 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • ระบบ Battery Saver 
  • ระบบวัดความดันลมยาง (TPMS) 
  • กล้องมองหลังและเส้นกะระยะ
  • จุดติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็ก ISOFIX 
  • เซ็นเซอร์ช่วยเหลือการเข้าจอดด้านหน้า-หลัง
  • ระบบป้องกันหนีบกระจกคู่หน้า (Safety Power Window)
  All-New Kia Soul EV มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีแดง Inferno Red, สีดำ Cherry Black, สีน้ำเงิน Neptune Blue, สีเขียว Space Cadet Green และสีขาวมุก Snow White Pearl มีจำหน่ายรุ่นย่อยเดียวและวางราคาไว้ที่ 2,387,000 บาท

  ใครอยากมาชมคันจริงสามารถเข้าไปชมได้ภายในงาน Big Motor Sale 2019 ที่จัดขึ้นที่ไบเทคบางนา ถึงวันที่ 25 สิงหาคมนี้ครับ

     ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box