แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ zs แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ zs แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

MG ZS Minor Change ปรับโฉมใหม่ครอสโอเวอร์ยอดนิยมในไทย

  ถือว่าตามหลังตลาดจีนเพียงแค่ 5 เดือนเท่านั้น สำหรับ MG ZS Minor Change ที่ได้รับการเปิดตัวในไทยแล้ววันนี้ผ่านทางไลฟ์สดของเพจ MG Thailand ซึ่งตามจริงนั้นรถจะต้องถูกเปิดตัวภายในงาน Bangkok Motor Show 2020 แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทำให้ทางค่ายเลือกเปิดตัวผ่าน Live สดนั่นเอง


    งานดีไซน์ภายนอกนั้นมีการปรับใบหน้าใหม่แทบทั้งหมด โดยมากับไฟหน้าทรงใหม่แบบ LED ที่ดูเพรียวบางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมด้วยกระจังหน้าทรงใหม่แบบ 6 เหลี่ยม ออกแบบกรอบไฟตัดหมอกใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น ส่วนด้านท้ายมีการปรับรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่แบบ LED ให้ดูทันสมัยมากขึ้น และปรับปรุงกันชนท้ายใหม่อีกด้วย นอกจากนี้ก็จะมีล้อลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ส่วนรุ่นล้อ 16 นิ้วยังเป็นลายเดิม

   เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารที่มีการยกระดับการตกแต่งให้ดูสวยงามหรูหรามากขึ้น มีการบุนุ่มและเดินด้ายตะเข็บจริงบริเวณคอนโซลหน้าและช่วงฐานเกียร์ หน้าปัดความเร็วในเกรดบนๆนั้นจะได้แบบดิจิตอลขนาด 10 นิ้วซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในกลุ่ม ตรงกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนั้นแล้วยังมีการเพิ่มที่วางแขนพร้อมกล่องเก็บของกลางคอนโซลมาให้ อีกทั้งเปลี่ยนมาใช้เบรกมือแบบไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

  ขุมพลังยังคงใช้ เครื่องเดิมรหัส 15S4C DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi – TECH ความจุ 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ/นาที แต่ส่งกำลังด้วยเกียร์ใหม่! เกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด


   MG ZS Minor Change มีสีตัวถังให้เลือก 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง SCARLET RED, สีขาว ARCTIC WHITE, สี BLACK KNIGHT และ สีเงิน SILVER METALLIC มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย พร้อมปรับชื่อรุ่นย่อยใหม่ จาก C,D และ X เป็น C+,D+ และ X+ แทน 
C+ 689,000 บาท
D+ 739,000 บาท
X+ 799,000 บาท

ข้อมูลสเปคและออปชั่นของ MG ZS Minor Change
* มิติตัวถังภายนอกยาว 4,323 มิลลิเมตร กว้าง 1,809 มิลลิเมตร สูง 1,628-1,653 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 2,585 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 170 มิลลิเมตร น้ำหนักรถโดยประมาณ 1,290กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 48 ลิตร 
* ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.6 เมตร
* ระบบช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง / ระบบช่วงล่างหลังอิสระทอร์ชั่นบีม
* ระบบเบรกหน้าดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน / ระบบเบรกหลังดิสก์เบรก

รุ่น C+ ราคา 689,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • ไฟหน้าแบบ LED
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
  • ไฟตัดหมอกหลัง
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • กระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้าแบบพับอัตโนมัติพร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • สปอยเลอร์หลัง
  • ที่เปิดฝากระโปรงท้ายสไตล์สปอร์ต
  • ล้ออัลลอยด์ 16 นิ้ว พร้อมยาง 215 / 60 R16
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งหุ้มผ้า
  • ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Soft Touch
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับสูง – ต่ำได้
  • เบาะนั่งคนขับปรับ 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง
  • ที่พักแขนด้านหน้า
  • เบาะนั่งด้านหลัง พนักพิงพับได้ 60:40
  • พื้นที่เก็บสัมภาระปรับได้ 2 ระดับ
  • กระจกไฟฟ้า One Touch Up – Down ด้านคนขับ
  • กระจกมองหลังตัดแสง
  • ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล
  • ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) พร้อม Push Start
  • กรองอากาศ PM2.5
  • ช่องจ่ายไฟ 12V / ระบบกุญแจรีโมท / ไฟส่องแผนที่
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์
  • ลำโพง 4 ตัว
  • หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 4 ตำแหน่ง
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ
  • ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay
  • ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย สมาร์ทโฟนระบบ Android
ระบบความปลอดภัย
  • ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบควบคุมความเร็วรถขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control System)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • เข็มขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  • ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
รุ่น D+ ราคา 739,000 บาท (เพิ่มเติม 50,000 บาทจากรุ่น C+)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น C+)
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • ราวหลังคา
  • ล้ออัลลอยด์ 17 นิ้ว พร้อมยาง 215 / 55 R17
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น C+)
  • ภายในสีน้ำตาล และดำ
  • เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว (Digital Multi - Function Display)
  • ลำโพง 6 ตัว
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 5 ตำแหน่ง
* ระบบสั่งการอัจฉริยะ i - SMART
SMART CHECK
  • ระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์
  • ระบบสั่งการ และระบบค้นหารถ Find My Car
  • ระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์
  • ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์
  • ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ
SMART COMMAND
  • ระบบสั่งการผ่านเสียงภาษาไทย
  • ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน
  • ระบบวางแผนการเดินทาง Travel Plan
  • ระบบโทรออก – รับสายจากจอทัชสกรีน
  • ระบบเลขาส่วนตัว MG Call Centre
  • ระบบโทรอัตโนมัติกรณีฉุกเฉิน Emergency Call
SMART CONNECT
  • ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง
  • ระบบนำทาง Navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time
  • ระบบช่วยค้นหาร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง
  • อัพเกรดระบบผ่านออนไลน์
  • ระบบเรียกดูข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน
  • อัพเดตข้อมูลพยากรณ์อากาศ
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น C+)
  • ระบบจำกัดความเร็ว ASL (Active Speed Limit)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • กล้องมองหลัง
รุ่น X+ ราคา 799,000 บาท (เพิ่มเติม 60,000 บาทจากรุ่น D+)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มจากรุ่น D+)
  • ระบบควบคุมการ เปิด – ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof)
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบอัตโนมัติ
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มจากรุ่น D+)
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มจากรุ่น D+)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ม่านถุงลมนิรภัย
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  

วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562

MG ZS Minor Change ปรับโฉมใหม่ในจีน มาพร้อมขุมพลังใหม่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มคัน

   SAIC Motors ประเทศจีน เปิดตัว MG ZS Minor Change อย่างเป็นทางการในประเทศจีนแล้ว ซึ่งได้รับการอัปเกรดทั้งรูปโฉมภายนอกและภายใน แนะนำขุมพลังบล็อกใหม่ อีกทั้งติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มอีกด้วย
  งานดีไซน์ภายนอกนั้นมีการปรับใบหน้าใหม่แทบทั้งหมด โดยมากับไฟหน้าทรงใหม่แบบ LED ที่ดูเพรียวบางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมด้วยกระจังหน้าทรงใหม่แบบ 6 เหลี่ยม ออกแบบกรอบไฟตัดหมอกใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น ส่วนด้านท้ายมีการปรับรายละเอียดโคมไฟท้ายใหม่แบบ LED ให้ดูทันสมัยมากขึ้น และปรับปรุงกันชนท้ายใหม่อีกด้วย นอกจากนี้ก็จะมีล้อลายใหม่มาให้แล้วแต่รุ่นย่อย

  เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารที่มีการยกระดับการตกแต่งให้ดูสวยงามหรูหรามากขึ้น มีการบุนุ่มและเดินด้ายตะเข็บจริงบริเวณคอนโซลหน้าและช่วงฐานเกียร์ หน้าปัดความเร็วในเกรดบนๆนั้นจะได้แบบดิจิตอล (ซึ่งคาดว่ามาไทยเผลอๆลงใส่แบบเข็มมาเหมือนเดิม) ตรงกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว ในรุ่นบนๆของจีนจะได้ระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Internet Car Intelligent System 3.0 มาให้ด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีการเพิ่มที่วางแขนพร้อมกล่องเก็บของกลางคอนโซลมาให้ อีกทั้งเปลี่ยนมาใช้เบรกมือแบบไฟฟ้า เช่นเดียวกับเบาะนั่งที่มีการดีไซน์ใหม่และเพิ่มการตกแต่งใหม่ๆ

  ขุมพลังในตลาดจีนจะมีทางเลือก 2 แบบ ได้แก่
- 180DVVT เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ CVT
- 260TGI เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร dual injection turbocharged พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Aisin 6 สปีด

  ความน่าสนใจคือระบบความปลอดภัยที่คราวนี้ MG ติดตั้งชุดความปลอดภัย MG PILOT L2+ Intelligent Driving System มาให้ใน MG ZS ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามความเร็ว (Adaptive Cruise Control) แบบ Full Speed
  • ระบบ ICA (Integrated High-Speed Smart Cruise)
  • ระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BLIS (Blind Spot Monitoring System)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) 
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) 
  • ระบบเบรกอัตโนมัติ AEB (Automatic Emergency Braking System)
  • ระบบ SAS (Intelligent Speed Control System)
  • ระบบ IHC (Intelligent Near-Light Control System)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  MG ZS Minor Change จำหน่ายในจีนแล้วในราคาเริ่มต้นที่ 79,800 หยวน (ประมาณ 342,000 บาทไทย) สำหรับรุ่น 180DVVT รุ่นพื้นฐานเกียร์ธรรมดา จนไปถึงรุ่นท็อปสุด 260TGI พร้อมระบบความปลอดภัย MG PILOT L2+ Intelligent Driving System ราคาอยู่ที่ 112,800 หยวน (ประมาณ 483,000 บาทไทย)

  สุดท้ายต้องมาลุ้นกันว่า MG ZS Minor Change จะมีการเปิดตัวในไทยเมื่อไหร่ และจะได้ขุมพลังแรงๆแบบในจีนหรือไม่ ต้องติดตามครับสาวก MG

ที่มา SAIC MG / Autohome1 / Autohome2

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562

MG ZS EV กวาดยอดจองกว่า 1,000 คันในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ประเทศอังกฤษ

   MG ZS EV เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในประเทศไทย ด้วยราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่นๆในระดับเดียวกัน สร้างความสนใจให้กับใครๆหลายคนไม่น้อย และล่าสุดที่ประเทศอังกฤษที่มีการเปิดจำหน่าย MG ZS EV เช่นเดียวกัน ภายหลังเปิดรับจองไปเพียง 2 สัปดาห์ก็กวาดยอดจองไปแล้ว 1,000 คัน

  ด้วยเงินสนับสนุนอีก 3,500 ปอนด์ (ประมาณ 130,000 บาทไทย) ทำให้ราคาจำหน่ายเริ่มต้นจะเหลืออยู่ที่ 21,495 ปอนด์ (ประมาณ 800,000 บาทไทย) แถมยังได้ชุดอุปกรณ์สำหรับชาร์จไฟที่บ้านฟรีด้วยสำหรับลูกค้า 1,000 คนแรก

  ผลตอบรับที่ดีแบบนี้ทำให้ MG ประเทศอังกฤษ ขยายโปรโมชั่นราคาเริ่มต้นสุดพิเศษนี้อีกสำหรับ 1,000 คันถัดไป แต่ไม่ได้รวมของแถมชุดชาร์จไฟที่บ้านฟรีแล้ว

  MG ZS EV เวอร์ชั่นอังกฤษจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย และมีราคาจำหน่ายดังนี้ (ราคาไม่ได้หักส่วนลด)
- รุ่น Excite 24,995 ปอนด์ (ประมาณ 931,000 บาทไทย)
- รุ่น Exclusive 26,995 ปอนด์ (ประมาณ 1,006,000 บาทไทย)

  ขุมพลังของ MG ZS EV เวอร์ชั่นสำหรับผู้ดีจะติดตั้งมอเตอร์ซิงโครนัส พละกำลังสูงสุดที่ 143 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 353 นิวตันเมตร โดยมีแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 44.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงในการจุพลังงาน สามารถวิ่งได้ระยะทาง 263 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้งตามมาตรฐาน WLTP (Worldwide harmonized Light vehicles Test Procedure) สำหรับการขับขี่ในเมืองอาจจะวิ่งได้สูงสุด 372 กิโลเมตร

  รูปทรงภายนอกก็เหมือนกับที่จำหน่ายในไทย เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารที่ได้หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่สามารถรองรับ Apple CarPlay และ Andriod Auto ได้ด้วย (ไทยไม่รองรับ) และวิทยุ DAB radio ระบบความปลอดภัยค่อนข้างจัดเต็มเหมือนในไทย ด้วยการติดตั้งชุดระบบ MG Pilot มาให้ ซึ่งประกอบด้วย
- ระบบเบรกอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันคนบนนถนนและคนปั่นจักรยาน Active Emergency Braking with Pedestrian and Bicycle Detection
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน พร้อมช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA) with Lane Departure Warning System (LDWS)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำTraffic Jam Assist
- ระบบช่วยจำกัดความเร็วอัตโนมัติ Intelligent Speed Limit Assist
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาด้านข้างBlind Sport Detection (BSD) เฉพาะรุ่น Exclusive
- ระบบช่วยเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA) เฉพาะรุ่น Exclusive

   สำหรับตลาดเมืองไทยนั้นก็เริ่มทยอยส่งมอบรถกันแล้ว แว่วๆว่าจองเกิน 1,000 คันแล้วเหมือนกัน ผลตอบรับค่อนข้างดีจนต้องตัดรถเทสต์ที่โชว์รูมมาส่งมอบให้ลูกค้าก่อนกันเลยทีเดียว สุดท้ายก็ต้องดูเสียงจากผู้ใช้จริงว่าเป็นอย่างไรและจะมีปัญหาจุกจิกแบบเครื่องยนต์สันดาปภายในหรือไม่ คนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ จะรอดูก่อนก็ไม่ผิดอะไรครับ

ที่มา Carscoops

------------------------------------------------------------------------------------------
สนใจออกรถ Mazda วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ จัดหนักส่วนลด+ของแถม เพียงคุณแสดงตัวว่ากดติดตามเพจ Car News Update (แคปโพสต์ให้ดูด้วย) สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : anuntasooragath ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------


   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2562

MG ZS EV รถพลังงานไฟฟ้าล้วน 100% เปิดตัวด้วยราคาเขย่าตลาดที่ 1,190,000 บาท

   สิ้นสุดการรอคอยแล้วเมื่อ MG Thailand ได้ทำการเปิดตัว MG ZS EV อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งค่ายที่พร้อมบุกตลาดรถ EV และที่สำคัญคือ เปิดตัวด้วยราคาที่ถูกกว่าที่คาดไว้มาก โดยตั้งราคาไว้ที่ 1,190,000 บาท (จากที่เคยคาดไว้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาท)

      MG ZS EV ถือว่าเป็นรถรุ่นแรกของค่ายที่ใช้ขุมพลังแบบไฟฟ้าล้วนๆ และมีอัตราการปล่อยไอเสียเป็น 0  สิ่งที่แตกต่างจาก MG ZS รุ่นปกติก็คือ บริเวณโลโก้ที่มีเรืองแสงสีฟ้า และโลโก้ Netgreen บริเวณแก้มด้านข้างบ่งบอกถึงความเป็นรถพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมากับล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งแนะนำสีตัวถัง "สีฟ้า Copenhegen Blue" ด้วย และเมืองไทยมีสีนี้ให้เลือกเพียงสีเดียวเท่านั้น


   ส่วนภายในห้องโดยสารมีการออกแบบและตกแต่งใหม่ให้ดูหรูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจะแตกต่างจากรุ่นปกติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของชุดหน้าปัดวัดความเร็วที่จะมาพร้อมจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี ออกแบบหน้าจอสัมผัสตรงกลางใหม่ขนาด 8 นิ้ว บริเวณฐานเกียร์เปลี่ยนจากหัวเกียร์เป็นปุ่มหมุนแทน ติดตั้งระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติพร้อมระบบกรองอากาศที่ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของขนาดใหญ่และมีที่พักแขนตรงกลางมาให้ รวมทั้งมีการบุนุ่มบนคอนโซลและเดินด้ายตะเข็บจริงเสริมความหรูหรามากขึ้น


    ขุมพลังของรถจะใช้มอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor) พละกำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร โดยมีแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนขนาด 44.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงในการจุพลังงาน สามารถวิ่งได้ระยะทาง 337 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้งตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) แต่ถ้าขับโดยใช้ความเร็วไม่มากอาจวิ่งได้ระยะทางสูงสุดเกิน 400 กิโลเมตร

   MG ZS EV สามารถลุยน้ำได้ในความลึก 40 ซม. โดยแบตเตอรี่ยังคงทำงานได้ตามปกติ  ชุดแบตเตอรี่ยังมีระบบการปกป้องแบตเตอรี่แบบ 360 องศาที่มาพร้อมกับระบบจัดการอุณหภูมิอัจฉริยะซึ่งส่งผลให้ระบบการทำงานต่างๆยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมแม้จะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำหรือสูงก็ตาม สำหรับโหมดการขับขี่นั้นจะมีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ได้แก่  Eco, Normal และ Sport เท่านั้นยังไม่พอ แบตยังมีระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่ช่วยในการนำพลังงานที่ใช้ในระหว่างการขับขี่ชาร์จกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (Regenerative) ได้ด้วย

  สำหรับระบบการชาร์จไฟแบตเตอรี่จะมีทั้งหมด 2 ทางเลือกด้วยกัน ได้แก่
1. การชาร์จไฟแบบธรรมดา (Normal Charge) โดยชาร์จผ่านชุดชาร์จ MG Home Charger จะใช้เวลาชาร์จจนเต็มภายในเวลา 6.5 ชั่วโมง
2. การชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) โดยชาร์จผ่านสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ (Public Charging Station) ใช้เวลาชาร์จจนถึง 80% ในเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น

  ทางด้านระบบความปลอดภัยถือว่าค่อนข้างจัดเต็มมากทีเดียว โดยประกอบด้วย
- ระบบป้องกันล้อล็อค ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
- ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA
- ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
- ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
- ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
- ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) 
- ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
- ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
- จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX 
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
- เข็มขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัย
- กล้องมองหลัง 
- สัญญาณเตือนกะระยะถอยหลัง
- กุญแจนิรภัยแบบ Immoblizer และสัญญาณกันขโมย
- ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรคค้าง (Auto Vehicle Hold)
- รเะบบเบรคมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF 
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาด้านข้าง (Blind Spot Detection) 
- ระบบช่วยเตือนมุมอับขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)
- ระบบ เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Intelligent High-Beam Control) 
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control : ACC)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง (Forward Collision Warning : FCW) 
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (Traffic Jam Assist) 
- ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning)
- ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist)
- ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน (Lane Departure Prevention)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist) 

  และด้วยได้รับสิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีนและอาเซียนทำให้เสียภาษีนำเข้าในพิกัด 0% และแม้จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 8% ก็ยังสามารถทำราคาได้ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ทำให้ตอนนี้ MG ZS EV กลายเป็น "รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ถูกที่สุดในไทย" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  และสำหรับใครที่กังวลว่าหากซื้อรถไฟฟ้าล้วนไปใช้ กลัวจะมีปัญหาเรื่องการหาที่ชาร์จ ล่าสุดทาง MG Thailand ได้งนามความร่วมมือกับ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เพื่อติดตั้งสถานีชาร์จไฟ EA anywhere ให้กับโชว์รูมของ MG ทั่วประเทศและยังลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รวมทั้งเจรจากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อติดตั้งจุดชาร์จไฟอีกด้วย

  MG ZS EV จะนำไปโชว์ตัวต่อสาธารณะชนภายในงาน Fast Auto Show 2019 ตั้งแต่วันที่ 26-30 มิ.ย. นี้ และจะเริ่มลงโชว์รูมตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. เป็นต้นไป และพร้อมส่งมอบรถล็อตแรก 300 คันไปยังโชว์รูมเพื่อส่งให้กับลูกค้าที่ทำการสั่งซื้อต่อไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถ 1,000 คันแรก จะได้รับเครื่องชาร์จไฟ MG Home Charger มูลค่า 45,000 บาท พร้อมฟรีค่าติดตั้งอีก 20,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กม.

  นับว่าเป็นการมาที่ค่อนข้างสนใจไม่น้อย และยิ่งราคาถูกกว่าเจ้าอื่นหลายขุม ก็อาจจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องจัดการกับเรื่องบริการหลังการขาย เรื่องอะไหล่ เรื่องการบำรุงรักษาให้ดีๆด้วย






ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box