วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

Mercedes-Benz E-Class Minor Change ปรับดีไซน์ใหม่ครั้งใหญ่ จัดเต็มขุมพลัง Plug-In Hybrid

   ในที่สุดค่ายตราดาว Mercedes-Benz ก็ได้ทำการเผยโฉม E-Class รุ่นปรับโฉมใหม่ (Minor Change) กับการปรับโฉมภายนอกครั้งใหญ่ ยิ่งตัวถังซีดานที่เห็นนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านท้ายเลย

   ด้านหน้าได้สลัดไฟหน้า 4 ดวง ทิ้งไปจนหมดสิ้น ด้วยด้านหน้าตามสไตล์ตราดาวยุคใหม่ ผสานการออกแบบระหว่าง Mercedes-Benz CLS และ Mercedes-AMG GT 4-Door มาพร้อมไฟหน้าทรงใหม่ที่เรียวยาวขึ้น กระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ที่ออกแบบให้รับกับไฟหน้า ไฮไลต์เด็ดคงจะเป็นไฟท้ายที่เปลี่ยนทรงจากไฟก้อนแนวตั้งเป็นไฟท้ายแนวนอน (ส่วนรุ่น Estate จะเป็นไฟท้ายทรงเดิมแต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดโคมไฟใหม่)

  เข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบกับการเปลี่ยนแปลงในส่วนของพวงมาลัยที่เป็นทรงใหม่ นับเป็น Mercedes-Benz ครั้งแรกที่ใช้พวงมาลัยทรงนี้ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมแบบ 2 โซน มีการตกแต่งพวงมาลัยให้เลือก 3 แบบ คือ หนังล้วน หนังและลายไม้ และ พวงมาลัยแบบฐานตัดดีไซน์สปอร์ต เบาะนั่ง แผงคอนโซลหน้า แผงประตูมีวัสดุให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนัง Artico, หนัง Nappa ที่ตัดเย็บเป็นลายเพชร

   แผงหน้าปัดดิจิตอลยังมีการออกแบบในส่วนของกราฟิกใหม่ หน้าจอดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอจะถูกติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน หรือ จะเลือกออปชั่นเป็น 2 หน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วก็ได้ จอทั้ง 2 รูปแบบสามารถใช้เข้าถึงฟังก์ชั่นและปรับตั้งค่าได้หลากหลาย แน่นอนว่ารองรับระบบ MBUX ของค่ายด้วย อีกทั้งยังสามารถควบคุมได้โดยใช้ทัชแพดใหม่บริเวณคอนโซลกลาง หรือควบคุมหน้าจอด้วยเสียงหรือท่าทางมือก็ได้

  E-Class ใหม่จะมีเบาะนั่งแบบ energizing seat kinetics พร้อมฟังก์ชั่นนวดที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำงานควบคู่ไปกับระบบ energizing comfort control ที่ควบคุมการทำงานของระบบภายในห้องโดยสาร โดยจะมาช่วยเสริมเสียงดนตรี ปรับแสงสีภายในห้องโดยสารและควบคุมการนวด นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม "PowerNap" ที่มีให้ในรุ่น Plug-In Hybrid มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่เมื่อต้องการงีบภายในรถระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างทาง

  ระบบช่วยเหลือการขับขี่ยังคงมีให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Speed ​​Assist
  • ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Active Distance Assist Distronic
  • ระบบช่วยคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน Active Steering Assist
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา Active Blind Spot Assist
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมเซ็นเซอร์ช่วยในการถอยจอด Active Parking Assist with Parktronic
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • ระบบช่วยหยุดรถและออกตัวอัตโนมัติ Active Stop-and-Go Assist

   E-Class Minor Change ยังก้าวไปอีกขั้นหนึ่งสู่อนาคตของขุมพลังขับเคลื่อนด้วยการมีทางเลือกขุมพลัง Plug-In Hybrid ให้เลือกถึง 7 ขุมพลังทั้งในตัวถัง Saloon และ Estate มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC รวมทั้งมีเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยขุมพลังเบนซินจะมีพละกำลังทางเลือกตั้งแต่ 156-367 แรงม้า (PS) และรุ่นดีเซลพละกำลัง 160-330 แรงม้า (PS)

   ทางค่ายยังมีการนำเสนอเครื่องยนต์เบนซินใหม่รหัส  M254  ความจุ 2.0 ลิตร 4 สูบแบบ Mild Hybrid ระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า Integrated Starter-Generator (ISG) พละกำลังสูงสุด 272 แรงม้า ที่มาพร้อมกับ EQ Boost ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังอีก 20 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร เครื่องตัวนี้จะเป็นแบบ Mild Hybrid พร้อมระบบไฟฟ้า 48 โวลต์

    Mercedes-Benz ยังเปิดตัวเครื่องยนต์เบนซินรหัส M256 ความจุ 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียงใน E-Class เป็นครั้งแรกซึ่งมีระบบ ISG เช่นกัน โดยมากับพละกำลัง 367 แรงม้า และ EQ Boost นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล OM656 และ OM654 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วย

   Mercedes-Benz E-Class Minor Change จะเปิดตัวในยุโรปช่วงครึ่งหลังของปี โดยจะมาถึงตัวแทนจำหน่ายในยุโรปช่วงฤดูร้อนนี้ (ราวๆมิถุนายน) ตามด้วยฐานล้อยาวสำหรับตลาดจีนเท่านั้น ส่วนรุ่น Coupe และ Cabriolet จะเปิดตัวในปลายปีนี้

  ส่วนเมืองไทยคาดว่าน่าจะได้สัมผัส Mercedes-Benz E-Class Minor Change ช่วงปลายปีนี้ครับ ยังไงสาวกตราดาวต้องติดตามชม

ที่มา Carscoops / ภาพเพิ่มเติมจาก Netcarshow

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

All-New Volkswagen Caddy รถเพื่อการพาณิชย์โฉมใหม่ ขนของก็ได้ ขนคนก็ดี

   ยักษ์ใหญ่เยอรมัน Volkswagen ได้เผยภาพของ All-New Volkswagen Caddy รถเพื่อการพาณิชย์ไซส์กะทัดรัดที่มีให้เลือกตั้งแต่เกรด Cargo และ Maxi Cargo รวมไปถึงถึงเกรดท็อป Caddy PanAmericana  และยังรวมถึงรถมินิ MPV สำหรับครอบครัวด้วย Caddy Life MPV 

  ภายนอกมากับแนวการออกแบบตามสไตล์ VW ยุคใหม่ มากับไฟหน้าใหม่แบบ LED ล้อมรอบกระจังหน้าเพรียวบางและโลโก้ VW ตรงกลาง นอกจากนี้ยังมีส่วนกระจังหน้าด้านล่างพร้อมช่องระบายอากาศ และกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศสีเดียวกับกันชนอีกทั้งยังมีตะแกรงแบบรังผึ้งด้วย

VW Caddy Life MPV
  ด้านท้ายมากับไฟท้าย LED ทรงบางเฉียบที่ยาวกว่าลากจรดไปจนถึงหลังคา Caddy ใหม่ยังมีทางเลือกล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้วเป็นครั้งแรก มีทางเลือกฝาท้ายขนาดใหญ่บานเดียวหรือหรือประตูตู้กับข้าวขึ้นอยู่กับเกรดรุ่นที่เลือก เช่นเดียวกับประตูหลังแบบสไลด์ที่มีทั้งแบบบานเดียวหรือ 2 บาน มีระบบช่วยเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าสำหรับฝาท้ายและประตูสไลด์ นอกจากนี้รถยังถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้นด้วยเนื่องจากค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานลดลงจาก 0.33 เป็น 0.30

VW Caddy Cargo
   Caddy ใหม่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม MQB ช่วยให้รถตู้ขนาดกะทัดรัดคันนี้เข้าถึงเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่หลากหลายมากขึ้นจาก VW Golf เครื่องดีเซล TDI ที่มีพละกำลังตั้งแต่ 75-120 แรงม้า (PS) ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น “หนึ่งในเครื่องยนต์ดีเซลที่สะอาดที่สุดในโลก” ต้องขอบคุณระบบหัวฉีดคู่ (ตัวแปลงปฏิกิริยา SCR สองตัวพร้อมระบบฉีด AdBlue สองครั้ง) ที่ลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์

   ทางด้านเครื่องยนต์เบนซินจะเป็นเครื่องเทอร์โบชาร์จเจอร์ TSI พละกำลัง 116 แรงม้า (PS)  และเครื่องยนต์ทเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ TGI ที่มีกำลังอัดมากแต่ยังระบุรายละเอียดชัดเจน เครื่องยนต์ทั้งหมดสอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ ยูโร 6 ปี 2021 และติดตั้งตัวกรองฝุ่นละอองอีกด้วย ทาง VW กล่าวว่าเครื่องเหล่านี้มีปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลดลงมากถึง 12 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ไม่มีการพูดถึงสายพันธุ์ไฮบริดอ่อนที่มีข่าวลือ 48 โวลต์หรือการทำซ้ำแบบไฟฟ้าทั้งหมดซึ่งอาจได้รับความอนุเคราะห์จาก ABT Sportsline

   Caddy รุ่นใหม่จะมีเพลาคานบิดแบบใหม่พร้อมสปริงเพื่อรับมือกับน้ำหนักบรรทุกที่มากขึ้น ซึ่งจะแทนที่เพลาแข็งของรุ่นก่อนหน้าด้วยแหนบ VW ยังให้คำมั่นสัญญาด้วยว่าจะเพิ่มพื้นที่รองรับได้ทั้งผู้โดยสารหรือสินค้าด้วยรุ่น Caddy Maxi ที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับพาเลทยูโร 2 ชิ้น

VW Caddy Maxi Cargo
  การเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มแบบ Modular ส่งผลให้ Caddy โฉมใหม่นั้นติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ใหม่ ๆ และระบบอินโฟเทนเมนต์ใหม่ โดยติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่กว่า 19 ระบบซึ่งเป็นระบบใหม่ 6 ระบบ รวมไปถึง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Travel Assist adaptive cruise control พร้อมฟังก์ชั่น Stop & go, ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง Trailer Assist และ ระบบเตือนมุมอับด้านข้างพร้อมเตือนการชนจากทางด้านหลัง Side Assist with Rear Traffic Alert

   สำหรับหน้าจออินเทอร์เฟซมัลติมีเดียนั้น VW มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 6.5 นิ้วถึง 10 นิ้วและมีหน้าปัดดิจิตอล Digital Cockpit เป็นออปชั่นเสริม แดชบอร์ดได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น มากับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่ หัวเกียร์ดีไซน์ใหม่สำหรับเกียร์อัตโนมัติ เบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และปุ่ม "Light & Sight" ที่อยู่ทางด้านซ้ายของพวงมาลัย และสามารถใช้กุญแจ Keyless Access ได้เป็นครั้งแรก

   VW Caddy โฉมใหม่ทั้งหมดจะเปิดตัวในปลายปีนี้ในรูปแบบรถขนของ Cargo (หน้าต่างทึบ), รุ่นฐานล้อยาว Estate (พร้อมหน้าต่างห้องโดยสาร) และ MPV สำหรับโดยสารโดยเฉพาะ รวมทั้งเสนอรูปแบบการตกแต่ง 3 แบบ ได้แก่ Caddy, Life และ Style

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

ข้อมูลและสเปค Suzuki Ciaz Minor Change ปรับโฉมใหม่ในไทย พร้อมไฟท์คู่แข่งขาโหด

   หลังจากวางจำหน่ายยาวนานกว่า 4 ปีจนเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ค่าย Suzuki ก็ได้ฤกษ์ในการปรับโฉมอีโคคาร์ซีดานคันโตอย่าง Ciaz ในประเทศไทยเสียที หลังจากปล่อยให้อินเดียและจีนปรับโฉมนำไปก่อนแล้วปีกว่าๆ

    ภายนอกจะอิงรูปโฉมมาจากเวอร์ชั่นอินเดีย รุ่นท็อปสุด RS จะมาไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟหรี่แบบ LED ทรงใหม่ กันชนหน้าออกแบบใหม่เสริมด้วยโครเมียมเพิ่มความหรู นอกจากนี้ยังมีการเสริมด้วยชุดแต่งรอบคันเพิ่มความสปอร์ตเหมือนเคย ด้านท้ายยังคงไฟท้ายเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีการเสริมโครเมียมเพิ่มเติมบริเวณกันชนท้าย ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วก็ยังคงเป็นลายเดิม ส่วนรุ่นรองลงไปก็จะมีอุปกรณ์มาตรฐานที่ลดลงจากนี้

  ภายในห้องโดยสารก็ยังคงดีไซน์เดิมเช่นกัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด รุ่นท็อปยังคงมาพร้อมกับ เครื่องเล่นวิทยุ MP3 พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ,ระบบนำทาง, SD Card, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay/ Android Auto/ MirrorLink อีกทั้งยังมีระบบปรับอากาศตอนหลังมาให้ตั้งแต่รุ่น GLX CVT อีกด้วย


  แน่นอนว่าขุมพลังก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ เครื่องเบนซินรหัส K12ฺB ความจุ 1.25 ลิตร มากับพละกำลัง 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ CVT

   ระบบความปลอดภัย น่าเสียดายที่ยังไม่มี ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS และ ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน Hill Hold Control มาให้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ Eco Car ปี 2020 ควรมีได้แล้ว
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
  • คานกันกระแทกด้านข้าง
  • เซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน (รุ่น GLX CVT และ RS CVT)
  • กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น RS CVT)
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้า ELR 3 จุดพร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง ELR 3 จุด 2 ตำแหน่งและ 2 จุด 1 ตำแหน่ง
  • ระบบล็อกนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง 
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD 
  • ระบบกุญแจนิรภัย  Immobilizer system 
  • ระบบสัญญาณเตือนภัย Security alarm 
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
   Suzuki Ciaz Minor Change มีสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่ 
- สีขาว Pure White Pearl (เพิ่มเงินจำนวน 5,000 บาท)
- สีแดง Ablaze Red Pearl (เฉพาะรุ่น GLX,RS)
- สีดำ Super Black Pearl
- สีน้ำตาล Dignity Brown Pearl Metallic เฉพาะรุ่น GL,GLX
- สีเทา Mineral Gray Metallic เฉพาะรุ่น GL,GLX 
- สีเงิน Star Silver Metallic  เฉพาะรุ่น GL,GLX

  มีจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่
- GL MT 523,000 บาท
- GL CVT 559,000 บาท
- GLX CVT 625,000 บาท
- RS CVT 675,000 บาท
จะเห็นว่าราคาจำหน่ายนั้นไม่ต่างจากเดิมเลย แต่อย่างไรก็ตาม Suzuki บอกว่า "เพื่อให้ลูกค้าที่มีความสนใจและสามารถเข้าถึงราคาที่เหมาะสมพร้อมสัมผัสกับที่สุดของความคุ้มค่า ในราคาพิเศษเฉพาะช่วงแนะนำ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง" 

ราคาจำหน่ายจริงจะมีดังนี้
- GL MT 533,000 บาท
- GL CVT 569,000 บาท
- GLX CVT 650,000 บาท
- RS CVT 689,000 บาท
แต่ดูทรงแล้ว ราคากับออปชั่นที่ให้มา เผลอๆน่าจะได้ใช้ราคาเดิมยาวๆครับ

  นอกจากนี้ทาง Suzuki ยังดึงนักแสดงสาวดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง "เบลล่า-ราณี แคมเปน"มาเป็นพรีเซนเตอร์ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับรถอีกด้วย

ข้อมูลและสเปค Suzuki Ciaz Minor Change
* มิติตัวรถยาว 4,490-4,495 มิลลิเมตร กว้าง 1,730 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.4 เมตร ความสูงใต้ท้องรถ  145 มิลลิเมตร
* ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 42 ลิตร
* ระบบพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน
* ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
* ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรกแบบฝักนำและฝักตาม
* ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมคอยล์สปริง
* ระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมคอยล์สปริง

GL MT ราคา 523,000 บาท
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก
  • กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต
  • กระจกสีตัดแสง
  • ไฟหน้าฮาโลเจนโปรเจคเตอร์
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 
  • ไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 15 นิ้วพร้อมยาง 185/65R15
  • เสาอากาศแบบฝังกระจกหลัง 
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า
  • พวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • กระจกไฟฟ้า 4 บาน ปรับขึ้นลงอัตโนมัติด้านคนขับ
  • ระบบเซ็นทรัลล็อคพร้อมปุ่มควบคุมบริเวณคนขับ
  • กุญแจรีโมทพร้อมไฟกะพริบตอบรับ
  • แผ่นกรองอากาศ
  • ที่เปิดฝาท้ายรถแบบไฟฟ้า
  • มาตรวัดความเร็ว /วัดรอบเครื่อง / วัดระดับน้ำมัน / วัดอุณหภูมิน้ำยาหล่อเย็น 
  • จอแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง / แสดงค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันต่อระยะทาง / แสดงอุณหภูมิภายนอก / แสดงผลระยะเดินทาง / นาฬิกา
  • สัญญาณไฟเตือนบนหน้าจอ -> เตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ / เตือนระดับเชื้อเพลิงต่ำ / เตือนเมื่อปิดประตูไม่สนิท
  • เสียงสัญญาณเตือนเมื่อเปิดไฟหน้าค้าง / เตือนเมื่อลืมกุญแจ 
  • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารส่วนของไฟอ่านแผนที่ 2 ตำแหน่ง / ตอนกลางห้องโดยสาร 3 ตำแหน่ง
  • แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมช่องเสียบบัตรที่ตำแหน่งคนขับ
  • เบาะผ้า
  • ที่นั่งคู่หน้าพร้อมพนักพิงศีรษะ 2 ตำแหน่ง 
  • ที่พักแขนบริเวณที่นั่งด้านหน้า
  • ช่องเก็บของด้านหลังเบาะคู่หน้า
  • ที่พักแขนบริเวณที่นั่งด้านหลังพร้อมช่องวางแก้วน้ำ
  • มือจับผู้โดยสาร 3 ตำแหน่ง
  • ที่วางเครื่องดื่ม 8 ตำแหน่ง
  • ช่องเก็บสัมภาระบริเวณประตูหน้า-หลัง
  • ช้องเก็บของบริเวณคอนโซลหน้าด้านล่างพร้อมไฟส่องสว่างและฝาปิด
  • ช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง 
  • ช่อง USB และ AUX บริเวณเครื่องเสียง
  • ช่องจ่ายไฟสำรอง / 12V บริเวณคอนโซลหน้าด้านล่าง
  • ที่พักเท้าสำหรับคนขับ
  • ไฟส่องสว่างพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า-หลัง)
ระบบความปลอดภัย 
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS
  • คานกันกระแทกด้านข้าง
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้า ELR 3 จุดพร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง ELR 3 จุด 2 ตำแหน่งและ 2 จุด 1 ตำแหน่ง
  • ระบบล็อกนิรภัยป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง 
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ EBD 
  • ระบบกุญแจนิรภัย  Immobilizer system 
  • ระบบสัญญาณเตือนภัย Security alarm 
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
GL CVT 559,000 บาท (เพิ่มเงิน 36,000 บาทจากรุ่น GL MT)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มเติมจากรุ่น GL MT)
  • ไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่น GL MT
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจากรุ่น GL MT)
  • เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3  พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB
  • จอแสดงผล เพิ่มเติมการแสดงตำแหน่งเกียร์ CVT
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น GL MT)
  • ไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่น GL MT
GLX CVT 625,000 บาท (เพิ่มเงิน 66,000 บาทจากรุ่น GL CVT)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มเติมจากรุ่น GL CVT)
  • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED
  • ไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • มือจับประตูด้านนอกตกแต่งด้วยโครเมียม
  • วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอกโครเมียม
  • วัสดุตกแต่งแผงสะท้อนด้านหลัง
  • ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 195/55 R16
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจากรุ่น GL CVT)
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าแบบหุ้มหนัง
  • พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัย
  • กุญแจรีโมทพร้อมไฟกะพริบและเสียงสัญญาณตอบรับ
  • ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ
  • Keyless Push Start
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • ช่องปรับอากาศบริเวณที่นั่งผู้โดยสารแถวหลัง
  • เครื่องเล่นวิทยุ CD MP3  พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และ Bluetooth
  • ลำโพง 4 ตำแหน่ง (คู่หน้า-หลัง) พร้อมทวีตเตอร์
  • แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าตำแหน่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
  • เบาะคนขับปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • มือจับประตูด้านในโครเมียม
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น GL CVT)
  • เซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน
RS CVT 675,000 บาท (เพิ่มเงิน 50,000 บาทจากรุ่น GLX CVT)
อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก (เพิ่มเติมจากรุ่น GLX CVT)
  • สเกิร์ตรอบคัน (ด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง)
  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3
  • วัสดุตกแต่งขอบประตูโครเมียม
  • วัสดุตกแต่งฝาท้ายโครเมียม
อุปกรณ์มาตรฐานภายใน (เพิ่มเติมจากรุ่น GLX CVT)
  • เบาะหนัง
  • เครื่องเล่นวิทยุ MP3 พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว 
  • ระบบนำทาง
  • SD Card
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth
  • รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay/ Android Auto/ MirrorLink
ระบบความปลอดภัย (เพิ่มเติมจากรุ่น GLX CVT)
  • กล้องมองหลัง
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

Like Box