แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมอร์ซิเดส-เบนซ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมอร์ซิเดส-เบนซ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563

Mercedes-Benz E-Class All Terrain Minor Change มาดใหม่ของเวอร์ชั่นลุยที่ไทยไม่มีขาย!

   อีกหนึ่งรูปแบบในตระกูล E-Class ที่ทาง Mercedes-Benz ได้นำเสนอในรุ่น Minor Change ก็คือ All-Terrain หรือโฉม Estate ที่เอามายกสูงและแต่งสไตล์อเนกประสงค์ และแน่นอนคู่แข่งคันนี้คงหนีไม่พ้น Audi A6 Allroad และ Volvo V90 Cross Country ครับ

  ด้วยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางเดียวกับ E-Class ตัวถังอื่น ๆ ภายนอกมากับโคมไฟหน้าทรงใหม่แบบ LED พร้อมไฟ DRL ภายในโคม เช่นเดียวกับการออกแบบกระจังหน้าใหม่ทรวดทรงใหม่ ฝากระโปรงแบบนูนเหมือนกับ E-Class เกรด Avantgarde และ AMG Line ในส่วนกันชนหน้านั้นยังคงมากับช่องระบายอากาศดีไซน์เดิมแต่มีการพ่นสีแผ่นกันกระแทกด้วยการการเคลือบสีโครเมี่ยมรมดำแทนสีเงิน

  ด้านท้ายมีการตกแต่งกันชนท้ายใหม่ด้วยโครเมียมรมดำ รวมทั้งออกแบบรายละเอียดไฟท้ายใหม่ ราวหลังคาใหม่พ่นสีดำ ส่วนรายละเอียดอื่นที่ยังคงเดิมอีกก็มีการตกแต่งรอบคันด้วยซุ้มล้อสีดำเพิ่มความบึกบึน มีระยความสูงใต้ท้องรถที่มากกว่า Estate ธรรมดา และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ให้เป็นมาตรฐาน รองรับการลุยบนเส้นทาง Off-Road

  การเปลี่ยนแปลงภายในก็จะเหมือนกับรุ่นอื่นๆ มีการติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงภายใต้คีย์เวิร์ด "Hey Mercedes" มาให้แบบรุ่นใหม่ ๆ ของค่าย เปลี่ยนพวงมาลัยทรงใหม่ และทัชแพดควบคุมหน้าจอดีไซน์ใหม่บนคอนโซลกลาง และยังมีรูปแบบการตกแต่งที่หลากหลายให้เลือกสรรกัน

   ความน่าสนใจคือรถอเนกประสงค์ขวัญใจพ่อบ้านคันนี้จะเข้าไปทำตลาดในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกด้วย โดยจะมีทางเลือกเดียว นั่นคือ E450 4Matic All-Terrain ขับเคลื่อนด้วยเครื่องเบนซินเทอร์โบชาร์จ 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง พละกำลังสูงสุด 367 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร โดยเป็นระบบ Mild Hybrid ที่มาพร้อมEQ Boost 48 โวลต์ให้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 21 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

   ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ E-Class All-Terrain ใหม่ แต่ก็บอกว่ารถคันนี้จะมีโหมด Off-road และทางเลือกขุมพลังเพิ่มเติม ซึ่งคงต้องรอให้รถมีการจำหน่ายก่อน แต่ที่แน่ ๆ รุ่นนี้ไม่มีแผนนำเข้ามาจำหน่ายในไทยครับ

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563

Mercedes-AMG E 53 Minor Change ปรับโฉมตัวแรงตราดาวในตัวถัง Saloon และ Estate

  Mercedes-Benz E-Class Minor Change ก็ได้เผยโฉมออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมาในตัวถัง Saloon และ Estate รวมทั้งอีกหนึ่งตัวแรงสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็มีการเผยออกมาพร้อม ๆ กัน นั่นคือ Mercedes-AMG E 53 จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปชมกันครับ


   AMG E 53 ยังคงติดตั้งขุมพลังเดิมเหมือนรุ่นก่อนหน้า นั่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง มากับพละกำลัง 435 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร  มาพร้อมกับ EQ Boost Starter-Alternator ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังอีก 22 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตรในช่วงระยะเวลสั้นๆ ส่งผลให้ทำพละกำลังสูงสุดได้ที่ 457 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดพร้อม Paddle Shift และมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic + ที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนล้อหลังได้

   อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาแค่ 4.5 วินาทีใน Saloon และ 4.6 วินาทีใน Estate ขณะที่ความเร็วสูงสุดถูกล็อคด้วยระบบอิเล็กทรอนิคส์ที่ 250 กม./ชม. แต่สามารถเพิ่มเป็น 270 กม./ชม. เมื่อจ่ายเงินซื้อออปชั่น AMG Driver’s Package เพิ่มเติม

  ในการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) E53 Saloon สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 11.36-11.76 กม./ลิตร และ E53 Estate สามารถทำได้ 11.11-11.49 กม./ลิตร โดย ณ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขการบริโภคน้ำมันตามมาตรฐาน EPA (United States Environmental Protection Agency)

  ผู้ขับขี่สามารถเลือกระหว่างโหมดการขับขี่แบบ  Slippery, Comfort, Sport, Sport+  และ Individual  รวมทั้งสามารถตั้งค่าระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Program (ESP) ได้ 3 โหมด ได้แก่ Basic, Advanced และ Pro

   จานเบรกด้านหน้าจะเป็นแบบ Cross-Drilled ระบายความร้อนได้มีขนาด 370 × 36 มม. พร้อมคาลิปเปอร์แบบ 4 ลูกสูบ และจานเบรกหลังแบบระบายความร้อนได้ขนาด 360 × 26 มม. พร้อมคาลิปเปอร์แบบ 1 ลูกสูบ นอกจากนี้ E53 ยังมากับคุณสมบัติระบบช่วงล่างถุงลม AMG Ride Control+ ที่พัฒนาโดย AMG พร้อมการติดตั้งสปริงและโช้คอัพสปอร์ตที่สามารถปรับระดับได้อย่างต่อเนื่อง สามารถเลือกปรับโหมดโช้คอัพได้ในโหมด Comfort, Sport และ Sport+ ช่วยเพิ่มความเร็วได้ดีขึ้นในการขับขี่ทางไกลหรือที่แทร็ก

   แพ็คเกจ AMG Dynamic Plus ที่เคยสงวนไว้ในตระกูล 63 คราวนี้ได้มาอยู่ใน E53 แล้ว ไฮไลต์สำคัญนั้นจะมีโปรแกรม Race Drive พร้อม Drift Mode ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในแนวนอนได้นานเท่าที่ต้องการ ถือว่าเอาใจขาดริฟท์สุดๆ คุณสมบัติอื่น ๆ จะมีคาลิปเปอร์เบรคสีแดงและพวงมาลัย ทรงใหม่สุดเท่ Dinamica AMG Performance หุ้มด้วยไมโครไฟเบอร์หรือหนัง Dinamica และเพิ่มปุ่มสำหรับควบคุมโปรแกรมการขับขี่และการตั้งค่าเพิ่มเติมสำหรับการขับขี่ด้วย

เพิ่มคำอธิบายภาพ
   E53 ใหม่จะมีการออกแบบที่ตามรอยเท้าของ E-Class รุ่นล่าสุด แต่มีความแตกต่างที่เห็นชัดคือกระจังหน้าแบบ Panamericana Grille ซี่ลวดแนวตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ยุคใหม่นั่นเอง เทียบกับรุ่นก่อนหน้านั้นจะมีการออกแบบกันชนหน้าและท้ายใหม่ สปอยเลอร์ท้ายใหม่ ดิฟฟิวเซอร์หรือครีบรีดอากาศท้ายที่ดุดันมากขึ้น รวมทั้งมีท่อไอเสียคู่ 4 ท่อ

  หากเลือกแพ็คเกจเสริมของ AMG Night จะได้ลิ้นกันชนหน้า, ฝาครอบกระจกมองข้าง, จานดิสก์เบรก, คิ้วฝากระโปรงท้าย, ปลายท่อและอีกหลายจุดที่พ่นสีดำเงา ถ้าอยากได้กระจังหน้าสีดำเงาด้วยก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก

  ทางด้านสีตัวถังก็มีการเพิ่มสีใหม่ 3 สี ได้แก่ สีเทา Graphite Grey, สีเทา Mojave Silver และ สีเทา  High-Tech Silver ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว 5 ก้านคู่เป็นมาตรฐาน แต่สามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเลือกเป็น 20 นิ้วลายอื่น ๆ ได้

   เช่นเดียวกับ E-Class รุ่นใหม่ ในตัวแรง E 53 ติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX พร้อมแผงหน้าปัดที่ปรับแต่งได้ นอกจากนี้ยังมากับเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยไมโครไฟเบอร์ Artico / Dinamica สีดำพร้อมการตัดเย็บด้วยตะเข็บสีแดงและตรา AMG แต่สำหรับใครที่อยากเพิ่มความเท่ก็สามารถสั่ง  AMG Performance Seat Package ที่จะได้เข็มขัดนิรภัยสีแดงและอีกหลายรายการ เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่มีการหุ้มด้วยหนัง / วัสดุไมโครไฟเบอร์หรือหรือ Dinamica ไมโครไฟเบอร์

  สำหรับชาวไทยนั้น คาดว่า Mercedes-AMG E 53 Minor Change น่าจะมีการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ หรือไม่ก็ต้นปีหน้าครับ ยังไงก็ต้องรอติดตามชม

ที่มา Carscoops

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
Mercedes-Benz E-Class Minor Change ปรับดีไซน์ใหม่ครั้งใหญ่ จัดเต็มขุมพลัง Plug-In Hybrid

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

Mercedes-Benz E-Class Minor Change ปรับดีไซน์ใหม่ครั้งใหญ่ จัดเต็มขุมพลัง Plug-In Hybrid

   ในที่สุดค่ายตราดาว Mercedes-Benz ก็ได้ทำการเผยโฉม E-Class รุ่นปรับโฉมใหม่ (Minor Change) กับการปรับโฉมภายนอกครั้งใหญ่ ยิ่งตัวถังซีดานที่เห็นนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านท้ายเลย

   ด้านหน้าได้สลัดไฟหน้า 4 ดวง ทิ้งไปจนหมดสิ้น ด้วยด้านหน้าตามสไตล์ตราดาวยุคใหม่ ผสานการออกแบบระหว่าง Mercedes-Benz CLS และ Mercedes-AMG GT 4-Door มาพร้อมไฟหน้าทรงใหม่ที่เรียวยาวขึ้น กระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ที่ออกแบบให้รับกับไฟหน้า ไฮไลต์เด็ดคงจะเป็นไฟท้ายที่เปลี่ยนทรงจากไฟก้อนแนวตั้งเป็นไฟท้ายแนวนอน (ส่วนรุ่น Estate จะเป็นไฟท้ายทรงเดิมแต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดโคมไฟใหม่)

  เข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบกับการเปลี่ยนแปลงในส่วนของพวงมาลัยที่เป็นทรงใหม่ นับเป็น Mercedes-Benz ครั้งแรกที่ใช้พวงมาลัยทรงนี้ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมแบบ 2 โซน มีการตกแต่งพวงมาลัยให้เลือก 3 แบบ คือ หนังล้วน หนังและลายไม้ และ พวงมาลัยแบบฐานตัดดีไซน์สปอร์ต เบาะนั่ง แผงคอนโซลหน้า แผงประตูมีวัสดุให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนัง Artico, หนัง Nappa ที่ตัดเย็บเป็นลายเพชร

   แผงหน้าปัดดิจิตอลยังมีการออกแบบในส่วนของกราฟิกใหม่ หน้าจอดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอจะถูกติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน หรือ จะเลือกออปชั่นเป็น 2 หน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วก็ได้ จอทั้ง 2 รูปแบบสามารถใช้เข้าถึงฟังก์ชั่นและปรับตั้งค่าได้หลากหลาย แน่นอนว่ารองรับระบบ MBUX ของค่ายด้วย อีกทั้งยังสามารถควบคุมได้โดยใช้ทัชแพดใหม่บริเวณคอนโซลกลาง หรือควบคุมหน้าจอด้วยเสียงหรือท่าทางมือก็ได้

  E-Class ใหม่จะมีเบาะนั่งแบบ energizing seat kinetics พร้อมฟังก์ชั่นนวดที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำงานควบคู่ไปกับระบบ energizing comfort control ที่ควบคุมการทำงานของระบบภายในห้องโดยสาร โดยจะมาช่วยเสริมเสียงดนตรี ปรับแสงสีภายในห้องโดยสารและควบคุมการนวด นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม "PowerNap" ที่มีให้ในรุ่น Plug-In Hybrid มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่เมื่อต้องการงีบภายในรถระหว่างชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างทาง

  ระบบช่วยเหลือการขับขี่ยังคงมีให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Active Speed ​​Assist
  • ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Active Distance Assist Distronic
  • ระบบช่วยคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน Active Steering Assist
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา Active Blind Spot Assist
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมเซ็นเซอร์ช่วยในการถอยจอด Active Parking Assist with Parktronic
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา
  • ระบบช่วยหยุดรถและออกตัวอัตโนมัติ Active Stop-and-Go Assist

   E-Class Minor Change ยังก้าวไปอีกขั้นหนึ่งสู่อนาคตของขุมพลังขับเคลื่อนด้วยการมีทางเลือกขุมพลัง Plug-In Hybrid ให้เลือกถึง 7 ขุมพลังทั้งในตัวถัง Saloon และ Estate มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC รวมทั้งมีเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยขุมพลังเบนซินจะมีพละกำลังทางเลือกตั้งแต่ 156-367 แรงม้า (PS) และรุ่นดีเซลพละกำลัง 160-330 แรงม้า (PS)

   ทางค่ายยังมีการนำเสนอเครื่องยนต์เบนซินใหม่รหัส  M254  ความจุ 2.0 ลิตร 4 สูบแบบ Mild Hybrid ระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า Integrated Starter-Generator (ISG) พละกำลังสูงสุด 272 แรงม้า ที่มาพร้อมกับ EQ Boost ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังอีก 20 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร เครื่องตัวนี้จะเป็นแบบ Mild Hybrid พร้อมระบบไฟฟ้า 48 โวลต์

    Mercedes-Benz ยังเปิดตัวเครื่องยนต์เบนซินรหัส M256 ความจุ 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียงใน E-Class เป็นครั้งแรกซึ่งมีระบบ ISG เช่นกัน โดยมากับพละกำลัง 367 แรงม้า และ EQ Boost นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล OM656 และ OM654 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วย

   Mercedes-Benz E-Class Minor Change จะเปิดตัวในยุโรปช่วงครึ่งหลังของปี โดยจะมาถึงตัวแทนจำหน่ายในยุโรปช่วงฤดูร้อนนี้ (ราวๆมิถุนายน) ตามด้วยฐานล้อยาวสำหรับตลาดจีนเท่านั้น ส่วนรุ่น Coupe และ Cabriolet จะเปิดตัวในปลายปีนี้

  ส่วนเมืองไทยคาดว่าน่าจะได้สัมผัส Mercedes-Benz E-Class Minor Change ช่วงปลายปีนี้ครับ ยังไงสาวกตราดาวต้องติดตามชม

ที่มา Carscoops / ภาพเพิ่มเติมจาก Netcarshow

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

Like Box