แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บีเอ็มดับเบิลยู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บีเอ็มดับเบิลยู แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563

BMW Concept i4 ต้นแบบรถพลังงานไฟฟ้าคันใหม่ พร้อมผลิตจำหน่ายจริงปี 2021

   เปิดผ้าคลุมเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรถต้นแบบ BMW Concept i4 รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าของค่ายใบพัดที่มีแผนจะเปิดตัวรุ่นผลิตจริงและขึ้นสายการผลิตในปีหน้า 2021 ด้วย

   BMW Concept i4 เป็นรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าล้วนของค่ายรุ่นที่ 5 ที่มีการเปิดตัวออกมา นับต่อจาก iNext และ iX3 ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังรวม 530 แรงม้า พร้อมชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงโดยใช้เทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุดของค่าย ความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 80 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้ยานพาหนะคันนี้สามารถเดินทางได้ระยะทางสูงสุดถึง 600 กม. ในการชาร์จหนึ่งครั้ง

  การออกแบบภายนอกของ Concept i4 ถือว่าาค่อนข้างสวยงามตามสไตล์ BMW ยุคใหม่ ด้วยภายนอกที่มากับสีตัวถังสีทองแดง Frozen Light Copper มากับกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่สุดโดดเด่นเหมือนกับ  BMW Concept 4 แต่ในรถพลังงานไฟฟ้าคันนี้จะไม่มีช่องระบายอากาศ พร้อมตกแต่งขอบกระจังหน้าด้วยสีน้ำเงินที่เพิ่มความโดดเด่นขึ้น

  BMW Concept i4 ยังมากับล้อดีไซน์โดดเด่นซึ่งได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและมีประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้านท้ายมากับไฟท้ายรูปตัว L บางและช่องระบายอากาศแนวตั้งที่เพิ่มความสปอร์ตให้กับรถได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีดิฟฟิวเซอร์ดีไซน์ดุซึ่งปกติคุณมักจะเห็นดีไซน์ดุดันนี้กับรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน

   และอีกไฮไลต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ "โลโก้ใหม่" ใบพัดสีฟ้าอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ได้รับการออกแบบใหม่ในรอบ 23 ปี! โลโก้ใหม่นี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถต้นแบบ Concept i4 คันนี้ด้วย

   โลโก้ใหม่ที่เห็นนี้ ยังคงเป็นสัญลักษณ์ใบพัดเหมือนเดิม แต่มีการลบพื้นหลังสีดำออกกลายเป็นพื้นหลังที๋โปร่งใส ปรับใหม่เป็นโลโก้ 2 มิติแทน จากพื้นหลังที่โปรงใส่นั้น..ทาง BMW ต้องการสื่อถึง การเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว BMW การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ BMW ที่พร้อมจะก้าวไปสู่อนาคต สู่ความท้าทายใหม่ๆ และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล พร้อมกันนี้ยังมีการออกแบบโลโก้ของ BMW M และ BMW i ใหม่ด้วยเช่นกัน

   โลโก้ใหม่นี้จะถูกใช้ในการสื่อสารของบริษัททั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป แต่เบื้องต้นจะยังไม่ถูกนำไปใช้ในรถที่จำหน่ายจริง หรือป้ายตัวแทนจำหน่าย เพราะมันอาจจะดูไม่เด่นชัดเมื่ออยู่บนรถสีขาวหรืออยู่บนป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ซึ่งคงจะมองยาก

  กลับมาเรื่องรถกันต่อ...สำหรับการตกแต่งภายในของ BMW Concept i4 นั้นค่อนข้างล้ำสมัยทีเดียว มีการติดตั้งหน้าจอโค้งขนาดใหญ่ ที่รวมทั้งแผงหน้าปัดดิจิตอลและระบบอินโฟเทนเมนต์ในจอชิ้นเดียวกัน มีจุดเด่นคือจอแสดงผลนี้ใช้กระจกที่ไม่สะท้อนแสง หากมีแสงแดดกระทบก็ไม่แยงตา และยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเห็นหน้าจอทั้งสองได้อย่างชัดเจนเสมอไม่ว่าแสงภายนอกจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังมีจุดที่เพิ่มความรู้สึกหรูหราในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี นั้นก็คือปุ่มควบคุม iDrive และปุ่ม Memory Seat ที่ทำจากคริสตัล

   ห้องโดยสารส่วนใหญ่ตกแต่งด้วยผ้าและหนังสีอ่อนผสมกับองค์ประกอบของบรอนซ์ทองรวมถึงแผงหน้าปัด แผงประตู และพวงมาลัยสามก้าน มีการจัดวางที่นั่งแบบ 4 ที่นั่ง หรือ 2+2

   BMW ยังใช้เวลาในการปรับแต่งเสียงรถสุดพิเศษใน Concept i4 เพื่อให้รถไฟฟ้าของค่ายดึงดูดอารมณ์ในการขับขี่ขึ้น ภายใต้ชื่อแบรนด์ BMW IconicSounds Electric ได้รับการพัฒนาโดยนักประพันธ์ดนตรีชื่อดังระดับโลก Hans Zimmer ระบบจะเปล่งเสียงที่แตกต่างกันไปตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ซึ่งจะประกอบด้วย Core, Sport และ Efficient

   เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงของ BMW i4 จะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานของ BMW ในมิวนิคช่วงปีหน้า โดยทาง BMW ได้ลงทุนประมาณ 200 ล้านยูโร (ประมาณ 7,090 ล้านบาท) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตรถพลังงานไฟฟ้ส i4 ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของอุปกรณ์การผลิตที่มีอยู่ในโรงงานสามารถนำไปปรับใช้ในการผลิต i4 ได้ แต่ส่วนที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์จะต้องสร้างเครื่องจักรใหม่

ที่มา Carscoops1 / Carscoops2

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ผ้าคลุมหลุด! All-New BMW 4-Series กับกระจังหน้าไตคู่สุดเบ้อเริ่ม

  ก่อนหน้านี้ BMW ได้เผยโฉมต้นแบบ 4-Series Concept ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา หลายคนคงจะอ้ำอิ้งกับกระจังหน้าไตคู่ที่ขนาดใหญ่โตกว่ารุ่นไหนๆ และไม่นานมานี้ก็มีภาพหลุดของ BMW 4-Series เจเนเรชั่นใหม่ในเวอร์ชั่นจำหน่ายจริงหลุดออกมาให้เห็นแบบชัดๆ

  ภาพในส่วนด้านหน้านั้นถูกเผยแพร่ผ่านเพจ Evolve Automotive รวมทั้งมีภาพด้านท้ายเพิ่มเติมจาก เว็บ Germancarforum ด้วย ซึ่งจากที่เห็นนั้นก็บอกได้เลยว่า ต้นแบบกระจังหน้าใหญ่แค่ไหน เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงก็ไม่ต่างกันเลย 

  อย่างไรก็ตามจะเห็นว่ามีรายละเอียดบริเวณกระจังหน้าที่มีความแตกต่างกัน รวมทั้งไม่มีแถบคั่นกลางระหว่างไตคู่ทั้งสองเหมือนรถต้นแบบ กันชนหน้าในภาพรวมก็ยังมีทรวดทรงที่ล้อมาจากต้นแบบแต่ก็มีการปรับรายละเอียดยิบย่อยหลายจุด

  ส่วนไฟท้ายที่หลุดออกมานั้นก็มีทรวดทรงที่ไม่ต่างจากรถต้นแบบเลย แค่ปรับรายละเอียดให้พร้อมสำหรับวางจำหน่ายจริงมากขึ้นเท่านั้น

  สำหรับขุมพลังเครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะยกมาจาก BMW 3-Series ในช่วงเปิดตัวคาดว่าจะมากับรหัส 430i ที่มากับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จ 4 สูบความจุ 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 259 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร และน่าจะมีตัวแรง M440i ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเทอร์โบชาร์จความจุ 3.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 387 แรงม้า(PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร 


เอาภาพมาต่อกันก็จะได้ประมาณนี้
และตัวแรงอย่าง M4 ที่จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 480 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 599 นิวตันเมตร และตัวแรงขั้นสุด M4 Competition จะเพิ่มพละกำลังเป็น 510 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 599 นิวตันเมตร

  หลุดมาขนาดนี้แล้ว หวังว่าอีกไม่นานคงจะมีการเผยโฉมออกมา

ที่มา Carscoops


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

BMW M2 CS ตัวแรงรุ่นพิเศษ เพิ่มเติมทั้งความแรง ยกระดับช่วงล่างและการขับขี่

  ค่ายใบพัดฟ้าขาว ได้ทำการเผยโฉมคูเปตัวแรง BMW M2 CS ที่มีความเหนือขึ้นกว่า M2 Competition ขึ้นไปอีก งานนี้ยกระดับทั้งพละกำลัง ทั้งระบบช่วงล่าง และการขับขี่ที่ดีขึ้นไปอีก

  BMW M2 CS จัดเป็นรุ่นพิเศษส่งท้าย M2 โฉมปัจจุบัน เช่นเดียวกับ CS ตัวอื่นๆ (CS ย่อมาจาก Club Sport) โดยจะได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบคู่ พละกำลังสูงสุด 450 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร เทียบกับ M2 Competition แล้ว ตัว CS จะมีพละกำลังมากกว่า 40 แรงม้า ส่วนแรงบิดจะเท่ากัน

 เครื่องยนต์จะจับคู่กับเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีดซึ่งทำให้รุ่นนี้สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-96 กม./ชม.) ไเ่ในเวลา 4.0 วินาที แต่ถ้าหากเลือกใช้เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ Dual Clutch 7 สปีดจะลดเวลาในการทำอัตราเร่งเหลือแค่ 3.8 วินาที

  แน่นอนว่าการอัปเกรดไม่ได้จบเพียงเท่านี้ M2 CS ยังมาพร้อมกับระบบช่วงล่างแบบ Adaptive M และระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ตพร้อมวาล์วควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้รถยังมีน้ำหนักที่เบาลงจากการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในหลายๆจุด

 อย่างไรก็ตามน้ำหนักไม่ได้ลดลงมากเท่าไหร่ แต่รถมีชิ้นส่วนหลายชิ้นที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์จำนวนไม่ว่าจะเป็นลิ้นกันชนด้านหน้า สปอยเลอร์หลัง ฝากระโปรงหน้า เช่นเดียวกับบริเวณหลังคารถที่ทำจากวัสดุน้ำหนักเบา รวมทั้งครีบรีดอากาศที่กันชนท้ายและฝาครอบกระจกมองข้าง

  เช่นเดียวกับภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งให้มีความสปอร์ตขึ้น ผู้ขับขี่จะพบกับเบาะนั่งหุ้มหนังและ Alcantara ทรงสปอร์ตที่มีการเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง พร้อมทั้งเน้นแถบสีสามสีอันเป็นสัญลักษณ์ของ BMW M ที่พนักพิงศีรษะด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัยที่หุ้มด้วย Alcantara ที่เปิดประตูทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และสัญลักษณ์ CS บริเวณคอนโซลหน้า

  BMW M2 CS จะผลิตจำนวนจำกัดที่ 2,200 คัน โดย 500 คันจะถูกส่งมาจำหน่ายที่สหรัฐอเมริกา ส่วนราคายังไม่มีการประกาศออกมา แต่น่าจะแพงกว่า BMW M2 Competition แน่นอน ลูกค้าชาวไทยคงต้องติดตามว่าจะมีโควตาสัก 1-2 คันเข้ามาขายในไทยหรือเปล่า

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ส่อง All-New BMW 2-Series Gran Coupe ซีดานน้องเล็กคันใหม่จากค่ายใบพัด

  ค่าย BMW ได้ทำการแนะนำ BMW 2-Series Gran Coupe ซีดานน้องเล็กคันใหม่ล่าสุดในตระกูล เปิดตัวเพื่อมาช่วงชิงยอดขายจาก Mercedes-Benz CLA

  BMW 2-Series Gran Coupe จะใช้แพลตฟอร์มใหม่เหมือนที่ใช้ใน X1,X2 และ 1-Series โฉมล่าสุด โดยจะมีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive

  ดีไซน์ภายนอกนั้นเห็นได้ชัดว่าได้แรงบันดาลใจจาก 8-Series Gran Coupe แต่ดูสูงกว่า สั้นป้อมกว่า มีหลังคาที่ลาดเท่น้อยกว่า ตัวรถมีสัดส่วนความยาว 4,526 มิลลิเมตร กว้าง 1,800 มิลลิเมตร สูง 1,420 มิลลิเมตร พร้อมฐานล้อยาว 2,670 มิลลิเมตร พร้อมความสามารถในการจุสัมภาระด้านหลัง 430 ลิตร ซึ่งสามารถขยายเพิ่มได้อีก ต้องขอบคุณเบาะหลังที่สามารถพับได้แบบแยกส่วน 40/20/40

  ภายในห้องโดยสารมากับคอนโซลที่ใช้ร่วมกับ 1-Series โฉมล่าสุดแทบทั้งดุ้น ติดตั้งสิ่งอำนวบความสะดวกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นชุดหน้าปัดแบบดิจิตอล และมีออปชั่นเสริมให้เลือกคือหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วที่เอียงไปทางคนขับเล็กน้อยและหน้าจอ Head-Up Display 9.2 นิ้วซึ่งให้ข้อมูลกับคนขับโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน

   BMW 2-Series Gran Coupe ยังมากับระบบปฏิบัติการ BMW Intelligent Personal Assistant ระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆของรถได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่นคุณสามารถพูดว่า "เฮ้ BMW...พาฉันกลับบ้าน" เพื่อใช้งานระบบนำทางหรือ "เฮ้ BMW ฉันเป็นหวัด" ซึ่งจะแจ้งให้รถช่วยปรับอุณหภูมิภายในรถแล้วเปิดระบบอุ่นเบาะ

  ในรุ่นเริ่มต้น 228i ยังได้อุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการ ได้แก่ พวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มหนัง, ระบบควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง, กล้องมองหลัง, ไฟหน้า LED และไฟตัดหมอกไป ภายในห้องโดยสารมากับเบาะนั่งด้านหน้าแบบไฟฟ้า, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันและรองรับการเชื่ิอมต่อ Apple CarPlay

  เช่นเดียวกับระบบความปลอดภัยที่จัดเต็ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะได้เป็นมาตรฐาน ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมฟังก์ชั่นช่วยชะลอการชนขณะขับขี่ในเมือง, ระบบเตือนมุมอับสายตา Active Blind Spot Detection และระบบเตือนไม่ให้ออกนอกเลนพร้อมช่วยช่วยคืนพวงมาลัยกลับสู่เลนที่ใช้งานได้ตั้งแต่ 70-240 กม./ชม.

   สำหรับตัวแรง M235i จะมากับเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้ม Alcantara ซึ่งอันนี้เป็นออปชั่นสำหรับตลาดยุโรป โดยโฉมอเมริกาเหนือจะมาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ Oyster / Black Sensatec หรือ Black Sensatec เป็นมาตรฐานในรุ่น 228i xDrive Gran Coupe และมีออปชั่นเบาะหนัง Dakota สีแดง Magma Red, น้ำตาล Mocha, สีดำตัดสลับกับสีน้ำเงิน, สีเทา Oyster และได้หนัง Dakota เป็นมาตรฐานใน M235i xDrive Gran Coupe

   ขุมพลังเบื้องต้นจะมี 2 ทางเลือกคือ 
   228i xDrive รุ่นเริ่มต้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 228 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทำอัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ใน 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 209 กม./ชม. เมื่อติดตั้งยางแบบ All Season และ 243 กม./ชม.  เมื่อติดตั้งยางเพิ่มสมรรถนะ

   และตัวแรง M235i xDrive จะมากับเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบเช่นกันโดยมีพละกำลัง 301 แรงม้าที่ 5,000 และ 6,250 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,750 ถึง 4,500 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นมาตรฐาน BMW อ้างว่ารถสามารถทำอัตราเร่งในเวลา 4.7 วินาทีขณะเหยียบ 0-96 กม./ชม. หรือ 4.6 วินาทีเมื่อใช้ฟังก์ชั่น Overboost ของ M Performance Package และความเร็วสูงสุดที่จำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

  M235i จะมีการอัปเกรดดีไซน์ภายนอกและภายในให้สปอร์ตดุดันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าและกันชนหน้าใหม่ ล้อขนาด 18 นิ้วเป็นมาตรฐาน ภายในตกแต่งในสไตล์ M Sport รวมทั้งมีระบบช่วงล่าง พวงมาลัยและเบรคที่ได้รับการอัปเกรดเพิ่มเติม และมากับเพลาล้อหน้าแบบ Limited slip

  ส่วนลูกค้าชาวยุโรปจะได้ขุมพลังและระบบส่งกำลังเพิ่มเติมอีกนอกเหนือจาก M235i xDrive แล้วก็จะมี 218i ที่มากับเครื่องเบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบ 3 สูบ พละกำลัง 140 แรงม้า และ 220d เครื่องดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบ 4 สูบ พละกำลัง 190 แรงม้า

  All-New BMW 2-Series Gran Coupe จะเริ่มผลิตในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนและจำหน่ายช่วงต้นปีหน้า

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box