แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ gle coupe แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ gle coupe แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Mercedes-AMG GLE 63 Coupe ครอสโอเวอร์คูเป้พันธุ์แรงท้าชน BMW X6 M

   ค่ายตราดาวเผยโฉมอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์คูเป้ตัวแรง Mercedes-AMG GLE 63 4MATIC+ Coupe และ GLE 63 S 4MATIC+ Coupeที่มาพร้อมกับรูปทรงที่โดดเด่นพร้อมสมรรถนะที่น่าประทับใจ ก่อนจะมีการนำไปเปิดตัวภายในงาน Geneva Motor Show 2020 ที่จะเริ่มต้นเดือนมีนาคมนี้

  ก็เช่นเดียวกับ AMG GLE 63 ตัวถังปกติที่เปิดตัวปลายปีที่ผ่านมา ตัว Coupe จะโดดเด่นด้วยกระจังหน้าซี่ลวดตรงอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวแรง AMG เฉพาะ พร้อมทั้งกันชนหน้าดีไซน์ดุที่มีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ รวมทั้งล้อ AMG ขนาดใหญ่ 21 นิ้วสำหรับ GLE 63 และ 22 นิ้วสำหรับ 63 S และมีออปชั่นล้อขนาด 21-22 นิ้วลายอื่นให้เลือกด้วย ด้านหลังได้กันชนดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบรายละเอียดเฉพาะของ AMG 

  ลูกค้าสามารถเพิ่มความดุดันของ SUV คันนี้ได้ด้วยแพ็คเกจ AMG Night ที่จะมาพร้อมกระจกสีเข้ม ลิ้นกันชนหน้าสีดำ ชุดตกแต่งกันชนด้านหน้าและด้านหลังสีดำ กระจกมองข้างสีดำ ขอบหน้าต่างรถและสเกิร์ตด้านข้าง รวมทั้งปลายท่อใหม่สีดำมันวาว

   ทุกรุ่นจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร มากับพละกำลังสูงสุด 571 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตรที่ 2,250-5,000 รอบ/นาที 

   ในขณะที่เวอร์ชั่นแรงพร้อมอักษร S ห้อยท้าย จะได้กำลังเพิ่มเป็น 612 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดมากถึง 850 นิวตันเมตรที่ 2,500-4,500 รอบ/นาที 

  ทั้งสองนี้ยังมากับระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ ที่จะทำงานร่วมกับ EQ Boost Starter-Alternator โดยส่งมอบกำลังเพิ่มเติม 22 แรงม้าในชั่วขณะหนึ่ง ส่งกำลัง ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด TCT 9G มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง  M, Sport, Sport+ และพิเศษในรุ่น S กับโหมด Race มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ  AMG Performance 4Matic + พร้อมระบบช่วยกระจายแรงบิดไปแต่ละล้อ สร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.0 วินาที ขณะที่รุ่น S ใช้เวลาแค่ 3.8 วินาที มากับท็อปสปีด 250 กม./ชม. และ 280 กม./ชม. ใน GLE 63 S

   ทั้งสองโมเดลยังติดตั้งช้ระบบควบคุมเฟืองท้ายด้านหลังด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการลื่นไถลของล้อด้านในระหว่างการเข้าโค้งเพื่อให้เกิดแรงดึงสูงสุด พร้อมกันนี้ยังติดตั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG Ride Control + เป็นมาตรฐานพร้อมโช้คอัพที่ปรับได้แบบแปรผัน ADS + ช่วงล่างมีโหมดการควบคุมให้เลือกได้แก่ Normal, Sport, Sport +, Race, Trail และ Sand และยังรวมถึงการปรับระดับด้วยตัวเองด้วยระบบนิวเมติกทำให้ SUV สามารถรักษาระดับความสูงได้อย่างคงที่

   รถยังติดตั้งมีคาลิปเปอร์เบรคแบบ 6 สูบที่ด้านหน้าพร้อมดิสก์ขนาด 400 x 38 มม. และคาลิปเปอร์เบรคแบบลูกสูบเดี่ยวและดิสก์ 370 x 32 มม. ที่ด้านหลัง มีเบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นออปชั่นเสริม

  Mercedes-AMG GLE 63 Coupe ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาในขณะนี้

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

All-New Mercedes-Benz GLE Coupe นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์คูเป้ตราดาว

    ค่ายดามสามแฉก Mercedes-Benz ได้ฤกษ์สำหรับการเผยโฉม All-New Mercedes-Benz GLE Coupe ครอสโอเวอร์คูเป้เจเนเรชั่นที่ 2 ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามโดดเด่นมากขึ้น
 
    ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นไปตามแนวทาง Mercedes-Benz ยุคใหม่ ส่วนด้านหน้าจะยกมาจาก GLE ตัวถังมาตรฐานแทบทั้งดุ้น ที่จะมากับโคมไฟหน้าใหม่ที่เรียวขึ้น พร้อมกระจังหน้าขนาดใหญ่ ซุ้มล้อขนาดใหญ่ออกแบบให้รับกับล้อที่มีขนาดตั้งแต่ 19-22 นิ้ว ออกแบบเส้นแนวหลังคาให้โค้งมนและลาดเทใกล้เคียงตัวคูเป้มากขึ้น ด้านท้ายมาพร้อมโคมไฟท้ายทรงใหม่ที่เพรียวบางและเฉียบคมกว่าเดิม ฝาท้ายที่ติดตั้งสปอยเลอร์ในตัว กันชนท้ายเสริมเติมแต่งด้วยโครเมียมพร้อมท่อไอเสียคู่

  เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน GLE Coupe โฉมใหม่นั้นยาวขึ้น 39 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 7 มิลลิเมตร และมีฐานล้อที่ยาวกว่ากัน 20 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นความแตกต่างที่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตามตัว Coupe นั้นยังคงมีขนาดสั้นกว่า GLE ตัวถังมาตรฐาน 60 มิลลิเมตร

   ภายในห้องโดยสารยกคอนโซลมาจาก GLE ตัวถังมาตรฐานทั้งดุ้น มาพร้อมกับจอดิจิตอลคู่ซึ่งประกอบด้วยแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้วและจอระบบอินโฟเทนเม้นท์ขนาด 12.3 นิ้ว และมาพร้อมกับพวงมาลัยทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตและแดชบอร์ดตกแต่งด้วยหนัง Artico แม้ขนาดภายในห้องโดยสารจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ก็สามารถจุผู้โดยสารทั้งหมด 5 คนได้แบบสบายๆ

  ทางด้านความจุสัมภาระของรถนั้น ด้านท้ายสามารถรองรับความจุได้ 655 ลิตร  แต่สามารถเพิ่มเป็น 1,790 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง ซึ่งทาง Mercedes-Benz เคลมว่า GLE Coupe มีห้องเก็บสัมภาระมากที่สุดในกลุ่มคู่แข่ง

   ในยุโรปนั้นเบื้องต้นจะนำเสนอ เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร ที่มีพละกำลังแตกต่างกัน 2 แบบ ได้แก่ GLE 350 d 4MATIC พละกำลังสูงสุด 272 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัวเมตร และ GLE 400 d 4MATIC มีพละกำลังสูงสุด 330 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัวเมตร ทั้งคู่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G ‑ TRONIC ซึ่งส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4MATIC เป็นมาตรฐาน

  หากคิดว่ายังแรงไม่ได้ใจ ทางค่ายยังมีอีกตัวเลือกคือ GLC 53 Coupe ที่มาพร้อมกับการตกแต่งภายนอกที่ยกระดับความสปอร์ตขึ้น และกระจังหน้าซี่ลวดตั้งตรงแบบ Panamericana อันเป็นเอกลักษณ์ ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์แบบ Mild-Hybrid ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 แถวเรียง จับคู่กับระบบประจุไฟฟ้าที่ทำงานโดยใช้คอมเพรสเซอร์ช่วยที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า (Electric Auxiliary Compressor)

  ทั้งหมดนี้ส่งผลให้รถมีพละกำลังสูงสุดที่ 435 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร และยังสามารถเรียกพละกำลังเพิ่มเติมจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังอีก 21 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. สามารถทำได้ใน 5.3 วินาที ก่อนทะยานไปสู่ความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. อันเป็นความเร็วที่ล็อคไว้

 GLE Coupe โฉมใหม่จะมาพร้อมกับระบบช่วงล่างแบบ steel suspension ที่มีความสปอร์ตและหนึบแน่นขึ้น อย่างไรก็ตามลูกค้าสามารถสั่งซื้อระบบช่วงล่าง Airmatic หรือ E-Active Body Control เป็นออปชั่นเสริมได้ ที่ทาง Mercedes-Benz กล่าวว่ามันเป็น “ระบบเดียวในตลาดที่สามารถควบคุมสปริงและแรงดึงที่แต่ละล้อได้”

  ทางด้านตัวแรงอย่าง GLE 53 Coupe จะมากับระบบช่วงล่างถุงลมแบบ AMG Ride Control เป็นมาตรฐานซึ่งให้ทั้งความสบายทางไกลและความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแบบสปอร์ต พน้อมเบรคประสิทธิภาพสูงและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ AMG Performance 4MATIC ซึ่งให้การกระจายแรงบิดที่เหมาะสมในแต่ละล้อ

  ทาง Mercedes-Benz ไม่ได้พูดถึงรายละเอียดการเปิดตัวมากนัก เพียงแต่บอกว่าคันนี้เป็นโมเดลปี 2021 ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นปีถึงกลางปี 2020 ส่วนเมืองไทยก็น่าจะมีการเปิดตัวหลังจากนั้น

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box