วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ส่อง All-New Nissan Livina โฉมใหม่ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับกับ Mitsubishi Xpander

  ค่าย Nissan ในตลาดอินโดนีเซียได้ทำการเปิดตัว All-New Nissan Livina รถ Mini MPV โฉมใหม่ที่รอบนี้ใช้พื้นฐานเดียวกับ Mitsubishi Xpander แต่ก็มีการออกแบบให้มีความแตกต่างจากต้นแบบอยู่พอประมาณ

  สำหรับดีไซน์ภายนอกจะพบว่าในส่วนด้านหน้าได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ต่างจาก Xpander เยอะทีเดียว แต่ก็ยังคงไฟ 3 ชั้นเหมือนกันอยู่ โดยจะมากับโคมไฟ LED Daytime Running Lights ที่ปรับรายละเอียดใหม่ ไฟหน้าและไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าของรถมาในรูปทรง V-Motion อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nissan ชัดเจน นอกจากนี้เราจะเห็นล้ออัลลอยลายใหม่ กระจกมองข้างแบบโครเมียม  


ด้านท้ายของรถจะมีการปรับรายละเอียดฝาปิดด้านท้ายใหม่ รวมทั้งดีไซน์กันชนท้ายใหม่ และโคมไฟท้ายที่ปรับรายละเอียดใหม่ ส่วนสีตัวถังรถยังมีการแนะนำสีส้ม Sunset Orange อีกด้วย

  ภายในห้องโดยสารไม่ได้มีดีไซน์ที่ต่างจาก Xpander เลยแม้แต่น้อย ต่างแค่โลโก้ Nissan บนพวงมาลัยเท่านั้น ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ-น้ำตาล ในรุ่นท็อปสุดจะได้เบาะหนังสีดำ ระบบความบันเทิงในรุ่นบนๆจะได้เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ส่วนรุ่นล่างถึงกลางจะได้วิทยุ 2 DIN พร้อมเครื่องเล่น CD MP3 

   ขุมพลังเครื่องยนต์ไม่มีอะไรต่างจาก Xpander  1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พละกำลังสูงสุด 104 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด 


  ระบบความปลอดภัยของรถจะติดตั้ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC , ระบบป้องกันการลื่นไถล TCS , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA , ระบบเบรก ABS EBD BA ,  ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน , ระบบป้องกันการโจรกรรม และระบบสัญญาณกันขโมย , ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

  All-New Nissan Livina จะวางราคาจำหน่ายอยู่ที่ 198,800,000 - 261,900,000 รูเปียห์ (ประมาณ 439,000 - 579,000 บาทไทย) ส่วนเมืองไทยนั้นยังไม่มีแผนจำหน่ายมาจำหน่ายในตอนนี้ 

ที่มา Nissan Indonesia


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ส่อง All-New Mazda 3 โฉมยุโรป ก่อนชาวไทยได้สัมผัสราวๆกลางปีนี้

   หลังจากที่เปิดตัวไปแล้วในสหรัฐฯเมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ล่าสุดตอนนี้ทางค่าย Mazda ก็ได้เปิดตัว All-New Mazda 3 สำหรับตลาดยุโรปแล้ว พร้อมกับเผยข้อมูลและสเปคของตัวรถออกมาด้วยเช่นเดียวกัน

  สำหรับตลาดยุโรปจะมีทางเลือกเครื่องยนต์ 3 แบบ ได้แก่
* เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ความจุ 1.8 ลิตร 4 สูบ พละกำลังทั้งหมด 116 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที มาพร้อมกับเทคโนโลยี NOx Storage Catalyst (NSC) ที่ช่วยแปลงก๊าซไนตรัสออกไซด์กลับเป็นไนโตรเจนที่ไม่เป็นอันตรายและยังลดการปล่อย NOx ลงได้เยอะทีเดียว อีกทั้งยังมีระบบการเผาไหม้แบบหลายขั้น (Multi-stage) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการเผาไหม้และเสียงเครื่องเบาลงอีกด้วย สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะอยู่ราวๆ 21 กม./ลิตร มีค่าการปล่อยไอเสีย CO2 อยู่ที่ 130 กรัม/กม.

* เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ความจุ 2.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ติดตั้งระบบ M Hybrid 24 โวลต์ (ระบบ Mild Hybrid ของ Mazda) มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 600 kJ และวงจรแปลงแรงดัน DC-DC  อีกทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีลดการทำงานของกระบอกสูบ ส่งผลให้ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ประมาณ 16.7 กม./ลิตร มีค่าการปล่อยไอเสีย CO2 อยู่ที่ 136 กรัม/กม.

* เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-X ความจุ 2.0 ลิตร ที่จุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ (Spark Controlled Compression Ignition - SPCCI) ผสานรูปแบบการทำงานระหว่างเครื่องดีเซลและเบนซิน แม้จะยังไม่มีข้อมูลทางการปล่อยออกมา แต่จากข้อมูลของ Mazda ประเทศสโลวาเกียระบุว่าเครื่องตัวนี้จะมีพละกำลังอยู่ที่ 181 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 222 นิวตัน-เมตร และจะติดตั้งระบบ M Hybrid มาให้เช่นเดียวกับเครื่อง SKYACTIV-G 2.0 ลิตร โดยเครื่องบล็อกใหม่ SKYACTIV-X ที่หลายคนต่างรอคอยจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้

ทั้ง 3 เครื่องยนต์จะส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นมาตรฐาน แต่มีออปชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดให้เลือกใช้ด้วย สำหรับรุ่น SKYACTIV-X จะมีทางเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-Activ AWD มาให้ (เฉพาะตัวถัง Hatchback) ทุกรุ่นจะติดตั้งระบบ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) เพื่อการยืดเกาะถนนที่ดีขึ้น

  และนี่ก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นของ All-New Mazda 3 โฉมยุโรป สำหรับชาวไทยก็รอสัมผัสได้ในช่วงกลางปีนี้ได้เลยครับ

ที่มา Carscoops


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เผยโฉมแล้ว All-New Toyota Hiace / Commuter รถตู้ยอดนิยมที่ยกระดับทั้งหน้าตาและความปลอดภัย

  สิ้นสุดการรอคอยแล้ว เมื่อค่าย Toyota ได้ทำการเปิดตัวรถตู้ยอดนิยมอย่าง All-New Toyota Hiace/Commuter ครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี ไฮไลต์สำคัญคงจะหนีไม่พ้นการเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางเครื่องยนต์จากเดิมที่เป็น Cab Over Engine หรือการวางเครื่องยนต์ไว้ใต้เบาะหน้าฝั่งผู้โดยสาร มาเป็นแบบ Semi Bonnet ก็คือการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์ไปไว้ด้านหน้าแทนนั่นเอง

  ด้วยผลการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่าช่วยยกระดับความปลอดภัยได้มากทีเดียว ผู้โดยสารด้านหน้าก็อุ่นใจขึ้นด้วย การันตีผลการทดสอบการชน Euro NCAP 5 ดาวเต็มกันเลยทีเดียว

  ดีไซน์ด้านหน้ายาวขึ้นอย่างชัดเจนจากการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์ การออกแบบด้านหน้ามีกลิ่นอายเล็กๆน้อยๆมาจาก Toyota Alphard และ Vellfire ส่วนดีไซน์เส้นสายด้านข้างและช่วงท้ายยังคงกลิ่นอายจากโฉมปัจจุบันอยู่แต่ถูกขัดเกลาให้มีความทันสมัยมากขึ้น


   All-New Toyota Hiace / Commuter จะมีรูปแบบตัวถังทั้งแบบหลังคาเตี้ยฐานล้อสั้นและหลังคาสูงฐานล้อยาวเหมือนเช่นเคย โดยจะมีสัดส่วนที่แตกต่างกันดังนี้
* Short - Standard Roof (หลังคาเตี้ยฐานล้อสั้น) ยาว 5,265 มิลลิเมตร กว้าง 1,950 มิลลิเมตร สูง 1,990 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,210 มิลลิเมตร (เทียบกับโฉมเก่า โฉมใหม่ยาวขึ้น 570 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 255 มิลลิเมตร สูงขึ้น 10 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 640 มิลลิเมตร)


* Long - High Roof (หลังคาสูงฐานล้อยาว) ยาว 5,915 มิลลิเมตร กว้าง 1,950 มิลลิเมตร สูง 2,280 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,860 มิลลิเมตร (เทียบกับโฉมเก่า โฉมใหม่ยาวขึ้น 535 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 70 มิลลิเมตร เตี้ยลง 5 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 750 มิลลิเมตร)


   ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามและทันสมัยมากขึ้น พวงมาลัยดีไซน์คุ้นตาจาก Toyota Innova โฉมล่าสุดนั่นเอง รูปแบบภายในห้องโดยสารจะแตกต่างกันตามรูปแบบการตกแต่งภายใน เริ่มที่ 
- "Commuter" สายเน้นจุผู้โดยสารเป็นหลัก สามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุดได้ถึง 17 ที่นั่ง


- "Tourism" สายเน้นความสบาย จะมีการตกแต่งภายในให้ดูดีกว่า Commuter เบาะหุ้มหนังอย่างดี และไม่โชว์เนื้อเหล็กตัวถังให้เห็นแบบ Commuter รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 13 ที่นั่ง


- "Van" สายเน้นบรรทุก นั่งได้เฉพาะเบาะคู่หน้า นอกนั้นใช้เป็นพื้นที่เก็บสัมภาระเพียวๆ

  ทางด้านขุมพลังนั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
- เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV บล็อกเดียวกับ Hilux Revo , Fortuner และ Innova ความจุ 2.8 ลิตร มากับพละกำลังสูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,400 - 2,600 รอบ/นาที
- เครื่องยนต์เบนซิน 7GR-FKS ความจุ 3.5 ลิตร V6 พละกำลังสูงสุด 280 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 365 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที
  
  ทางด้านความปลอดภัยของรถจะมีการติดตั้งชุดระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense มาให้ด้วยเช่นกัน (เมืองไทยคงยากที่จะเห็นระบบนี้ในรถตู้)

  ส่วนเมืองไทยใครที่รออยู่นั้น คาดการณ์ว่า All-New Toyota Hiace / Commuter น่าจะมีการเปิดตัวภายในปลายปีนี้เป็นอย่างเร็วที่สุด หรือไม่ก็ภายในปีหน้าเลย

ที่มา Toyota


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

Like Box