แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hilux แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Hilux แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ข้อมูลเบื้องต้น Toyota Hilux Revo MY2021 คาดเปิดตัวเร็วๆนี้

   Toyota ยังคงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษายอดขายของ Hilux Revo และกู้ให้กลับมาอันดับ 1 ในตลาดให้ได้ แต่ก็ดูจะต้านทานความร้อนแรงของพลานุภาพพลิกโลก Isuzu D-Max ไม่ได้ ด้วยหลายเหตุผล ทั้งในเรื่องหน้าตาและออปชั่น แน่นอนว่าสิ่งที่ Toyota ต้องทำก็คือปรับเพิ่มออปชั่นและความปลอดภัยให้ครบขึ้นเพื่อมาต่อกรกับขวากหนามตัวสำคัญรายนี้ให้ได้

  ล่าลุดทางเพจ Car News Update ได้รับรายงานข่าวจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนามเจ้าเดิม ถึงข่าวคร่าวการเปลี่ยนแปลงของ Toyota Hilux Revo รุ่นปรับอุปกรณ์ปี 2021 (MY2021) โดยคาดว่าอาจจะมีการเปิดตัวช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยการปรับปรุงรอบนี้จะมีการปรับออปชั่นและความปลอดภัยให้ครบขึ้นในหลากหลายตัวถัง โดยจะมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

ตอนเดียว Standard Cab
- 2.8 Entry ตัวเตี้ย ปรับพละกำลังจาก 170 เป็น 190 แรงม้า เปลี่ยนจากเกียร์ธรรมดา 5 สปีดเป็น 6 สปีด รุ่นอื่นเหมือนเดิม

ตัวเตี้ย Z Edition

- Entry เหมือนเดิม
- Mid
  • เพิ่มไฟหน้า Bi-Beam LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • เพิ่มระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home
  • เพิ่มไฟท้าย LED Light Guiding
ภาพตัวเตี้ยแต่ง คาดว่าเป็นรุ่น Sport Package
ภาพจากคุณ Noppadon Junpang via. Revo Club Thailand (RCT)
- เฉพาะ Double Cab เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ GR Sport พร้อมเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร (คาดว่าคงเป็นตัวแต่งตามภาพที่มีรถทดสอบออกมาวิ่ง) มีการอัปเกรดการตกแต่งภายนอกและภายใน รวมทั้งช่วงล่างใหม่

* ส่วนใครรอระบบควบคุมการทรงตัว VSC / ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC / ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC / ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC / ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน DSC ข้อมูลที่ได้มาไม่ระบุว่าได้เพิ่มในตัวเตี้ย เลยคาดว่ายังไม่มีมาให้นะครับ

ตัวยกสูง Prerunner / 4x4 / Rocco
- เพิ่มอุปกรณ์ D-Power (อันนี้ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าคืออะไร ฟังชื่อแล้วเหมือนช่วยเพิ่มแรงม้า) ตั้งแต่เกรด Mid ขึ้นไปทั้ง Smart Cab และ Double Cab
- Entry
  • เพิ่มไฟหน้า Bi-Beam LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED
  • เพิ่มระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home
  • เพิ่มไฟท้าย LED Light Guiding
- Mid
  • เพิ่มสัญญาณเตือนกะระยะด้านท้าย และมุมกันชนหน้า-หลัง (Parking Sensor)
  • เปลี่ยนวัสดุหุ้มเบาะจากผ้า เป็นเบาะหนัง

- High
  • เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • เพิ่มระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)
  • เพิ่มกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)
  • เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนซ้าย-ขวา
  • เพิ่มไฟ Welcome Lamp
- Rocco
  • เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • เพิ่มระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)
  • เพิ่มกล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor)
  • เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซนซ้าย-ขวา
  • เพิ่มไฟ Welcome Lamp
ภาพรถทดสอบที่คาดว่าเป็น Sport Package ที่เหนือกว่า Rocco
จากคุณ Noppadon Junpang via. Revo Club Thailand (RCT)

- เพิ่มตัวแต่ง GR Sport ที่น่าจะเหนือกว่ารุ่น Rocco ขึ้นไปอีก (มีเฉพาะ Double Cab ยกสูง น่าจะรุ่นที่หลายๆท่านเห็นภาพรถทดสอบกัน) มีการอัปเกรดการตกแต่งภายนอกและภายใน รวมทั้งช่วงล่างใหม่

  ทั้งหมดนี้คือข้อมูลเบื้องต้นของ Toyota Hilux Revo MY2021 ที่ได้ทราบมา ซึ่งคาดว่าการเปิดตัวนั้นอาจมีขึ้นช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ หรืออย่างเร็วสุดเลยก็คือปลายเดือนนี้ เอาเป็นว่าหากมีข้อมูล ทางเพจ Car News Update จะมาอัปเดตข่าวให้ทราบครับ

เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย Car News Update



วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563

เจาะข้อมูล Toyota Hilux Revo Minor Change ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

  เชื่อว่า 2 รุ่นนี้ต้องเป็นรุ่นที่หลายคนให้การรอคอยแน่นอน สำหรับคู่หูรถยอดนิยมอย่าง Toyota Hilux Revo และ Fortuner Minor Change ซึ่งมีรถทดสอบออกมาวิ่งกันแล้วตั้งแต่ต้นปี ทำให้เป็นที่น่าจับตามองมากกว่า การมาครั้งนี้พี่ใหญ่ของเราจะมีไพ่เด็ดอะไรมาถล่มคู่แข่งบ้าง

  ล่าสุดผมก็ได้ข่าวถึงการเปลี่ยนแปลง 2 รุ่นนี้จากเหยี่ยวข่าวท่านหนึ่ง สำหรับบทความนี้จะขอเสนอใน Toyota Hilux Revo ก่อน จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่น่าสนใจบ้าง เชิญเลื่อนอ่านได้เลย

  เริ่มที่ Toyota Hilux Revo Minor Change ก่อนนะครับ ในรุ่นใหม่นี้จะมีการออกแบบภายนอก-ภายในใหม่ ทุกรุ่นย่อย / รุ่น Rocco ยังคงอยู่และจะยกระดับการตกแต่งให้พิเศษจากรุ่นย่อยอื่นๆ แบบชัดเจน เหมือนเดิม

  แต่ความน่าสนใจครั้งนี้คือการปรับการเรียกรุ่นย่อยใหม่ เหมือนรถเก๋งหลายรุ่นของโตโยต้า
- J / J Plus เป็น Entry 
- E / E Plus เป็น Mid
- G เป็น High
- Rocco เหมือนเดิม

ตอนเดียว Standard Cab มี 7 รุ่นย่อย
- 2.4 Entry Cab-Chassis
- 2.4 Entry Cab-Chassis AT
- 2.4 Entry
- 2.4 Entry AT
- 2.4 Entry ช่วงสั้น
- 2.8 Entry
- 2.8 Entry 4WD
* ยกเลิกเบนซิน 2.7 J 

Smart Cab และ Double Cab ตัวเตี้ย มี 6 รุ่นย่อย (ตัวถังละ 3 รุ่นย่อย)
- 2.4 Entry
- 2.4 Mid 
- 2.4 Mid AT
* ยกเลิก 2.4 J Plus AT แต่เพิ่ม 2.4 Mid AT แทน

Smart Cab และ Double Cab Prerunner มี 14 รุ่นย่อย (ตัวถังละ 7 รุ่นย่อย)
- 2.4 Entry
- 2.4 Entry AT
- 2.4 Mid
- 2.4 Mid AT
- 2.4 High
- 2.4 High AT
- 2.4 Rocco AT
* Smart Cab ยกเลิกรุ่นย่อย 2.4 E ทั้งหมด แต่เพิ่มรุ่น 2.4 Entry AT, 2.4 High และ 2.4 High AT
* Double Cab ยกเลิกรุ่นย่อย 2.4 E ทั้งหมด, 2.4 Rocco และ 2.8 Rocco AT แต่เพิ่มรุ่น 2.4 Entry AT

Smart Cab และ Double Cab ขับเคลื่อน 4 ล้อ 
* Smart Cab 3 รุ่นย่อย
- 2.4 Mid
- 2.8 High
- 2.8 Rocco AT
* Smart Cab ยกเลิกรุ่นย่อย 2.8 Rocco แต่เพิ่ม 2.8 Rocco AT
* Double Cab 3 รุ่นย่อย
- 2.4 Mid
- 2.8 High
- 2.8 High AT
- 2.8 Rocco AT

  ความน่าสนใจอีกอย่างคือเครื่องยนต์ จะมีการปร้บจูนใหม่ในรุ่น 2.8 ลิตร (ปรับเฉพาะตัวยกสูง Prerunner และขับเคลื่อน 4 ล้อทุกเกรดทุกตัวถัง) ส่วนเครื่อง 2.4 ลิตรยังเหมือนเดิม
- เครื่องยนต์ดีเซล 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร (รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร)
- เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร ปรับพละกำลังใหม่เป็น 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุดเพิ่มเป็น 500 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อม Sequantial Shift (รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แรงบิด 420 นิวตันเมตรเท่าเดิม) 

  ช่วงล่างมีการปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ เปลี่ยนในรุ่น Smart Cab/Double Cab ทั้งใน Prerunnner และขับเคลื่อน 4 ล้อ
- ปรับปรุงการทำงานช็อคอัพใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทก
- ลดจำนวนแหนบจาก 5 เหลือ 3 แผ่น เพิ่มระยะห่างจุดสัมผัสระหว่างแหนบหลักและแหนบเสริม เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่มากขึ้น
- ปรับวัสดุแหนบใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกได้เท่าเดิมแม้แหนบจะลดลง

 แต่ที่หลายคนคงรอคอยคือ "ระบบความปลอดภัย" ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าระบบควบคุมการทรงตัว VSC จะกระจายในรุ่นย่อยรองๆ ลงมาหรือไม่ แต่ที่มาแน่นอนคือ "ชุดความปลอดภัย Toyota Safety Sense" จะมาใน Revo ใหม่เวอร์ชั่นไทยแน่นอน แต่จะรุ่นย่อยไหนบ้าง ยังไม่ได้ข้อมูลครับ 
ระบบที่ได้มาจะประกอบด้วย
- ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC 
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS (Pre Collision System) 
- ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA (Lane Departure Alert with Steering Assist)

   ทางด้านสีตัวถังนั้นจะมีให้เลือกถึง 8 สี ได้แก่
- สีขาว Super White (ยกเว้นยกสูงรุ่น High)
- สีขาวมุก White Pearl Crystal (ยกเว้นตอนเดียวและ Smart Cab/Double Cab ตัวเตี้ย)
- สีบรอนซ์เงิน Silver Metallic (ยกเว้น Rocco)
- สีเทา Dark Gray Mica Metallic (ยกเว้น Rocco และ Cab-Chassis)
- สีดำ Atitude Black Mica (ยกเว้นตอนเดียว)
- สีน้ำเงิน Dark Blue Mica (สีใหม่ แทนที่ สีน้ำเงิน Nebura Blue เดิม) *เฉพาะ Smart Cab & Double Cab ยกสูงทุกรุ่น
- สีแดง Emotional Red (สีใหม่ แทนที่ สีแดง Crimson Spark Red Metallic เดิม) เฉพาะ Rocco
- สีน้ำตาล Oxide Bronze Metellic สีใหม่ เฉพาะ Rocco

  ทั้งหมดนี้คือข้อมูลของ Toyota Hilux Revo Minor Change คาดว่าการเปิดตัวในไทยน่าจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็ได้แต่หวังว่า COVID-19 จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปิดตัว Hilux Revo Minor Change ก็ต้องรอติดตามต่อไปครับ

เรียบเรียงข้อมูลโดย Car News Update
-------------------------------------------------------------------------
ล่าสุดวันนี้ (24 เม.ย.) มีภาพหลุดรอบคันของ Toyota Hilux Revo Minor Change จากสื่อต่างประเทศออกมา ตามภาพต่อไปนี้ จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านหน้าครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของกระจังหน้าที่ออกแบบให้ใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม ไฟหน้าออกแบบใหม่ให้เรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีทั้งไฟหน้าแบบฮาโลเจนและไฟหน้าแบบ Bi-LED ส่วนไฟท้ายที่มีการออกแบบใหม่แบบ LED ส่วนล้อจะมีทั้งขนาด 17-18 นิ้ว


 

 



ภาพจาก Milelemotors

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Toyota ออสเตรเลียได้รับอนุมัติเครื่องหมายการค้า "GR Hilux" เรียบร้อยแล้ว

    Toyota จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในชื่อ “ GR HiLux” ในออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อย โดยทางสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property : IP) ของรัฐบาลออสเตรเลียอนุมัติป้ายชื่อใหม่นี้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง

  เครื่องหมายการค้านี้ทาง Toyota ได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2019 แล้ว หลังจากผ่านการตรวจสอบมาอย่างยาวนาน ตอนนี้ก็ได้รับการอนุมัติในที่สุด 

  ก่อนหน้านี้ทาง Toyota เคยให้คำมั่นสัญญาว่ารถทุกคันที่ได้ประทับตรา GR จะได้รับประโยชน์จากการอัปเกรดประสิทธิภาพแบบ "เห็นได้ชัด" จากรุ่นปกติ นั่นหมายความว่า GR HiLux จะต้องมีการเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านสมรรถนะให้สูงขึ้นไม่ว่าจะขับขี่ออนโรดหรือออฟโรดก็ตาม

  ในปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ทาง Toyota เพิ่งเปิดตัว Hilux GR Sport ที่ใช้ขุมพลัง 4.0 V6 พละกำลัง 238 แรงม้า พร้อมแรงบิด 375 นิวตันเมตร จำหน่ายเฉพาะตลาดอเมริกาใต้เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นที่เข้าใจกันว่ารถที่เหมาะสมกับการแปะตรา GR จะต้องมีสมรรถนะที่โดดเด่นกว่าปกติเยอะทีเดียว แต่อันนี้คือยังใช้เครื่องเดิมและพละกำลังประมาณเดิม (ว่าแล้วก็นึกถึง Altis GR Sport ที่ประเทศไทยเลย 555) ฉะนั้นแล้ว GR Hilux จะต้องมีพละกำลังที่โหดกว่านี้ซึ่งคงไม่ต่ำกว่า 250 แรงม้า และแน่นอนคู่แข่งสำคัญคงพุ่งเป้าไปที่ Ford Ranger Raptor!

   Toyota กล่าวกับสื่อออสเตรเลีย CarsGuide สำหรับเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V6 “มีโอกาสน้อยมากสำหรับออสเตรเลีย” เพราะหยุตผลิตเครื่องนี้ไปแล้วอันเนื่องมาจากความต้องการในตลาดที่ค่อนข้างน้อย

   Toyota ยังกล่าวอีกว่าพวกเขาให้ความสนใจในตลาดกระบะสมรรถนะสูงเสมอ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้มีประกาศอะไรที่ชัดเจนเลย เป็นปกติของบริษัทแม่อยู่แล้วกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อยานพาหนะที่อาจใช้ในอนาคตเพื่อปกป้องสิทธิ์ในการใช้ชื่อดังกล่าว ทำแบบนี้ในตลาดสำคัญทุกแห่งอยู่แล้ว  ยังคงยืนยันว่าไม่มีแผนแนะนำ GR Hilux ในตอนนี้ แต่ทาง Toyota ก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรสำหรับอนาคตหากมีความสนใจมากพอ

  เอาเป็นว่าสาวกสามห่วงต้องติดตามต่อไป แต่ตอนนี้เรามารอ Toyota Hilux Revo และ Fortuner ที่จะเปิดตัวในไม่กี่เดือนข้างหน้าดีกว่าครับ

ที่มา Carsguide

ข่าวสารที่น่าสนใจอื่นๆ :
ส่อง Volvo S90 & V90 Minor Change เน้นชูเครื่องยนต์ Hybrid ไม่เน้นปรับดีไซน์

Aston Martin Vantage Roadster สปอร์ตหรูผู้ดีเวอร์ชั่นเปิดหลังคา

ส่อง Ford GT 2020 ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์อเมริกันกับการปรับปรุงสเปคใหม่

ส่อง Chevrolet Menlo ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสำหรับตลาดมังกร

Honda ประกาศยุติการผลิตรถที่ฟิลิปปินส์เดือนมีนาคมนี้ เหตุเพราะยอดตก

Volkswagen Golf GTI, GTE & GTD สามตัวแรง มีให้เลือกครบทั้งเบนซิน ดีเซล และ Plug-In Hybrid

รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2020

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ทลายทุกขีดจำกัด! Toyota Hilux Revo เปิดตัวชุดแต่งพิเศษ ติดตั้งกล่อง Ultra Boost พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า!

   หลังการเปิดตัว All-New Isuzu D-Max ไปเมื่อเดือนตุลาคม แน่นอนว่าหลายค่ายก็ต้องมีร้อนๆหนาวๆกันบ้าง ล่าสุดเจ้าตลาดอย่าง Toyota ก็ไม่ยอมเสียบัลลังก์ง่ายๆ งัดไม้ตายออกมาสู้ อาจจะไม่ได้มีการเพิ่มออปชั่นและความปลอดภัยอย่างที่ใครหวัง แต่ก็พอเป็นแผนที่จะแหย่รังแตนของ Isuzu ได้

   Toyota แนะนำชุดแต่งพิเศษสำหรับ Hilux Revo ทั้งในตัวยกสูง Prerunner/4x4 และตัวเตี้ย Z Edition แต่ไฮไลต์สำคัญสุดคงหนีไม่พ้น การไปดีลกับ ECU SHOP เพื่อนำกล่องเพิ่มสมรรถนะ Ultra Boost มาติดตั้ง โดยสามารถทำพละกำลังได้สูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 518 นิวตัน-เมตร ซึ่งอันนี้ทดสอบจากเครื่องนยนต์ดีเซล 2.8 ลิตรที่ได้รับการติดกล่องเพิ่ม ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ที่ติดกล่อง ไม่มีตัวเลขสมรรถนะออกมาครับ

  สำหรับชุดแต่งพิเศษในตัวยกสูง Prerunner และ 4x4 ประกอบด้วยกระจังหน้าใหม่ แผ่นกันกระแทกใต้กันชนหน้า กรอบไฟตัดหมอก ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ชุดตกแต่งซุ้มล้อด้านข้าง และ สติ๊กเกอร์ด้านข้าง มูลค่าชุดแต่ง 61,000 บาท

   ส่วนชุดแต่งใน Z Edition จะประกอบด้วยกระจังหน้าใหม่ สเกิร์ตสีดำรอบคัน ชุดตกแต่งซุ้มล้อสีดำ และสติ๊กเกอร์ด้านข้าง มูลค่าชุดแต่ง 47,800 บาท
.
  โดยโปรโมชั่นที่ออกมาก็คือ สำหรับใครที่ซื้อ Hilux Revo ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปีนี้ (31 ธ.ค.) สามารถเลือกรับชุดแต่งพิเศษที่กล่าวมาได้ หรือเลือกดาวน์ 0 บาท (คำนวณจาก Smart Cab Z Edition 2.4J Plus) พร้อมกันนี้ยังสามารถรับสิทธิ์ซื้อกล่อง Ultra Boost ในราคาพิเศษ 13,400 บาทจากราคาปกติ 16,400 บาทอีกด้วย อย่างไรก็ตามกล่องเพิ่มสมรรถนะจะไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันของบริษัท และส่งผลต่อการรับประกันคุณภาพเครื่องยนต์

   พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวโฆษณาที่นำเสนอภายใต้สโลแกน "ทลายทุกขีดจำกัด" โดยได้ "ตูน บอดี้สแลม" มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้อีกด้วย

  ว่าแล้วก็ไปชมโฆษณาตามคลิปด้านล่างกันเลยครับ



ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ส่อง Toyota Hilux Special Edition รุ่นย่อยใหม่สุดพิเศษสำหรับตลาดยุโรป

  ภายในงาน Commercial Vehicle Show 2019 ที่จัดขึ้นที่เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษในวันที่ 30 เม.ย. - 2 พ.ค. ที่ผ่านมา Toyota ได้ทำการเปิดตัวรุ่นพิเศษ "Toyota Hilux Special Edition" จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองไปชมกันครับ

   Toyota กล่าวว่าในการแนะนำรุ่นย่อยสุดพิเศษคันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของยอดขายรถกระบะของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Hilux เองก็ถือว่าเป็นรถกระบะที่มีชื่อเสียงของ Toyota ในฐานะที่เป็นสิ่งสะท้อนไลฟท์สไตล์ในการใช้ชีวิต” เรียกได้ว่า Hilux Special Edition ใหม่นั้นจะมากับการออกแบบภายนอกและภายในที่หรูหรามากขึ้นทั้งในรุ่น Extra Cab และ Double Cab

  การตกแต่งภายนอกจะเน้นใช้โทนสีดำและเทาเข้มบริเวณแถบกระจังหน้าส่วนบน, กรอลไฟตัดหมอก, แผ่นกันกระแทกใต้กันชน , มือจับประตูรถและฝาท้าย, ฝาครอบกระจกมองข้าง และ กันนชนท้าย นอกจากนี้ยังมากับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว โดยจะเป็นสีทูโทนปัดขอบเงาดำสำหรับตลาดยุโรปตะวันตกแต่จะเป็นล้อสีดำล้วนสำหรับยุโรปตะวันออก

   ภายในของ Hilux Special Edition เน้นการตกแต่งภายในสีดำทั้งหมด หน้าปัดดีไซน์ใหม่โทนสีดำพร้อมที่ครอบโครเมียมเหมือนใน Hilix Revo Rocco เมืองไทย และแสดงผลเป็นรูปรถ Hilux Special Edition บนจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้วกลางหน้าปัดเมื่อมีการสตาร์ทรถ มีการตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black บริเวณคอนโซลหน้า พวงมาลัย หัวเกียร์ ฐานเกียร์ และแผงประตู ที่ไม่เหมือนใครคือหน้าปัดหน้าปัดที่มีพื้นหลังสีขาวและภาพเคลื่อนไหวลายเซ็นเฉพาะของ Hilux 2019 Special Edition ปรากฏบนหน้าจอ TFT กลางเมื่อเปิดสวิตช์กุญแจ เช่นเดียวกับกุญแจรถที่มีการดีไซน์ลวดลายบนตัวกุญแจเฉพาะเฉพาะรุ่น

   ทางด้านเครื่องยนต์นั้นจะใช้ เครื่องยนต์ดีเซล 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ส่งกำล้งด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

   สำหรับระบบความปลอดภัยของรถ  Hilux Special Edition  "ทุกรุ่น" จะติดตั้งชุดระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense เป็นมาตรฐาน ซึ่งประกอบด้วยระบบ Pre-Collision (PCS) ที่มีระบบตรวจจับคนเดินถนนทั้งกลางวันและกลางคืนและระบบตรวจจับคนขับจักรยานในเวลากลางวัน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC), ระบบผู้ช่วยเตือนสัญญาณจราจร Road Sign Assist (RSA) และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัย Lane Departure Alert (LDA) with brake induced steering

   Toyota Hilux Special Edition จะวางจำหน่ายทั่วยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ส่วนเมืองไทยนั้นมีรุ่นที่แต่งค่อนข้างเยอะกว่าอย่าง Revo Rocco อยู่แล้วและเร็วๆนี้จะมีการปรับเปลี่ยนล้อในรุ่น 2.4 ลิตรให้เหมือน 2.8 ลิตรด้วย ส่วนระบบความปลอดภัยอย่างย่อหน้าบนนั้น บอกเลยว่าคงยากที่ Toyota Motor Thailand จะเอามาใส่

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ชม 2019 Toyota Hilux Invincible X รุ่นระดับท็อปสำหรับตลาดผู้ดี

  ค่าย Toyota ฉลองครบรอบ 50 ปีในการผลิตกระบะ Hilux ด้วยการแนะนำ 2019 Toyota Hilux Invincible X รุ่นระดับท็อปสำหรับตลาดประเทศอังกฤษ วางจำหน่ายในราคา 31,046.01 ปอนด์ หรือประมาณ 1,321,000 บาท

  รูปโฉมภายนอกจะมีหน้าตาที่เหมือน Hilux Revo แบบที่ขายในไทย โดยมากับกระจังหน้าที่ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมี่ยมและวัสดุผิวมันวาว มีชุดแต่งใต้กันชนหน้า พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีบันไดข้างดีไซน์พิเศษ และโรลบาร์ที่กระบะท้าย

  ภายในห้องโดยสารจะมีการตกแต่งคล้ายกับ Hilux Revo Rocco ในไทย ด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลสี Piano Black และโครเมียม และตกแต่งด้วย Piano Black อีกหลายๆจุด ชุดหน้าปัดดีไซน์พิเศษพร้อมจอ TFT สีขนาด 4.2 นิ้วเมื่อสตาร์ทรถจะแสดงภาพ Hilux Invincible X บนหน้าจอให้เห็น พร้อมกันนี้ยังมากับเบาะหุ้มหนังสีดำพร้อมตะเข็บสีขาว

  ขุมพลังจะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
 
  อุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้กับรถมีหลายอย่างด้วยการ ไม่ว่าจะเป็นระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว , ลำโพง 6 ตัว , ระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth  , Cruise Control และกล้องมองหลัง ทางด้านระบบความปลอดภัยได้มีการติดตั้ง Toyota Safety Sense มาให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งจะประกอบด้วย ระบบเตือนความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Collision System , ระบบเตือนไม่ให้ออกนอกเลน Lane Departure Warning , ระบบผู้ช่วยเตือนสัญญาณจราจร  Road Sign Assist

  หากใครอยากได้ความพิเศษกว่านั้น ยังมี "Hilux Invincible X Limited Edition" รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 150 คัน มี 2 สีได้แก่ สีส้ม Scorched Orange และ สีน้ำเงิน Nebula Blue ซึ่งจะมีสิ่งที่พิเศษเพิ่มเติมอีกก็คือ บันไดข้างสีดำ , โรลบาร์สีดำ , ล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 18 นิ้ว วางจำหน่ายในราคา 32,483.51 ปอนด์ หรือประมาณ 1,382,000 บาทไทย

ที่มา Carscoops
  

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561

ส่องความต่าง Toyota Hilux Revo Rocco 2.4 และ 2.8 ลิตร มีอะไรต่างกันบ้าง?

  ภายหลังการแนะนำ Toyota Hilux Revo Rocco รุ่น 2.4 ลิตร เชื่อว่าหลายท่านก็คงอยากจะทราบว่ารุ่นน้องใหม่คันนี้จะมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง เราเลยแบ่งแยกสเปคของ Rocco แต่ละรุ่นย่อยทั้ง 2.4 และ 2.8 ลิตรว่ามีความแตกต่างตรงไหนบ้าง และหวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังสนใจรุ่นนี้ครับ

ตัวถัง Smart Cab
รุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6MT ราคา 839,000 บาท
* เครื่องยนต์ดีเซล 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ส่งกำล้งด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
- สปอร์ตบาร์และพื้นปูกระบะ
- ชุดตกแต่งซุ้มล้อ
- ชุดตกแต่งกันชนหลัง
- สติกเกอร์ด้านข้างกระบะ รุ่นพิเศษ Rocco
- ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วพ่นสีดำ พร้อมยาง 265/65 R17 All Terrain
- กระจังหน้าสีเทา และสีดำเงา
- กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถพร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้า
- กันชนหลังสีเทาเมทัลลิก
- บันไดข้างสีดำ
- ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์
- ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home
- ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ
- กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง
- กระจกมองข้างสีดำเมทัลลิก ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
- มือเปิดประตูสีดำเมทัลลิก
- ยางกันโคลนหน้าและหลัง
- ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบปรับตั้งเวลา
- สีภายในสีดำ
- เบาะผ้าคุณภาพสูงสีดำ
- เบาะนั่งคนขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง
- แผงคอนโซลหน้าสีดำเมทัลลิกและโครเมียม
- ช่องปรับอากาศสีดำเมทัลลิก
- แผงข้างประตูสีดำ บุผ้า และแถบสีดำเมทัลลิก
- แผงควบคุมข้างประตูสีดำเมทัลลิก
- มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
- วัสดุหุ้มที่บังแดด ผ้า และ PVC
- ที่บังแดดด้านผู้ขับขี่มีที่เก็บนามบัตร
- ที่บังแดดด้านผู้โดยสารมีกระจก และฝาปิด
- มือจับ 3 ตำแหน่ง
- พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยแถบสีดำเมทัลลิก
- การปรับระดับพวงมาลัยสูง-ต่ำ และเข้า-ออก (Tilt & Telescopic)
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ และ MID ที่พวงมาลัย
- หัวเกียร์หุ้มหนังตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม
- ฐานเกียร์สีดำเมทัลลิก
- เบรกมือสีดำ ตกแต่งด้วยโครเมียม
- มาตรวัดเรืองแสง Optitron สีขาว เฉพาะรุ่น Rocco
- จอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) แบบ TFT 4.2 นิ้ว
- ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารพร้อมไฟส่วนบุคคล
- ไฟแสดงตำแหน่งกุญแจ
- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
- กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบเฉพาะด้านผู้ขับ
- กุญแจรีโมท Jack Knife Key
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบกุญแจบิด
- เซ็นทรัลล็อก แบบ Speed Auto Lock พร้อมแบตเตอรี่สำรองของระบบ
- สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ (Eco/Power)
- เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติปรับทิศทางลม 5 รูปแบบ
- ช่องเก็บของด้านบนแบบ Cool Box พร้อมสัญลักษณ์ Hilux
- ช่องเก็บของด้านล่างแบบหน่วง พร้อมกุญแจล็อก
- กล่องเก็บของมีฝาปิด หุ้มผ้า
- ช่องเก็บของที่แผงประตูหน้า ด้านหน้า พร้อมที่วางขวดน้ำ
- ที่เก็บแว่นตา
- ที่วางแก้ว
- ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะคู่หน้า
- ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง DC 12 โวลต์ 2 ตำแหน่ง
- ช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX วิทยุ FM/AM และเครื่องเล่นแผ่น DVD จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมรองรับ T-Connect
- การเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง
- ระบบโทรออกด้วยเสียง
- ระบบนำทาง
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง
- เสาอากาศแบบสั้น
- ระบบเตือนการโจรกรรม และ Immobiliser
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED
- ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
- ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
- ไล่ฝ้ากระจกหลัง
- กล้องมองหลัง
- เข็มขัดนิรภัย 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ สำหรับเบาะคู่หน้า
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA
- คานเหล็กนิรภัยด้านข้าง
- ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านผู้ขับ ผู้โดยสาร และหัวเข่าผู้ขับ

รุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6AT ราคา 889,000 บาท (เพิ่มจากรุ่นเกียร์ธรรมดา 50,000 บาท)
- เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

รุ่น 4x4 2.8 Rocco 6MT ราคา 953,000 บาท 
(เพิ่มจากรุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6MT 114,000 บาท) 
(เพิ่มจากรุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6AT 64,000 บาท)
- เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร มากับพละกำลัง 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิด 420 นิวตัน-เมตรที่ 1,400-2,600 รอบ/นาที ส่งกำล้งด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด 
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 All Terrain แบบ White Letters
- สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ (Eco/Power) พร้อม iMT

****************************************************
ตัวถัง Double Cab
รุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6MT ราคา 949,000 บาท
* เครื่องยนต์ดีเซล 2GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.4 ลิตร มากับพละกำลัง 150 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ส่งกำล้งด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
- สปอร์ตบาร์และพื้นปูกระบะ
- ชุดตกแต่งซุ้มล้อ
- ชุดตกแต่งกันชนหลัง
- สติกเกอร์ด้านข้างกระบะ รุ่นพิเศษ Rocco
- ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วพ่นสีดำ พร้อมยาง 265/65 R17 All Terrain
- กระจังหน้าสีเทา และสีดำเงา
- กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถพร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้า
- กันชนหลังสีเทาเมทัลลิก
- บันไดข้างสีดำ
- ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์
- ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home
- ระบบปรับไฟหน้าสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติ
- กระจกบังลมหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัยพร้อมแถบกรองแสง
- กระจกมองข้างสีดำเมทัลลิก ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
- มือเปิดประตูสีดำเมทัลลิก
- ยางกันโคลนหน้าและหลัง
- ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบปรับตั้งเวลา
- สีภายในสีดำ
- เบาะหุ้มหนังและหนังสังเคราะห์
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง
- เบาะนั่งด้านหลัง ที่พักแขนพับเก็บได้ พร้อมที่วางแก้วน้ำ
- เบาะนั่งด้านหลัง ปรับยกเบาะ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ แบบแยก 60/40
- แผงคอนโซลหน้าสีดำเมทัลลิกและโครเมียม
- ช่องปรับอากาศสีดำเมทัลลิก
- แผงข้างประตูสีดำสีดำ บุหนังสังเคราะห์ และแถบสีดำเมทัลลิก
- แผงควบคุมข้างประตูสีดำเมทัลลิก
- มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
- วัสดุหุ้มที่บังแดด ผ้า และ PVC
- ที่บังแดดด้านผู้ขับขี่มีที่เก็บนามบัตร
- ที่บังแดดด้านผู้โดยสารมีกระจก และฝาปิด
- มือจับ 7 ตำแหน่ง
- พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยแถบสีดำเมทัลลิก
- การปรับระดับพวงมาลัยสูง-ต่ำ และเข้า-ออก (Tilt & Telescopic)
- สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ และ MID ที่พวงมาลัย
- หัวเกียร์หุ้มหนังตกแต่งด้วยวัสดุโครเมียม
- ฐานเกียร์สีดำเมทัลลิก
- เบรกมือสีดำ ตกแต่งด้วยโครเมียม
- มาตรวัดเรืองแสง Optitron สีขาว เฉพาะรุ่น Rocco
- จอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) แบบ TFT 4.2 นิ้ว
- ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารพร้อมไฟส่วนบุคคล
- ไฟแสดงตำแหน่งกุญแจ
- กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
- กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบเฉพาะด้านผู้ขับ
- กุญแจรีโมท Jack Knife Key
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบกุญแจบิด
- เซ็นทรัลล็อก แบบ Speed Auto Lock พร้อมแบตเตอรี่สำรองของระบบ
- สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ (Eco/Power)
- เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติปรับทิศทางลม 5 รูปแบบ
- ช่องปรับอากาศด้านหลังตกแต่งด้วยแถบสีดำเมทัลลิก
- ช่องเก็บของด้านบนแบบ Cool Box พร้อมสัญลักษณ์ Hilux
- ช่องเก็บของด้านล่างแบบหน่วง พร้อมกุญแจล็อก
- กล่องเก็บของมีฝาปิด หุ้มหนังสังเคราะห์
- ช่องเก็บของที่แผงประตูหน้า ด้านหน้า พร้อมที่วางขวดน้ำ
- ที่เก็บแว่นตา
- ที่วางแก้ว
- ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะคู่หน้า
- ที่แขวนสัมภาระหลังเบาะคู่หน้า
- ที่แขวนอเนกประสงค์
- ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง DC 12 โวลต์ 2 ตำแหน่ง
- ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 220 โวลต์ 1 ตำแหน่ง
- ช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX วิทยุ FM/AM และเครื่องเล่นแผ่น DVD จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมรองรับ T-Connect
- การเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง
- ระบบโทรออกด้วยเสียง
- ระบบนำทาง
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง
- เสาอากาศแบบสั้น
- ระบบเตือนการโจรกรรม และ Immobiliser
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED
- ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
- ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
- ไล่ฝ้ากระจกหลัง
- กล้องมองหลัง
- เข็มขัดนิรภัย 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ สำหรับเบาะคู่หน้า
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
- โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA
- คานเหล็กนิรภัยด้านข้าง
- ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS ด้านผู้ขับ ผู้โดยสาร และหัวเข่าผู้ขับ

รุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6AT ราคา 999,000 บาท (เพิ่มจากรุ่นเกียร์ธรรมดา 50,000 บาท)
- เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

รุ่น Prerunner 2.8 Rocco 6AT ราคา 1,143,000 บาท (เพิ่มจากรุ่น Prerunner 2.4 Rocco 6AT 144,000 บาท)
- เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ขนาด 2.8 ลิตร มากับพละกำลัง 177 แรงม้าที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดพร้อม Sequantial Shift 
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 All Terrain แบบ White Letters
- มือจับ 8 ตำแหน่ง
- ไฟแสดงตำแหน่งกุญแจที่ปุ่ม Engine Start-Stop
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
- กระจกไฟฟ้าแบบขึ้น-ลงอัตโนมัติ พร้อมระบบป้องกันการหนีบทั้ง 4 บาน
- กุญแจรีโมท Smart Key เฉพาะรุ่น Rocco
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start
- ช่องต่ออุปกรณ์ USB/AUX วิทยุ FM/AM และเครื่องเล่นแผ่น DVD จอสัมผัส พร้อมรองรับ T-Connect และระบบ TELEMATICS
- ระบบเสริมแรงเบรก BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
- ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพวงท้าย TSC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- ถุงลมนิรภัย 7 ใบ (คู่หน้า ด้านข้าง ม่าน และ เข่าคนขับ)
หมายเหตุ ระบบ T-Connect Telemetics
* Find My Car เช็คตำแหน่งรถคุณผ่านแอพพลิเคชั่น
* Stolen Vehicle Tracking ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรมพร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง
* SOS ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี
* Packing Alert ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notificationเมื่อรถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่
* Navigator ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร
* Pay As You Drive ประกันภัย "ขับน้อย จ่ายน้อย" ให้คุณจ่ายตามการใช้งานจริง สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น
* My TOYOTA Wi-Fi กระจายสัญญาณ Wi-Fi ได้พร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ
* OPS (Operator Service) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมบริการจองร้านอาหารชั้นนำ


รุ่น 4x4 2.8 Rocco 6AT ราคา 1,203,000 บาท (เพิ่มจากรุ่น Prerunner 2.8 Rocco 6AT 60,000 บาท)
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อม Differential Lock ที่เฟืองท้าย
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC แบบแอคทีฟ A-TRC
- ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC

Like Box