แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ gls แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ gls แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

Mercedes-AMG GLS 63 4MATIC+ เอสยูวีตัวแรงระดับท็อปจากตราดาว

    หากคุณรู้สึกว่าทั้ง Mercedes-Benz GLS ทั้ง GLS 450 และ GLS 580 ยังแรงไม่ได้ใจพอ ยังมีอีกหนึ่งตัวแรงรุ่นใหญ่อย่าง Mercedes-AMG GLS 63 4MATIC+  ซึ่งอาจจะเป็นทางเลือกที่คุณกำลังมองหาอยู่

  ตัวแรงระดับเรือธงนี้ยังเป็น Mild Hybrid มาพร้อมกับ EQ Boost starter-alternator พละกำลัง 22 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร จะเข้ามาช่วยในการทำงานเครื่องยนต์ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำ คุณสมบัติที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC+ เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดและระบบช่วงล่างถุงลมแบบ AMG ACTIVE RIDE CONTROL

   โดยเครื่องยนต์จะใช้เครื่องเบนซิน 4.0 ลิตร V8 Bi-Turbo พละกำลังสูงสุด 612 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ซึ่งหมายความว่า 2020 GLS 63 4MATIC+ สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาทีเท่านั้น ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 250 กม./ชม. อย่างไรก็ตามลูกค้าสามารถสั่งออปชั่นซึ่งเป็นแพ็คเกจพิเศษ AMG Driver ที่จะช่วยปลดล็อคท็อปสปีดเป็น 280 กม./ชม.

  รถคันนี้ยังมีการติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG 4MATIC + ประสิทธิภาพสูงพร้อมช่วยกระจายแรงบิดที่เพลาหน้าและเพลาหลังในอัตราส่วน 0:100 ไปจนถึง 50:50 และติดตั้งระบบล็อคเพลาล้อหลังแบบอิเล็กทรอนิกส์ AMG มาด้วย

   และแน่นอนรุ่น GLS ตัวแรงระดับเรือธงนี้ยังมาพร้อมกับระบบพวงมาลัยแบบสปอร์ตของ AMG ที่ถูกเซตให้ตอบสนองไวทันใจ รวมทั้งมีระบบเบรคสมรรถนะสูง และมีให้โหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 6 โหมดได้แก่ Trail ,Sand, Comfort, Sport, Sport + และ Individual

   ภายนอกจะมากับกระจังหน้าซี่ลวดตั้ง AMG แบบชุบโครเมียมขัดเงา ได้ไฟหน้า LED แบบ Multibeam เป็นมาตรฐาน กันชนหน้าออกแบบใหม่ให้ดุดันตามสไตล์ AMG เช่นเดียวกับด้านท้ายที่มากับกันชนท้ายพร้อมครีบรีดอากาศดีไซน์ใหม่และท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวา ล้ออัลลอยด์แบบ 10 ก้านขนาด 21 นิ้วจะมีให้เป็นมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเลือกลายอื่นๆที่มีขนาดใหญ่สุด 23 นิ้ว

  ลูกค้าสามารถเลือกสั่งออปชั่นแพ็คเกจ AMG Night ซึ่งเพิ่มคุณสมบัติการตกแต่งบางจุดด้วยสีดำ High Gloss ท่อไอเสียท้ายโครเมี่ยมสีดำ ล้อ AMG เคลือบสีดำด้าน และอีกหลายรายการ

   ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งเพิ่มเติมหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นแป้นคันเร่งและเบรก AMG ที่ทำจากสแตนเลส, สคัพเพลทเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ "AMG", พรมปูพื้นสีดำพร้อมตัวอักษร "AMG", แผงหน้าปัดc[[ AMG ที่มีให้เลือก 4 สไตล์ (Modern Classic, Sport, Discreet และ Supersport) รวมถึงเบาะที่นั่งแบบสปอร์ตตามสทำงานผ่านหน้าจอสี Widescreen Cockpit ขนาดใหญ่

  GLS 63 4MATIC+ ใหม่ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มากมาย เช่น ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Active Distance Assist DISTRONIC พร้อมช่วยปรับความเร็วตามเส้นทาง ,ระบบหยุดและออกตัวอัตโนมัติ Active Stop-and-Go Assist ที่ช่วยรักษารถให้อยู่ในเลนและอยู่ในระยะปลอดภัยด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 60 กม./ชม. เป็นต้น

   Mercedes-AMG GLS 63 4MATIC+ ยังไม่มีการประกาศราคาค่าตัวออกมาแต่อย่างใด

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

Mercedes-Maybach GLS 600 เอสยูวีหรูระดับเรือธงคันล่าสุดจากค่ายตราดาว

  ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ทำการเผยโฉม Mercedes-Maybach GLS 600 รถหรูภายใต้แบรนด์ Maybach ที่อยู่ในร่างของ SUV หรูขนาดใหญ่อย่าง GLS

  แน่นอนว่าสุดยอด SUV หรูแบบนี้ก็ต้องใช้ขุมพลังที่สุดยอดเช่นกัน โดยจะทำการติดตั้งเครื่องยนต๋เบนซิน Twin-turbo V8 4.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 558 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 - 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตรที่ 2,500 - 5,000 รอบต่อนาที เครื่องบล็อกนี้ได้รับการพัฒนาสำหรับ Maybach โดยเฉพาะ 

  รถคันนี้ยังเป็นระบบ Mild Hybrid ซึ่งจะมีการติดตั้งระบบ EQ Boost 48 โวลต์ซึ่งเพิ่มกำลัง 22 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตรในชั่วระยะหนึ่งได้ด้วย

   ขุมพลังนี้ช่วยนำพารถ Mercedes-Maybach GLS 600 ที่มีน้ำหนักตัว 2.78 ตัน เร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาทีเท่านั้นและความเร็วสูงสุดล็อคไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 11.7 ลิตร/100 กม. (8.55 กม./ลิตร) โดยมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 266 กรัม/กิโลเมตร

  งานออกแบบภายนอกนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงจาก GLS รุ่นมาตรฐานคือ กระจังหน้าใหม่แบบซี่ลวดแนวตั้งตามสไตล์ Maybach, คิ้วขอบหน้าต่างโครเมี่ยมและเสา B โครเมียม, เช่นเดียวกับโครเมี่ยมบริเวณคิ้วสเกิร์ตด้านข้าง, ล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 22 นิ้ว (23 นิ้วมีให้เป็นออปชั่น) เช่นเดียวกับบริเวณกันชนท้ายและรอบๆท่อมีการเสริมด้วยโครเมียมและมีสัญลักษณ์ Maybach บริเวณเสา D

 แต่อีกความต่างแบบชัดเจนก็คือโทนสีตัวถังแบบทูโทนที่มีให้เลือกถึง 8 สีที่แตกต่างกัน Mercedes-Maybach GLS ยังมีความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือบันไดข้างแบบไฟฟ้าที่เก็บซ่อนได้ซึ่งมีพื้นผิวอะลูมิเนียมเสริมด้วยแถบยางสีดำ สามารถส่องสว่างอยู่ในความมืดได้

  ภายในห้องโดยสารนั้น ยกระดับความหรูหราด้วยการติดตั้งที่นั่งแบบ 2 แถวเท่านั้นเพื่อให้แน่ใจว่ามีพื้นที่มากที่สุดในบริเวณด้านหลัง ผู้โดยสารเบาะหลังได้ที่นั่งแบบ 2 ที่นั่งเช่นเดียวกับใน Mercedes-Maybach S-Class เพื่อความสะดวกสบายสูงสุด

  ตัวเบาะทำจากหนัง Nappa ชั้นดี อีกทั้งยังมีหลังคาซันรูฟแบบ Panoramic พร้อมม่านบังตาแบบทึบแสงเบาะนั่งพร้อมฟังก์ชั่นนวดและปรับอุณหภูมิให้อุ่นหรือเย็น ม่านบังแดดด้านไฟฟ้า, ระบบปรับอากาศแยกสำหรับเบาะหลัง, ระบบช่วงล่างแบบ Airmatic และอีกหลายรายการ

  ด้านหลังยังมาพร้อมกับแท็บเล็ตที่รองรับระบบ MBUX เป็นมาตรฐาน ติดตั้งที่คอนโซลกลางหรือที่เท้าแขนระหว่างที่นั่งด้านหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารหลังสามารถควบคุมฟังก์ชั่นความสะดวกสบายและความบันเทิงได้ สำหรับคอนโซลกลางแบบติดตั้งถาวรจะมีให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม ติดตั้งได้พร้อมกับโต๊ะที่สามารถกางออกและพับได้และยังมีตู้เย็นพร้อมพื้นที่สำหรับวางขวดแชมเปญได้ด้วย

   Mercedes-Benz ยังได้พัฒนาน้ำหอมกลิ่นเฉพาะ (กลิ่นดอกขาวออสมานัส) สำหรับ Mercedes-Maybach GLS เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจสร้างสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร ออปชั่นอื่นๆที่มีให้เลือกก็จะมี ระบบช่วงล่างแบบ E-Active Body Control ซึ่งติดตั้งโปรแกรมการตั้งค่าสำหรับ Maybach โดยเฉพาะเพื่อให้มั่นใจว่าการขับขี่จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

   Mercedes-Maybach GLS 600 4MATIC จะมาถึงตัวแทนจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 โดยทางค่ายยังไม่มีการประกาศราคา แต่คาดว่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,046,000 บาท) โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ Bentley Bentayga, Aston Martin DBX และรุ่นอื่นที่พิกัดใกล้เคียง

ที่มา Carscoops

 ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

All-New Mercedes-Benz GLS เอสยูวีระดับเรือธงกับความหรูหราระดับ S-Class

  ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ฤกษ์เปิดตัว All-New Mercedes-Benz GLS รถอเนกประสงค์หรูระดับเรือธงที่เปลี่ยนโฉมใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นรถ SUV ที่มีความหรูหราที่สุดและใหญ่ที่สุดเท่าที่ Mercedes-Benz เคยสร้างมาเลยก็ว่าได้ ณ ขณะนี้ (จนกว่ารุ่น Maybach จะเปิดตัว) แน่นอนว่าคู่แข่งนั้นก็คงหนีไม่พ้น BMW X7 

   ดีไซน์ของรถนั้นจะมีกลิ่นอายจากรุ่นน้องอย่าง GLE แต่ใน GLS ค่อนข้างมีความแข็งแกร่งแบบบึกบึนกว่า ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนแล้ว GLS โฉมใหม่จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นในแทบทุกมิติ ด้วยขนาดที่ยาวขึ้น 77 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร อีกทั้งยังมีฐานล้อที่ยาวขึ้น 60 มิลลิเมตร (ความยาวฐานล้ออยู่ที่ 3,137 มิลลิเมตร) นั่นหมายความว่าจะส่งผลต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่มากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแถวที่ 2 และ 3 อีกทั้งยังมีขนาดที่ใหญ่พอที่จะรองรับผู้โดยสารที่มีส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตร

  เบาะนั่งทั้ง 3 แถวสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมดและยังมอบพื้นที่ “ความกว้างและความสะดวกสบายในการนั่ง” ให้กับผู้โดยสาร และเมื่อไม่ต้องการนั่งแถวที่ 3 ก็ยังสามารถปรับพับเบาะราบลงเพื่อเพิ่มความจุสัมภาระด้านหลัง

  และถ้าหากพับเบาะแถวที่ 2 ลงไปอีก ความจุสัมภาระจะมีมากถึง 2,400 ลิตร นอกเหนือจากการจัดเรียงที่นั่งแบบ 7 ที่นั่งซึ่งเป็นมาตรฐานแล้ว GLS โฉมใหม่ยังมีทางเลือกการตกแต่งแบบ 6 ที่นั่งซึ่งจะมากับเบาะแถวที่ 2 ที่มี 2 ที่นั่งในแบบที่หรูหรานั่งสบายโดยเป็นครั้งแรกใน GLS ที่มีทางเลือกแบบนี้

  สำหรับเครื่องยนต์นั้น มีการเปิดตัวด้วยรหัสที่แปลกใหม่นั่นคือ GLS 580 4MATIC ที่มากับเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.0 ลิตร พร้อมระบบ Mild Hybrid ของค่ายนั่นคือระบบ EQ Boost 48 โวลต์พร้อม  Integrated Starter-Generator มากับพละกำลังสูงสุด 489 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร พร้อมกันนี้ยังติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ช่วยเรียกพละกำลังเพิ่มมาอีก 22 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

 สำหรับขุมพลัง 6 สูบก็จะมีทางเลือกทั้งเครื่องดีเซลและเบนซิน เริ่มที่รหัส GLS 450 4MATIC ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง มากับพละกำลังสูงสุด 367 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร และยังเป็นเครื่องแบบ Mild-Hybrid ซึ่งมีการติดตั้งระบบ EQ Boost 48 โวลต์พร้อม  Integrated Starter-Generator มาให้อีกด้วย แต่ขุมพลังนี้จะไม่มีจำหน่ายในยุโรป

  แต่ในตลาดยุโรป รัสเซีย และตลาดอื่นๆนั้นจะได้เครื่องยนต์ดีเซลความจุ 2.9 ลิตรรหัส OM656 แบบ 6 สูบแถวเรียงแทน โดยมีทั้งหมด 2 รหัส ได้แก่ GLS 350d 4MATIC ที่มากับพละกำลัง 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรและ GLS 400 d 4MATIC ที่มากับพละกำลัง 330 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร 

   ทุกขุมพลังจะติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic และติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ส่วนตัวแรงอย่าง AMG และรุ่นที่ยกระดับความหรู Maybach จะตามมาในภายหลัง และยังไม่มีข้อมูลขุมพลังในขณะนี้ซึ่งคาดว่าคงจะมากับขุมพลังตั้งแต่ 8-12 สูบ

  เมื่อพูดถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ GLS นั้น  จะมีระบบการถ่ายโอนกำลังที่มาพร้อมกับคลัทช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งช่วยให้การถ่ายโอนแรงบิดระหว่างเพลาจาก 0-100%  ได้ตามต้องการ และยังมีออปชั่นระบบการถ่ายโอนกำลังพร้อมช่วยลดเกียร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการขับขี่ออฟโรดที่เหนือกว่า

  นอกจากนั้นแล้ว ลูกค้ายังสามารถสั่งระบบช่วงล่าง 48-volt E-Active Body Control ที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่อีกทั้งยังรองรับการขับขี่บนทางออฟโรดได้ด้วย ส่วนระบบช่วงล่างแบบมาตรฐานจะได้ระบบช่วงล่างถุงลม  Airmatic พร้อม Adaptive Damping System Plus
  
  GLS โฉมใหม่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งก็รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วสองจอ , Head‑up Display แสดงผลแบบสีเ , ระบบความบันเทิงด้านหลัง MBUX ที่มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วสองจอ และแพ็คเกจสำหรับความสะดวกสบายด้านหลัง Rear Comfort package Plus ที่มากับแท็บเล็ตระบบ Android ขนาด 7 นิ้วที่สามารถควบคุมฟังก์ชั่น MBUX ทั้งหมดได้จากเบาะแถวหลัง

  สำหรับระบบความปลอดภัยชุด Driving Assistance จะมีการแนะนำระบบเพิ่มเติม ได้แก่ ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Active Distance Assist DISTRONIC, ระบบหยุดและออกตัวอัตโนมัติ Assist Stop-and-Go Assist, ระบบช่วยในการลากจูง Trailer Maneuvering Assist และอื่นๆ อีกเพียบ

  All-New Mercedes-Benz GLS จะเริ่มลงโชว์รูมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปช่วงปลายปี ส่วนตลาดไทยคงมีการเปิดตัวตามมาหลังจากนั้น

ที่มา Carscoops
  
  
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

Like Box