แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ benz แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ benz แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

้ภาพล่าสุด All-New Mercedes-Benz C-Class (W206) เผยสัดส่วนชัดเจนขึ้น คาดเปิดตัวปลายปี

   ค่ายดาวสามแฉกกำลังซุ่มทดสอบ All-New Mercedes-Benz C-Class รหัสตัวถัง W206 อยู่ แน่นอนว่าโฉมใหม่หมดจดนี้เตรียมที่จะมาฟาดฟันกับคู่แข่งร่วมชาติอย่าง BMW 3-Series และ Audi A4 และที่ท่านกำลังจะเห็นต่อไปนี้เป็นภาพแอบถ่ายเซตล่าสุดของ C-Class เจเนเรชั่นใหม่

  รถทดสอบโปรโปไทป์ยังคงถูกพรางด้วยสติ๊กเกอร์รอบคันอย่างหนาแน่น แต่ถ้าเทียบกับรถทดสอบที่วิ่งกันก่อนหน้าถือว่าเริ่มพรางให้ดูหนาตาน้อยลง ทำให้เห็นการออกแบบไฟหน้าได้ชัดเจนขึ้น รูปลักษณ์ไฟหน้าจะมีทรวดทรงที่คล้ายๆกับ Mercedes-Benz ตัวถังซีดานรุ่นใหม่ๆ อีกจุดที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือด้านหลังที่มากับไฟท้ายที่วางตามแนวนอนจากโฉมปัจจุบันที่เป็นแนวตั้ง

   ในขณะที่รูปทรงและขนาดนั้นดูผ่านๆจะไม่ค่อยต่างจากรุ่นปัจจุบันเท่าไหร่ โดยโฉมใหม่ภายใต้รหัส W206 จะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ MRA ที่ได้รับปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้น อีกทั้งออกแบบให้รองรับกับการใช้ขุมพลัง Plug-In Hybrid และ Mild Hybrid ที่หลากหลายขึ้น คาดว่าช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นแบบปีกนกสองชั้น และด้านหลังแบบมัลติลิงค์พร้อมโช้คอัพที่ปรับได้สำหรับรุ่นท็อปที่แพงขึ้น

ภาพจาก Carscoops
   ส่วนภายในห้องโดยสาร อิงจากภาพหลุดก่อนหน้าจะเห็นชัดว่า ภายในเริ่มหันมันใช้ปุ่มควบคุมแบบจอดิจิตอลสัมผัส รวมทั้งมากับหน้าจอกลางที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นแบบชัดเจน

   นอกเหนือจากรูปแบบตัวถังที่เราคุ้นเคยแล้ว เป็นไปได้ว่าอาจจะมี "C-Class All-Terrain" เป็นทางเลิอกเสริมเพื่อมาต่อกรกับ Audi A4 Allroad และ Volvo V60 Cross Country 


   เครื่องยนต์นั้นน่าจะยังไม่มีไฟฟ้าล้วน แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีตั้งแต่ 4 สูบขึ้นไป นอกจากนี้มีข่าวลือว่าตัวแรง C63 อาจจะไม่ได้ใช้เครื่องเบนซิน Twin-turbo 4.0 ลิตร V8 แต่จะเป็นเครื่องเบนซิน Plug-In Hybrid 4 สูบที่ใช้พื้นฐานจากเครื่องยนต์ M139 ที่ใช้ใน A45 ใหม่ซึ่งมีแรงม้า 416 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร และจะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเสริมพละกำลังให้มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นแค่ข่าวลือ เชื่อว่าหลายคนคงแปลกๆกับ C63 ที่เป็นตัวแรงระดับท็อปแต่ใช้เครื่อง 4 สูบ ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาจะเป็นเครื่องช่วยพิสูจน์เอง

   ยังมีข้อมูลอีกมากที่เราไม่ทราบเกี่ยวกับ C-Class W206 แต่มันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกที่กำลังมาเพราะทำให้การรอคอยเพิ่มความน่าตื่นเต้น เป็นไปได้ว่าการเผยโฉม All-New Mercedes-Benz C-Class (W206) อาจจะมีขึ้นช่วงต้นเดือนตุลาคมที่งาน Paris Motor Show 2020 ยังไงสาวกตราดาวก็ต้องติดตามต่อไปครับ

ที่มา Motor1

บทความที่น่าสนใจ :
รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2020
Isuzu MU-X THE NEW ONYX 2020 ปรับทิ้งทวนเล็กน้อยก่อนเจเนเรชั่นใหม่จะมา
กระบะ Mercedes-Benz X-Class เตรียมเลิกผลิตสิ้นเดือนพฤษภาคมปีนี้
Hummer เตรียมกลับมาอีกครั้ง! ในรูปแบบปิคอัพไฟฟ้า 1,014 แรงม้า ภายใต้แบรนด์ GMC
Lotus Evora 410 สปอร์ตหรูอังกฤษคันใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563

ครั้งแรกกับภาพถ่ายรถทดสอบ All-New Mercedes-Benz SL คาดกลับมาใช้หลังคาผ้าใบอีกครั้ง

   ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้เป็นภาพแอบถ่ายชุดแรกของ All-New Mercedes-Benz SL สปอร์ตคูเป้เปิดประทุนสุดหรูจากเยอรมัน เนื่องจากภาพถูกแอบถ่ายในสถานที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้มีการเบลอฉากหลังไว้เหลือให้เห็นแค่ตัวรถเท่านั้น แต่ก็พอจะบอกถึงการออกแบบรถได้

   ตัวรถจะหุ้มด้วยสติ๊กเกอร์ลายพรางแบบเต็มที่และหุ้มผ้าใบกันน้ำบริเวณหลังคา จากดีไซน์ภายนอกจะพบว่าตัวรถมีเส้นสายบนตัวถังที่สะอาดตากว่าเดิม มีดีไซน์ด้านหน้าที่เป็นไปตาม Mercedes-Benz ยุคใหม่ ด้านท้ายจะเห็นชัดว่าได้ไฟท้ายทรงใหม่ที่ดูเรียวบางขึ้นกว่าเดิม ย้ายตำแหน่งทะเบียนไปไว้ที่กันชนท้ายแทน

   All-New Mercedes-Benz SL อาจจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของหลังคาผ้าใบ สังเกตจากฝากระโปรงหลังที่ดูสั้นลง ซึ่งไม่พอแน่นอนที่จะพับหลังคาแข็งลงไปได้ และหลายๆค่ายนั้นก็เริ่มหันกลับมาใช้หลังคาผ้าใบในรถสปอร์ตเปิดประทุน ซึ่งมีข้อดีคือช่วยลดน้ำหนักรถได้มากทีเดียวแถมยังช่วยออกแบบให้สัดส่วนรถดูดีขึ้นด้วย คาดว่าภายในห้องโดยสารจะจัดวางที่นั่งแบบ 2 + 2 โดยมีที่นั่งขนาดเล็กด้านหลังที่สามารถใช้งานได้จริงมากกว่าเดิม

   All-New Mercedes-Benz SL จะพัฒนาร่วมกับตัวแรง AMG โดยจะใช้แพลตฟอร์มใหม่ Modular Sports Architecture (MSA) ที่ทำจากอะลูมิเนียม ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะใช้ใน AMG GT เจเนเรชั่นใหม่ด้วย

   เครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะมีให้เลือกตั้งแต่ 6 สูบจนไปถึง V12 โดยในรหัสเริ่มต้น SL 450 เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง แบบ Mild-Hybrid พละกำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ผสานการทำงานกับระบบ EQ Boost ที่ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 48 โวลต์ ช่วยเพิ่มพละกำลัง 22 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรในระยะเวลาอันสั้น

  ส่วนรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน V8 น่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 Twin-turbo จากตระกูล AMG มาภายใต้รหัส SL 63 คาดว่าจะมากับพละกำลังไม่ต่ำกว่า 630 แรงม้า นอกจากนี้ยังมีตัวแรงระดับท็อป  SL 73 ที่ใช้ขุมพลังแบบ Plug-In Hybrid โดยมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งด้านหลังที่รีดสมรรถนะออกมาได้รวมๆ 805 แรงม้า และน่าจะมีออปชั่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อด้วย ยกเว้นในเครื่อง V12

  คาดว่า All-New Mercedes-Benz SL จะมีการเปิดตัวในช่วงปี 2021 เป็นอย่างช้าครับ

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562

จับภาพรถทดสอบ All-New Mercedes-Benz GLA ที่ดูโฉบเฉี่ยวและใหญ่โตขึ้น

   หลังจากรถที่พัฒนาภายใต้แพลตฟอร์ม MFA ได้ถูกเปิดตัวเจนเรชั่นใหม่ไปแล้วหลายต่อหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น A-Class โฉมซีดานและ 5 ประตู, B-Class, CLA-Class โฉมซีดานและ Shooting Brake รวมทั้งอเนกประสงค์ GLB ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ แน่นอนว่ายังเหลืออีกหนึ่งรุ่นที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ นั่นคือ GLA นั่นเอง  

  ซึ่งภาพรถทดสอบที่ท่านกำลังเห็นอยู่นี้คือ Pre-production หรือเป็นโฉมที่เป็นรุ่นก่อนผลิตจริงแล้ว ไม่ใช่รถทดสอบที่เอาชิ้นส่วนรุ่นนั้นรุ่นนี้มาแปะหรือเอาโครงรุ่นอื่นมาสวม (Test Mule) อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นจากรถทดสอบก็พอจะทำให้เดาได้แล้วว่า GLA เจเนเรชั่นที่ 2 จะมีทรวดทรงองค์เอวเป็นอย่างไรบ้าง

  เมื่อดูจากทรวดทรงแล้วจะพบว่า GLA โฉมใหม่จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และมากับการออกแบบตามแนวทางของ Mercedes-Benz ยุคใหม่ซึ่งจะมีรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างโค้งมนสวยงามและโฉบเฉี่ยวขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีการเพิ่มกระจกโอเปร่าบริเวณเสาหลังเข้ามาด้วย จากเดิมที่รุ่นเก่าไม่มี เช่นเดียวกับด้านท้ายที่มีโคมไฟท้ายใหม่ที่เพรียวบางกว่าเดิม

  ส่วนภายในห้องโดยสารแม้จะไม่เห็นชัดมากนัก แต่ก็พอเดาได้ว่าจะใช้ดีไซน์คอนโซลร่วมกับรถในแพลตฟอร์มเดียวกันตามที่กล่าวไว้ในย่อหน้าแรก ทางด้านเครื่องยนต์ก็น่าจะมีให้ทางเลือกตั้งแต่เบนซินและดีเซล 4 สูบ

  คาดว่า All-New Mercedes-Benz GLA จะเปิดตัวในช่วงงาน Los Angeles Auto Show ราวๆเดือนพฤศจิกายนปีนี้ หรือไม่ก็ Geneva Motor Show 2020 ช่วงเดือนมีนาคมปีหน้าเลย

ที่มา walkoARTvideos
  

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562

Mercedes-AMG GLC 63 / GLC 63 Coupe Minor Change ปรับโฉมอเนกประสงค์ตัวแรงจากค่ายตราดาว

  ภายในงาน New York Auto Show 2019 ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ทำการเปิดตัว 2 ตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG GLC 63 / GLC 63 Coupe ที่ได้รับการปรับโฉม Minor Change ตามรุ่นปกติ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างตามไปดูกันเลย

  การเปลี่ยนแปลงภายนอกที่เห็นชัดเจนซึ่งก็เหมือนกับรุ่นปกตินั่นก็คือ ไฟหน้าทรงใหม่ และไฟท้ายใหม่ และยังมากับกระจังหน้าซี่ลวดแนวตั้งแบบ  Panamericana  อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ยุคใหม่ด้วย นอกจากนี้ยังมีออกแบบปลายท่อไอเสียด้านท้ายเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีทางเลือกล้อลายใหม่ขนาด 21 นิ้ว


  เข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบกับพวงมาลัย AMG 3 ก้านดีไซน์ใหม่พร้อมปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ติดตั้งระบบ Infotainment MBUX ที่มากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ซึ่งสามารถเริ่มสั่งการทำงานด้วยการพูดคีย์เวิร์ดคำว่า "Hey Mercedes" และตามด้วยคำสั่ง นอกจากนั้นแล้วยังมากับชุดหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว เบานั่งทรงสปอร์ตดีไซน์ใหม่ และตกแต่งภายในรอบคันด้วยวัสดุอะลูมิเนียม


  GLC 63 / GLC 63 Coupe จะติดตั้งครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ความจุ 4.0 ลิตรที่ให้พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดซึ่งส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC +  ส่งผลให้ GLC 63 ใหม่สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา  4.0 วินาที ก่อนที่ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

  สำหรับใครที่อยากได้ความแรงเพิ่มอีกก็ต้องไปเล่น GLC 63 S / GLC 63 S Coupe ที่ยังคงติดตั้งครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ความจุ 4.0 ลิตรเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพละกำลังเป็น 510 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ที่ลดลงเหลือ 3.8 วินาทีและความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 280 กม./ชม.


  ทุกรุ่นจะได้รับการติดตั้งระบบ Electronically Controlled Locking Differential มาให้เป็นมาตรฐาน และนอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโหมดการขับขี่ "Slippery" รองรับการวิ่งบนผิวถนนลื่น รวมทั้งโหมดการขับขี่ AMG Dynamics system ที่มีให้เลือกได้แก่ Basic, Advanced, Pro และ Master (สำหรับรุ่น S เท่านั้น)

  สำหรับตลาดสหรัฐฯ Mercedes-AMG GLC 63 / GLC 63 Coupe Minor Change จะลงตลาดในช่วงปลายปีนี้ ส่วนไทยอยากได้คงต้องสั่งนำเข้าเพราะที่บ้านเรามีแค่ GLC 43 จำหน่ายเท่านั้น
  
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

All-New Mercedes-Benz GLS เอสยูวีระดับเรือธงกับความหรูหราระดับ S-Class

  ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ฤกษ์เปิดตัว All-New Mercedes-Benz GLS รถอเนกประสงค์หรูระดับเรือธงที่เปลี่ยนโฉมใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นรถ SUV ที่มีความหรูหราที่สุดและใหญ่ที่สุดเท่าที่ Mercedes-Benz เคยสร้างมาเลยก็ว่าได้ ณ ขณะนี้ (จนกว่ารุ่น Maybach จะเปิดตัว) แน่นอนว่าคู่แข่งนั้นก็คงหนีไม่พ้น BMW X7 

   ดีไซน์ของรถนั้นจะมีกลิ่นอายจากรุ่นน้องอย่าง GLE แต่ใน GLS ค่อนข้างมีความแข็งแกร่งแบบบึกบึนกว่า ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนแล้ว GLS โฉมใหม่จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นในแทบทุกมิติ ด้วยขนาดที่ยาวขึ้น 77 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร อีกทั้งยังมีฐานล้อที่ยาวขึ้น 60 มิลลิเมตร (ความยาวฐานล้ออยู่ที่ 3,137 มิลลิเมตร) นั่นหมายความว่าจะส่งผลต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่มากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแถวที่ 2 และ 3 อีกทั้งยังมีขนาดที่ใหญ่พอที่จะรองรับผู้โดยสารที่มีส่วนสูงถึง 194 เซนติเมตร

  เบาะนั่งทั้ง 3 แถวสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมดและยังมอบพื้นที่ “ความกว้างและความสะดวกสบายในการนั่ง” ให้กับผู้โดยสาร และเมื่อไม่ต้องการนั่งแถวที่ 3 ก็ยังสามารถปรับพับเบาะราบลงเพื่อเพิ่มความจุสัมภาระด้านหลัง

  และถ้าหากพับเบาะแถวที่ 2 ลงไปอีก ความจุสัมภาระจะมีมากถึง 2,400 ลิตร นอกเหนือจากการจัดเรียงที่นั่งแบบ 7 ที่นั่งซึ่งเป็นมาตรฐานแล้ว GLS โฉมใหม่ยังมีทางเลือกการตกแต่งแบบ 6 ที่นั่งซึ่งจะมากับเบาะแถวที่ 2 ที่มี 2 ที่นั่งในแบบที่หรูหรานั่งสบายโดยเป็นครั้งแรกใน GLS ที่มีทางเลือกแบบนี้

  สำหรับเครื่องยนต์นั้น มีการเปิดตัวด้วยรหัสที่แปลกใหม่นั่นคือ GLS 580 4MATIC ที่มากับเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.0 ลิตร พร้อมระบบ Mild Hybrid ของค่ายนั่นคือระบบ EQ Boost 48 โวลต์พร้อม  Integrated Starter-Generator มากับพละกำลังสูงสุด 489 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร พร้อมกันนี้ยังติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ช่วยเรียกพละกำลังเพิ่มมาอีก 22 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

 สำหรับขุมพลัง 6 สูบก็จะมีทางเลือกทั้งเครื่องดีเซลและเบนซิน เริ่มที่รหัส GLS 450 4MATIC ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง มากับพละกำลังสูงสุด 367 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร และยังเป็นเครื่องแบบ Mild-Hybrid ซึ่งมีการติดตั้งระบบ EQ Boost 48 โวลต์พร้อม  Integrated Starter-Generator มาให้อีกด้วย แต่ขุมพลังนี้จะไม่มีจำหน่ายในยุโรป

  แต่ในตลาดยุโรป รัสเซีย และตลาดอื่นๆนั้นจะได้เครื่องยนต์ดีเซลความจุ 2.9 ลิตรรหัส OM656 แบบ 6 สูบแถวเรียงแทน โดยมีทั้งหมด 2 รหัส ได้แก่ GLS 350d 4MATIC ที่มากับพละกำลัง 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตรและ GLS 400 d 4MATIC ที่มากับพละกำลัง 330 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร 

   ทุกขุมพลังจะติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic และติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ส่วนตัวแรงอย่าง AMG และรุ่นที่ยกระดับความหรู Maybach จะตามมาในภายหลัง และยังไม่มีข้อมูลขุมพลังในขณะนี้ซึ่งคาดว่าคงจะมากับขุมพลังตั้งแต่ 8-12 สูบ

  เมื่อพูดถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ GLS นั้น  จะมีระบบการถ่ายโอนกำลังที่มาพร้อมกับคลัทช์แบบหลายแผ่นที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งช่วยให้การถ่ายโอนแรงบิดระหว่างเพลาจาก 0-100%  ได้ตามต้องการ และยังมีออปชั่นระบบการถ่ายโอนกำลังพร้อมช่วยลดเกียร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการขับขี่ออฟโรดที่เหนือกว่า

  นอกจากนั้นแล้ว ลูกค้ายังสามารถสั่งระบบช่วงล่าง 48-volt E-Active Body Control ที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการขับขี่อีกทั้งยังรองรับการขับขี่บนทางออฟโรดได้ด้วย ส่วนระบบช่วงล่างแบบมาตรฐานจะได้ระบบช่วงล่างถุงลม  Airmatic พร้อม Adaptive Damping System Plus
  
  GLS โฉมใหม่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งก็รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วสองจอ , Head‑up Display แสดงผลแบบสีเ , ระบบความบันเทิงด้านหลัง MBUX ที่มีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วสองจอ และแพ็คเกจสำหรับความสะดวกสบายด้านหลัง Rear Comfort package Plus ที่มากับแท็บเล็ตระบบ Android ขนาด 7 นิ้วที่สามารถควบคุมฟังก์ชั่น MBUX ทั้งหมดได้จากเบาะแถวหลัง

  สำหรับระบบความปลอดภัยชุด Driving Assistance จะมีการแนะนำระบบเพิ่มเติม ได้แก่ ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Active Distance Assist DISTRONIC, ระบบหยุดและออกตัวอัตโนมัติ Assist Stop-and-Go Assist, ระบบช่วยในการลากจูง Trailer Maneuvering Assist และอื่นๆ อีกเพียบ

  All-New Mercedes-Benz GLS จะเริ่มลงโชว์รูมในสหรัฐอเมริกาและยุโรปช่วงปลายปี ส่วนตลาดไทยคงมีการเปิดตัวตามมาหลังจากนั้น

ที่มา Carscoops
  
  
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562

All-New Mercedes-Benz CLA นิยามใหม่ของซีดานคูเป้น้องเล็กจากดาวสามแฉก

     สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวกดาวสามแฉกเมื่อทาง Mercedes-Benz ได้ทำการเผยโฉม All-New Mercedes-Benz CLA ซีดานคูเป้ไซส์เล็กเจเนเรชั่นที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยภายในงาน Consumer Electronics Show 2019 (CES 2019) ที่จัดขึ้นในเมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

  ซีดานคูเป้โฉมใหม่คันนี้จะมากับความยาว 4,688 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 48 มิลลิเมตร) กว้าง 1,830 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 48 มิลลิเมตร) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนในขณะที่ระยะฐานล้อก็ยาวขึ้น 30 มม. ด้วยขนาดภายนอกที่ใหญ่ขึ้นยังส่งผลต่อภายในห้องโดยสารที่กว้างขึ้นด้วย

   เบื้องต้นสำหรับตลาดสหรัฐฯจะเปิดตัวด้วยรุ่น CLA250 ที่มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จที่มากับพละกำลัง 225 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 7 สปีด

  สำหรับขุมพลังอื่นๆทางค่าย Mercedes-Benz ไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก เพียงแต่บอกว่าเครื่องยนต์ส่วนใหญ่นั้นจะยกมาจาก A-Class มีทางเลือกระบบส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา และ เกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch อีกทั้งยังมีออปชั่นเสริมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic ให้เลือกอีกด้วย

  CLA โฉมใหม่ยังถูกออกแบบให้มีระยะแทร็คกว้างขึ้น 63 มิลลิเมตรที่ด้านหน้า และกว้างขึ้นอีก 53 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง รวมทั้งออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ทางค่าย  Mercedes-Benz ยังกล่าวอีกว่า CLA ถือว่าเป็นรถที่มีดีไซน์น่าดึงดูดใจที่สุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดกะทัดรัดจนถึงปัจจุบัน


  สำหรับรุ่น CLA250 ที่แสดงอยู่ในงาน CES จะมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงค์แบบแยกกันเพื่อลดเสียงรบกวนและลดการสั่นสะเทือน และยังมีเหล็กกันโคลงที่ออกแบบให้ช่วยลดการโคลงตัวของรถได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโช้คอัพแบบปรับระดับได้

  ดีไซน์ภายนอกนั้นถือว่ามีความสวยงามและโฉบเฉี่ยวมากกว่ารุ่นพี่อย่าง CLS ที่มาแนวหรูหราดุดัน ด้วยสัดส่วนที่มีความโค้งมนและการออกแบบของรถที่ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถคันนี้อยู่ที่ 0.23 แม้จะมากกว่ารุ่นเก่าที่มีค่าอยู่ที่ 0.22 ก็ตาม ซึ่งเหตุผลก็คือในรุ่นใหม่มีการออกแบบช่วงด้านหน้าที่ใหญ่ขึ้นนั่นเอง

   ส่วนภายในห้องโดยสารก็ไม่ผิดคาดเลยเพราะยกคอนโซลหน้าจาก A-Class มาใส่แทบทั้งดุ้น ซึ่งจะมาพร้อมการติดตั้งหน้าจอดิจิตอลขนาดใหญ่คู่หน้าบริเวณคอนโซลหน้ารถ พร้อมติดตั้งระบบ Infotainment MBUX ที่มากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ซึ่งสามารถเริ่มสั่งการทำงานด้วยการพูดคีย์เวิร์ดคำว่า "Hey Mercedes" และตามด้วยคำสั่ง

  ทางด้านระบบความปลอดภัยของรถก็มีการติดตั้งให้เยอะพอสมควร ซึ่งก็ยกมาจาก S-Class ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า Active Distance Assist , ระบบหยุดรถอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุคับขันActive Emergency Stop Assist , ระบบช่วยเหลือในการเปลี่ยนเลน Active Lane Change Assist , ระบบเบรกอัตโนมัติ Active Brake Assist และอีกมากมาย

   All-New Mercedes-Benz CLA ใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปในเดือนพฤษภาคมและตลาดสหรัฐฯจะวางจำหน่ายช่วงปลายปีนี้ ส่วนเมืองไทยก็ต้องจับตามองให้ดีเพราะรุ่นนี้ก็มีสิทธิ์มาขายในไทยสูงมาก

ที่มา Carscoops

Like Box