วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

Honda CR-V Minor Change เวอร์ชั่นอเมริกา : ปรับดีไซน์ใหม่และเพิ่มขุมพลัง Hybrid

  ค่าย Honda ที่แดนมะกันได้ทำการเผยโฉม Honda CR-V Minor Change ที่ได้รับการปรับปรุงโฉมแล้ว อีกทั้งยังมีการนำเสนอขุมพลังไฮบริดมาเป็นทางเลือกเพิ่มเติมอีกด้วย

ด้วยขุมพลังที่ยกมาจาก Honda Accord Hybrid นั่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC พละกำลังสูงสุดที่ 145 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตรที่ 3,500 รอบ/นาที ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าพละกำลัง 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร รวมพละกำลังทั้งระบบที่ 215 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมกับแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ความจุไฟฟ้า 1.3 kWh



   เช่นเดียวกับเครื่องยนต์เบนซินที่ทาง Honda ยกเลิกจำหน่ายเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ทำให้เหลือเครื่องยนต์เบนซินธรรมดาบล็อกเดียวคือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC TURBO พละกำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตรที่ 1,500 - 5,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT


   การออกแบบภายนอกนั้นความแตกต่างจากรุ่นเดิมคือ มากับโคมไฟหน้า LED แบบรมดำ เช่นเดียวกับไฟท้ายที่ยังคงรายละเอียดเดิมแต่รมดำเช่นกัน มีการปรับปรุงรายละเอียดกันชนหน้าใหม่พร้อมคาบแถบสีเงินและสีดำ ด้านท้ายมากับกันชนท้ายที่เติมแถบสีเงินเพิ่มความหรู เสริมด้วยโครเมียมรมดำคาดฝาท้าย และยังมีท่อไอเสียด้านท้ายใหม่แบบคู่ เช่นเดียวกับล้อที่มากับลายใหม่ขนาด 19 นิ้ว 

  
  สำหรับรุ่น Hybrid จะมีรายละเอียดบางจุดที่แตกต่างคือ ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED, โลโก้ Honda ด้านหน้าสีฟ้า, โลโก้ Hybrid รอบคัน, ท่อไอเสียที่ซ่อนปลายท่อแบบแนบเนียน

   การออกแบบภายในนั้นก็แทบจะเหมือนเดิมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง โดยในรุ่น Hybrid จะมีการแสดงผลต่างๆบนหน้าปัดที่แตกต่างจากรุ่นปกติ มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ Econ, Sport และ EV


  เช่นเดียวกับบริเวณคอนโซลกลางที่มีการเพิ่มเติมช่องเสียบ USB เพิ่มขึ้นและมีแท่นชาร์จไร้สายติดตั้งมาให้อีกด้วย

  ระบบความปลอดภัยของรถนั้น Honda CR-V Minor Change ทุกรุ่นย่อยจะได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda Sensing ที่ประกอบไปด้วย

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS : Collision Mitigation Braking System™)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS : Lane Keeping Assist System)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ Road Departure Mitigation System (RDM) with Lane Departure Warning (LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB : Auto High-Beam)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าทุกช่วงความเร็ว Adaptive Cruise Control (ACC) with Low-Speed Follow (LSF)
อีกทั้งยังมีทางเลือกระบบช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่าง ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาด้านข้าง blind spot information (BSI) และระบบช่วยเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Monitor (CTM)


   Honda CR-V Minor Change จะเริ่มจำหน่ายในช่วงสิ้นเดือนนี้เป็นต้นไปที่สหรัฐฯ จะมีการผลิตที่โรงงานที่รัฐอินเดียนา ส่วนรุ่น Hybrid จะตามมาในช่วงต้นปี 2020 

   ทางด้านตลาดไทยนั้นก็ต้องรอลุ้นว่าจะมีโอกาสได้ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบหรือ 2.0 ลิตร Hybrid หรือไม่ แต่ที่แน่ๆสิ่งที่คาดว่าจะใส่มาให้แน่ๆคือ Honda Sensing โดยขุมพลังในปัจจุบันจะมีทางเลือกดังนี้
- เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC มากับพละกำลัง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift
- เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-DTEC 2 STAGE TURBO มากับพละกำลัง 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อม Paddle Shift

   คาดว่าชาวไทยน่าจะได้สัมผัส Honda CR-V Minor Change ในช่วงต้นปีหน้าครับ


ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวรถได้
ห้ามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพนัน หรือสิ่งผิดกฎหมาย

Like Box