แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบนซ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เบนซ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

Mercedes-AMG GLA 45 อเนกประสงค์พันธุ์แรงระดับท็อปในตระกูล

  Mercedes-Benz ได้ทำการเปิดตัวอเนกประสงค์คตัวแรงโฉมใหม่ล่าสุดอย่าง Mercedes-AMG GLA 45 เจเนเรชั่นที่ 2 เสริมทัพ GLA 35 ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้

  ตัวท็อปของตระกูล GLA คันนี้แน่นอนว่าจะใช้ขุมพลังเบนซินเทอร์โบชาร์จแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตรบล็อกเดียวกับ A 45 และ CLA 45 สร้างพละกำลังสูงสุดที่ 387 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 8 สปีดและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic+ พร้อมระบบกระจายแรงบิด AMG Torque Control ที่กระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังรวมถึงล้อหลังซ้ายและขวา ครอสโอเวอร์พลังแรงคันนี้ใช้เวลา 4.4 วินาทีเท่านั้นในการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ก่อนทะยานไปสู่ท็อปสปีดที่ 250 กม. / ชม.

  และแน่นอนว่ายังมีรุ่นที่ทรงพลังยิ่งกว่าอย่าง GLA 45 S ที่จะมาพร้อมพละกำลังสูงถึง 421 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ไม่มีการประกาศอัตราเร่งและท็อปสปีดออกมา แต่ก็พอเดาได้ว่าท็อปสปีดคันนี้น่าจะไปได้ถึง 270 กม./ชม. เช่นเดียวกับ A 45 S หรือ CLA 45 S

   GLA 45 ทุกรุ่นจะมากับช่วงล่างใหม่ที่ได้รับการปรับให้เข้ากับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ด้านหน้าติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทที่ด้านหน้า, อลูมิเนียมวิชโบน ระบบกันสะเทิอนหลังแบบ 4-link นอกจากนี้ยังมีระบบ AMG Ride Control ที่มีโช้คอัพแบบปรับได้พร้อมโหมดควบคุม 3 โหมด

  ระบบเบรคที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานประกอบด้วย เบรกหน้าแบบ 4 ลูกสูบและคาลิปเปอร์หลัง 1 ลูกสูบที่ทำด้วยสีเทาพร้อมโลโก้ "AMG" สีขาว รวมถึงดิสก์ที่มีการระบายอากาศและมีรูพรุน ส่วนหนึ่งของแพ็คเกจ AMG Dynamic Plus ชุดเบรกจะมีดิสก์ขนาดใหญ่และคาลิปเปอร์แบบ 6 ลูกสูบที่ด้านหน้า พ่นสีแดงและตัวอักษ AMG สีดำ

  ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนระหว่างโหมดการขับขี่ได้ทั้งแบบ Slippery, Comfort, Sport, Sport+ และ Individual รวมถึงโหมด Race ที่รวมอยู่ในแพ็คเกจดังกล่าวข้างต้นด้วย 

   ภายนอกของ GLA 45 โฉมใหม่เดินตามรอยพี่น้อง AMG รุ่นอื่นๆ ด้วยกันชนหน้าและหลังดีไซน์ดุ สปอยเลอร์หลังสุดเท่ที่ติดตั้งบนหลังคา ด้านท้ายมากับท่อไอเสียรูปสี่เหลี่ยมสุดโดดเด่น มีกระจังหน้าซี่ลวดแนวตั้งแบบ Panamericana ขนาดใหญ่ ปิดท้ายล้อลายพิเศษสี Glossy Black ที่เสริมความโดดเด่นมากขึ้นให้รถ

  ภายในก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือน GLA รุ่นปกติ ติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX และหน้าปัดแบบดิจิตอลแสดงผลกราฟิคเฉพาะรุ่น AMG และยังมีระบบสั่งการด้วยเสียงด้วย นอกจากนี้ยังมีออปชั่น AMG Track Pace เอาใจขาซิ่งโดยสามารถติดตามข้อมูลต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น รอบในสนาม และ เวลาต่อรอบ

  GLA 45 ติดตั้งเบาะนั่งแบบสปอร์ตเป็นมาตรฐานหุ้มด้วย MB-Tex และ Dinamica สีดำ ตัดกับตะเข็บสีแดง เข็มขัดนิรภัยสีแดงและ ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ นอกจากนี้ยังมีออปชั่นเพิ่มเติมที่มากับเบาะนั่ง AMG Performance หุ้มหนัง MB-Tex สีเทา Neva Grey ผสมสีดำและตกแต่งเพิ่มเติมด้วยอลูมิเนียม รวมทั้งยังมีหนัง 4 แบบให้เลือกด้วย

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

้ภาพล่าสุด All-New Mercedes-Benz C-Class (W206) เผยสัดส่วนชัดเจนขึ้น คาดเปิดตัวปลายปี

   ค่ายดาวสามแฉกกำลังซุ่มทดสอบ All-New Mercedes-Benz C-Class รหัสตัวถัง W206 อยู่ แน่นอนว่าโฉมใหม่หมดจดนี้เตรียมที่จะมาฟาดฟันกับคู่แข่งร่วมชาติอย่าง BMW 3-Series และ Audi A4 และที่ท่านกำลังจะเห็นต่อไปนี้เป็นภาพแอบถ่ายเซตล่าสุดของ C-Class เจเนเรชั่นใหม่

  รถทดสอบโปรโปไทป์ยังคงถูกพรางด้วยสติ๊กเกอร์รอบคันอย่างหนาแน่น แต่ถ้าเทียบกับรถทดสอบที่วิ่งกันก่อนหน้าถือว่าเริ่มพรางให้ดูหนาตาน้อยลง ทำให้เห็นการออกแบบไฟหน้าได้ชัดเจนขึ้น รูปลักษณ์ไฟหน้าจะมีทรวดทรงที่คล้ายๆกับ Mercedes-Benz ตัวถังซีดานรุ่นใหม่ๆ อีกจุดที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือด้านหลังที่มากับไฟท้ายที่วางตามแนวนอนจากโฉมปัจจุบันที่เป็นแนวตั้ง

   ในขณะที่รูปทรงและขนาดนั้นดูผ่านๆจะไม่ค่อยต่างจากรุ่นปัจจุบันเท่าไหร่ โดยโฉมใหม่ภายใต้รหัส W206 จะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ MRA ที่ได้รับปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้น อีกทั้งออกแบบให้รองรับกับการใช้ขุมพลัง Plug-In Hybrid และ Mild Hybrid ที่หลากหลายขึ้น คาดว่าช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นแบบปีกนกสองชั้น และด้านหลังแบบมัลติลิงค์พร้อมโช้คอัพที่ปรับได้สำหรับรุ่นท็อปที่แพงขึ้น

ภาพจาก Carscoops
   ส่วนภายในห้องโดยสาร อิงจากภาพหลุดก่อนหน้าจะเห็นชัดว่า ภายในเริ่มหันมันใช้ปุ่มควบคุมแบบจอดิจิตอลสัมผัส รวมทั้งมากับหน้าจอกลางที่มีขนาดใหญ่โตขึ้นแบบชัดเจน

   นอกเหนือจากรูปแบบตัวถังที่เราคุ้นเคยแล้ว เป็นไปได้ว่าอาจจะมี "C-Class All-Terrain" เป็นทางเลิอกเสริมเพื่อมาต่อกรกับ Audi A4 Allroad และ Volvo V60 Cross Country 


   เครื่องยนต์นั้นน่าจะยังไม่มีไฟฟ้าล้วน แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีตั้งแต่ 4 สูบขึ้นไป นอกจากนี้มีข่าวลือว่าตัวแรง C63 อาจจะไม่ได้ใช้เครื่องเบนซิน Twin-turbo 4.0 ลิตร V8 แต่จะเป็นเครื่องเบนซิน Plug-In Hybrid 4 สูบที่ใช้พื้นฐานจากเครื่องยนต์ M139 ที่ใช้ใน A45 ใหม่ซึ่งมีแรงม้า 416 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร และจะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเสริมพละกำลังให้มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นแค่ข่าวลือ เชื่อว่าหลายคนคงแปลกๆกับ C63 ที่เป็นตัวแรงระดับท็อปแต่ใช้เครื่อง 4 สูบ ทั้งนี้ทั้งนั้นเวลาจะเป็นเครื่องช่วยพิสูจน์เอง

   ยังมีข้อมูลอีกมากที่เราไม่ทราบเกี่ยวกับ C-Class W206 แต่มันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกที่กำลังมาเพราะทำให้การรอคอยเพิ่มความน่าตื่นเต้น เป็นไปได้ว่าการเผยโฉม All-New Mercedes-Benz C-Class (W206) อาจจะมีขึ้นช่วงต้นเดือนตุลาคมที่งาน Paris Motor Show 2020 ยังไงสาวกตราดาวก็ต้องติดตามต่อไปครับ

ที่มา Motor1

บทความที่น่าสนใจ :
รวมรถใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2020
Isuzu MU-X THE NEW ONYX 2020 ปรับทิ้งทวนเล็กน้อยก่อนเจเนเรชั่นใหม่จะมา
กระบะ Mercedes-Benz X-Class เตรียมเลิกผลิตสิ้นเดือนพฤษภาคมปีนี้
Hummer เตรียมกลับมาอีกครั้ง! ในรูปแบบปิคอัพไฟฟ้า 1,014 แรงม้า ภายใต้แบรนด์ GMC
Lotus Evora 410 สปอร์ตหรูอังกฤษคันใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563

ครั้งแรกกับภาพถ่ายรถทดสอบ All-New Mercedes-Benz SL คาดกลับมาใช้หลังคาผ้าใบอีกครั้ง

   ที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้เป็นภาพแอบถ่ายชุดแรกของ All-New Mercedes-Benz SL สปอร์ตคูเป้เปิดประทุนสุดหรูจากเยอรมัน เนื่องจากภาพถูกแอบถ่ายในสถานที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้มีการเบลอฉากหลังไว้เหลือให้เห็นแค่ตัวรถเท่านั้น แต่ก็พอจะบอกถึงการออกแบบรถได้

   ตัวรถจะหุ้มด้วยสติ๊กเกอร์ลายพรางแบบเต็มที่และหุ้มผ้าใบกันน้ำบริเวณหลังคา จากดีไซน์ภายนอกจะพบว่าตัวรถมีเส้นสายบนตัวถังที่สะอาดตากว่าเดิม มีดีไซน์ด้านหน้าที่เป็นไปตาม Mercedes-Benz ยุคใหม่ ด้านท้ายจะเห็นชัดว่าได้ไฟท้ายทรงใหม่ที่ดูเรียวบางขึ้นกว่าเดิม ย้ายตำแหน่งทะเบียนไปไว้ที่กันชนท้ายแทน

   All-New Mercedes-Benz SL อาจจะเป็นการกลับมาอีกครั้งของหลังคาผ้าใบ สังเกตจากฝากระโปรงหลังที่ดูสั้นลง ซึ่งไม่พอแน่นอนที่จะพับหลังคาแข็งลงไปได้ และหลายๆค่ายนั้นก็เริ่มหันกลับมาใช้หลังคาผ้าใบในรถสปอร์ตเปิดประทุน ซึ่งมีข้อดีคือช่วยลดน้ำหนักรถได้มากทีเดียวแถมยังช่วยออกแบบให้สัดส่วนรถดูดีขึ้นด้วย คาดว่าภายในห้องโดยสารจะจัดวางที่นั่งแบบ 2 + 2 โดยมีที่นั่งขนาดเล็กด้านหลังที่สามารถใช้งานได้จริงมากกว่าเดิม

   All-New Mercedes-Benz SL จะพัฒนาร่วมกับตัวแรง AMG โดยจะใช้แพลตฟอร์มใหม่ Modular Sports Architecture (MSA) ที่ทำจากอะลูมิเนียม ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะใช้ใน AMG GT เจเนเรชั่นใหม่ด้วย

   เครื่องยนต์นั้นคาดว่าจะมีให้เลือกตั้งแต่ 6 สูบจนไปถึง V12 โดยในรหัสเริ่มต้น SL 450 เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง แบบ Mild-Hybrid พละกำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ผสานการทำงานกับระบบ EQ Boost ที่ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 48 โวลต์ ช่วยเพิ่มพละกำลัง 22 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรในระยะเวลาอันสั้น

  ส่วนรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน V8 น่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4.0 ลิตร V8 Twin-turbo จากตระกูล AMG มาภายใต้รหัส SL 63 คาดว่าจะมากับพละกำลังไม่ต่ำกว่า 630 แรงม้า นอกจากนี้ยังมีตัวแรงระดับท็อป  SL 73 ที่ใช้ขุมพลังแบบ Plug-In Hybrid โดยมากับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งด้านหลังที่รีดสมรรถนะออกมาได้รวมๆ 805 แรงม้า และน่าจะมีออปชั่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อด้วย ยกเว้นในเครื่อง V12

  คาดว่า All-New Mercedes-Benz SL จะมีการเปิดตัวในช่วงปี 2021 เป็นอย่างช้าครับ

ที่มา Carscoops

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Mercedes-AMG A 45 & CLA 45 สองตัวแรงน้องๆซูเปอร์คาร์ในคราบรถขนาดคอมแพ็กต์

  ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ทำการเผยโฉม 2 ตัวแรงทรงกะทัดรัดรุ่นล่าสุด ได้แก่ Mercedes-AMG A 45 และ CLA 45 ที่มาพร้อมรูปทรงภายนอกที่ดุดันและการตกแต่งภายในที่สปอร์ตขึ้น อีกทั้งยังมีสมรรถนะที่ร้อนแรงเกินขนาดตัวรถอีกด้วย

  ทั้งสองคันนี้จะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส M139 ความจุ 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จบล็อกใหม่ล่าสุดที่สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้ 387 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร หากคิดว่ายังแรงไม่พอ ยังมี 45 S ที่ทรงพลังยิ่งกว่าด้วยกำลังถึง 421 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 500 นิวตัน-เมตร

  ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่แบบ AMG Speedshift 8 สปีดและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic  แบบแปรผันเต็มประสิทธิภาพ สำหรับ A 45 นั้นจะสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4 วินาทีแบน (CLA 45 ใช้เวลา 4.1 วินาที) ในขณะที่ A 45 S จะใช้เวลาแค่ 3.9 วินาทีเท่านั้น (CLA 45 S ใช้เวลา 4.0 วินาที) ความเร็วสูงสุดใน 45 รุ่นปกติจะถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 250 กม./ชม. ส่วน 45 S จะสามารถไปต่อได้จนถึง 270 กม./ชม. 

   โครงสร้างตัวถังของ AMG 45 รุ่นใหม่จะได้รับการเสริมให้แข็งแรงขึ้นเพื่อรองรับกับระบบช่วงล่างใหม่ วิศวกรของ AMG ได้เพิ่มแผ่นอลูมิเนียมน้ำหนักเบาใต้ห้องเครื่องยนต์ซึ่งเป็นส่วนเสริมของเหล็กค้ำโช้คหน้าใหม่ แผ่นเสริมแรงยังถูกติดตั้งบริเวณด้านข้างและเสา A อีกด้วย 

   จุดเด่นในระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Performance 4Matic+ ใน 45 ใหม่ก็คือ การติดตั้งระบบควบคุมแรงบิด AMG Torque Control system ซึ่งอยู่บริเวณเฟืองท้ายด้านหลัง ระบบจะใช้คลัทช์แบบมัลติดิสต์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2 ตัว ซึ่งตัวแรกจะติดที่เพลาด้านหลัง โดยแต่ละตัวควบคุมปริมาณของแรงบิดที่ส่งไปยังล้อหลังแต่ละล้อด้วยประสิทธิภาพที่แม่นยำ

  เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการเอาใจสายซิ่งด้วยการติดตั้งโหมดดริฟท์ให้มาตรฐานสำหรับรุ่น 45 S แต่ 45 ธรรมดา จะต้องจ่ายเพิ่มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจเสริม AMG Dynamic Plus โดยโหมด Drift นั้นจะสามารถทำงานได้เมื่อเลือกโหมดการขับขี่ "Race" ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP จะถูกปิดการใช้งานและระบบส่งกำลังจะอยู่ในรูปแบบของ Manual Mode

   AMG 45 ใหม่จะมาพร้อมกับโหมดการขับขี่หกโหมด ได้แก่ Comfort, Sport, Sport+, Slippery, Individual และ Race ซึ่ง 45 ธรรมดาจะต้องเลือกซื้อเพิ่มเป็นออปชั่นเสริม

   Mercedes-AMG A 45 และ CLA 45 จะเริ่มจำหน่ายภายในสิ้นปีนี้ ส่วนเมืองไทยนั้นคาดว่าคงจะได้เปิดตัวปีหน้า

ที่มา Carscoops
   
   ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ
  

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562

Mercedes-AMG GLC 63 / GLC 63 Coupe Minor Change ปรับโฉมอเนกประสงค์ตัวแรงจากค่ายตราดาว

  ภายในงาน New York Auto Show 2019 ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ได้ทำการเปิดตัว 2 ตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG GLC 63 / GLC 63 Coupe ที่ได้รับการปรับโฉม Minor Change ตามรุ่นปกติ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างตามไปดูกันเลย

  การเปลี่ยนแปลงภายนอกที่เห็นชัดเจนซึ่งก็เหมือนกับรุ่นปกตินั่นก็คือ ไฟหน้าทรงใหม่ และไฟท้ายใหม่ และยังมากับกระจังหน้าซี่ลวดแนวตั้งแบบ  Panamericana  อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ยุคใหม่ด้วย นอกจากนี้ยังมีออกแบบปลายท่อไอเสียด้านท้ายเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีทางเลือกล้อลายใหม่ขนาด 21 นิ้ว


  เข้ามาภายในห้องโดยสารจะพบกับพวงมาลัย AMG 3 ก้านดีไซน์ใหม่พร้อมปุ่มควบคุมแบบสัมผัส ติดตั้งระบบ Infotainment MBUX ที่มากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ซึ่งสามารถเริ่มสั่งการทำงานด้วยการพูดคีย์เวิร์ดคำว่า "Hey Mercedes" และตามด้วยคำสั่ง นอกจากนั้นแล้วยังมากับชุดหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว เบานั่งทรงสปอร์ตดีไซน์ใหม่ และตกแต่งภายในรอบคันด้วยวัสดุอะลูมิเนียม


  GLC 63 / GLC 63 Coupe จะติดตั้งครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ความจุ 4.0 ลิตรที่ให้พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดซึ่งส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC +  ส่งผลให้ GLC 63 ใหม่สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา  4.0 วินาที ก่อนที่ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

  สำหรับใครที่อยากได้ความแรงเพิ่มอีกก็ต้องไปเล่น GLC 63 S / GLC 63 S Coupe ที่ยังคงติดตั้งครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ความจุ 4.0 ลิตรเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพละกำลังเป็น 510 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ที่ลดลงเหลือ 3.8 วินาทีและความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 280 กม./ชม.


  ทุกรุ่นจะได้รับการติดตั้งระบบ Electronically Controlled Locking Differential มาให้เป็นมาตรฐาน และนอกจากนี้ยังมีการเพิ่มโหมดการขับขี่ "Slippery" รองรับการวิ่งบนผิวถนนลื่น รวมทั้งโหมดการขับขี่ AMG Dynamics system ที่มีให้เลือกได้แก่ Basic, Advanced, Pro และ Master (สำหรับรุ่น S เท่านั้น)

  สำหรับตลาดสหรัฐฯ Mercedes-AMG GLC 63 / GLC 63 Coupe Minor Change จะลงตลาดในช่วงปลายปีนี้ ส่วนไทยอยากได้คงต้องสั่งนำเข้าเพราะที่บ้านเรามีแค่ GLC 43 จำหน่ายเท่านั้น
  
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวสารยานยนต์ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ครับ

  

Like Box