Like Box

วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ชม Honda City Hybrid ที่เพิ่งเปิดตัวในมาเลเซีย

   ก่อนหน้านี้ Honda ได้ทำการเปิดตัว Jazz Minor Change ในตลาดมาเลเซียที่มาพร้อมกับทา
เลือกขุมพลังไฮบริด เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียได้มีการสนับสนุนรถประเภทนี้โดยมีนโยบายเปิดการลงทุนรถยนต์อนุรักษ์พลังงาน Energy Efficient Vehicle (EEV) และล่าสุดคราวนี้ก็ถึงคิวของ City Hybrid บ้าง


  Honda ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกไฮบริดครั้งแรกในมาเลเซียเมื่อครั้งเปิดตัว Civic Hybrid เมื่อ 10 ปีที่แล้วและในช่วงปี 2011-2013 ถือเป็น "ยุคทอง" ของรถไฮบริดนำเข้าแบบปลอดภาษี ทางบริษัทได้นำเข้ารถไฮบริดของ Honda หลากรุ่นมาทำตลาด ได้แกา Insight, CR-Z, Civic Hybrid และ Jazz Hybrid หลังจากนั้นจึงมีการประกอบในประเทศหรือ CKD ในปี 2012 และในช่วงสิ้นปี 2013 ฮอนด้ามีส่วนแบ่งทางการตลาด 55% ของตลาดรถไฮบริดในประเทศก่อนที่จะปิดฉากการขายรถไฮบริดไป และตอนนี้ Honda ได้กลับมาอีกครั้ง

  มาเลเซียถือเป็นประเทศที่สองต่อจาก Honda ที่มีการแนะนำ Jazz Hybrid (ญี่ปุ่นใช้ชื่อ Fit Hybrid) และล่าสุดกับ City Hybrid (ญี่ปุ่นใช้ชื่อ Grace Hybrid)

   ขุมพลังใน Honda City Hybrid ก็จะใช้แบบเดียวกับ Jazz Hybrid โดยมีชื่อขุมพลังว่า Sport Hybrid i-DCD system  ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC แบบ Atkinson Cycle มากับพละกำลัง 110 แรงม้า PS และแรงบิด 134 นิวตัน-เมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที รวมกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า 30 แรงม้า PS แรงบิด 160 นิวตัน-เมตร รวมกำลังทั้งระบบอยู่ที่ 137 แรงม้าและแรงบิด 170 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch (DCT) 7 สปีด สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 3.9 ลิตร/100 กม. (ประมาณ 25.64 กม./ลิตร)


  Honda City Hybrid จะมากับชุดไฟหน้าแบบฮาโลเจนพร้อมไฟ Daytime Running Lights ภายในโคม ไม่มีไฟตัดหมอกมาให้ แต่มาล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 185/55R16 เหมือนรุ่นท็อป ด้านท้ายมากับชุดไฟท้ายแบบ LED เหมือนรุ่นท็อปเช่นกัน สำหรับ City Hybrid จะมีรัศมีวงเลี้ยง 5.7 เมตร มีความจุสัมภาระด้านท้าย 536 ลิตร  ภายในห้องโดยสารจะแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ นั่นคือ ชุดมาตรวัดแบบใหม่และหัวเกียร์ทรงล้ำๆ 

  City Hybrid ของมาเลเซียจะแทรกกลางระหว่างรุ่น E และ V ในตลาดบ้านเขา และเป็นรุ่นที่ประกอบในมาเลเซียที่โรงงานในมะละกา โดยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 82,030 ริงกิต หรือประมาณ 641,000 บาทไทย โดยจะเริ่มส่งมอบและลงไปจอดตามศูนย์ให้พร้อมสำหรับการทดลองขับได้ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนเมืองไทยยังไม่มีแผนนำ City Hybrid มาขายครับ

ที่มา Paultan

วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

2019 Ford Ranger US Version อาจจะมีทางเลือก 3 เครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน

  อย่างที่ทราบกันดีว่ากระบะ Ford Ranger จะกลับมาในตลาดอเมริกาอีกครั้งในปี 2019 (อาจจะมีรูปโฉมที่ไม่เหมือนไทย) วางตัวเป็นคู่แข่ง Chevrolet Colorado, GMC Canyon และ Toyota Tacoma

ภาพประกอบคือ Ranger เวอร์ชั่นตลาดโลก
  กระบะ Ford Ranger US Version จะสร้างบนพื้นฐาน Body On Frame และเป็นพื้นฐานเดียวกับ Ranger T6 เวอร์ชั่นตลาดโลกที่ขายในไทยตอนนี้ แต่จะมีความพิเศษคือการติดตั้งดิสก์เบรกด้านหลัง ระบบกันสะเทือนแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงก์ และทางเลือกเครื่องยนต์ใหม่ๆหลากหลายแบบด้วยกัน

  สำนักข่าว Motortrend รายงานว่า  Ford Ranger US Version อาจจะมีทางเลือกเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 237 นิวตัน-เมตร อีกเครื่องยนต์หนึ่งมีข่าวลือว่าอาจจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.3 ลิตรที่มาจาก Ford F-150 มีพละกำลัง 290 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 358 นิวตัน-เมตร) และเครื่องยนต์สุดท้ายอาจจะเป็นเครื่องดีเซลไม่ก็เบนซิน Ecoboost

  ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน เป็นเพียงข้อมูลที่มีการคาดการณ์กันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์อีกว่า Ranger US Version จะมีให้เลือกทั้งตัวถังตอนครึ่ง SuperCab และ 4 ประตู SuperCrew วางขายในราคาเริ่มต้นราวๆ 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 670,000 บาทไทย) รุ่นระดับท็อปน่าจะมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ไฟหน้า LED ฟังก์ชันปรับเบาะอุ่นด้านหน้า และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ เป็นต้น

ที่มา Carscoops

Teaser ล่าสุด Mazda CX-8 เผยให้เห็นในส่วนของด้านข้าง

 หากใครที่มองหารถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มีเบาะนั่ง 3 แถวจาก Mazda ตอนนี้ก็ต้องไปหา CX-9 แต่ไม่ใช่กับตลาดญี่ปุ่นเนื่องจากว่าที่ญี่ปุ่นไม่มี CX-9 ขายอยู่ ทำให้ตลาดญี่ปุ่นไม่มีรถ Mazda ขนาด 6-7 ที่นั่งวางขาย จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงสร้าง CX-8 ขึ้นมา

  ก่อนหน้านี้หลายเดือนก่อน Mazda ได้ปล่อยทีเซอร์ภายในห้องโดยสารของ CX-8 ออกมาให้ได้ชมกันแล้ว และล่าสุดทาง Mazda ได้ปล่อยภาพทีเซอร์ของ CX-8 อีกครั้ง ซึ่งเป็นในส่วนของด้านข้างตัวรถนั่นเอง

  รูปทรงนั้นก็แอบมีกลิ่นอายของ CX-9 มาไม่น้อยเหมือนกันแต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า ครึ่งคันหน้าน่าจะยกมาจาก CX-5 โฉมล่าสุดแต่อาจจะมีการปรับหน้าตาให้มีความแตกต่างกัน ส่วนครึ่งคันหลังจะมีการยืดให้ยาวกว่าเดิม ออกแบบช่วงกรอบประตูหลังเป็นต้นไปให้มีความโค้งมนมากขึ้น ในส่วนของด้านท้ายที่เคยมีภาพแอบถ่ายก็ออกมาก็จะเห็นมามีการออกแบบท้ายใหม่ให้ดูสวยและหรูหรากว่าเดิม

ภาพจาก http://ganbaremmc.exblog.jp/25770703/
  Mazda CX-8 จะมีฐานล้อยาว 2,930 มิลลิเมตรเท่ากับ CX-9 แต่ทว่าจะมีขนาดตัวถังอยู่ที่ 4,900 มิลลิเมตร สั้นกว่า CX-9 อยู่ที่ 175 มิลลิเมตร ความกว้างตัวถังอยู่ที่ 1,840 มิลลิเมตรเท่ากับ CX-5 โฉมล่าสุด ความสูงตัวรถอยู่ที่ 1,730 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า CX-9 ที่ 17 มิลลิเมตร แต่สูงกว่า CX-5 ที่ 55 มิลลิเมตร โดย CX-8 จะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร SKYACTIV-D ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
   
  Mazda CX-8 จะเป็นรถอเนกประสงค์ระดับเรือธงของค่าย Mazda ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนจะเปิดตัวเมื่อไหร่และประเทศอื่นๆจะมีโอกาสเอามาขายบ้างหรือไม่ต้องติดตาม

ที่มา Carscoops /  

ลือ! สปอร์ต Mazda RX-9 อาจเผยโฉมช่วงเดือนตุลาคมนี้ที่ญี่ปุ่น

  มีรายงานข่าวออกมาว่า Mazda ปฏิเสธข่าวลือที่จะไม่ทำรถสปอร์ตขุมพลังโรตารี่แล้ว และยังมีสื่อคาดการณ์ว่าสปอร์ตระดับเรือธงของ Mazda อาจจะเปิดตัวภายในงาน Toyko Motor Show 2017 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมปีนี่

  ซึ่งสื่อหลายเจ้าต่างคาดการณ์ว่าสปอร์ตคันนี้อาจใช้ชื่อว่า RX-9 และการเปิดตัวนั้นจะเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของรถสปอร์ตรุ่นเก่า Mazda Cosmo ที่เป็นผู้บุกเบิกเครื่องยนต์โรตารี่อีกด้วย

  สำนักข่าว Levolant Boost รายงานว่าสปอร์ตคันใหม่ของ Mazda (ที่อาจจะชื่อ RX-9) จะมีดีไซน์ที่อ้างอิงมาจากต้นแบบ RX-Vision Concept ที่เปิดตัวในงาน Toyko Motor Show 2015 ที่ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว และจะมีน้ำหนักตัวอยู่ราวๆ 1,300-1,350 กิโลกรัม

  ว่ากันว่าขุมพลังโรตารี่บล็อกใหม่นี้อาจจะมีชื่อว่า "SkyActiv-R" จะมีพละกำลังไม่ต่ำกว่า 450 แรงม้า โดยค่าตัวของสปอร์ตคันนี้อาจเริ่มต้นที่ 8 ล้านเยน (ประมาณ 2,404,000 บาท) และถ้าข่าวลือทั้งหมดนี้จริง รถน่าจะเริ่มวางขายได้ในช่วงปี 2019

   ก็ต้องรอชมว่าในโอกาสที่ฉลอง 50 ปีเครื่องโรตารี่นั้นจะมีโอกาสได้เห็นรถสปอร์ต RX-9 หรือไม่

ที่มา Carscoops

วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Ford Fiesta อาจจะไม่ได้ไปต่อในตลาดในอเมริกา

  Ford อยู่ในระหว่างการเปิดตัว Fiesta โฉมใหม่ล่าสุดในตลาดประเทศต่างๆเพื่อแทนที่รุ่นเก่าที่อยู่ในตลาดมาเนิ่นนาน แต่แล้วก็มีข่าวลือว่า Ford Fiesta โฉมใหม่ล่าสุดจะไม่มีการเปิดตัวในตลาดอเมริกาเหนือแล้ว หรือหมายความว่า Fiesta อาจจะไม่ได้ไปต่อในอเมริกาเหนือนั่นเอง

  มีรายงานจากเว็บไซด์รถยนต์ชื่อว่า 0-100hotnews ของประเทศโรมาเนียว่า นาย Robert Stiller ผู้จัดการโครงการ B-Segment ของ Ford ได้ออกมาชี้แจงว่า Fiesta นั้นอาจจะไม่วางขายในตลาดอเมริกาอีกต่อไป

   นาย Stiller กล่าวว่า"สำหรับ Fiesta รุ่นที่แล้วถือเป็นรถ Global Model ของ Ford ที่วางจำหน่ายทั่วโลก แต่สำหรับเจเนเรชั่นล่าสุดนั้นจะมุ่งเน้นทำตลาดเฉพาะยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา ในตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ จีน และแถบละตินอเมริกา กำลังมีความต้องการรถกลุ่มนี้น้อยลงและพวกเขาเริ่มรับรู้ผลเหล่านี้อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าการยุติการทำตลาดจะไม่ใช่แค่รุ่นธรรมดาเท่านั้น นั่นจะรวมไปถึงตัวแรงอย่าง Fiesta ST ด้วย อย่างไรก็ตาม Global Model ของ Ford อาจจะเน้นไปที่ Ford Focus เจเนเรชั่นใหม่แทน

  สำหรับยอดขายของ Ford Fiesta เมื่อช่วงสิ้นปีที่แล้วมีตัวเลขยอดขายทั้งหมด 50,000 คันเมื่อเทียบกับยอดขาย 70,000 คันในช่วงปีก่อนๆหน้านี้ ซึ่งยอดขายที่ลดลงอาจจะเป็นเพราะอายุตลาดที่มากพอแล้ว อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ Focus ที่ขายได้เดือนละ 200,000 คันในแต่ละปี

  ในปัจจุบันตลาดกลุ่มนี้กลุ่ม GM ยังคงมี Chevrolet Spark และ Sonic Hatchback ขายอยู่ ทางด้าน FCA Group ก็เริ่มถอนรุ่น Dodge Dart และ Chrysler 200 ออกจากตลาด นอกนั้นก็จะเป็นรถนำเข้ามาเสียส่วนใหญ่ เช่น Toyota Yaris , Nissan Versa , Hyundai Accent , Kia Rio ส่วนผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Mazda ที่มี Mazda 2 และ VW Group ที่มี VW Polo ไม่ได้เอารถพวกนี้มาขายแต่จะเน้นการทำตลาดรถกลุ่มครอสโอเวอร์แทนรถเหล่านี้

  แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นที่น่าลุ้นมากกว่าก็คือ Ford จะเอา Fiesta ออกจากตลาดประเทศไทยหรือไม่ อันนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป

ที่มา Carscoops / 0-100

   

   

ประกาศชัด! กระบะ Mercedes-Benz X-Class จะไม่ทำเวอร์ชั่น AMG V8 ออกมา

  ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ประกาศชัดว่าทางค่ายไม่ได้มีความมุ่งมั่นที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์กระบะ X-Class ด้วยรุ่นสมรรถนะสูง AMG พร้อมเครื่อง V8 ซึ่งได้รับการยืนยันจาก Mr.Volker Mornhinweg หัวหน้า Mercedes-Benz Vans ที่คุมทั่วภูมิภาคทั่วโลกบอกไว้ในงานเปิดตัวกระบะ X-Class ที่แอฟริกาใต้

  Mr. Mornhinweg บอกว่ากระบะ X-Class นั้นมีดีไซน์ที่สวยงามลงตัวมากพอแล้ว และคิดว่ารถรุ่นนี้ไม่เหมาะกับการติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ถือว่าเป็นการสยบข่าวลือรุ่น X63 การติดตั้งเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V8 Twin-Turbo ในกระบะ X-Class

  แต่อย่างไรก็ตามนั้น ไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่กระบะ X-Class จะไม่มีรุ่นตัวแรงแปะตรา AMG ออกมา เพราะยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ที่สามารถนำมาวางแล้วขายในชื่อ X43 ได้ โดยแนวคิดนี้มาจาก Ms. Diane Tarr หัวหน้า Mercedes-Benz Vans ประจำภูมิภาคแอฟริกาใต้ที่ยังไม่ล้มเลิกแนวคิดนี้

  แต่ความเป็นไปได้มากสุดก็คือ การติดตั้งชุดแต่ง AMG Package เพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งหากแผนนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะมีการออกแบบดีไซน์กันชนภายนอกให้ดูเกรี้ยวกราดขึ้น ล้ออัลลอยวงโตที่ดูสปอร์ตมากกว่าเดิม และตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่

ที่มา Carscoops

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Honda จะย้ายการผลิต CR-V และ HR-V Euro-Spec มาไว้ในโรงงานประเทศญี่ปุ่น

  Honda วางแผนที่จะนำเข้า CR-V และ HR-V จากญี่ปุ่นมาขายในตลาดยุโรป เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานในญี่ปุ่นให้มากขึ้น

  สำนักข่าว Autonews รายงานว่าก่อนหน้านี้ Honda วางแผนที่จะผลิต CR-V เจเนเรชั่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชั่นยุโรปในโรงงาน Ontario ประเทศแคนาดา แต่สุดท้ายแล้วโรงงานแห่งนี้จะมุ่งเน้นไปในการผลิตรถป้อนตลาดอเมริกาเหนือเสียมากกว่า

  Honda CR-V โฉมปัจจุบัน (หรือโฉมเก่า) ที่ขายในยุโรปนั้นได้รับการผลิตที่โรงงาน Swindon ประเทศอังกฤษ แต่ในเจเนเรชั่นใหม่นั้นจะถูกผลิตที่ประเทศญี่ปุ่นแทน ส่วน Honda HR-V ที่ปัจจุบันนั้นผลิตที่เม็กซิโกก็ไม่ผลิตป้อนตลาดยุโรปแล้ว หลังจากรุ่นปรับโฉม Minor Change มาถึง โดยในปี 2019 นั้น Honda HR-V Euro-Spec ก็จะมาผลิตที่ญี่ปุ่นแทน

   David Hodgetts หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Honda UK กล่าวว่า "มันจะเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะเติมเต็มกำลังการผลิตในโรงงานของเราที่ญี่ปุ่น"

  Honda ยังย้ายการผลิต Jazz Euro-Spec จากเดิมที่อยู่ในโรงงาน Swindon ประเทศอังกฤษและจีน มาไว้ที่ประเทศญี่ปุ่นแทน เนื่องจากว่าจะให้โรงงานอังกฤษเป็นศูนย์กลางการผลิต Civic Hatchback ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้

  สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นถือเป็นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป โดยเมื่อปีที่แล้วญี่ปุ่นได้ส่งออกรถทั้งหมด 577,703 คันเข้าสู่ตลาดยุโรป ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจะเพิ่มขึ้นอีกหลังจากที่สหภาพยุโรปเห็นพ้องเรื่องข้อตกลงทางการค้าใหม่ของญี่ปุ่นที่จะทำให้เสียภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น 10% เพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดอาหารของญี่ปุ่นได้มากขึ้น
  
ที่มา Carscoops